ในฐานะ โหวตเตอร์ ไม่เห็นด้วยที่จะให้คนข้ามเพศ เปลี่ยนคำนำหน้า เพราะมันมีช่องโหว่เยอะสึสๆอ่ะ
ประเด็นดราม่าของนโยบายพรรคประชาชน ที่กำลังเป็นที่ถกเถียงกันตอนนี้
ในเนื้อหานโยบายระบุว่างี้
***********************************
คำนำหน้านามในสังคมไทย เช่น เด็กชาย เด็กหญิง นาย นาง และนางสาว เป็นระบบที่ใช้สืบต่อกันมานานโดยอิงจากเพศกำเนิดและช่วงวัย อย่างไรก็ตาม บริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้คำนำหน้านามแบบเดิมไม่สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงของบุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศหลากหลาย
แม้ในปี 2551 จะมีการแก้ไข พ.ร.บ.คำนำหน้านามหญิง เพื่อให้ผู้หญิงที่สมรสแล้วเลือกใช้คำนำหน้า "นางสาว" ได้ แต่ในปัจจุบันกฎหมายไทยยังไม่เปิดโอกาสให้บุคคลข้ามเพศเลือกใช้คำนำหน้าตามความสมัครใจ
ในการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 26 ได้มีการเสนอร่างกฎหมายในประเด็นนี้แต่ไม่ได้รับความเห็นชอบ เนื่องจากมีความกังวลเรื่องการใช้คำนำหน้าเพื่อหลอกลวงผู้อื่น โดยเฉพาะการถูกบุคคลข้ามเพศหลอกแต่งงาน ซึ่งพรรคประชาชนมองว่าเป็นความกังวลที่เกินกว่าเหตุ เนื่องจากในกรณีที่มีการหลอกลวงจริง ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ก็มีบทบัญญัติรองรับในการเพิกถอนการสมรสอันเกิดจากกลฉ้อฉลอยู่แล้ว
พรรคประชาชนจึงเห็นว่าคำนำหน้านามเป็นสิ่งที่สังคมสมมติขึ้นเพื่อให้คนเรียกขานกัน จึงควรปรับปรุงให้เคารพต่ออัตลักษณ์ส่วนบุคคลตามความประสงค์ของพลเมืองทุกคนอย่างเสมอหน้ากัน
*******************************
ส่วนตัวคิดว่า ประเด็นความกังวลนั่น ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าเหตุ
ทุกวันนี้เราเห็นกรณีบ้าๆบอๆจากฝั่งยุโรปและอเมริกาเยอะมาก จากนโยบายแนวๆนี้ที่ซ้ายสุดขอบเกินไป
ขอยกตัวอย่างกรณีที่เพิ่งเกิดมาหมาดๆไม่กี่วันนี้เอง
คนในภาพชื่อวิลมา แอนเดอร์สัน เดิมชื่อ โรบิน
เคยติดคุกเมื่อ ปี 2019 ตอนนั้นมันไปลักพาตัวเด็กผู้หญิงอายุ 10 ขวบ เพื่อจะเอาไปล่วงละเมิดทางเพศ แล้วพอติดคุกไปปีครึ่งได้รับอภัยโทษ
พอหลุดออกจากคุกมา มันอ้างตัวว่าเป็นหญิงข้ามเพศ (แต่มันไม่ได้เป็นนะครับ เป็นผู้ชายธรรมดานี่แหละ) แล้วมันไปทำเรื่องขอเปลี่ยนชื่อ
ทีนี้ระบบของสวีเดน คือระบบที่พรรคประชาชนกำลังทำนโยบายนี้ครับ คือ
ที่นั่นคนสามารถเปลี่ยนเพศที่ระบุในทะเบียนราษฎร์ได้ตามใจชอบ
จะบอกว่าเป็นหญิงหรือเป็นชายก็ได้ ตามแต่จะ identify
แล้วพอสลับเพศ เลขบัตรประชาชนจะเปลี่ยนตามครับ
เพราะในเลขบัตรประชาชน มันจะมีตัวนึงที่ระบุตามเพศ
ถ้าเพศชายจะเลขคี่ เพศหญิงใช้เลขคู่
ไอ้นี่มันเลยใช้วิธีนี้ ในการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนเลขบัตรประชาชน
เพื่อหลบเลี่ยงการติดตามตัวของ จนท
แล้วมันก็ไปก่ออาชญากรรมลักพาตัวผู้หญิงไปฆ่าหั่นศพครับ
เป็นข่าวดังที่สวีเดนเลย
เป็นช่องโหว่อันใหญ่มหึมาของระบบนี้เลยครับ ถ้าการ identify เปลี่ยนคำนำหน้าทำได้โดยง่าย มันจะมีผลกับการสืบค้นข้อมูลยืนยันตัวตน และการสืบประวัติอาชญากรรมครับ
อันนี้ไม่ใช่การคิดมากเกินไป เพราะมันมีเคสให้เห็นจะๆกับตา
และไม่ได้มีเคสนี้เป็นเคสแรก หลายๆประเทศก็ใช้ช่องโหว่ของมาตรการนี้
ในการเปลี่ยนชื่อหลบหนีการติดตามตัวของตำรวจมาเยอะแล้วครับน่ากลัวมาก
ดังนั้นนโยบายนี้ในฐานะ voter ของพรรคประชาชนคนนึงเมื่อสมัยที่แล้ว
ขอแสดงจุดยืนว่า ไม่เห็นด้วยโคตรๆ และแนะนำให้พักนโยบายนี้ไว้ก่อน
ควรไปศึกษาจากนานาประเทศแถวยุโรป ที่นำร่องนโยบายนี้มาพักใหญ่แล้ว
ว่ามันสร้างความฉิบหายได้มากขนาดไหนนะครับ
ย้ำอีกครั้ง คดีนี้คนร้ายไม่ใช่กลุ่ม LGBT ไม่ใช่คนข้ามเพศ
แต่ใช้ประโยชน์จากระบบการเปลี่ยนคำนำหน้าตามใจ มาเป็นประโยชน์กับการก่ออาชญากรรมของตัวเอง
เข้าใจเจตนาที่อยากผลักดันกฏหมายนี้ ว่าอยากให้กลุ่มคนข้ามเพศสบายใจ แต่ต้องชั่งน้ำหนักผลดีและผลเสียต่อสังคมด้วย ถ้าคนกลุ่มนึงสบายใจ แต่เปิดช่องโหว่ขนาดมหึมาให้คนร้ายเอาไปใช้ประโยชน์ จนเป็นผลเสียต่อสังคม มันก็ไม่ไหวนะครับ
ที่มา
https://www.facebook.com/share/p/14Vo2ZrMGRA/
ความส่วนตัวผมนะ
ผมหนึ่งคนที่ไม่เห็นด้วยกับ นโยบายนี้นะ เพราะมันช่องโหว่เพียบเลยอะสัสๆ แล้วอีกอย่างทำแล้ว กลุ่ม LGBTQ
เขาสบายใจ แล้ว กลุ่มอื่นล่ะ ไม่คิดหรอว่าเขาจะได้รับผลกระทบหรอ
ผมเห็นด้วยกับสมรสเท่าเทียมนะ เพราะมันมีอะไรหลายอย่างที่มันเข้าใจได้เป็นสากล แต่ให้คนข้ามเพศ เปลี่ยนคำนำหน้า คิดมาดีแล้วใช่เปล่า?
ทางออกเรื่องนี้ผมอยากให้ทางพรรคศึกษา ชั่งน้ำหนักก่อน ผลดี ผลเสีย อะไรมันมากกว่ากัน แถมช่วงนี้ผมเห็นผู้สมัคร สส. พรรคส้ม พูดเรื่องนี้กันหลายคน ผมอ่านและฟัง ที่เขาอธิบาย แต่ผมยังไม่เห็นถึงผลดีเลยนะ
เอาจริงๆนะผมทั้งอ่าน ทั้ง ฟัง คือมันไม่ใช่ว่ะ