ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
04 January 2026 16:23 by Asarinho10
ราชันไร้ 'ปธ.เป้' รับมือเบติส, ตราหมีบู๊โซเซียดาดบอลเปลี่ยนโค้ช...ปรีวิว ลาลีกา
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email: sale@soccersuck.com โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)




วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569

เซบีญ่า - เลบานเต้ (20:00 น.)

เซบีญ่า จะไม่มี กาเบรียล ซัวโซ่ ที่บาดเจ็บ ขณะที่ มาร์เกา ติดโทษแบน ส่วน อาคอร์ อดัมส์ และ ชิเดร่า เอจูเก้ ไปรับใช้ชาติในศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ ด้าน รูเบน วาร์กาส ต้องเช็คความฟิตจากอาการกล้ามเนื้อ

แนวรุก ไอแซค โรเมโร่ คือดาวยิงฟอร์มดีที่สุดของทีม ยิงไปแล้ว 4 ประตู และมีลุ้นได้เห็น อเล็กซิส ซานเชซ ออกสตาร์ทในแนวรุกเช่นกัน แนวรับ อันเดรส คาสตริน เตรียมยืนเป็นเซ็นเตอร์แบ็ค ขณะที่ตำแหน่งวิงแบ็คซ้ายน่าจะเป็นของ โอโซ่

เลบานเต้ เพิ่งแต่งตั้ง หลุยส์ คาสโตร กุนซือวัย 45 ปี เข้ามาคุมทีมเมื่อวันที่ 20 ธันวาคม หลังแยกทางกับ น็องต์ ได้ไม่นาน เกมนี้พวกเขาจะไม่มี โรเจอร์ บรูเก้ และ อูไน เอลเกซาบาล ที่บาดเจ็บ ส่วน มานู ซานเชซ ติดโทษแบน

เอตต้า เอยอง ดาวยิงที่กดไปแล้ว 6 ประตูในลีก จะพลาดเกมนี้เนื่องจากไปเล่น แอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์ กับทีมชาติแคเมอรูน อีบัน โรเมโร่ ยิงไปแล้ว 4 ประตูจาก 15 นัดในฤดูกาลนี้ และจะยังเป็นตัวหลักในเกมรุกต่อไป

สถิติที่น่าสนใจ

• เซบีญ่า แพ้มา 2 นัดติดรวมทุกรายการ ฟอร์มในบ้านของพวกเขาในลีกฤดูกาลนี้น่าผิดหวัง แพ้ไปแล้ว 4 จาก 8 นัด
• สถิติการเจอกันที่ผ่านมา เซบีญ่า เหนือกว่าชัดเจน พวกเขาชนะ เลบานเต้ มา 4 นัดรวด และ เลบานเต้ แพ้ เซบีญ่า ถึง 8 จาก 9 นัดหลังสุด
• ปัญหาใหญ่ของ เลบานเต้ คือเกมรับ พวกเขาเสียไปถึง 29 ประตู ถือว่าแย่เป็นอันดับสามของลีก
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เลบานเต้ 2-3 เซบีญ่า

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เรอัล มาดริด - เรอัล เบติส (22:15 น.)

เรอัล มาดริด จะขาดผู้เล่นหลายรายในเกมแรกของปี 2026 ไม่ว่าจะเป็น ดานี่ การ์บาฆาล (เข่า), เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ (ต้นขา), เอแดร์ มิลิเตา (แฮมสตริง), บราฮิม ดิอาซ (ไปเล่นแอฟริกา เนชันส์ คัพ) และ คีลิยัน เอ็มบัปเป้ (เข่า)

เอ็มบัปเป้ เพิ่งได้รับบาดเจ็บที่เข่าระหว่างการซ้อมช่วงต้นสัปดาห์ เดิมทีมีรายงานว่าอาจต้องพักทั้งเดือน แต่ล่าสุดยังพอมีลุ้นว่าจะกลับมาทันช่วยทีมในศึกซูเปอร์คัพได้

ด้านแนวรุก กอนซาโล่ การ์เซีย แม้ยังยิงประตูไม่ได้เลยในฤดูกาลนี้ แต่คาดว่าจะได้รับโอกาสลงยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าในเกมนี้

ฝั่งของ เรอัล เบติส จะไม่มี อิสโก้ (กล้ามเนื้อ), เซดริค บากัมบู, อับเด เอซซัลซูลี่ และ โซฟียาน อัมราบัต ที่ต่างติดภารกิจแอฟริกา เนชันส์ คัพ

ส่วน จูเนียร์ ฟีร์โป้ และ ดิเอโก้ ญอเรนเต้ ยังมีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้งว่าจะพร้อมลงสนามหรือไม่

คาดว่า 11 ตัวจริงของเบติสจะไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ โดย แอนโทนี่ เตรียมลงลากเลื้อยทางฝั่งขวา ขณะที่ คูโช เอร์นานเดซ ดาวยิงที่ซัดไปแล้ว 7 ประตูในลา ลีกา จะเป็นตัวความหวังในแนวรุก

สถิติที่น่าสนใจ

• เรอัล มาดริด ปิดท้ายปี 2025 ได้อย่างสวยงาม ด้วยการคว้าชัย 3 นัดติดต่อกัน ฝั่ง เรอัล เบติส ก็ฟอร์มไม่ธรรมดาเช่นกัน ปิดท้ายศักราชด้วยการเปิดบ้านถล่ม เคตาเฟ 4-0 และชนะไปถึง 3 จาก 4 นัดหลังสุดในทุกรายการ
• เรอัล เบติส ไม่สามารถบุกมาชนะ เรอัล มาดริด ที่ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ได้เลยนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2019 แม้ว่า 4 จาก 7 เกมลีกหลังสุดระหว่างสองทีมจะจบลงด้วยผลเสมอก็ตาม
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เรอัล เบติส 2-1 เรอัล มาดริด

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เดปอร์ติโบ อลาเบส - เรอัล โอเบียโด้ (00:30 น.)

เดปอร์ติโบ อลาเบส ต้องเช็คความฟิตของ ลูคัส โบเย่ กองหน้าตัวหลัก ที่พลาดเกมแพ้ โอซาซูน่า ก่อนพักเบรค และยังมีโอกาสชวดลงสนามในเกมแรกของปีใหม่

ขณะที่ บิคตอร์ ปาราด้า กองหลัง จะติดโทษแบน 1 นัด หลังสะสมใบเหลืองครบโควตา ทำให้ ยูสเซฟ เอ็นริเกซ มีลุ้นลงประจำการในตำแหน่งแบ็คซ้ายแทน ส่วน คาร์ลอส บิเซนเต้ ตัวริมเส้น ก็อาจถูกส่งลงเป็นตัวจริงเช่นกัน

ด้าน เรอัล โอเบียโด้ คาดว่าจะไม่มี นาโช่ บิดัล, โอวี เอจาเรีย และ อัลบาโร่ เลโมส ที่ยังไม่พร้อมลงช่วยทีม ข่าวดีคือ ดาบิด คาร์โม่ กองหลังทีมชาติแองโกล่า น่าจะพร้อมกลับมาเป็นตัวเลือก หลังเสร็จภารกิจในศึกแอฟริกา เนชันส์ คัพ

ส่วน ไฮส์เซม ฮัสซัน กำลังลุ้นคัมแบ็คเป็นตัวจริง หากเจ้าบ้านตัดสินใจปรับทีมจากเกมที่เสมอ เซลต้า บีโก้ ก่อนช่วงคริสต์มาส

สถิติที่น่าสนใจ

• เดปอร์ติโบ อลาเบส แพ้ไปถึง 5 จาก 6 เกมลีกหลังสุดของปี แต่ผลงานในบ้านช่วงหลังถือว่าใช้ได้ ชนะ 4 จาก 7 เกมหลังสุดในทุกรายการ (เสมอ 1 แพ้ 2)
• ตอนนี้ เรอัล โอเบียโด้ เป็นทีมที่ยิงประตูได้น้อยที่สุดในลีก ทำได้เพียง 7 ลูกเท่านั้น ซึ่งชัดเจนว่านี่คือโจทย์ใหญ่ หากพวกเขายังหวังจะไล่ตามพื้นที่ปลอดภัยที่ห่างอยู่ 5 คะแนน
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เรอัล โอเบียโด้ 1-0 เดปอร์ติโบ อลาเบส

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เรอัล มาญอร์ก้า - จิโรน่า (00:30 น.)

เรอัล มาญอร์ก้า ไม่มีปัญหานักเตะบาดเจ็บให้ต้องกังวลในเกมวันอาทิตย์นี้ แต่จะขาด โอมาร์ มาสกาเรล ที่ติดภารกิจรับใช้ทีมชาติอิเควทอเรียลกินี ในศึกแอฟริกา เนชันส์ คัพ

ด้านเกมรุก เวดัต มูริกี้ ยังคงเป็นตัวความหวัง หลังโชว์ฟอร์มร้อนแรง ยิงไปแล้ว 9 ประตูจากการลงสนาม 16 นัด และเตรียมยืนเป็นหัวหอกตัวหลักเช่นเดิม คาดว่า 11 ตัวจริงของเจ้าถิ่นจะไม่มีอะไรพลิกโผ โดย มาเตโอ โจเซฟ จะยังได้ประจำการในแนวรุกต่อไป

ทางฝั่ง จิโรน่า จะไม่มี ฮวน คาร์ลอส, ดอนนี่ ฟาน เดอ เบค และ ปอร์ตู ที่บาดเจ็บทั้งหมด ขณะที่ อัซเซดีน อูนาฮี ติดภารกิจแอฟริกา เนชันส์ คัพ กับทีมชาติโมร็อกโก

ทีมเยือนน่าจะยังยึดแผนเดิมลงสนาม โดยมี วลาดิสลาฟ วานาต ดาวยิงที่ซัดไปแล้ว 3 ประตูในลา ลีกา รับหน้าที่เป็นกองหน้าตัวเป้า

แดนกลาง อักเซล วิตเซล มีลุ้นลงคุมเกม ขณะที่แนวรับ ดาลี่ย์ บลินด์ จะยืนคุมหลังบ้านร่วมกับ วิตอร์ เฮส ดาวรุ่งที่ยืมตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สถิติที่น่าสนใจ

• เรอัล มาญอร์ก้า เข้าสู่ช่วงพักเบรคฤดูหนาวด้วยผลเสมอ บาเลนเซีย 1-1 และพวกเขาไม่แพ้ใครในเกมลีกเลย นับตั้งแต่พ่าย บีญาร์เรอัล 2-1 หลังเบรคทีมชาติเดือนพฤศจิกายน
• จุดแข็งสำคัญของ เรอัล มาญอร์ก้า คือฟอร์มในบ้าน ฤดูกาลนี้พวกเขาแพ้ในถิ่นแค่เกมเดียว และนัดนี้ต้องเปิดบ้านรับมือ จิโรนา ที่ผลงานเกมเยือนชนะได้เพียงนัดเดียวเท่านั้น
• สถิติการเจอกันช่วงหลังก็เข้าทาง เรอัล มาญอร์ก้า เพราะพวกเขาชนะ จิโรน่า 3 จาก 4 เกมลีกหลังสุด แต่ถ้านับเฉพาะเกมเยือน จิโรน่า ยังไม่เคยบุกมาชนะ เรอัล มายอร์ก้า ได้เลย นับตั้งแต่ปี 2015
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด: เรอัล มาญอร์ก้า - จิโรน่า

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เรอัล โซเซียดาด - แอตเลติโก้ มาดริด (03:00 น.)

ก่อนเข้าสู่ช่วงพักเบรคฤดูหนาว เรอัล โซเซียดาด ตัดสินใจเปลี่ยนกุนซือ แต่งตั้ง เปลเลกริโน่ มาตาราซโซ่ กุนซือวัย 48 ปี เข้ามารับตำแหน่ง โดยเกมนี้จะเป็นนัดแรกที่เขาลงคุมทีมอย่างเป็นทางการ

เกมนี้เจ้าบ้านจะไม่สามารถใช้งาน อินญากี่ รูเปเรซ และ ยานเคล เอร์เรร่า ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะที่ ฆอน กอร์รอตซาเตกี และ อีโกร์ ซูเบลเดีย ติดโทษแบน

อันเดร์ บาร์เรเนตเชีย ยังต้องเช็คความฟิตจนถึงนาทีสุดท้าย แต่ข่าวดีคือ มิเกล โอยาร์ซาบาล หายเจ็บกล้ามเนื้อกลับมาเรียบร้อย และได้ลงสนามในเกมล่าสุดกับ เลบานเต้

ดาวเตะทีมชาติสเปนกำลังทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ ยิงไปแล้ว 5 ประตู พร้อมทำอีก 3 แอสซิสต์ จากการลงเล่นลา ลีกา 14 นัด

ทางฝั่ง แอตเลติโก้ มาดริด จะยังไม่มี เกลม็องต์ ล็องเลต์ ที่บาดเจ็บ ขณะที่ นิโก้ กอนซาเลซ ต้องรอประเมินความฟิต แต่ผู้เล่นรายอื่นถือว่าพร้อมใช้งาน

หาก กอนซาเลซ ไม่ผ่านความฟิต อเล็กซ์ บาเอน่า ที่เพิ่งหายเจ็บแฮมสตริง อาจได้เสียบลงลากเลื้อยริมเส้น ส่วน โฮเซ่ ฆิเมเนซ ก็มีลุ้นกลับมานั่งสำรอง หลังฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บต้นขา

แนวรุกเตรียมส่ง ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ ลงประสานงานกับ อเล็กซานเดอร์ ซอร์ล็อธ ขณะที่ โรบิน เลอ นอร์มันด์ ก็มีโอกาสคัมแบ็คสู่ 11 ตัวจริงเช่นกัน

สถิติที่น่าสนใจ

• ฤดูกาลนี้ถือว่าไม่ง่ายเลยสำหรับ เรอัล โซเซียดาด พวกเขาคว้าชัยในลีกได้แค่ 4 เกมตลอดฤดูกาล และไม่ชนะใครในลาลีกามาตั้งแต่เปิดบ้านชนะ โอซาซูน่า 3-1 เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
• สถิติการเจอกันไม่ค่อยเป็นใจเจ้าถิ่น เพราะ เรอัล โซเซียดาด ไม่สามารถเอาชนะ แอตเลติโก้ มาดริด ในลา ลีกาได้เลย นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2019
• แอตเลติโก้ มาดริด เข้าสู่ช่วงพักเบรคฤดูหนาวด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง หลังเปิดบ้านอัด จิโรน่า 3-0 และชนะมาแล้ว 4 นัดติดต่อกันในทุกรายการ
• ผลการเจอกันครั้งล่าสุด (แอตเลติโก้ มาดริด 4-0 เรอัล โซเซียดาด)

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel