ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Jan 2007
ตอบ: 232
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Mar 05, 2023 12:48
ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”
ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”



เมื่อต้นปีที่ผ่านมาตำนานนักฟุตบอลสัญชาติญี่ปุ่นที่ ณ ปีปัจจุบัน ในวัย 56 ปียังคงท้าทายศักยภาพของชีวิตนักฟุตบอลหนึ่งคนด้วยการย้ายไปร่วมทีม ยูดี โอลิเวียร์เรนเซ่ ในลีกลำดับสองของประเทศโปรตุเกส
.
คาซุโยชิ มิอุระ ผ่านร้อนผ่านหนาวบนเส้นทางลูกหนังมามากมาย มีความทรงจำที่เต็มไปความผิดหวัง ความสำเร็จ และการเป็นตำนานของวงการฟุตบอลญี่ปุ่น
.
จุดเริ่มต้น ที่มาบรรจบ ณ ปัจจุบันของ “คิง คาซู” มีรูปร่างหน้าตาอย่างไร เชิญทุกท่านออกเดินทางไปพร้อมกันกับบทความนี้
.
#จุดเริ่มต้นและการเดินทางไปบราซิล
.
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 1967 ที่เมืองชิสึโอกะ ครอบครัวมิอุระได้รับพรจากฟ้าโดยการกำเนิดบุตรชายอีกหนึ่งคนของครอบครัว ทารกถูกตั้งชื่อให้ว่า คาซูโยชิ บ้านของเด็กชายคาซูโยชิ แวดล้อมไปด้วยคนที่คลั่งไคล้กีฬา โดยเฉพาะกีฬาลูกหนังที่พ่อของเขา นายโนบุโอะ มิอุระ รวมไปถึงพี่ชายของคาซู ที่เป็นคนเริ่มเล่นฟุตบอลกับเขาเป็นคนแรกตั้งแต่คาซูอายุเพียงสองขวบ
.
"พ่อของผมอยู่ที่เม็กซิโกตอนปี 1970 เพื่อไปดูฟุตบอลโลก ตอนนั้นเขาถ่ายวิดีโอทีมชาติบราซิลที่เปเล่ยังลงเล่นอยู่ด้วยกล้องขนาด 8 มม. กลับมาด้วยแล้วผมได้ดูวิดีโอชุดนั้น ตั้งแต่ที่ผมยังเด็ก" คาซูโยชิ มิอุระเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่คุณพ่อส่งอิทธิพลให้เขากลายมาเป็นแฟนฟุตบอลทีมชาติบราซิล และวาดฝันอยากเป็นนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่เด็ก
.
เด็กชายคาซูโยชิ เริ่มต้นการเล่นฟุตบอลที่ Shizuoka Gakuen High School (ชนะการแข่งขันชิงแชมป์ฟุตบอลระดับมัธยมแห่งชาติในปี 1995 และ 2019) แม้ว่าเขาจะมีทักษะการเล่นฟุตบอลในระดับที่สูงกว่าเด็กหลายๆคน แต่เขาก็ไม่ได้รับการยอมรับหรือมีชื่อเสียงมากนัก เนื่องจากขนาดร่างกายที่ค่อนข้างเล็กกับเด็กในวัยเดียวกัน
.
เดือนกันยายนปี 1982 คาซูโยชิ ตัดสินใจเลิกเรียนและลาออกจากโรงเรียน เดินหน้าตามความฝันเต็มกำลังด้วยการเดินทางไปยังประเทศบราซิลเพื่อพิสูจน์เส้นทางฟุตบอลด้วยตัวของเขาเอง ด้วยเหตุปัจจัย คือ พ่อของคาซูโยชิมีคนรู้จักอยู่ที่ประเทศบราซิลและได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่ที่ประเทศบราซิลกับคาซู
.
"ตอนนั้นฟุตบอลในประเทศญี่ปุ่นยังเป็นเพียงระดับกึ่งอาชีพ ไม่มีทางเลยที่จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพในญี่ปุ่นได้” ก่อนเจลีกก่อตั้งขึ้นในปี 1993 การแข่งขันฟุตบอลระดับสูงสุดของเจลีกใช้ชื่อว่า เจแปน ซอคเกอร์ ลีก หรือ JSL และตอนนั้นฟุตบอลทีมชาติญี่ปุ่นยังไม่เคยเข้าไปแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายมาก่อน (ได้ไปฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายปี 1998 ที่จัดขึ้นที่ประเทศฝรั่งเศส)
.
คาซู ได้รับการเซ็นสัญญาให้เป็นนักเตะชุดเยาวชนของคลับ แอตแลนติโก้ ยูเวนตุส ซึ่งเป็นทีมระดับดิวิชั่นสี่ของบราซิล โดยทีมมีที่ตั้งอยู่ในรัฐเซา เปาโลซึ่งถือเป็นรัฐที่มีประชากรมากที่สุดและเป็นส่วนสำคัญด้านอุตสาหกรรมของประเทศ ตอนนั้นในวัย 15ปี เขาได้ลงเล่นในชุดอายุไม่เกิน 17 ปีให้กับทีมและในช่วงเวลาว่าง คาซูโยชิ ก็ได้ร่วมเล่นฟุตซอลกับคนในท้องถิ่นเพื่อเพิ่มทักษะการเล่นฟุตบอลของเขา
.
“ผมได้ที่พักเป็นหอใกล้ๆกับสโมสร ตอนแรกผมไม่เข้าภาษาโปรตุกีสเลย ผมทั้งโดนรังแกและโดนขโมยของ”
.
ในตอนแรกเพื่อนไม่ส่งบอลให้เขาเลย เนื่องจากมองว่าเขามาจากประเทศที่อ่อนแอด้านฟุตบอล มาจกาประเทศที่ไม่เคยไปฟุตบอลโลก
.
คาซูค่อยๆ เรียนรู้ภาษาและปรับตัวให้เข้ากับชีวิตและฟุตบอลในบราซิล

.
หลังจากฝึกฝนในชุดเยาวชนอยู่เกือบห้าปี ในช่วงก่อนวันเกิดครบรอบอายุ 19 ปีของคาซู วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 1986 เขาได้เซ็นสัญญาอาชีพกับซานโตส เป็นเวลาสามปี อย่างไรก็ตาม ในระบบฟุตบอลลีกของประเทศบราซิลมีสโมสรอาชีพจำนวนมากถึง กว่า 700 สโมสรกระจายอยู่ทั่วประเทศการได้รับสัญญาอาชีพไม่ใช่สิ่งทีเป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญ คือ การได้รับโอกาสแล้วต้องทำให้ได้ มีส่วนร่วมในการแข่งขันของทีม

.
ซานโตสเป็นหนึ่งในสโมสรฟตุบอลที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลก โดยได้แชมป์สโมสรโลก 2 ปีซ้อนในปี 1960 โดยการนำทีมของตำนานฟุตบอลอย่าง “เปเล่” ช่วงปี 80 ทีมซานโตสมีผู้เล่นในแดนกลางชื่อดังที่เรารู้จักอย่าง คาร์ลอส ดุงก้า และมีตัวทีมชาติบราซิลอยู่อีกหลายคน
.
ถ้าเราอ่านประวัติการค้าแข้งของคาซูโยชิ เราจะพบว่าในปี 1986 เขาได้มีประวัติไปลงเล่นกับสามทีมทั้ง ซานโตส พัลเมรัส และ มัตสึบาระ เคสของพัลเมรัส คือในช่วงเดือนพฤษภาคม ปี 1986 ทีมดังจากบราซิลได้รับเชิญให้เข้าร่วม คิริน คัพ (ทัวร์นาเมนท์กระชับมิตรของประเทศญี่ปุ่น) คาซูได้ร่วมกับทีมพัลเมรัสในช่วงเวลานี้ตามคำร้องขอของผู้จัดงานเท่านั้น ด้วยเหตุผลที่ว่าเขาเป็นผู้เล่นชาวญี่ปุ่นที่เล่นในบราซิล
.
เดือนมิถุนายน หลังจากกลับมาที่ประเทศบราซิล เขากลับไปซ้อมที่ซานโตสและได้ร่วมลงเกมอุ่นเครื่อง แต่ไม่สามารถเล่นได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โนบุโอะผู้พ่อ ให้คำแนะนำและตัดสินใจร่วมกันว่า คาซูยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเล่นที่ซานโตส และพ่อของเขาวางแผนที่จะส่งเขาไปยังสโมสรอื่นเพื่อฝึกฝนผีมือและให้ได้รับโอกาสมากกว่านี้
.
ต่อมาในเดือนตุลาคม เขาตัดสินใจย้ายไปเล่นที่สโมสรมัตสึบาระในรัฐปารานาทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสโมสรชื่อญี่ปุ่นแต่อยู่ในบราซิลนี้เป็นสโมสรที่ก่อตั้งโดยชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่นที่ประสบความสำเร็จทางธุรกิจในการปลูกฝ้าย โดยที่ตั้งของสโมสรอยู่ในเมืองที่มีความชนบท และทั้งเมืองมีประชากรเพียง 20,000 คน
.
คาซู เริ่มลงเล่นในตำแหน่งปีกซ้ายและขวา โดยมีทีเด็ด คือ การเลี้ยงแบบกินตัว ใช้ความสามารถเฉพาะตัวในการหลบหลีกคู่ต่อสู้ และมีการเลี้ยงตัดเข้าด้านในเพื่อเปิดหรือทำประตู จนได้รับฉายาว่า การ์รินช่าญี่ปุ่น (Garincha Japones)
.
การ์รินช่า ได้รับการยอมรับว่าเป็นหนึ่งในนักฟุตบอลที่มีทักษะการเลี้ยงบอลเก่งที่สุดตลอดกาลของประวัติศาสตร์ฟุตบอลบราซิล
.
ในช่วงปี 1986 – 1990 คาซูได้เริ่มต้นเซ็นสัญญากับทั้งสโมสรระดับตำนานของประเทศบราซิลอย่าง ซานโตสและโยกย้ายไปเล่นตามทีมในระดับลีกต่างๆของประเทศบราซิล จนได้รับการยอมรับและมีชื่อเสียงมากขึ้น จนกระทั่งเขาตัดสินใจกลับแผ่นดินเกิด เพื่อร่วมทีมโยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับ ซึ่งลงแข่งขันอยู่ในเจแปน ซอคเกอร์ ลีก ลีกสูงสุด ณ ขณะนั้นของประเทศญี่ปุ่น

#ยกเครื่องระบบฟุตบอลลีกญี่ปุ่น การกลับบ้าน และที่มาของเวอร์ดี้ คาวาซากิ

.
ช่วงปลายปี 1987 ฝ่ายจัดการแข่งขันเจแปน ซอคเกอร์ ลีก ก็ขานรับนโยบายการพัฒนาลีกของสมาคมฟุตบอล โดย โมริ เคนจิ ประธานของลีกฟุตบอลญี่ปุ่น (ขณะนั้นยังไม่ได้ใช้ชื่อ เจลีก) เริ่มแนวคิดในการให้ผู้เล่นของแต่ละสโมสรลงทะเบียนในฐานะนักเตะอาชีพเพื่อให้ความเป็นระบบ ระเบียบมากขึ้นสำหรับการจัดการแข่งขันซึ่งส่งผลให้ต่อมา
.
โดยมีแนวคิดในการวางระบบการแข่งขันให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้น โดยในปี 1988 เจแปน ซอคเกอร์ ลีก (Japan Soccer League หรือ JSL) ได้จัดตั้งคณะกรรมการดำเนินการเพื่อหารือเกี่ยวกับวิธีการฟื้นฟูกีฬาในประเทศญี่ปุ่น หลังจากได้เริ่มดำเนินการวางแผนและค้นคว้าจึงได้ข้อสรุปในการจัดตั้งลีกอาชีพสำหรับกีฬาฟุตบอลขึ้น หลังจากวางแผนมาเกือบสองปี ในเดือนมกราคม ปี 1991 สมาคมฟุตบอลญี่ปุ่นจึงได้ประกาศโครงสร้างพื้นฐานของลีกอาชีพใหม่สำหรับกีฬาฟุตบอล พร้อมกับมีการประกาศรายชื่อทีมที่เข้าร่วมลีกอาชีพจำนวน 10 ทีม และในเดือนกรกฎาคม ปีเดียวกัน ได้มีการประกาศชื่อของการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการในชื่อ Japan Professional Football League หรือเรียกสั้นๆ ว่า J. League

.
โดยทีมโยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับ เป็นหนึ่งในสิบทีมที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเพื่อลงแข่งขันในการแข่งขันใหม่ที่ชื่อว่า เจลีก พื้นฐานของโยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับ เป็นสโมสรที่มีเจ้าของ คือ โยมิอุริ ชิมบุน ซึ่งเป็นหนึ่งในห้าหนังสือพิมพ์รายใหญ่ของญี่ปุ่นและเป็นเจ้าของทีมเบสบอลระดับตำนานของประเทศญี่ปุ่นอย่าง โยมิอุริ ไจแอนท์
.
ตั้งแต่สมัยที่ยังเป็น โยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับ เจ้าของทีมมีวิสัยทัศน์ในการทำธุรกิจกีฬาเป็นทุนเดิม เนื่องจากเคยบริหารทีมโยมิอุริ ไจแอนท์จนประสบความสำเร็จอย่างมากมาก่อน เมื่อวงการฟุตบอลญี่ปุ่นมีแผนจะยกระดับลีกให้เป็นมืออาชีพมากยิ่งขึ้นโดยการเปลี่ยนระบบลีกจาก เจแปน ซอคเกอร์ ลีก เป็น เจลีก ทีมโยมิอุริ จึงได้ลงทุนโดยกับการดึงนักเตะอย่าง คาซุโยชิ มิอุระกลับมาจากประเทศบราซิล โดยยังมี รุย รามอส เป็นผู้เล่นตัวหลักชาวบราซิลที่มาร่วมทีมโดยเป็นหนึ่งในผู้เล่นต่างชาติคนแรกในฟุตบอลอาชีพของญี่ปุ่น
.
ในปี 1993 JSL ถูกยกเลิกและเปลี่ยนเป็น เจลีก ทีมหลายทีมเป็นชื่อให้มีเอกลักษณ์และให้เชื่อมโยงกับท้องถิ่น เพื่อการสร้างฐานแฟนบอลและการสร้างภาพลักษณ์ทางการตลาด โดยโยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับ เปลี่ยนชื่อทีมเป็น เวอร์ดี้ คาวาซากิ มาจากภาษาโปรตุเกส คือ "verde" ที่แปลว่า "สีเขียว" ซึ่งตั้งชื่อตามสีเสื้อสีเขียวของพวกเขา ที่แสดงความเคารพต่อสโมสร พัลเมรัส ของบราซิล

#เกียรติยศที่เวอร์ดี้

ในช่วงที่กลับมาเล่นที่โยมิอุริ ซอคเกอร์ คลับในช่วงแรกทีมยังลงเล่นในลีก JSL คาซูพาทีมคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ปีแรกที่มาร่วมทีมทั้งฤดูกาล 1990/91 และ 1991/92 และได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของทวีปเอเชียในปี 1992
.
“ตอนแรกที่ผมกลับมาจากบราซิล ผมเล่นในตำแหน่งปีก หน้าที่หลักของผม คือ การสนับสนุนให้เพื่อทำประตู”
สองฤดูกาลแรกในการกลับมาเล่นประเทศญี่ปุ่น คาซู ยิงไปเพียง 3 ประตู และ 6 ประตู ในสองฤดูกาลแรก
.
ฮันส์ ออฟท์ โค้ชชาวบราซิลที่ได้รับหน้าที่เฮดโค้ชทีมชาติญีปุ่นในช่วงปี 1992-93 แนะนำให้ คาซู ขยับไปเล่นกองหน้าตัวต่ำ หรือ Second Striker ซึ่งคำแนะนำนี้ ส่งผลอย่างมากต่อสไตล์การเล่นของเขาในปี 1993 ที่เป็นปีแรกของเจลีก โดยคาซูโยชิ มิอุระลงเล่นไป 36 นัดยิงไป 20 ประตูเป็นดาวซัลโวของทีมเวอร์ดี้ คาวาซากิในฤดูกาลนั้น รวมถึงทำให้เขาได้รับตำแหน่ง ผู้เล่นยอดเยี่ยมของเจลีกปี 1993 รวมถึงพาทีมคว้าถาดแชมป์เจลีกได้ในปีแรกของการเปลี่ยนชื่อการแข่งขัน โดยการเอาชนะทีมคาชิม่า แอทเลอร์กับสกอร์รวมนัดชิงชนะเลิศสองนัด 3 – 1

.
#เจนัวดีลการตลาดหรือโอกาสที่ดี


หลังโชว์ฟอร์มสุดร้อนแรงในประเทศญี่ปุ่น ปี 1994 คาซูโยชิ มิอุระ ได้รับการทาบทามให้ไปร่วมทีม เจนัวที่ลงเล่นในกัลโช่ ซีรีย์ อา ของ อิตาลีด้วยสัญญายืมตัวหนึ่งปี
.
การย้ายทีมในครั้งนั้นจะถูกมองว่าเป็นดีลทางการตลาดโดย เปาโล ฟอร์โคลิน นักข่าวหนังสือพิมพ์กีฬาของอิตาลีตั้งแต่ปี 1970 เคยให้ข้อมูลไว้ว่า “ประธานเจนัวในตอนนั้น อัลโด สปิเนลลีเป็นคนเจ้าเล่ห์ที่ทำให้สปอนเซอร์ชาวญี่ปุ่นจ่ายค่าธรรมเนียมการย้ายทีมทั้งหมด”
.
สปอนเซอร์คาดอกเสื้อตอนนั้น คือ แบรนด์เคนวูด แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้าสัญชาติญี่ปุ่น
.
ผู้อำนวยการของเจนัวในเวลานั้น คือ ฟรานโก้ สกอจิโอ้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่า คาซูโยชิ มิอุระ คือใคร รู้เพียงแต่ว่า ทุกครั้งที่คาซูได้ลงเล่น เงินจะได้เข้ามาที่สโมสร ดังนั้นประธานจึงบังคับให้โค้ชส่งเขาลงสนาม จนกระทั่งมีการเขียนวาทะกรรมไว้ว่า "ญี่ปุ่น = เงิน"
.
แม้การย้ายทีมในครั้งนี้สื่อหรือแฟนบอลจะมองว่าเป็นเพียงดีลการตลาด แต่กับคาซูโยชิ มิอุระ มันเป็นการจารึกประวัติศาสตร์ในการเป็นผู้เล่นเอเชียคนแรกในลีกสูงสุดของอิตาลี รวมถึงเป็นผู้เล่นเอเชียคนแรกที่ทำประตูได้ (ยิงใส่ซามพ์โดเรีย) หลังจบสัญญายืมตัวหนึ่งปี คาซูก็อำลาทีม ด้วยสถิติการลงเล่น 21 นัดยิงไป 1 ประตู พร้อมกับการกับไปรับใช้ต้นสังกัดเก่า เวอร์ดี้ คาวาซากิในญี่ปุ่น
.
#หนึ่งปีที่ซาเกร็บ

หลังจบฤดูกาล 1998/99 ลุงคนนึงของคาซูโยชิซึ่งเป็นนักธุรกิจจากญี่ปุ่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับฟุตบอลเลย เกิดความคิดนี้ขึ้น จากการวางแผนที่จะทำการตลาดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางของเขาเองในยุโรป จึงได้ติดต่อกับ ดาเมียร์ วีบาโนวิช ซึ่งขณะนั้นเป็นผู้อำนวยการสโมสรของดินาโม ซาเกร็บ ซึ่งเป็นสโมสรชั้นนำของลีกโครเอเชียสำหรับแผนในการดึงตัว คาซู ไปเล่นด้วยสัญญาหนึ่งฤดูกาล
.
ทาง ดินาโม ซาเกร็บ เห็นว่าเป็นดีลที่มีประโยชน์กับทีม เนื่องจากในเวลานั้น คาซู ถือเป็นนักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ที่มีชื่อเสียงแล้ว เมื่อดีลสำเร็จ สโมสรก็ได้รับสัญญาการถ่ายทอดสดระยะยาวกับทางสถานีโทรทัศน์ช่องหนึ่งในญี่ปุ่นทันที
.
เช่นเดียวกันบการเป็นผู้เล่นเอเชียในช่วงยุคปี 1990 ที่มักจะถูกประเมินว่ามีทักษะการเล่นฟุตบอลที่ต่ำกว่าผู้เล่นชาวยุโรป และจะถูกมองด้วยอคติในช่วงแรก ทำให้ผู้เล่นจากเอเชียต้องพยามยามอย่างหนัก เพื่อพิสูจน์ความสามารถของตัวเอง “พวกเราประเมินเขาต่ำเกินไป คาซูมีทักษะในการเล่นฟุตบอลที่ดีมากๆ” มิฮาเอล มิกิช ผู้เล่นของดินาโม ซาเกร็บในช่วงปี 1997 – 2004 พูดถึงการมาร่วมทีมของคาซู
.
ที่ซาเกร็บ คาซู ลงสนามไป 12 นัด ยิงประตูไม่ได้เลยแม้แต่ประตูเดียว เป็นสโมสรเดียวในชีวิตการค้าแข้งที่เขาไม่สามารถยิงประตุได้ ขณะที่ลงรับใช้ทีม
.
#กลับบ้านอีกครั้งและตลอดไปรึเปล่า?
ในช่วงปี 2000 บางคนอาจมองว่าเป็นช่วงปลายชีวิตการค้าแข้งของเขาแล้ว แต่คาซูโยชิไม่ได้เลือกเส้นทางของตัวเองแบบนั้น
หลังกลับมาเล่นในเจลีกเขาเล่นให้กับเกียวโต ซังกะและวิสเซล โกเบ รวมกันไปเกือบอีกหกฤดูกาล
.
ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับวัย 38 ปี ที่คนมองว่าอาจเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสุดท้ายของเขาในฐานะนักฟุตบอลอาชีพกับ โยโกฮาม่า เอฟซี ในปี 2005 และยังมีการย้ายไปเล่นกับ ซิดนี่ย์ เอฟซีช่วงสั้นๆด้วยสัญญายืมตัว ก่อนจะอยู่กับทีมมาอย่างยาวนานเกือบ 17 ปี ด้วยการพิจารณาการเซ็นสัญญาแบบปีต่อปี

.
ในที่สุดเขาก็เขียนบันทึกชีวิตของเขาบนหน้าประวัติศาตร์อีกครั้ง ใน วันที่ 5 มีนาคม ปี 2007 ด้วยการลงเล่นด้วยอายุ 50 ปี 7 วัน ในเกมที่โยโกฮาม่าเสมอกับวี-วาเรน นางาซากิ 1–1 ทำลายสถิติเดิมที่เซอร์สแตนลีย์ แมทธิวส์ทำไว้ตั้งแต่ปี 1965
.
อีกเจ็ดวันต่อมา คิงคาซู ก็ทำลายอีกหนึ่งสถิติ คือ ผู้ทำประตูที่มีอายุเยอะที่สุดในการลงเล่นฟุตบอลระดับอาชีพ โดยเจ้าของสถิติเก่าก็เป็นของเซอร์สแตนลีย์ แมทธิวส์ เช่นเดียวกัน เขายิงประตูโทนให้ทีมชนะ เทสปาคุซาสึ กุนมะ 1–0
.
#ยังไม่ยอมเลิกจนกว่าจะไม่เล่นไม่ไหว



ช่วงปลายปี 2021 มีข่าวการบรรลุข้อตกลงของทีมสึซึกะ พอยต์ เกตเตอร์ ทีมในระดับ JFL หรือ ดิวิชั่นสี่ของญี่ปุ่นกับคาซูโยชิ มิอุระ วันเปิดตัวของมี คิงคาซู กับทีมใหม่มีแฟนบอลมาร่วมชมเกมส์การเปิดตัวถึง 4,600 คน ทำลายสถิติผู้เข้าชมของพอยต์ เกตเตอร์ได้ตั้งแต่วันแรกของการร่วมทีม
.

แล้วก็เป็นข่าวใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งกับการย้ายทีมของ คิงคาซู ที่บรรลุข้อตกลงในการย้ายไปร่วมทีม ยูดี โอลิเวียร์เรนเซ่ ในลีกลำดับสองของประเทศโปรตุเกส โดยสโมสรนี้มีเจ้าของ คือ กลุ่มโอโนเดระ ซึ่งเป็นกลุ่มทุนเดียวกันกับเจ้าของทีมโยโกฮาม่า เอฟซี อดีตต้นสังกัดของเขานั้นเอง
.
“แม้ว่าการมาเล่นในโปรตุเกส จะเป็นสถานที่ใหม่สำหรับผม แต่ผมก็จะตั้งใจทำงานเพื่อแสดงให้ทุกคนได้เห็นประสบการณืการเล่นของผม” ศูนย์หน้ามากประสบการณ์วัย 56 ปีพูดถึงการย้ายมาเล่นที่โปรตุเกส
.
#เส้นทางต่อไปของ “คิง คาซู”

“ผมเคยเจอกับ โรแบร์โต้ บักโจ้ในช่วงปี 1992 เราเป็นเพื่อนกันตั้งแต่ตอนนั้น” คาซูเกริ่นถึงซึ่งที่ตำนานเปียทองคำเคยบอกกับเขาไว้

.
“ผมเชื่อว่าหลายคนคงแปลกใจที่ผมยังลงเล่นด้วยวัยขนาดนี้ แต่บักโจ้บอกผมว่าให้เล่นต่อไป อย่ายอมแพ้ ผมจะสนับสนุนคุณเอง” คาซูพูดถึงสิ่งที่โรแบร์โต้ บักโจ้สนับสนุนให้เขาลงเล่นฟุตบอลระดับอาชีพไปเรื่อยๆ
.
“ผมยังไม่อยากเลิก ผมอยากจะเล่นให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไป”
.
#เจลีกโดยสังเขป
#JLeague
#J30


Credit:

Kaz, 20 years old, baptized and honored in Brazil.
Special dribble and “Japanese Garrincha”.
posted2020/06/06 20:00
Hiroaki Sawada

BBC Thai
คาซูโยชิ มิอุระ : นักฟุตบอลอาชีพวัย 53 ปี เขาทำได้อย่างไร
7 กันยายน 2020

三浦知良はどのようにして"KING KAZU"になったのか。カズがJリーグ元年や自身のサッカー人生を振り返る:THE LEGEND SPECIAL INTERVIEW
31 December 2019

The Japanese who disappeared from Serie A. Beginning with Kazu,
Hidetoshi Nakata paved the way
2018.02.27

LEGEND OF JAPANESE SOCCER
Dinamo brought in a big star and made great money from it, but one decision changed everything
Tomislav Dasović
13.01.2021.at 17:51



แก้ไขล่าสุดโดย Flying_Afro เมื่อ Mon Mar 06, 2023 10:18, ทั้งหมด 5 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
Come on you Irons!!!!!

ออฟไลน์
R7
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 May 2008
ตอบ: 934
ที่อยู่: Times Square
โพสเมื่อ: Sun Mar 05, 2023 18:53
[RE: ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”]
ทำไมเค้าถึงยังเล่นอยู่ถึงทุกวันนี้อ่ะ ผมสงสัยมากเลย เพื่อเป็นไอค่อนหรอ หรือเป็นอาชีพจริงๆ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Manchester United
Buriram United
Yokohama F.Marinos
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Jan 2007
ตอบ: 232
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Mar 05, 2023 20:42
[RE: ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”]
R7 พิมพ์ว่า:
ทำไมเค้าถึงยังเล่นอยู่ถึงทุกวันนี้อ่ะ ผมสงสัยมากเลย เพื่อเป็นไอค่อนหรอ หรือเป็นอาชีพจริงๆ  


คหสต.ผมนะครับ
ผมว่ามันเป็นทำลายสถิตของตัวเองไปเรื่อยๆนะครับ

ส่วนความเป็นไอค่อนผมว่าแกเป็นประมาณนึงเเล้วนะครับสำหรับวงการฟุตบอลญี่ปุ่น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Come on you Irons!!!!!

ออฟไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: COYS
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 32357
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Mar 05, 2023 21:40
[RE: ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”]
เสียดาย โอกาดะน่าหนีบไปปี98
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Feb 2010
ตอบ: 14645
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Mar 06, 2023 02:42
ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”
ตำนานที่ไม่ได้ไปบอลโลก

แกจะแค้นโค้ชไหมหนอ

ตอนปี​ 1993 อย่างพีคเลย​ จ่อจะได้ไปแล้ว​ เจออิรัคตีเสมอ​นาทีสุดท้าย​ ในขณะที่​โสมขาวอัดโสมแดง​แซงไปเฉย
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Aug 2008
ตอบ: 1352
ที่อยู่: Ubonrachathani
โพสเมื่อ: Tue Mar 07, 2023 01:04
[RE: ทำไม คาซูโยชิ มิอุระถึงได้รับสมญานามว่า “คิง คาซู”]



ชอบรูปนี้ครับ คิตาซาว่า ตัวนี้ลุยมาก ตอนเกม J-League Excite Stage ออกมาบนเครื่อง Super Famicom ผมแทบจะเล่นแต่ Verdi Kawazagi อย่างเดียวเลย

แก้ไขล่าสุดโดย Hull City เมื่อ Tue Mar 07, 2023 01:12, ทั้งหมด 2 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
"พบกันหนึ่งครั้งครากลางเวหา ประเสริฐกว่านับมิถ้วนในแดนดิน"
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel