ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
โค้ช A-License
Status: Red Devil & Nerazzurri & The Yellow Wall
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 14902
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2022 11:04
บทความประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญแบบย่อก่อน House of the Dragon [ไม่สปอยเกิน ep 10]



Queen Rhaenyra Targaryen First of her name. Queen of the Andals and the Rhoynar and the First Men, Lady of the Seven Kingdoms and Protector of the Realm

จากประโยคนี้ในพิธีสวมมงกุฎ Ep ที่ 10 เป็นที่มาที่ผมอยากจะทำบทความเกี่ยวกับความเป็นมาของโลกแห่งน้ำแข็งและไฟยุคก่อนเริ่มต้นเรื่องราวใน House of The Dragon ซะหน่อย หลังจากตื่นมาเช้าวันจันทร์ไม่มีให้ดูแล้วต้องรอไปอีก 2 ปี

เชื่อว่าหลายคนที่ดูทั้งในซีรีย์ GOT - HOTD แต่ไม่ได้อ่านหนังสือจะเห็นแค่เรื่องราวแค่ในซีรีย์แต่ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ของโลกแห่งน้ำแข็งและไฟเท่าไรว่ามันเป็นยังไงมายังไง โดยเฉพาะประโยคนี้ Queen (King) of the Andals and the Rhoynar and the First Men, Lady(Lord) of the Seven Kingdoms ประโยคนี้ว่าแฝงอะไรไว้บ้าง เพื่อที่จะทำให้อรรถรสในการรับชมซีรีย์ได้อย่างกลมกล่อมมากขึ้น

ซึ่งผมจะเขียนถึงเหตุการณ์สำคัญที่คิดว่าน่าสนใจโดยคงไม่ไปลงรายละเอียดยิบทุกเรื่องนะครับไม่งั้นจะยาวไปมาก ข้อมูลส่วนใหญ่ต้องให้เครดิตจากช่อง DYK ผมฟังมาหลายคลิปก่อนเอามาเรียบเรียงในบทความเดียว ช่อง DYK นี้ผมขอยกให้เป็นสุดยอดช่องที่ทำข้อมูลของจักรวาลลุง RR ในประเทศไทยเลย


ก่อนอื่นต้องเริ่มต้นก่อนว่าโลกแห่งน้ำแข็งและไฟตามความรู้ที่มนุษย์ค้นพบและรู้จักบันทึกไว้มีเพียง 3 ทวีป คือแผ่นดินตะวันออก(ทวีป ESSOS) แผ่นดินทางใต้(ทวีป SOTHORYOS) แผ่นดินตะวันตกที่เป็นเนื้อหาหลักในซีรีย์(ทวีปWESTEROS) แต่นี่เป็นเพียงแผนที่ยุคปัจจุบันที่ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและล่มสลายของอาณาจักรโบราณมาหลายอาณาจักรแล้ว


ในยุคกาลก่อนกาลหลายพันปี เผ่าพันธุ์มนุษย์จะอยู่ทาง ESSOS เป็นหลักจนมีเผ่า Firstmen(ปฐมบุรุษ) ที่เริ่มเดินทางสำรวจข้ามไปฝั่ง WESTEROS โดยเดินเท้าผ่านแผ่นดินทางใต้ที่เชื่อมกับ Dorne

ยุคนั้นทั้งทวีปยังเป็นดินแดนที่มีเพียงเด็กแห่งพงไพรกับพวกยักษ์อาศัยอยู่เท่านั้น เมื่อพวกปฐมบุรุษไปได้พยายามทำการยึดครองดินแดน ก็ต้องตีกับเจ้าถิ่นเก่าอย่างเด็กแห่งพงไพรตีกันไปมาสักพักนึงสุดท้ายก็เจรจากันเพื่อจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติ จึงสงบศึกกัน ปฐมบุรุษก็เลยเลือกนับถือ Old God of the Forest แบบเดียวกับพวกเด็กแห่งพงไพร (ความเชื่อที่สวดภาวนากับต้น weirwood ที่มีหน้าแบบเดียวกับในวินเทอร์เฟล)

ดินแดน WESTEROS จึงมีเผ่าพันธุ์มนุษยชาติแรกที่เข้ามาครอบครองก็คือปฐมบุรุษนั่นเอง


ช่วงที่ปฐมบุรุษเข้ายึดครองและตีกันอยู่ว่ากันว่าเด็กแห่งพงไพรได้ใช้เวทมนต์ทำให้แผ่นดินทางใต้ที่เชื่อมระหว่าง Dorne และ ESSOS ที่ปฐมบุรุษใช้ข้ามมาจมน้ำลงไปเหลือกลายเป็นเพียงหมู่เกาะ stepstones (จุดเดียวกับใน HOTD ที่การไปตีกับคนเลี้ยงปู และ ก็จะมีคนคอยมาป่วนตรงนี้อยู่เรื่อยๆ เพราะเป็นจุดสำคัญสำหรับเส้นทางเดินเรือออกจากทะเลแคบหรือ Narrow Sea)

กลับมาที่ทวีป ESSOS ยุคนั้นมีมหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่อยู่ในช่วงพีครุ่งเรืองสุดอย่าง Ghis ขยายอาณาเขตในแถบชายฝั่ง SUMMER SEA มีจุดเด่นที่กองทัพผู้มีระเบียบวินัยจำนวนมาก

ตามธรรมชาติของมหาอาณาจักรที่จะต้องการแผ่อาณาเขตไปเรื่อย เมื่อได้ข่าวว่า Valyria ดินแดนที่ครั้งนึงพวกเขาเคยมาสำรวจแล้วมองข้ามไปเพราะมีเพียงภูเขาไฟ กับ ชนเผ่าเลี้ยงแกะ เลยไม่สนใจจะเข้ายึดครอง

แต่ข่าวล่าสุดคือมีร่ำลือว่าเผ่านี้อัพแพทช์แล้วจากแกะกลายเป็นผู้ควบคุมมังกร ทาง Ghis จึงว้อนท์ที่จะบุก Valyria เพื่อยึดมังกรมา

ทาง Valyria เมื่อก่อนเลี้ยงแต่แกะ แล้วไปได้มังกรมายังไงในประวัติศาสตร์ที่บันทึกไว้ไม่มีใครทราบความจริง ที่รู้คือ Valyria ปกครองโดยไม่มี King แต่เป็นกลุ่ม Valyrian Freehold ร่วมกับ ตระกูล Dragon Lord (ซึ่งมีเพียง 40 ตระกูลที่สามารถขี่ และ ควบคุมมังกรได้ซึ่งตระกูลทาเกเรียนก็เป็นหนึ่งในนั้น ส่วนเวลาเรียนต้นตระกูลของอสรพิษแห่งทะเลเป็นสายเลือดตรงของ Valyrian เหมือนกันก็จริงแต่ไม่ใช่ตระกูล Dragon Lord มีจุดเด่นเรื่องทัพเรือมากกว่า)


เมื่อ Ghis บุกก็เป็นโอกาสดีที่ Valyria จะประกาศศักดาให้โลกรู้ถึงความน่ากลัวของมังกร ทัพผู้มีระเบียบวินัยอันเกรียงไกรยิ่งใหญ่ที่มีกำลังพลมากกว่า Valyria หลายเท่า ต้องเจอมังกรหลายร้อยตัวเผาถล่มแตกพ่ายยับเยินหมดสภาพยิ่งกว่าหงส์แดงแพ้บ๊วยและรองบ๊วยติดต่อกัน

ทาง Valyria ยังได้ใช้ทัพมังกรโจมตีเมืองหลวงอย่าง Old Ghis ก็โดนเผาเหลือแต่ซาก เห็นแบบนั้นเมืองในการปกครองทั้งหลายของ Ghis จึงยกธงขาวไม่กล้าต่อต้าน Valyria อีกต่อไป มหาอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่มายาวนานอย่าง Ghis จึงล่มสลายลงรวดเร็วไม่น่าเชื่อ

หลังจากโชว์ให้โลกเห็นถึง Power of Dragons ก็ได้เวลาเข้าสู่ยุครุ่งเรื่องของอดีตเผ่าเลี้ยงแกะที่เดี๋ยวนี้เลี้ยงมังกร

Valyria เริ่มแผ่อำนาจขยายไปทั่ว โดยถึงแม้จะเน้นไปที่การทำการค้าด้วยการที่มีโลหะพิเศษอย่าง Valyrian Steel เหล็กกล้าที่มีความพิเศษกว่าโลหะอื่น แต่ทาง Valyria ก็ได้ใช้อำนาจที่มีในมือกวาดต้อนทาสจำนวนมากมาเพิ่มแรงงานในเหมืองสำหรับการเร่งผลิตโลหะนี้

หลังจาก Valyria แผ่อำนาจขยายไปดินแดนอาณานิคมไปทั่วทุกทิศ


ทาง Andoros ดินแดนทางตะวันตกเฉียงเหนือของ Valyria อันเป็นต้นกำเนิดศาสนาที่ศรัทธาในพระเจ้าทั้ง 7 (Faith of the Seven สัญลักษณ์ดาว 7 แฉก) รวมถึงระบบชนชั้นสูงใน WESTEROS (พวกเซอร์ ลอร์ด เลดี้ การสืบทายาทด้วยบุตรชายคนโต)

ชาว Andals ได้เล่าลือกันว่าพระเจ้าได้มาบอกให้เดินทางออกจากดินแดน และ ล่องเรือผ่านทะเลแคบไปแล้วจะพบกับความเจริญรุ่งเรื่องยิ่งกว่าเดิม (ซึ่งความจริงไม่รู้ว่าเพราะหนีการแผ่ขยายของ Valyria จนโดนบีบไปอยู่ริมขอบเกือบสุดชายฝั่งดินแดน ESSOS แล้วรึเปล่าเลยอ้างพระเจ้าบอก)

โดยชาว Andals ขึ้นฝั่งทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ WESTEROS ใกล้ดินแดงแห่ง Vale หลังจากมาสมทบกันเยอะมากพอก็เริ่มบุกยึดครองซึ่งแน่นอนว่าต้องปะทะเจ้าถิ่นที่มาก่อนอย่างพวกลูกหลานเผ่าพันธุ์ปฐมบุรุษ แต่ด้วยความต่างทางด้านเทคโนโลยี (ปฐมบุรุษใช้เพียงชุดหนังและโลหะสัมฤทธิ์ ส่วนพวกแอนดัลรู้จักการตีเกราะเหล็ก และ ดาบเหล็กกล้าแล้ว) จึงบุกยึดเอาชนะที่แรกได้ที่ Vale หลังจากนั้นก็แผ่ไปทั่วแทบทั้งทวีปทั้ง Riverlands - Westerlands - The Reach - Stormlands เท่ากับว่าอาณาจักรส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อสาย Andals ปกครอง พร้อมเผยแพร่ความเชื่อให้มีศรัทธาในพระเจ้าทั้ง 7 รวมถึงระบบชนชั้นสูงไปทั่วทวีป มีเพียง The North ที่ ชาว Andals ไม่สามารถบุกตีเอาชนะได้เนื่องจากยุทธภูมิที่เสียเปรียบจนเวลาผ่านไประยะนึงจึงเจรจาสงบศึกกันแทน ทำให้ชาวเหนือจึงยังเป็นเชื้อสายปฐมบุรุษ และ นับถือ Old God เป็นหลัก เป็นหนึ่งในสาเหตุว่าถ้าสังเกตุว่าทำไมชาวเหนือถึงไม่ค่อยมีอัศวินยศเซอร์

เพราะการอวยยศจะต้องมีการสาบานตนกับพระเจ้าทั้ง 7 ซึ่งขัดกับศาสนาของตนนั้นเอง แต่ชาวเหนือก็ยอมรับเอาระบบชนชั้นสูง Lord - Lady การสืบทายาทโดยบุตรคนโตเข้ามาใช้นะ

หลังจากนั้นแต่ละอาณาจักรก็แยกกันมี King และ ปกครองตัวเองกันไปแต่ละดินแดน แต่ก็ทำให้ตอนนี้ WESTEROS มีเผ่าพันธุ์ที่ 2 เข้ามาอยู่ในทวีปแล้วนั่นเอง (First Men, Andals)


กลับมาที่ ESSOS อีกครั้ง ถึงคราวอาณาจักรเก่าแก่อย่าง Rhoynar ที่เป็นอาณาจักรใหญ่ที่มีวัฒนธรรมพิเศษหลายอย่าง ทั้งความเชื่อในพระเจ้าแห่งแม่น้ำ Rhoyne และ เทพเต่า - มีจอมเวทแห่งน้ำ - เมืองส่วนใหญ่จะอยู่ริมแม่น้ำ Rhoyne ไม่มีการขยายเมืองออกไปมากกว่านี้ แต่ละเมืองจะปกครองโดยเจ้าชายหรือเจ้าหญิง ไม่มี King เป็นอาณาจักรที่ให้ชายหญิงมีสิทธิในการปกครองเท่ากัน หญิงสามารถเป็นผู้ปกครองเมืองได้ หรือ ใส่เกราะถือดาบออกรบได้

หลังจาก Valyria แผ่อาณานิคมออกไปทั่ว รู้ตัวอีกที Rhoynar ถูกล้อมด้วยอาณานิคมของ Valyria หมดทุกทิศแล้ว ถึงแม้สงครามจะยังไม่ปะทุ แต่ก็บีบให้อยู่ในสถานะอึดอัดเต็มที่


จนสุดท้ายก็มีตัวจุดชนวนสงครามคือ เมืองในอาณานิคมของ Valyria ดันไปฆ่าเต่าในแม่น้ำ Rhoyne ซึ่งเหมือนหยามกันทำให้เกิดสงครามเต่าครั้งที่ 1 ขึ้นมา หลังจากนั้นก็ตีกันไปมาอีกหลายสงคราม แต่ด้วยเป็นการตีกันไปมาในเมืองอาณานิคมของทั้งอาณาจักร Valyria ก็เลยไม่ได้จัดทัพใหญ่ของมังกรมา ทำให้ Rhoynar ที่มีทีเด็ดที่มีจอมเวทแห่งน้ำ ก็มีเอาชนะได้บ้างในหลายศึก แถมฆ่ามังกรไปได้ในบางครั้งด้วย จนสุดท้ายต้องส่งข่าวทางเวทพิเศษให้กับ พวก Dragon Lord และ Freehold ว่าถ้าไม่ส่งทัพใหญ่ของมังกรมาช่วยนี่จะเอา Rhoynar ไม่ลงนะเฟ้ย Valyria จึงส่งมังกรหลายร้อยตัวเข้าร่วมศึก หลังจากนั้นก็ไล่ตีไล่เผายับไปทีละเมือง


ตอนนั้นเอง เจ้าหญิงไนมีเรีย ที่เป็นหนึ่งในผู้ปกครองเมืองนึงที่ไม่เห็นด้วยกับการเปิดศึกกับ Valyria อยู่แล้ว ได้รวบรวมผู้คนขึ้นเรือ 10,000 ลำเพื่อเผ่นก่อนอาณาจักรล่มสลาย (ส่วนใหญ่เป็นคนแก่ ผู้หญิง เด็ก เพราะผู้ชายไปอยู่ในสนามรบเกือบหมดแล้ว)

เรือของเจ้าหญิงไนมีเรียไม่ใช่เรือเดินสมุทรเป็นเรือสำหรับเดินทางในแม่น้ำเป็นหลัก พอออกทะเลก็ทุลักทุเลอัปปางไปก็เยอะ ตอนแรกล่องจากแม่น้ำ Rhoyne มาออกทะเลตรง SUMMER SEA แล้วลงใต้ไปขึ้นฝั่งที่ทวีป SOTHORYOS แต่เจอทั้ง โจรสลัด โรคระบาด หนอนในน้ำที่วางไข่บนผิวหนังมนุษย์ ปลากินเนื้อ เผ่ามนุษย์กินคน สรุปอยู่ไปตายหมดแน่มึง

เลยล่องเรือออกไปทางตะวันตก ลำบากลำบนขึ้นฝั่งไม่มีใครต้อนรับเพราะกลัว Valyria ตามมา ยังเจอพายุถล่มใส่อยู่บ่อยครั้ง ตอนต้องลอยอยู่กลางทะเลหลายปี

สุดท้ายไปขึ้นฝั่งที่ Dorne ไปเจรจากับ Mors Martell ที่ตอนนั้นเห็นประโยชน์จากองค์ความรู้ของ Rhoynar ที่มีเทคนิคการตีเหล็กทำอาวุธที่เหนือชั้น และ จอมเวทแห่งน้ำ ที่จะเพิ่มความอุดมสมบูรณ์เพราะ Dorne ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย ฝั่งเจ้าหญิงไนมีเรียก็ยื่นข้อเสนอคือต้องให้รับวัฒนธรรม Rhoynar ที่ชายหญิงมีสิทธิเท่ากันมา ซึ่งเมื่อตกลงผลประโยชน์ร่วมกันได้ก็เลยแต่งงานกัน พร้อมกับสั่งทำลายเรือทั้งหมดเหมือนทุบหม้อข้าวว่าจะอยู่นี่เป็นที่สุดท้ายไม่ไปไหนแล้ว

หลังจากนั้นก็ร่วมมือกันกับสามีกำราบเมืองอื่นในละแวกนั้น แต่มอร์ มาร์เทลก็มาพลาดท่าเสียชีวิตไปในการรบทางเจ้าหญิงจึงต้องนำทัพเองจนปราบได้หมดทุกเมืองในดินแดน Dorne ทำให้สุดท้ายตระกูลมาร์เทลเป็นผู้ครอบครอง Dorne ในที่สุด สืบเชื้อสายกันมาจนปัจจุบันโดยผู้สืบทอดในแต่ละรุ่นสามารถขึ้นปกครองได้ทั้งหญิงและชาย


เจ้าหญิงไนมีเรียเลยเป็นวีรสตรีที่มีชื่อเสียงมากในจักรวาลน้ำแข็งและไฟ เปรียบเสมือนเป็นไอดอลให้กับพวกหญิงที่ไม่อยากยึดติดวัฒนธรรมเดิม เช่น อารยา สตาร์ค ที่นางไม่อยากเป็นเลดี้อยากเป็นนักรบมากกว่า ตั้งชื่อหมาป่าของตัวเองว่าไนมีเรียเลย หรือ อย่าง เรนีร่า ที่จำเรื่องราวของเจ้าหญิงได้ขึ้นใจพร้อมกับฉีกหน้าหนังสือนี่ให้อลิเซนต์ว่าเอาไปอ่านนะเพราะนางไม่ต้องอ่านจำได้อยู่แล้ว เรนีร่าคงประมาณว่าพ่อไม่ต้องอยากได้ลูกชายหรอกตัวเองก็สามารถสืบทอดบัลลังก์ได้

สรุปแล้วเลยทำให้ถึงตอนนี้ WESTEROS มี 3 เผ่าพันธุ์อยู่ในแผ่นดินนั่นเอง แต่ก็แยกกันอยู่แยกกันปกครองตัวเองกันไป



กลับไปที่ ESSOS อีกครั้งผ่านไปเนิ่นนาน Valyria กำลังยิ่งใหญ่ถึงขีดสุดยิ่งกว่าอาณาจักรไหนเคยเป็นมา ในช่วงกำลังเจริญรุ่งเรืองถึงแม้ไม่ได้สนใจทวีป WESTEROS


แต่ก็ได้ไปสร้าง DragonStone ทิ้งไว้นานแล้วบนเกาะนึงใกล้ทวีป เป็นที่ทั้งสามารถเลี้ยง ฟักไข่ ทำรังมังกรได้ ซึ่งทาง WESTEROS ก็ได้แต่มองตาปริบๆ ไม่มีใครกล้าไปขัดขวาง


จนวันนึง Daenys the Dreamer ลูกสาวแห่งตระกูลทาร์เกเรียน ที่มีพลังพิเศษในการทำนาย หรือ Dragon Dream ได้บอกให้พ่อที่เป็นผู้นำตระกูลว่า Valyria กำลังจะถึงกาลอวสาน พ่อก็เชื่อลูกนะเพราะนางทำนายไม่เคยพลาด เลยสละสิทธิ ขายทรัยพ์สมบัติใน Valyria ทั้งหมดแล้วพาตระกูลทาร์เกเรียนย้ายไปอยู่ DragonStone พร้อมกับมังกรอีก 5 ตัวและหนึ่งในนั้นคือ บาเลเรียน (Balerion, the Black Dread)


หลังจากทาร์เกเรียนย้ายออกไปประมาณสิบกว่าปีเรื่องที่ไม่มีใครเชื่อก็เกิดขึ้นเมื่อ Doom of Valyria อุบัติขึ้นจริง ภูเขาไฟใน Valyria ทั้งหมดระเบิดขึ้น ทำให้ Free Hold - Dragon Lord - มังกรทั้งหมดสู่ขิตทั้งหมด พร้อมกับการล่มสลายของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกที่จบสิ้นไปในวันเดียว

จาก Dragon Lord 40 ตระกูล และ มังกรหลายร้อยตัว ในวันนี้เหลือเพียง 1 ตระกูลกับมังกร 5 ตัวที่อยู่บน DragonStone ในแดนไกล


ผ่านมาหลายเจนจนมาถึงในรุ่น 3 พี่น้อง Visenya - Aegon - Rhaenys และเพื่อนซี้ของเอกอนอย่างพี่น้องนอกสมรสอย่าง Orys Baratheon เอกอนนั้นแตกต่างจากทาร์เกเรียนคนอื่น เขาให้ความสนใจ WESTEROS เป็นอย่างมาก เขาศึกษาทั้งการปกครอง ความเชื่อ ตระกูลผู้เป็นเจ้าดินแดนของทั้ง 7 อาณาจักรถึงขนาดให้ช่างแกะสลักโต๊ะเป็นแผนที่ที่เขาสำรวจมา โดยที่น่าสนใจคือบนโต๊ะนี้ 7 อาณาจักรไม่มีเส้นแบ่งเขตพรมแดนระหว่างกัน นั่นเพราะเขาเชื่อว่าเขาจะเป็นผู้พิชิต และ รวมแผ่นดินทั้ง 7 เป็นหนึ่งเดียว ปกครองโดยคนเพียงคนเดียวนั่นเอง





เอกอนนั้นแต่งงานกับ พี่สาววิเซเนีย และ น้องสาวเรนิส และ นำทั้ง 2 คนขี่มังกรเข้าร่วมศึกพิชิตแผ่นดินด้วย

เอกอนขี่บาเลเรียน มังกรดั้งเดิมจาก Valyria ที่มีอายุมากที่สุด และ ตัวใหญ่ที่สุด พร้อมกับถือดาบเหล็กกล้าวาเลเรียนที่มีชื่อว่า Blackfyre (ที่เอกอนลูกอลิเซนถือตอนเข้าพิธีเป็น King)

พี่สาววิเซเนีย ขี่เวก้ามังกรที่เกิดจากการฟักไข่ที่ดราก้อนสโตน ถือดาบเหล็กกล้าวาเลเรียนที่มีชื่อว่า Dark Sister (ที่เดม่อนเป็นผู้ถืออยู่ในตอนนี้)

ส่วนน้องสาวเรนิสขี่มังกรเมอแร็กซิสที่ฟักไข่ที่ดราก้อนสโตนเช่นกัน

เอกอนเรียกระดมผู้ชูธงซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีตระกูลเวลาเรียนเจ้าแห่งทัพเรือที่เป็นเชื้อสายจาก Valyria เช่นกัน โดยขึ้นฝั่งจาก Blackwater Bay ส่งสารถึง King ทั่วแผ่นดินว่าให้ยอมคุกเข่ายอมแพ้แล้วจะได้เป็น Lord ดูแลแผ่นดินในปกครองต่อไป ซึ่งแน่นอนอยู่แล้วว่าไม่มีใครยอม ทุกเมืองทุกปราสาทเรียกระดมกองทัพเตรียมรับมือพร้อมลุยกันหมด

สุดท้ายเอกอนไล่ถล่มทีละเมืองเริ่มจาก Riverlands ที่มี King Harren Hoare ที่รบสู้ไม่ได้สุดท้ายถอยเข้าปราสาท Harrenhal ที่พึ่งสร้างเสร็จและเป็นปราสาทที่แข็งแกร่งมากไม่มีทางตีแตก ทำให้คิงฮาเรนมั่นใจมาก แต่สุดโดนเอเกอนขี่บาเลเรียนเพียงตัวเดียวเข้าไปย่างสดตายยกตระกูล โดยหลังศึกนี้เอกอนได้ตระกูลสำคัญในแดนลุ่มน้ำอย่างTully (ต้นตระกูลเมียเน็ด สตาร์ค) มาเข้าร่วมด้วยโดย Edmyn Tully เป็นตระกูลแรกที่เปลี่ยนฝั่งโดยปฏิเสธการเรียกระดมพลให้ไปช่วยของฮาเรน และ หันมาชูธงมังกรสามหัว ก่อนจะชักชวนตระกูลต่างๆใน RiverLands ให้ต่อต้าน ฮาเรน หลังจบศึกเลยได้รับการแต่งตั้งเป็น Lord Paramount of the Trident

อีกทางนึงที่โอริส บาราเธียน นำทัพไปกับ เรนิสที่ขี่เมอแร็กซิส บุกเข้าสู่ Stormlands ที่ต้องเผชิญหน้ากับ Argilac Durrandon “StormKing” กษัตริย์เฒ่ายอดนักรบผู้ครองปราสาทวายุสลาย StormEnd (ที่ต่อมาลูเซริสกับอาแรคไปจ้ะเอ๋กับเอม่อนและเวก้านั่นแหละ) โดยคิงอากิแรคได้ข่าวที่ ฮาเรนฮัลไหม้เป็นจุลคาปราสาทแล้วก็ได้ประกาศว่าข้าจะไม่หดหัวอยู่แต่ในปราสาท และ ขอตายเยี่ยงนักรบ ระดมทัพเข้าสู้กับทัพของโอริสและ เรนิส โดยสภาพอากาศที่มีพายุฝนโหมกระหน่ำตลอดทำให้เมอแร็กซิสไม่สามารถขึ้นบินและใช้ไฟมังกรได้อย่างมีประสิทธิภาพ การรบจึงเป็นไปอย่างดุเดือด

แต่สุดท้ายด้วยมังกรที่แม้จะอยู่บนดินก็สามารถเป็นอาวุธร้ายได้ทำให้ทัพและม้าของคิงอากิแรคเริ่มเสียขบวนจน StormKing ต้องพลัดตกจากหลังม้า แต่ถึงแม้จะไม่ได้อยู่บนม้า นักรบเฒ่าก็ฆ่าทหารของโอริสตายไปหลายสิบ สุดท้ายโอริสต้องออกโรงเองไปดวลตัวต่อตัวไม่ให้ทหารเข้ามายุ่งก่อนที่จะใช้ความหนุ่มสดกว่าปลิดชีพคิงอากิแรคได้

เมื่อรู้ข่าวว่าบิดาเสียชีวิตในสนามรบ Argella Durrandon ก็ไม่ยอมแพ้ประกาศว่า StormEnd และ เหล่าขุนนางแห่งดินแดนวายุจะสู้จนตัวตาย อนิจจาพวกลอร์ดใต้ปกครองไม่เอาด้วยบอกใครจะไปตายกับเอ็ง เลยจับอากิล่า เปลือยกายแล้วมัดมาส่งโอริส พร้อมกับยกธงขาว แต่โอริสนั้น กลับเป็นคนที่ถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกแล้วไปห่อหุ้มอากิลา พร้อมบอกกับนางว่าพ่อของท่านเป็นยอดนักรบที่มีเกียรติ สุดท้ายคู่นี้เลยลงเอยด้วยการแต่งงานกัน และ เอกอนก็ยก StormEnd และ แดน StormLand ให้โอริส บาราเธียนปกครอง โดยโอริสได้เลือกให้ตระกูลบาราเธียนที่จะสืบต่อไปของเขาใช้ ธงและตราสัญลักษณ์เดิมของ Durrandon ที่เป็นรูปกวางเพื่อเป็นการให้เกียรติแด่ Argilac Durrandon “StormKing”

เพียงเวลาไม่นานเอกอนพิชิตไปได้ 2 ดินแดนแล้ว ซึ่งในระหว่างนั้น Mern IX Gardener “King of the Reach” ผู้ครอง Highgarden ได้จับมือกับ Loren I Lannister “King of the Rock” ผู้ครอง Casterly Rock รู้ถึงภัยคุกคามของเอกอนแล้วว่าอันตรายถึงเพียงไหน จึงจับมือรวมกองทัพเป็นทัพใหญ่กว่า 5 หมื่นกว่านาย มากกว่าของเอกอนถึง 5 เท่า ถือว่าเป็นการระดมพลที่ใหญ่ที่สุดของ WESTEROS เลยทีเดียว ส่วนฝั่งเอกอนก็ได้รวมมังกรทั้ง 3 ตัวมาออกศึกพร้อมกันเป็นครั้งแรก (ก่อนหน้านี้ส่งแยกไป 3 ทางเพื่อจะยึด 3 ดินแดนพร้อมกัน) ในศึกนี้ทาง WESTEROS ก็ได้รู้จักกับแสนยานุภาพของมังกรอย่างเต็มตา ในศึกทุ่งเพลิงผลาญ (Field of Fire) ที่มังกรเผาเรียบ ตระกูลการ์เดนเนอร์ต้องสูญสิ้นโดนเผาทั้งตระกูล ส่วน King Loren Lannister หนีออกมาได้ สุดท้ายก็ยอมคุกเข่าสวามิภักดิ์ให้กับเอกอน และ ได้รับการแต่งตั้งเป็น Lord of Casterly Rock ดูแล Westerlands

เมื่อเสร็จศึกที่ทุ่งเพลิงผลาญเอกอนต้องรีบรุดหน้าไป Highgarden เพื่อจัดการเผื่อพวกเหล่าลอร์ดจะลุกขึ้นสู้แต่เมื่อไปถึง Harlen Tyrell ที่เป็นเพียงพ่อบ้านได้รอมอบกุญแจเข้าปราสาทไว้ให้แล้ว ท้ายที่สุดเอกอนเลยแต่งตั้งให้ Lord of Highgarden และทำให้ตระกูลไทเรลจึงเป็นใหญ่ในแดน The Reach เรื่อยมาจนถึงรุ่นเจ้าคุณย่าใน GOT เลยทีเดียว

ในตอนนั้นเอง Torrhen Stark King in the North ก็ได้รวมไพร่พลลงมาสู่ปากทางแดนเหนือเพื่อจะเตรียมทำศึกป้องกันศักดิ์ศรีแห่งชาวเหนือ

เอกอนเลยจัดทัพใหญ่ 3 มังกร กำลังพลที่ได้เพิ่มมาจากการพิชิต Riverlands - Stormlands - The Reach - Westerlands กรีฑาทัพมาประจันกัน ทอร์เรนเมื่อเห็นทัพของเอกอนพร้อม 3 มังกร รวมถึงหลังจากส่งคนไปส่องข่าวการพิชิตแต่ละดินแดนแล้วรู้ตัวว่าถ้าเข้ารบกันทหารชาวเหนือได้ตายกันหมดแน่

แบรนดอน สโนว์ พี่น้องนอกสมรสห้าวจัดอาสาว่าเดี๋ยวแอบลอบเข้าไปตอนมืดไปฆ่ามังกรให้เอามั้ย ทอร์เรนไม่เอาด้วยสุดท้ายส่งแบรนดอน กับ เมสเตอร์ 3 คนไปส่งสารให้กับเอกอนในคืนนั้น ก่อนที่เช้ามาทอร์เรนจะขี่ม้าเข้าไปยอมคุกเข่าสวามิภักดิ์ไปอีกหนึ่งดินแดนได้แต่งตั้งเป็น Lord of Winterfell warden of the North ทำให้แดนเหนือเสียเอกราชเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ยุคปฐมบุรุษที่ขนาดชาวแอนดัลยังบุกตียึดครองไม่สำเร็จ แต่ก็ทำให้ไม่มีพี่น้องทหารจากแดนเหนือต้องหลั่งเลือดหรือถูกเผาเลย และ ปลอดภัยกลับบ้านทุกคน

หลังจากนั้นก็แบ่งไป 3 ทาง วิเซเนียขี่เวก้าพาทัพไปสู่ Vale ดินแดนแห่งขุนเขาซึ่งจากพื้นที่แล้วไม่สามารถยกทัพบุกเอาชนะได้แน่นอน วิเซเนียจึงขี่เวก้าไปที่ปราสาท The Eyrie ซึ่งตั้งอยู่บนภูเขา และ Sharra Arryn พระมารดาผู้สำเร็จราชการของคิง Ronnel Arryn ที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงเด็กน้อยอยู่ ก็ยอมแพ้แต่โดยดีและให้ Ronnel ไปขึ้นขี่เวก้ากับวิเซเนียเพื่อไปบินเล่นชมวิว

ในขณะที่เอกอนขี่บาเลเรียนไป Old Town นครที่เฟื่องฟูที่สุดในอาณาจักรเพราะมี Citadel เป็นที่รวมความรู้และสร้างเมสเตอร์ นอกจากนั้นยังมี Starry Sept วิหารศักดิ์สิทธิ์ของ Faith of the Seven อันที่จริงเอกอนแอบหนักใจไม่อยากใช้กำลังบุกถล่มเพราะรู้ว่าถ้ามีปัญหากับศาสนจักร จะทำให้การปกครองในอนาคตจะลำบากเพราะไปแตะต้องความเชื่อและสิ่งศักดิ์สิทธิของมวลชน แต่โชคดีเมื่อไปถึง Manfred Hightower ผู้ปกป้องแห่งโอลด์ทาวน์ ที่ได้ปรึกษากับ High Septon แล้วจึงยอมแพ้โดยไม่ต้องใช้กำลัง

High Septon ได้ทำการเจิมให้เอกอนในพิธีสวมมงกุฎผู้ชิตที่ทำจากเหล็กกล้า Valyrian Steel (อันเดียวกับเอกอนลูกอลิเซนในep8) ในวิหาร Starry Sept โดยมีได้การยอมรับจากพระเจ้าขึ้นเป็น Aegon Targaryen King of the Andals, the Rhoynar, and the First Men, Lord of the Seven Kingdoms, and Protector of the Realm โดยได้รับฉายาว่า Aegon the Conqueror หรือ เอกอนผู้พิชิต

เอกอนเลือกสร้างเมืองหลวงใหม่ตรงจุดที่เขาขึ้นฝั่งจาก Blackwater bay โดยมีชื่อว่า King's Landing

ในวันที่สวมมงกุฎเอกอนพิชิตไป 6 อาณาจักรแล้ว เหลือเพียงที่เดียวคือ Dorne ที่มีเจ้าหญิง Meria Nymeros Martell สมยาคางคกเหลืองแห่งดอร์น ซึ่งเป็นยายแก่วัยแปดสิบกว่าปี ตาบอด อ้วนฉุ ซึ่งกลับกลายเป็นแห่งเดียวที่ไม่สามารถพิชิตได้

ด้วยความเจ้าเล่ห์ มากด้วยอุบาย กลยุทธ ตอนแรกส่งเรนิสมาก่อนแต่ละเมืองก็โดนทิ้งร้าง จนมาถึงปราสาท Sunspear ก็เจอมีเรีย มาร์เทลรอยู่คนเดียวเรนิสบอกให้ยอมแพ้และคุกเข่า ยายแก่ก็บอกไม่ กลับไปเถอะ เรนิสเลยต้องขี่เมอแรกซิสกลับไป แล้วเวลาเอกอนจะนำทัพมาบุกดอร์น ก็จะไม่ปะทะโดยตรง แต่ใช้การซุ่มโจมตีตามหุบเขาบ้าง ในทะเลทรายบ้าง พอไปถึงปราสาทแต่ละเมืองก็จะทิ้งร้างไว้ จนเอกอนต้องปวดหัว ขนาดโอริส บาราเธียนยังพลาดท่าโดนจับตัวไปเป็นตัวประกันและโดนตัดมือทิ้งจากศึกกับดอร์นนี้

ในที่สุดก็มีศึกนึงที่ Hellholt ที่ธนูยักษ์ของชาวดอร์นเข้าเป้า เสียบเข้าเบ้าตาเมอแร็กซิสร่วงจากฟ้า สิ้นชีพในตอนนั้น ส่วนราชินีเรนิสก็ร่วงไปพร้อมกันไม่มีใครรู้ว่าเธอตายในตอนนั้นเลยรึเปล่า รู้แต่ว่าเรนิสไม่เคยได้กลับไป King's Landing ได้พบเธออีกเลย ทำให้ทากาเรียนเหลือมังกรเพียง 2 ตัว

เอกอนโกรธจัดบุกเผาดอร์นไปหลายเมือง แต่ทุกครั้งที่โดนเผา หลังจากนั้นสักพักดอร์นก็จะป่วนกลับลอบบุกปล้นฆ่าทำลายเมืองในแถบ The Reach และ Stromlands จนอยู่กันไม่เป็นสุข พอเอกอนส่งนักฆ่าล่าหัวไปก็แทบไม่เคยมีใครได้กลับมามีได้กลับมาเพียง 2 คนแต่ก็ไม่สามารถทำภารกิจได้สำเร็จ แถมดอร์นยังตอบโต้ได้แสบโดยส่งมือสังหารมาเอาคืนถึงตัวเอกอนได้ถึง 3 ครั้งดีที่วิเซเนียถือ Dark Sister ช่วยไว้ได้ แต่นางก็ทนไม่ไหวสั่งให้ตั้งหน่วย Kingsguard ที่จะประกอบด้วย 7 อัศวินฝีมือดีและพร้อมอุทิศทั้งชีวิตเพื่อปกป้องคิงโดยใช้คำสามารถบางส่วนจากหน่วยพิทักษ์ราตรีหรือไนท์วอชเป็นต้นแบบ ที่เราได้เห็นเซอร์เออริกสาบานตนกับเรนีร่าใน ep10 และเป็นครั้งแรกในซีรีย์ของจักรวาลนี้ที่ได้เห็นการกล่าว Kingsguard Oath ซึ่งประโยคที่เหมือนของไนท์วอชคือ I shall take no wife, hold no lands, father no children.

ในที่สุดความปวดหัวของเอกอนก็สิ้นสุดลงเมื่อเจ้าหญิงมีเรีย มาร์เทลแก่ตาย Nymor Martell ลูกชายขึ้นปกครองแทนก็เบื่อแล้วจึงส่งตัวลูกสาวมาเจรจาสงบศึกพร้อมกับนำกระโหลกศกของเมอแร็กซิสมามอบให้เป็นกองกำนัลแด่มิตรภาพ (หรือขู่ก็ไม่รู้) ส่วนข้อเสนอคือพร้อมยกลูกสาวให้แต่งกับเอกอน ดอร์นต้องการสันติสงบศึกนะ แต่จะไม่สาบานตนต่อบัลลังก์เหล็ก เหล่าลอร์ดต่างไม่ยอมโดยเฉพาะพวกจาก The Reach และ Stromlands ที่โดนปั่นจนหัวหมุนมาตลอด

แต่พอลูกสาว Deria Martell ได้นำจดหมายที่พ่อฝากมากส่งถึงมือเอกอนโดยตรง เอกอนกำมือแน่นจนเลือดไหล และเผาจดหมาย ก่อนที่จะขึ้นบาเลเรียนกลับไปสู่ DragonStone ทันที ก่อนที่วันรุ่งขึ้นเขาจะกลับมาและตกลงในสนธิสัญญาสงบศึก ซึ่งจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าข้อความในจดหมายเขียนว่าอะไร



หลังจากสงบศึกเอกอนก็ครองราชย์ได้ 30 กว่าปีก่อนที่จะสิ้นใจลงขณะเล่าเรื่องการพิชิตให้พวกหลานฟังที่โต๊ะแกะสลักแผนที่ใน DragonStone โดยเอกอนได้ให้ Aenys บุตรชายคนโตที่เป็นลูกจากเรนิสเป็นรัชทายาทขึ้นสืบทอดบัลลังก์เหล็ก ซึ่ง Aenys ได้สั่งทำมงกฎอีกแบบที่ทำจากทองคำประดับอัญมณีหรูหราสวยงาม (มงกุฎเดียวกับที่วิเซริส และ เรนีร่าสวม) บุคลิคของเขาคือ หัวอ่อน โลเล ลังเล ไม่ใช่ชายชาตินักรบ ทำให้ในยุคของเขาเกิดกบฏขึ้นทุกหนแห่ง โดยที่หนักสุดคือกับศาสนจักรถึงขนาดโดนยึด King's Landing ไปเลย



Aenys ได้มอบดาบ Blackfyre ให้ Maegor น้องชายต่างมารดาที่เป็นลูกของเอกอนกับวิเซเนีย

Aenys ขี่มังกรที่ฟักออกมาใหม่ชื่อ Quicksilver มังกรตัวเล็กแต่ว่องไว Maegor เป็นผู้ขี่ Balerion มังกรของผู้พิชิต

รัชสมัยของ Aenys สั้นเพียง 5 ปีก็เสียชีวิตลงที่ดราก้อนสโตนซึ่งเป็นช่วงที่ลี้ภัยจากการโดนศาสนจักรยึด King's Landing ซึ่งอันที่จริง Aegon ลูกชายคนโตของ Aenys ต้องเป็นรัชทายาท แต่วิเซเนียอดีตราชินีกลับชิงแต่งตั้งสวมมงกุฎผู้พิชิตให้ Maegor ลูกชายตัวเอง ซึ่ง Maegor นี้ถือเป็นยอดนักรบตั้งแต่เด็กแค่ตอนอายุ 16 ปี ก็สามารถเอาชนะ KingGuard ได้ถึง 3 คนติดกันในการประลอง


ทาง Aegon ลูกคนโตของ Aenys รัชทายาทผู้ถูกต้องก็ไม่ยอมจึงรวบรวมผู้ชูธงรวมทัพเข้าต่อสู้โดย Aegon ขี่ Quicksilver ของพ่อนำทัพ และ เพียงศึกเดียวเมื่อบินขึ้นบนท้องฟ้าก็โดน Balerion ที่ขี่โดย Maegor งับกระจุยในครั้งเดียว ตายคาที่ทั้งคนทั้งมังกร (น่าจะสภาพเดียวกับ Arrax กับ ลูเซริสที่เจอป้าเวก้า)

หลังจากนั้นใครคัดค้านหรือมีปัญหา Maegor ก็ฟันตายหมด แกรนเมสเตอร์ไม่ต่ำกว่า 2 คนที่เสนอความเห็นไม่เข้าหูโดนฟันเละคาโต๊ะประชุม ไม่พอใจเมืองไหนก็ขี่บาเลเรียนไปหา จนได้ฉายาว่า Maegor the Cruel หรือ เมกอร์ผู้โหดเหี้ยม

แต่ Maegor กลับพบปัญหาหนักอกที่สุดคือขนาดมีเมีย 5 คน แล้วแต่กลับไม่สามารถมีทายาทได้สำเร็จ โดยมีทั้งแทงค์ และ คลอดออกมาตายโดยมีสภาพน่าเกลียดน่ากลัว แถมในบรรดาเมียๆ ก็ไปเอาพวกผู้หญิงของอดีตคนที่ตัวเองเคยฆ่ามา


จนสุดท้ายด้วยพฤติกรรมสะสมจนแผ่นดินทนไม่ไหวเมื่อเจ้าชาย Jaehaerys ลูกชายคนรองของ Aenys ที่ลี้ภัยไปอยู่ เพนทอสมาเป็นเวลานานเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มวัย 14 ปี มาพร้อมกับเจ้ามังกรคู่ใจที่ฟักจากไข่ในเปลตอนเจเฮริสเกิด เจ้า Vermithor (ตอนนั้นอายุพอกับเจเฮริสยังตัวไม่ใหญ่เท่ากับในซีรีย์) ทั้งแผ่นดินจึงผนึกกำลังกันสนับสนุน ขนาดคิงการ์ด 2 คนยังแปรพักตร์มาเข้าร่วมกับเจเฮริส


จนสุดท้ายเมกอร์ที่ไม่มีใครรัก โดนพบเป็นศพอยู่บนบัลลังก์เหล็ก ไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นคนฆ่าเขา หรือเป็นการฆ่าตัวตายแต่ก็ทำให้ยุคสมัยอันเหี้ยมโหดได้จบลง และ เจเฮริสก็ขึ้นครองราชย์



รัชสมัยของเจเฮริสยาวนานมากถึง 55 ปี ครองบัลลังก์จนได้สมยานามว่ากษัตริย์เฒ่า The Old King ซึ่งเจเฮริสเป็นนักปกครองที่เก่งกาจมาก ยิ่งได้ Septon Barth มาเป็น Hand of the King คู่ใจยาวนานกว่า 40 ปี เป็นช่วงที่ราชวงศ์ทาร์เกเรียนรุ่งเรืองสุดขีดครองใจประชาชนรวมถึงบรรดาลอร์ด

อาจจะไม่มีศึกใหญ่เกิดขึ้นในรัขสมัยของเจเฮริส แต่ว่ากันว่าในความเป็นจริงคือเขาไม่ใช่คนอ่อนแอ เมื่อมีกลิ่นจะเกิดปัญหาเขาก็ใช้อำนาจทั้งไม้แข็งไม้อ่อนเข้าไปจัดการก่อนจะลุกลาม ทำให้บ้านเมืองสงบสุขอย่างยาวนาน

ปัญหาเดียวของเจเฮริสคือ ถึงจะมีลูกเยอะ มากกว่าสิบคน แต่ 2 คนที่เป็นรัชทายาทดันตุยก่อนพ่อทั้งหมดทั้ง Aemon บุตรคนโต และ Baelon บุตรคนรอง ทำให้เกิดประเด็นตามตอนเริ่มของซีรีย์ใน Ep แรกที่ต้องเปิด มหาสภา

ให้ลอร์ดแต่ละเมืองร่วมโหวตว่าจะเลือกหลานคนไหนเป็นรัชทายาทระหว่างลูกสาวของเจ้าชายคนโตนั่นคือเจ้าหญิงเรนิส เมียของอสรพิษแห่งทะเล (แต่ในหนังสือให้ตัวแทนฝั่งนี้เป็นเลนอร์ลูกชายของเรนิส)

กับ ลูกชายของเจ้าชายคนรองนั่นคือ เจ้าชายวิเซริส ซึ่งสุดท้ายก็ตามที่เราได้เห็นในซีรีย์ว่าความเชื่อของลอร์ดในยุคนั้นจะให้ความสำคัญของผู้ชายมาก่อน ทำให้วิเซริสได้สวมมงกุฎและนั่งบัลลังก์

ซึ่งผมก็จะขอจบบทความที่ตรงนี้เพราะหลังจากนี้ก็คือเหตุการณ์ใน Ep 1-10 ที่เราได้ดูในซีรีย์แล้วนั่นเอง หวังว่าพอได้อ่านแล้วจะทำให้อรรถรส และ ความเข้าใจในการดูซีรีย์นี้ได้สนุกขึ้นนะครับ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Jan 2020
ตอบ: 4135
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2022 11:13
[RE]บทความประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญแบบย่อก่อน House of the Dragon [ไม่สปอยเกิน ep 10]
เพิ่งฟังไปเมื่อวาน เดี๋ยวมาอ่านซ้ำอีกที ขอบคุณมากครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: ชีวิตไม่สิ้น ก็ต้องดิ้นต่อไป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 3149
ที่อยู่: stamford bridge stadium
โพสเมื่อ: Sun Nov 06, 2022 23:51
[RE: บทความประวัติศาสตร์และเหตุการณ์สำคัญแบบย่อก่อน House of the Dragon [ไม่สปอยเกิน ep 10]]
ชอบมากครับเรื่องราวในจักรวาลนี้ พูดได้ไม่สิ้นสุด ที่สำคัญสนุกด้วย เสียดายเชื้อสายทาร์แกเรียนรุ่นหลังๆ มีทั้งฝีมือการบริหารบ้านเมือง และฝีมือการรบการทำสงคราม แต่ไม่มีมังกรให้ขี่หลังจบศึกมังกรเต้น เจ้าชายหลายๆคนเก่งใช้ได้เลย เผลออาจจะเก่งกว่ายุคเดม่อน ยุคเอม่อนอีก แต่ขาดมังกรไป ถ้ามีมังกรอยู่อีกให้พอได้ขี่ทำสงครามบ้างหลายๆคนคงไม่ตายเร็วกว่านี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel