ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: Peace is a lie
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6051
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 22:07
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ก็ต้องบอกว่าใข้เยอะมากตั้งแต่เปลี่ยนเจ้าของทีม จะนับเฉพาะตอนเป๊ปมาก็คงจะไม่ได้

คล้ายๆกับ Chelsea ตอนแรกๆ...

ซึ่งก็ไม่แปลก มีเงินก็ต้องใช้ และได้ความสำเร็จมาก็ตามนั้น...ใครๆก็อยากให้ทีมที่เชียร์มีเงินเยอะๆ ซื้อผู้เล่นเก่งๆที่อยากได้ทั้งนั้น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Feb 2022
ตอบ: 377
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 22:23
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ส่วนต่างปีละ 50-60ล. ปอนด์ ถ้า6 ปีก็ 300-360 ลป. ถือว่าเยอะเหมือนกันนะครับ ถ้าเทียบก็ใน1 ปีสามารถซื้อตัวระดับ aceของทีมได้ปีละ1 คนเลย ถ้าทีมที่ใช้เงินฉลาดๆก็อาจจะ2 คน หรือเทียบเท่ากับ ทีมอื่นที่มีเงินช็อปปีละ60ลป. ต้องหยุดช็อป6 ตลาด หรือ3 ปี

ประเด็นคือ 2 ปีที่บอก 400 ล ยูโร มันเหมือนเป็นก้าวกระโดดที่ทีมอื่น(โดยส่วนมาก) ยากที่จะทำแบบนั้น ปีนั้นเสริม สโตน, ซาเน่, เฆซุส, กุนโดกัน บราโว่ โนลิโต้ ซิลวา เมนดี้ etc.
( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมโดยรวมของเดิมก่อนเป๊ปมาก็ใช้เงินซื้อเข้ามาพอสมควร พื้นฐานนักเตะเดิมก็ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้วแต่ปีก่อนเป๊ปมาเพิ่งเสริม เดอบรอย 76ล ยูโร , สเตอริ่ง 63.7ล ยูโร, โอตาเมนดี้ 44.5ล ยูโร

(ref transfermarkt.com)

และแมนซิตี้มีการซื้อนักเตะที่ราคาเกิน 50ล ยูโร ถึง11 คน (ตั้งได้ทีมนึง)




( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมคู่แข่งอย่างหงส์ 3 คน



คำถามคือแล้วไง? ผมว่ามันก็มีความต่างนิดหน่อยในเรื่องคุณภาพที่จะได้ ในขณะที่คนอื่นอาจจะต้องซื้อเพื่อ squad depth หรือต้องปั้นนักเตะขึ้นมาเพื่อเป็น key player แบกทีม แต่เรือสามารถซื้อนักเตะ key playerได้เลย ด้วยเงินเท่านั้นอยู่ที่ว่าจะตาดีได้ตาร้ายเสีย เช่น โรเบิร์ตสัน vs เมนดี้ ค่าตัวต่างกัน4 เท่ากว่า แต่โรเบิร์ตสันสามารถยึดตัวจริงได้ แต่เรืออาจจะซื้อนักเตะ squad depthด้วยราคา Key playerก็แค่นั้น

หงส์จ่ายค่าเหนื่อยเยอะจริง และจำเป็นต้องผ่องถ่ายนักเตะออกไปหลายคน เพราะแรกๆคล็อปซื้อเข้ามาเป็น squad depth และเป็นโค้ชสไตล์ปั้นนักเตะให้ใจนักเตะ และนักเตะดาวรุ่งเผื่อเก่งอีก เพราะงั้นการจะซื้อจะขายนักเตะกลุ่มนี้ออกไปคล็อปคิดหนักเพราะมีผลกับทีมสปิริต แต่ผมเชื่อว่าปีนี้จะทำ แต่โดยรวมนักเตะactive playerหงส์27 คน ก็ไม่ได้ค่าเหนื่อยเยอะไปกว่า21 คนของเรือเลย

สรุป ซิตี้ใช้เงินเยอะจริง มากกว่าทีมคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงแบบมีนัยยะสำคัญจริง และgapตรงนี้ก็ค่อนข้างใหญ่ ผมว่าเรื่องนี้มันชัดเจนจนเราอย่ามาปฏิเสธกันดีกว่า

เพียงแต่ผมมาดูความฉลาดในการใช้เงินของซิตี้ ผมคิดว่าทั้งเป๊ปและทีมงานซื้อขายซื้อแต่ละคนในรอบหลายๆปี โคดตรงประเด็น เสริมในตำแหน่งที่เห็นๆว่าเป็นจุดอ่อนของทีม และมีแค่ 1-2 ปีที่อาจจะพลาดไปบ้างในการเสริมกองหลังในปีที่เจ็บกันเยอะๆ และต้นปีนี้ก็กองหน้า เพียงแต่คุณภาพโดยรวมมันมากพอจะทำให้กลบจุดอ่อนตรงนั้นไป (อาจด้วยการเล่นแบบครองบอลเหนือคู่แข่งนี่แหละ ) แต่นี่ก็อีกแล้วรู้ว่าขาดกองหน้าก็ซื้อฮาลันด์ อัลวาเรซมา ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายกับทีมก่อน ฮาลันด์นี่ซื้อโคดฉลาดและตัวนี้ผมมองว่าไม่แพงด้วย
เรียกว่ามีเงินแต่ใช้เงินเป็น

ต่างจากหงส์ที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม โอเคใช้เงินเป็น แต่ซื้อตัวแบบขัดใจหลายตลาด( ที่ซื้อดีก็แล้วไปครับ กัวเด็กหงส์จะเข้ามาด่าผมหาว่าด่าทีม)ในปีที่คูตี้ยัายออกชัดเจนว่าขาดนักเตะแบบที่จะพาบอลไปเล่นพื้นที่สุดท้าย จ่ายทะลุช่อง ก็ไม่ได้ซื้อใครเข้ามา ดีที่ทีมเล่นกันได้ดีขึ้นมีทีมเวิร์คเข้ามาทดแทน บวกกับได้ฟานไดจ์กับ อลิซซอนเข้ามา เลยทำให้ทีมประสบความสำเร็จในปีต่อๆมา ตรงจุดนี้ถือว่าเสริมแนวรับตรงประเด็น แต่ปัญหานี้ก็กลับมา หลายๆเกมที่มันตัน จนเราดูออกว่าขาดอะไร หลังๆทีมอื่นก็รู้ทางมากขึ้นมาถึงก็รับลึก ก็น่าจะรู้ว่าต้องมีกลางกล้าแทงบอลแนวลึก ถึงเพิ่งไปดีงติอาโก้มา ปีที่หลังเจ็บเป็นปีที่ลอฟเรนออกจากทีมไป ก็ไม่ซื้อ ปีที่ซีดุมออกไป ก็ไม่ซื้อกลาง เพิ่งจะมีข่าวซื้อกลางหนักๆก็ปีนี้

สรุปคือ รู้ว่าขาดอะไรน่าจะรีบซื้อ มารอให้ได้ตัวที่ต้องการเท่านั้นผมว่ามันไม่ทันเค้า อาจจะตัวเต็งเบอร์ 2-3 อะไรก็ว่าไป ดีกว่าไม่มีเลยแล้วต้องมาร้อนเอาตลาดหน้าหนาว

ด้วยความที่ต่างกันไม่เยอะในแง่แต้ม ตรงนี้มันก็เป็นจุดแพ้ชนะเหมือนกันนะ แล้วยิ่งปีนี้การแข่งขันมันเข้มข้นตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะแล้วล่ะ ก็ดูตลาดปิดพอจะรู้อะไรบ้างเลย ผมเห็นบางคนบอกนักเตะมันไม่ใช่ทุกอย่าง เรามีทีมหลังบ้านที่ดีมีโค้ชผู้รักษาประตู ทีมฟิตเนสที่เก่งเพิ่งเสริมเข้ามา ทีมโค้ชวิเคราะห์แทคติค บลาๆๆ แล้วทีมอื่นไม่มีหรอคับ?

ส่วนเรื่องเป๊ป ผมว่าคนก็สงสัยแหละเพราะยังไม่เคยคุมทีมที่ไม่มีเงิน ถึงตอนนี้ก็ยอมรับในแทคติคฝีมือ จิตวิทยาระดับนึง แต่ผมก็ยังกังขา เพราะแทคติคบอลแบบเป๊ปมันต้องมาคู่กับนักเตะที่คลาสบอลดีๆ ครองบอลเหนียวๆ สกิลจ่ายม้วนหนีเพรสซิ่งเทพ มีสำรองที่เปลี่ยนลงมาแล้วคุณภาพพอจะแก้เกมได้ แบบมาเรซ กรีลิช หรือกุนโดกัน สเตอริ่ง คือมองไปม้านั่งสำรองแล้วมีความหวังบ้างอ่ะ ซึ่งถ้าแกไปคุมทีมกลางๆ แล้วทำได้ระดับทุกวันนี้หรือใกล้เคียง ผมถึงว่าเทพจริง เรียกว่าไม่ได้เนิฟ แต่แค่ doubt เฉยๆครับ

สุดท้ายผมว่ามีเงินแล้วใช้ซื้อแล้วประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าลงทุนคุ้มค่า ไม่มีข้อครหาอะไรหรอก มันอยู่ที่ใช้เงินแล้วประสบความสำเร็จรึป่าวมากกว่า

ปล. ไม่รู้ใส่รูปตรงข้อความป่าวนะ
5
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 7375
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 22:34
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ทุกทีมมีเงินหมดแหละครับ บางคนแม่งก็พูดเหมือนกับทีมตัวเองไม่มีเงิน อ้างแต่ว่าซิตี้รวย จะว่าซิตี้ เมิงไปด่าเจ้าของตัวเองเถอะ การทำธุรกิจต้องมีกำไร ก็นี่แหละครับเหตุผลที่ทีมของคุณไม่กล้าทุ่มไม่กล้าซื้อแพงๆ พอไม่ซื้อแต่ทีมอื่นซื้อเยอะก็มาว่าเขาโกงอีก ฮ่าๆ

เจ้าของหวังแต่กำไรควรทำไงดี
แก้ไขล่าสุดโดย BaPaKub เมื่อ Tue May 24, 2022 22:37, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Mar 2008
ตอบ: 1126
ที่อยู่: RaMa IX
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 22:41
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
6ปี4แชมป์ ลีก ไม่รวมถ้วยเล็กๆกับเงิน600ลปที่ลงทุนไป ให้ตายเถอะ ไม่ใช่เป๊ป เชื่อว่าไม่มีคนทำได้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 7375
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 22:47
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
Spoil
Kobe24 พิมพ์ว่า:
ส่วนต่างปีละ 50-60ล. ปอนด์ ถ้า6 ปีก็ 300-360 ลป. ถือว่าเยอะเหมือนกันนะครับ ถ้าเทียบก็ใน1 ปีสามารถซื้อตัวระดับ aceของทีมได้ปีละ1 คนเลย ถ้าทีมที่ใช้เงินฉลาดๆก็อาจจะ2 คน หรือเทียบเท่ากับ ทีมอื่นที่มีเงินช็อปปีละ60ลป. ต้องหยุดช็อป6 ตลาด หรือ3 ปี

ประเด็นคือ 2 ปีที่บอก 400 ล ยูโร มันเหมือนเป็นก้าวกระโดดที่ทีมอื่น(โดยส่วนมาก) ยากที่จะทำแบบนั้น ปีนั้นเสริม สโตน, ซาเน่, เฆซุส, กุนโดกัน บราโว่ โนลิโต้ ซิลวา เมนดี้ etc.
( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมโดยรวมของเดิมก่อนเป๊ปมาก็ใช้เงินซื้อเข้ามาพอสมควร พื้นฐานนักเตะเดิมก็ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้วแต่ปีก่อนเป๊ปมาเพิ่งเสริม เดอบรอย 76ล ยูโร , สเตอริ่ง 63.7ล ยูโร, โอตาเมนดี้ 44.5ล ยูโร

(ref transfermarkt.com)

และแมนซิตี้มีการซื้อนักเตะที่ราคาเกิน 50ล ยูโร ถึง11 คน (ตั้งได้ทีมนึง)




( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมคู่แข่งอย่างหงส์ 3 คน



คำถามคือแล้วไง? ผมว่ามันก็มีความต่างนิดหน่อยในเรื่องคุณภาพที่จะได้ ในขณะที่คนอื่นอาจจะต้องซื้อเพื่อ squad depth หรือต้องปั้นนักเตะขึ้นมาเพื่อเป็น key player แบกทีม แต่เรือสามารถซื้อนักเตะ key playerได้เลย ด้วยเงินเท่านั้นอยู่ที่ว่าจะตาดีได้ตาร้ายเสีย เช่น โรเบิร์ตสัน vs เมนดี้ ค่าตัวต่างกัน4 เท่ากว่า แต่โรเบิร์ตสันสามารถยึดตัวจริงได้ แต่เรืออาจจะซื้อนักเตะ squad depthด้วยราคา Key playerก็แค่นั้น

หงส์จ่ายค่าเหนื่อยเยอะจริง และจำเป็นต้องผ่องถ่ายนักเตะออกไปหลายคน เพราะแรกๆคล็อปซื้อเข้ามาเป็น squad depth และเป็นโค้ชสไตล์ปั้นนักเตะให้ใจนักเตะ และนักเตะดาวรุ่งเผื่อเก่งอีก เพราะงั้นการจะซื้อจะขายนักเตะกลุ่มนี้ออกไปคล็อปคิดหนักเพราะมีผลกับทีมสปิริต แต่ผมเชื่อว่าปีนี้จะทำ แต่โดยรวมนักเตะactive playerหงส์27 คน ก็ไม่ได้ค่าเหนื่อยเยอะไปกว่า21 คนของเรือเลย

สรุป ซิตี้ใช้เงินเยอะจริง มากกว่าทีมคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงแบบมีนัยยะสำคัญจริง และgapตรงนี้ก็ค่อนข้างใหญ่ ผมว่าเรื่องนี้มันชัดเจนจนเราอย่ามาปฏิเสธกันดีกว่า

เพียงแต่ผมมาดูความฉลาดในการใช้เงินของซิตี้ ผมคิดว่าทั้งเป๊ปและทีมงานซื้อขายซื้อแต่ละคนในรอบหลายๆปี โคดตรงประเด็น เสริมในตำแหน่งที่เห็นๆว่าเป็นจุดอ่อนของทีม และมีแค่ 1-2 ปีที่อาจจะพลาดไปบ้างในการเสริมกองหลังในปีที่เจ็บกันเยอะๆ และต้นปีนี้ก็กองหน้า เพียงแต่คุณภาพโดยรวมมันมากพอจะทำให้กลบจุดอ่อนตรงนั้นไป (อาจด้วยการเล่นแบบครองบอลเหนือคู่แข่งนี่แหละ ) แต่นี่ก็อีกแล้วรู้ว่าขาดกองหน้าก็ซื้อฮาลันด์ อัลวาเรซมา ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายกับทีมก่อน ฮาลันด์นี่ซื้อโคดฉลาดและตัวนี้ผมมองว่าไม่แพงด้วย
เรียกว่ามีเงินแต่ใช้เงินเป็น

ต่างจากหงส์ที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม โอเคใช้เงินเป็น แต่ซื้อตัวแบบขัดใจหลายตลาด( ที่ซื้อดีก็แล้วไปครับ กัวเด็กหงส์จะเข้ามาด่าผมหาว่าด่าทีม)ในปีที่คูตี้ยัายออกชัดเจนว่าขาดนักเตะแบบที่จะพาบอลไปเล่นพื้นที่สุดท้าย จ่ายทะลุช่อง ก็ไม่ได้ซื้อใครเข้ามา ดีที่ทีมเล่นกันได้ดีขึ้นมีทีมเวิร์คเข้ามาทดแทน บวกกับได้ฟานไดจ์กับ อลิซซอนเข้ามา เลยทำให้ทีมประสบความสำเร็จในปีต่อๆมา ตรงจุดนี้ถือว่าเสริมแนวรับตรงประเด็น แต่ปัญหานี้ก็กลับมา หลายๆเกมที่มันตัน จนเราดูออกว่าขาดอะไร หลังๆทีมอื่นก็รู้ทางมากขึ้นมาถึงก็รับลึก ก็น่าจะรู้ว่าต้องมีกลางกล้าแทงบอลแนวลึก ถึงเพิ่งไปดีงติอาโก้มา ปีที่หลังเจ็บเป็นปีที่ลอฟเรนออกจากทีมไป ก็ไม่ซื้อ ปีที่ซีดุมออกไป ก็ไม่ซื้อกลาง เพิ่งจะมีข่าวซื้อกลางหนักๆก็ปีนี้

สรุปคือ รู้ว่าขาดอะไรน่าจะรีบซื้อ มารอให้ได้ตัวที่ต้องการเท่านั้นผมว่ามันไม่ทันเค้า อาจจะตัวเต็งเบอร์ 2-3 อะไรก็ว่าไป ดีกว่าไม่มีเลยแล้วต้องมาร้อนเอาตลาดหน้าหนาว

ด้วยความที่ต่างกันไม่เยอะในแง่แต้ม ตรงนี้มันก็เป็นจุดแพ้ชนะเหมือนกันนะ แล้วยิ่งปีนี้การแข่งขันมันเข้มข้นตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะแล้วล่ะ ก็ดูตลาดปิดพอจะรู้อะไรบ้างเลย ผมเห็นบางคนบอกนักเตะมันไม่ใช่ทุกอย่าง เรามีทีมหลังบ้านที่ดีมีโค้ชผู้รักษาประตู ทีมฟิตเนสที่เก่งเพิ่งเสริมเข้ามา ทีมโค้ชวิเคราะห์แทคติค บลาๆๆ แล้วทีมอื่นไม่มีหรอคับ?

ส่วนเรื่องเป๊ป ผมว่าคนก็สงสัยแหละเพราะยังไม่เคยคุมทีมที่ไม่มีเงิน ถึงตอนนี้ก็ยอมรับในแทคติคฝีมือ จิตวิทยาระดับนึง แต่ผมก็ยังกังขา เพราะแทคติคบอลแบบเป๊ปมันต้องมาคู่กับนักเตะที่คลาสบอลดีๆ ครองบอลเหนียวๆ สกิลจ่ายม้วนหนีเพรสซิ่งเทพ มีสำรองที่เปลี่ยนลงมาแล้วคุณภาพพอจะแก้เกมได้ แบบมาเรซ กรีลิช หรือกุนโดกัน สเตอริ่ง คือมองไปม้านั่งสำรองแล้วมีความหวังบ้างอ่ะ ซึ่งถ้าแกไปคุมทีมกลางๆ แล้วทำได้ระดับทุกวันนี้หรือใกล้เคียง ผมถึงว่าเทพจริง เรียกว่าไม่ได้เนิฟ แต่แค่ doubt เฉยๆครับ

สุดท้ายผมว่ามีเงินแล้วใช้ซื้อแล้วประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าลงทุนคุ้มค่า ไม่มีข้อครหาอะไรหรอก มันอยู่ที่ใช้เงินแล้วประสบความสำเร็จรึป่าวมากกว่า

ปล. ไม่รู้ใส่รูปตรงข้อความป่าวนะ  
 

ก่อนเป๊ปเข้ามาซิตี้คือทีมคนแก่ ค่าเฉลี่ยทีมอายุคือรองแชมป์ลีกเลย ฉะนั้นเหตุผลที่ต้องซื้อมัยก็มี้หมือนกัน แฟนทีมอื่นไม่ได้มองเรื่องนี้หรอกครับ เขามองแค่เรื่องใช้เงินซื้อ ทั้งๆที่ทีมดีอยู่แล้ว รายละเอียดแบบนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ เปเญกรืนี่ฤดูกาล​สุดท้ายทีมก็ปัญหาเพียบ
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status: Hello
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 6151
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:18
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ผมมองว่าใช้เยอะจริงครับ แต่ใช้เป็นด้วยครับ ปีแรกยังไงก็ต้องจัดอย่างนั้นเพราะหลังรั่วมากๆ เล่นได้ไม่ตามแผนที่ต้องการ โดนสวนเป็นเข้าตลอดผมดูเองยังแบบเซงแทนเลย พอได้หลังที่แน่นขึ้นแล้วต่อมาก็ติดปีกแหละ ปีหลังๆมาเสริมไม่ได้เว่อร์แบบปีแรกอาจจะแพงประมานนึงแต่ตรงจุดหมด มีที่รู้สึกไม่ค่อยคุ้มก็กริลิชแหละไม่รู้อะไรไปดลใจให้ซื้อมาแพงขนาดนั้น เอาตรงๆ ฤดูกาลนี้ไม่มีก็ไม่ได้ทำให้ทีมแย่ลง หวังว่าปีหน้าจะดีขึ้น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Apr 2022
ตอบ: 212
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:19
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
MrRos พิมพ์ว่า:
ยังไงก็เยอะครับ ท่านยก Net Spend เทียบทีมอื่นๆก็เห็นแล้ว นี่ไปยก Payroll คนชมซิตี้เยอะแยะเรื่องจัดการค่าเหนื่อย



ตั้งแต่เป๊ปเข้ามาคุม มีแค่แมนยูกับซิตี้นั่นแหละที่ Net ออกมาแล้วใช้เงินไปเกือบ 700 ล้านปอนด์

รองลงมาก็น่อลที่เกือบ 500 ล้านปอนด์ เชลซี สเปอร์ อยู่ที่แตะๆ 300 ล้านปอนด์ หงส์ 200 ต้นๆ(เยียดเปียด)

แบบนี้ไม่เยอะหรอ หรือ จะต้องเทียบกับทีมอื่นๆในลีคดู



แบบนี้เรียกไม่ใช้เงินหรอ แต่ผมยอมรับตรงที่ว่า คนใช้เงินมันคือเป๊ป มองง่ายๆก็ดูที่แมนยู ใช้เงินเยอะกว่าอีกแต่ผลงานไม่เหลือซาก

 


แล้วทำไมจะยกเรื่อง Payroll ไม่ได้ล่ะครับ งง?????
ก็ชอบพูดกันซิตี้จัดผู้เล่น 2 ชุด สำรองดีทั้งนั้น ได้เปรียบทีมอื่น
แต่พอมาดูจริง การใช้เงินค่าเหนื่อยผุ้เล่นรวมๆ มากกว่าหงส์แดงไม่ได้เยอะกว่ามากอะไรขนาดนี้
มันก็ตามนี้น่ะครับ ทำไมถึงมีเหตุผลยกเรื่องนี้ไม่ได้

ส่วน Net Spend ที่ท่านยกมา คือผมจะพูดในแง่ภาพรวมการใช้เงินเฉลี่ยน่ะครับ ตั้งแต่ช่วงการมาทำงานของเป๊ป ขนาด FFP ยังคิดบัญชีรวม 3 ปีเลยครับ เพราะสมมุติต่อให้ฤดูกาลนึงใช้เงิน 500 ล้านปอนด์ แต่ถ้าขายผู้เล่นได้สัก 400 ล้านปอนด์ หรือตลาดนึงใช้เยอะ แต่อีกตลาดใช้น้อยเหมือนปีมาเรซที่ใช้แค่ไม่ถึง 20 ล้านปอนด์ มันก็ไม่น่าประเด็นน่ะครับ ใช้เงินเยอะ แต่หาทางขายนักเตะที่ไม่ใช้ออกไปได้เช่นกัน ออกมาเป็นเงินที่ใช้จ่ายจริงๆในแต่ละปี เทียบกับผลงานที่ได้

เช่น ถ้ายืนพื้นงบปีละ 50 ล้านปอนด์แต่ละปีของทีมลุ้นแชมป์ตลอดโดยเฉพาะใน EPL
ซิตี้ใช้ 93 ล้านปอนด์ ก็มากกว่า 43 ล้านปอนด์ ซึ่งมันก็เยอะแหล่ะ แต่แค่ไม่ได้เวอร์แบบที่คนส่วนใหญ๋คิดกันขนาดนั้น ว่าซิตี้ต้องทุ่มปีละ 2-3 ร้อยล้านปอนด์ ระเบิดคลังเอาแชมป์ UCL อะไรขนาดนั้นตามที่คนมาพูดเอาสนุกปากกันนะครับ เลยมาลงทุนชี้แจงแจกแจงให้เห็นเฉยๆครับ

ใช้เงิน 93 ล้านปอนด์ต่อปี มาเป็นเวลา 6 ปี แต่ได้ EPL 4 สมัย ถ้าจะมองว่าไม่คุ้มก็มองได้ครับเพราะยังขาด UCL
แต่ก็ผู้เล่นชุดนี้ของเป๊ปตัวหลักก็ยังพอเล่นได้อีกหลายปีนะครับที่จะกอบโกยความสำเร็จ
ซึ่งสำหรับทีมลุ้นแชมป์งบปีละ 100 ล้านปอนด์ มันก็ดูเยอะ แต่ไม่ได้เวอร์แบบที่มันเป็นไปไม่ได้น่ะครับที่จะใช้ได้ ถ้าใช้ 100 ล้านทุกปี แล้วได้แชมป์ EPL ไปอีกหลายครั้ง ส่วน UCL ก็ต้องรอต่อไปครับ ความคุ้มค่าก็แล้วแต่คนจะมองน่ะครับ แต่ที่ผมทำก็แค่อยากขี้แจงให้เห็นเฉยๆ ไม่ได้บิดเบือน Manipulate ข้อมูลใดๆครับ

แก้ไขล่าสุดโดย LookGade เมื่อ Tue May 24, 2022 23:26, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 21921
ที่อยู่: แฟลตรูหนู
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:19
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ถามว่าเยอะมั้ย เยอะ
สำเร็จมั้ย สำเร็จ
เข้าใจง่ายๆ
ใช้เงินเยอะ ไม่สำเร็จ อาเซนอล แมนยู
ใช้เงินไม่เยอะ สำเร็จ ลิเวอร์พูล มาดริด
แก้ไขล่าสุดโดย Mikumon เมื่อ Tue May 24, 2022 23:24, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งเจลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2009
ตอบ: 10541
ที่อยู่: หน้าคอมส์
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:30
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
Kobe24 พิมพ์ว่า:
ส่วนต่างปีละ 50-60ล. ปอนด์ ถ้า6 ปีก็ 300-360 ลป. ถือว่าเยอะเหมือนกันนะครับ ถ้าเทียบก็ใน1 ปีสามารถซื้อตัวระดับ aceของทีมได้ปีละ1 คนเลย ถ้าทีมที่ใช้เงินฉลาดๆก็อาจจะ2 คน หรือเทียบเท่ากับ ทีมอื่นที่มีเงินช็อปปีละ60ลป. ต้องหยุดช็อป6 ตลาด หรือ3 ปี

ประเด็นคือ 2 ปีที่บอก 400 ล ยูโร มันเหมือนเป็นก้าวกระโดดที่ทีมอื่น(โดยส่วนมาก) ยากที่จะทำแบบนั้น ปีนั้นเสริม สโตน, ซาเน่, เฆซุส, กุนโดกัน บราโว่ โนลิโต้ ซิลวา เมนดี้ etc.
( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมโดยรวมของเดิมก่อนเป๊ปมาก็ใช้เงินซื้อเข้ามาพอสมควร พื้นฐานนักเตะเดิมก็ดีในระดับหนึ่งอยู่แล้วแต่ปีก่อนเป๊ปมาเพิ่งเสริม เดอบรอย 76ล ยูโร , สเตอริ่ง 63.7ล ยูโร, โอตาเมนดี้ 44.5ล ยูโร

(ref transfermarkt.com)

และแมนซิตี้มีการซื้อนักเตะที่ราคาเกิน 50ล ยูโร ถึง11 คน (ตั้งได้ทีมนึง)




( ref transfermarkt.com)

ในขณะที่ทีมคู่แข่งอย่างหงส์ 3 คน



คำถามคือแล้วไง? ผมว่ามันก็มีความต่างนิดหน่อยในเรื่องคุณภาพที่จะได้ ในขณะที่คนอื่นอาจจะต้องซื้อเพื่อ squad depth หรือต้องปั้นนักเตะขึ้นมาเพื่อเป็น key player แบกทีม แต่เรือสามารถซื้อนักเตะ key playerได้เลย ด้วยเงินเท่านั้นอยู่ที่ว่าจะตาดีได้ตาร้ายเสีย เช่น โรเบิร์ตสัน vs เมนดี้ ค่าตัวต่างกัน4 เท่ากว่า แต่โรเบิร์ตสันสามารถยึดตัวจริงได้ แต่เรืออาจจะซื้อนักเตะ squad depthด้วยราคา Key playerก็แค่นั้น

หงส์จ่ายค่าเหนื่อยเยอะจริง และจำเป็นต้องผ่องถ่ายนักเตะออกไปหลายคน เพราะแรกๆคล็อปซื้อเข้ามาเป็น squad depth และเป็นโค้ชสไตล์ปั้นนักเตะให้ใจนักเตะ และนักเตะดาวรุ่งเผื่อเก่งอีก เพราะงั้นการจะซื้อจะขายนักเตะกลุ่มนี้ออกไปคล็อปคิดหนักเพราะมีผลกับทีมสปิริต แต่ผมเชื่อว่าปีนี้จะทำ แต่โดยรวมนักเตะactive playerหงส์27 คน ก็ไม่ได้ค่าเหนื่อยเยอะไปกว่า21 คนของเรือเลย

สรุป ซิตี้ใช้เงินเยอะจริง มากกว่าทีมคู่แข่งแย่งแชมป์โดยตรงแบบมีนัยยะสำคัญจริง และgapตรงนี้ก็ค่อนข้างใหญ่ ผมว่าเรื่องนี้มันชัดเจนจนเราอย่ามาปฏิเสธกันดีกว่า

เพียงแต่ผมมาดูความฉลาดในการใช้เงินของซิตี้ ผมคิดว่าทั้งเป๊ปและทีมงานซื้อขายซื้อแต่ละคนในรอบหลายๆปี โคดตรงประเด็น เสริมในตำแหน่งที่เห็นๆว่าเป็นจุดอ่อนของทีม และมีแค่ 1-2 ปีที่อาจจะพลาดไปบ้างในการเสริมกองหลังในปีที่เจ็บกันเยอะๆ และต้นปีนี้ก็กองหน้า เพียงแต่คุณภาพโดยรวมมันมากพอจะทำให้กลบจุดอ่อนตรงนั้นไป (อาจด้วยการเล่นแบบครองบอลเหนือคู่แข่งนี่แหละ ) แต่นี่ก็อีกแล้วรู้ว่าขาดกองหน้าก็ซื้อฮาลันด์ อัลวาเรซมา ไม่ปล่อยให้เกิดความเสียหายกับทีมก่อน ฮาลันด์นี่ซื้อโคดฉลาดและตัวนี้ผมมองว่าไม่แพงด้วย
เรียกว่ามีเงินแต่ใช้เงินเป็น

ต่างจากหงส์ที่ผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไม โอเคใช้เงินเป็น แต่ซื้อตัวแบบขัดใจหลายตลาด( ที่ซื้อดีก็แล้วไปครับ กัวเด็กหงส์จะเข้ามาด่าผมหาว่าด่าทีม)ในปีที่คูตี้ยัายออกชัดเจนว่าขาดนักเตะแบบที่จะพาบอลไปเล่นพื้นที่สุดท้าย จ่ายทะลุช่อง ก็ไม่ได้ซื้อใครเข้ามา ดีที่ทีมเล่นกันได้ดีขึ้นมีทีมเวิร์คเข้ามาทดแทน บวกกับได้ฟานไดจ์กับ อลิซซอนเข้ามา เลยทำให้ทีมประสบความสำเร็จในปีต่อๆมา ตรงจุดนี้ถือว่าเสริมแนวรับตรงประเด็น แต่ปัญหานี้ก็กลับมา หลายๆเกมที่มันตัน จนเราดูออกว่าขาดอะไร หลังๆทีมอื่นก็รู้ทางมากขึ้นมาถึงก็รับลึก ก็น่าจะรู้ว่าต้องมีกลางกล้าแทงบอลแนวลึก ถึงเพิ่งไปดีงติอาโก้มา ปีที่หลังเจ็บเป็นปีที่ลอฟเรนออกจากทีมไป ก็ไม่ซื้อ ปีที่ซีดุมออกไป ก็ไม่ซื้อกลาง เพิ่งจะมีข่าวซื้อกลางหนักๆก็ปีนี้

สรุปคือ รู้ว่าขาดอะไรน่าจะรีบซื้อ มารอให้ได้ตัวที่ต้องการเท่านั้นผมว่ามันไม่ทันเค้า อาจจะตัวเต็งเบอร์ 2-3 อะไรก็ว่าไป ดีกว่าไม่มีเลยแล้วต้องมาร้อนเอาตลาดหน้าหนาว

ด้วยความที่ต่างกันไม่เยอะในแง่แต้ม ตรงนี้มันก็เป็นจุดแพ้ชนะเหมือนกันนะ แล้วยิ่งปีนี้การแข่งขันมันเข้มข้นตั้งแต่ตลาดซื้อขายนักเตะแล้วล่ะ ก็ดูตลาดปิดพอจะรู้อะไรบ้างเลย ผมเห็นบางคนบอกนักเตะมันไม่ใช่ทุกอย่าง เรามีทีมหลังบ้านที่ดีมีโค้ชผู้รักษาประตู ทีมฟิตเนสที่เก่งเพิ่งเสริมเข้ามา ทีมโค้ชวิเคราะห์แทคติค บลาๆๆ แล้วทีมอื่นไม่มีหรอคับ?

ส่วนเรื่องเป๊ป ผมว่าคนก็สงสัยแหละเพราะยังไม่เคยคุมทีมที่ไม่มีเงิน ถึงตอนนี้ก็ยอมรับในแทคติคฝีมือ จิตวิทยาระดับนึง แต่ผมก็ยังกังขา เพราะแทคติคบอลแบบเป๊ปมันต้องมาคู่กับนักเตะที่คลาสบอลดีๆ ครองบอลเหนียวๆ สกิลจ่ายม้วนหนีเพรสซิ่งเทพ มีสำรองที่เปลี่ยนลงมาแล้วคุณภาพพอจะแก้เกมได้ แบบมาเรซ กรีลิช หรือกุนโดกัน สเตอริ่ง คือมองไปม้านั่งสำรองแล้วมีความหวังบ้างอ่ะ ซึ่งถ้าแกไปคุมทีมกลางๆ แล้วทำได้ระดับทุกวันนี้หรือใกล้เคียง ผมถึงว่าเทพจริง เรียกว่าไม่ได้เนิฟ แต่แค่ doubt เฉยๆครับ

สุดท้ายผมว่ามีเงินแล้วใช้ซื้อแล้วประสบความสำเร็จ ก็ถือว่าลงทุนคุ้มค่า ไม่มีข้อครหาอะไรหรอก มันอยู่ที่ใช้เงินแล้วประสบความสำเร็จรึป่าวมากกว่า

ปล. ไม่รู้ใส่รูปตรงข้อความป่าวนะ  
เป๊ปก็แก้ปัญหาหลังจากเกิดปัญหาอย่างซีซั่นแรกนั่นไงที่ไปมั่นใจกองหลังชุดเดิม รวมถึงปีที่พลาดแชมป์ให้ลิเวอร์พูลก็มาแก้ปัญหากองหลังซีซั่นถัดไป กองหน้าก็เช่นกันพึ่งจะแก้ ฉะนั้นจะดิสเครดิตทีมตัวเองก็เอาเคสที่ตรงหน่อยเถอะ อย่างคูตินโญ่คนชอบคิดว่าเล่นมิดฟิลด์อย่างเดียวทั่งที่ปีที่ฟอร์มดีก็เล่นทั้งปีกทั้งมิดฟิลด์แถมที่เราเสียประตูเยอะๆก็เกิดมาจากแกเสียบอลง่ายแล้วไม่ช่วยเกมรับเลยฉะนั้นการเสริมเกมรับมันก็ถูกแล้วรวมถึงผู้รักษาประตูที่เป็นปัญหามาเป็น20ปีไม่เคยมีประตูที่ไว้ใจได้แบบ100%เลยจนมาได้อลิซอน เสียคูตี้มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่หรอกเกมรุกก็ไม่ได้ต่างจากเดิม ไอ้เกมที่ตันๆนี่ปีนึงมีไม่ถึง3นัดเลยมั้งมันเจาะได้ตลอดแหละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: Don't kick the chair
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 31 Jan 2014
ตอบ: 8780
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:38
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ผมไม่ได้มีปัญหากับการใช้เงินของซิตี้นะ ผมมีปัญหาเรื่องที่มาของเงินมากกว่า ที่จู่ๆเสกเงินมาได้ 400 ล้านในพริบตา เงินมันแทบจะเท่าค่าเทคโอเวอร์สโมสรลิเวอร์พูลของFSGเลย ในขณะที่ทีมอื่นต้องจำกัดจำเขี่ยต้องลองผิดลองถูกมานานเป็นปีๆ อย่างหงส์ผมก็ 30 ปี ต้องขายนักเตะเพื่อจะได้ไปซื้อตัวใหม่ในขณะที่ซิตี้กระดิกนิ้วเดียก็ได้เงินมาใช้แล้ว ยิ่งมีเมลที่หลุดมาว่าพยายามโกงกฏการเงินอีกมันก็ชัดเจนแล้วเอาเปรียบทีมอื่นยังไงก็ไม่รู้ มันทำให้สตอรี่ความพยายามแบบดอร์ทมุน เลสเตอร์ บิลเบา รวมถึงแมนยู หงส์ ปืนยุคสร้างตัวมันค่อยๆหายไปจนทีมฟุตบอลจะกลายเป็นของเล่นคนรวยไปแล้ว
ไม่เถียงนะว่าตอนนี้เรือใบยืนได้ด้วยตัวเองแล้ว แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เหมือนกันว่าหากไม่ได้เงินอัดฉีดก้อนแรกไปสร้างตัวซิตี้ก็ไม่ได้มีวันนี้เหมือนกัน ผมเลยต่อต้านพวกกษัตริย์จากตะวันออกกลางที่มาทำทีมฟุตบอลทุกคน

ใครจะมาโควทเถียงก็เชิญนะ แต่ผมคงไม่ตอบโต้อะ ผมแสดงจุดยืนของผมไปแล้ว
แก้ไขล่าสุดโดย Barakamon เมื่อ Tue May 24, 2022 23:40, ทั้งหมด 1 ครั้ง
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน



ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 3617
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:40
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
ปัญหาอีกอย่างก็คือต่อให้เป๊บปั้นตัวดีๆที่ยังไม่ดังมากขึ้นมาเป็น s class คนก็จะมองว่าเป๊บบังเอิญโชคดีที่เข้ามาถูกจังหวะได้นักเตะดีๆ
เหมือนแบบตอนที่คุมบาซ่ามีคนมองว่าเป๊บโชคดีที่มี อินเนียสต้า ซาบี้ บุสเกต อัลเวส ปีเก้ พอดีส่วนเมสซี่ขอยกไว้อีกกรณีนึงนะ
เขามองว่าเป๊บไม่ได้ปั้นเก่งแต่บังเอิญนักเตะบาซ่าเก่งพร้อมกันตอนนั้นพอดี
เพราะฉะนั้นเป๊บจึงต้องไปพิสูจน์กับทีมเล็กๆไม่มีเงินให้พวกเขาเห็นถึงจะยอมรับ

อีกเรื่องก็คือคนที่เชียร์ทีมใหญ่ประวัติศาสตร์เยอะฟคเก่าแก่เยอะ ไม่เข้าใจความรู้สึกของทีมที่เพิ่งเริ่มโตหรอก
เขาไม่เคยเห็นมุมมองที่ว่าการเป็นทีมดังมันดึงดูดนักเตะได้ง่ายกว่าทีมที่เพิ่งเริ่มสร้างแค่ไหน
การปั้นทีมอย่างลิเวอร์แมนยูจากจุดที่ตกต่ำให้มาเก่ง ก็ไม่ได้ยากเท่ากับปั้นโบลตั้นสโต้คให้เก่งหรอก
เพราะชื่อชั้นประวัติศาสตร์คุณได้เปรียบ และแน่นอนเขาก็จะมองข้อได้เปรียบพวกนั้นว่านั่นคือสิ่งชอบธรรมที่เขาสมควรได้รับเพราะเขาสร้างประวัติศาสตร์มาเอง
ก็จริง แต่สำหรับทีมที่เพิ่งสร้างเขาก็มีโมเดลธุรกิจของเขา วิธีที่เขาเลือกอาจจะเป็นการทุ่มซื้อเพราะสร้างทีมก่อนในตอนแรกเพื่อสร้างประวัติศาสตร์ตัวเอง
แต่กลับโดนบางคนมองว่าวิธีนี้ไม่แฟร์
ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไรทุกทีมถึงต้องใช้โมเดลธุรกิจเดียวกันคือใช้เงินแต่ละปีเท่าที่กำไรมี
บางทีมอาจจะอยากเสี่ยงทุ่มในตอนแรกเพื่อหวังผลระยะยาวก็ได้ เขาควรจะมีสิทธิเลือกวิธีของตัวเอง
แต่กลับโดนเอาความหวังดีมาอ้างว่า เห้ย ผมกลัวทีมพวกคุณใช้เงินเกินตัวแล้วจะล้มละลายผมจึงห้ามคุณ
บ้างก็ว่าไม่แฟร์กับทีมเขาที่ใช้โมเดลธุรกิจอีกแบบนึงที่เพลย์เซฟมากกว่า ทีมที่ทุ่มเงินนั้นเอาเปรียบพวกเขา
งงตรงที่ว่า แล้วทำไมทีมฟุตบอลอื่นๆต้องใช้โมเดลธุรกิจแบบทีมคุณเท่านั้นเหรอถึงจะแฟร์

เห็นแนะให้เป๊บไปคุมทีมเล็กบ้าง
แล้วทำไมไม่ไล่โค้ชที่ตัวเองชอบไปคุมสโตคโบลตันฟูแล่มอะไรพวกนี้บ้าง มาคุมทีมประวัติศาสตร์เก่าแก่มีชื่อเสียงทำไม
เพราะผมก็มองว่าการคุมทีมดังเก่าแก่ให้ได้แชมป์ มันง่ายกว่าคุมทีมเล็กจริงๆที่ไม่มีประวัติศาสตร์เช่นกัน



แก้ไขล่าสุดโดย Monco เมื่อ Tue May 24, 2022 23:46, ทั้งหมด 3 ครั้ง
5
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออนไลน์
แข้งลีกเอิง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 8354
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue May 24, 2022 23:52
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
พวกทีมผูกขาดแชมป์ลีคส่วนใหญ่มันก็ทีมที่ใช้เงินเยอะกว่าชาวบ้านอยู่ละ บาเยิน ยูเว่ บาซ่า ปารีส พวกนี้ช่วงที่ได้แชมป์ลีคบ่อยๆก็ใช้เงินเยอะกว่าทีมอื่นทั้งนั้น มันก็ต้องต่อยอดทีมไปเรื่อยๆ มีทีมไหนไม่อยากมีเงินใช้เสริมทีมให้ดีขึ้นเรื่อยๆบ้าง แล้วถ้าบังเอิญทีมมีเงินใครจะไม่ใช้ อย่างซิตี้ใช้เงินแล้วได้แชมป์4จาก6นี่นับเฉพาะลีคทำไมจะไม่คุ้ม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 5176
ที่อยู่: Guiseppe Meazza
โพสเมื่อ: Wed May 25, 2022 00:12
[RE]แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป
ใช้เงินซื้อความสำเร็จก็ดีกว่าใช้เงินซื้อความไม่สำเร็จแหละครับ 5555
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
OTW
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Feb 2022
ตอบ: 377
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 25, 2022 00:36
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
To kimikase

ผมว่าผมเขียนไว้ชัดแล้วนะครับ ว่าสำหรับหงส์เคสฟานไดจ์กับอลิซซอนถือว่าแก้ได้ตรงจุด ส่วนตัวที่ซื้อมาดีขอไม่พูดถึง
แล้วคูตี้ผมเห็นด้วยครับที่แกจ่ายบอลเสียบ่อยทำให้โดนโต้กลับเสียประตู แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่เป็นปัญหาระยะยาวที่มันเชื่อมต่อกันเป็นลูกโซ่ครับ มาเน่ต้องลงมาล้วงบอลลึก แล้วต้องกลายมาเป็นตัวทำเกมแทน ซึ่งมาเน่ไม่ได้มีสกิลเพลย์เมคเกอร์ขนาดนั้นครับ ทำให้หงส์เสียโอกาสที่จะได้อะไรจากมาเน่ไปเยอะ ตอนนี้ขนาดอายุเยอะขึ้นแล้วคล็อปจับมาเล่นfalse9 หลายนัดจากฟอร์มที่ไม่ดียังกลับมาเก่งเลยครับ

แล้วปีนึงไม่ถึงสามนัดนี่เว่อแล้วครับ ผมดูทุกนัด ทุกถ้วย ไอ้ที่เจาะได้มันเจาะแบบไหนดีกว่าครับ การเข้าทำแบบที่ Heat Map ตรงหัวกระโหลกทำได้รึป่าว? มีแมนซิทีมเดียวในพรีเมียร์ลีคครับที่ทำได้ หงส์กว่าจะได้ประตูแต่ละนัดที่โดนรถบัสเหนื่อยครับใครๆก็รู้ ได้ติอาโก้มาดีขึ้นครับ เพราะคล็อปเริ่มรู้จุดอ่อนทีมตัวเองเลยซื้อมาเติม แล้วปีนี้ได้คาวัลโญ่มา ไม่คิดว่ามันสะทัอนอะไรหรอครับ ว่าคลํอปตัองการแก้ปัญหาตรงจุดไหน แล้วถ้าเรามีแบบนี้ตั้งแต่ต้นปี แล้วเค้าปรับตัวเข้ากับทีมได้แล้ว 1 แต้มที่ต่าง อาจจะกลายเป็นเท่าหรือมากกว่าได้รึป่าวครับ?
แก้ไขล่าสุดโดย Kobe24 เมื่อ Wed May 25, 2022 00:40, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Feb 2022
ตอบ: 377
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed May 25, 2022 00:43
[RE: แมนซิตี้ ใช้เงินเยอะจริงแท้แค่ไหน โดยเฉพาะในยุคเปป]
 
 

ก่อนเป๊ปเข้ามาซิตี้คือทีมคนแก่ ค่าเฉลี่ยทีมอายุคือรองแชมป์ลีกเลย ฉะนั้นเหตุผลที่ต้องซื้อมัยก็มี้หมือนกัน แฟนทีมอื่นไม่ได้มองเรื่องนี้หรอกครับ เขามองแค่เรื่องใช้เงินซื้อ ทั้งๆที่ทีมดีอยู่แล้ว รายละเอียดแบบนี้จะมีสักกี่คนที่รู้ เปเญกรืนี่ฤดูกาล​สุดท้ายทีมก็ปัญหาเพียบ  


คนเค้าก็รู้แหละครับท่านว่าแก้ปัญหายังไง
ปล. ว่าแต่ทำแบบนี้ทำยังไงครับ ที่มีspoil ทำให้ไม่ต้องโควทข้อความยาวๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel