ราชันขาด "พี่มอส,วาราน" รับมือหงส์ - เรือเต็มสูบฉะเสือเหลือง....ปรีวิว CL
BLOG TOPIC_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Email:
sale@soccersuck.com
โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
วันอังคารที่ 6 เมษายน 2564
แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก
เรอัล มาดริด - ลิเวอร์พูล (02:00 น.)
เรอัล มาดริด เกมนี้จะไม่มีตัวเจ็บอย่าง เอแด็ง อาซาร์(กล้ามเนื้อ), ดานี่ การ์บาฆาล(แฮมสตริง), เซร์กิโอ รามอส(น่อง) รวมถึงข่าวร้ายล่าสุดที่ ราฟาเอล วาราน ตวรพบติดเชื้อโควิด-19
ข่าวดีคือได้ คาเซมิโร่ พ้นโทษแบนกลับมามีชื่อ เช่นเดียวกับ เฟเด้ บัลเบร์เด้ หายเจ็บแฮมสตริงพร้อมลงสนาม
ที่เหลือไม่มีปัญหาทั้ง ที่เหลือไม่มีปัญหาทั้ง คาริม เบนเซม่า, มาร์โก อเซนซิโอ้, ลูคัส บาซเกซ, วิซิอุส, โรดรีโก้, มาเรียโน่ ดิอาซ, โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, คาเซมิโร่, อิสโก้, เอแดร์ มิลิเตา, นาโช่, มาร์เซโล่, อัลบาโร โอดริโอโซล่า, แฟร์ลอง เมนดี้, ติโบต์ คูร์กตัวส์
ลิเวอร์พูล ยังมีผู้เล่นเจ็บหลายคนทั้ง เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค(เข่า), โจ โกเมซ(เข่า), โจเอล มาติป(ข้อเท้า), จอร์แดน เฮนเดอร์สัน(ขาหนีบ), ดิว็อค โอริกี้(กล้ามเนื้อ), ควีวีน เคลเลเฮอร์(ปัญหาเจ็บท้อง)
ที่เหลือไม่มีปัญหาพร้อมเดินทางทั้งหมด โม ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่, โรเบร์โต้ ฟิร์มิโน่, ดิโอโก้ โชต้า, จินี่ ไวจ์นัลดุม, ฟาบินโญ่, ธิอาโก้ อัลคันทาร่า, เจมส์ มิลเนอร์, นาบี เกอิต้า, เคอร์ติส โจนส์, อเล็กว์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน, เซอร์ดาน ชาคิรี่, เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, แนท ฟิลลิปส์, โอซาน คาบัค, รีส วิลเลียมส์, เนโก้ วิลเลียมส์, คอสตาส ซิมิคาส, อลิสซอน เบ็คเกอร์
สถิติที่น่าสนใจ
• เจอกัน 6 นัดในรายการนี้ ผลัดกันชนะ 3 นัด ลิเวอร์พูล ชนะ 3 นัดแรก ขณะที่ เรอัล มาดริด ชนะ 3 นัดหลัง โดยนัดล่าสุดคือเกมนัดชิงชนะเลิศเมื่อปี 2018
• เรอัล มาดริด ไม่แพ้ 11 นัดติดต่อกันทุกรายการ (ชนะ 9 เสมอ 2)
• ลิเวอร์พูล ชนะมา 3 นัดติดทุกรายการ แบบไม่เสียประตู
• เรอัล มาดริด ชนะในแชมเปี้ยนส์ ลีก 5 จาก 6 นัดหลัง
• ลิเวอร์พูล เก็บคลีนชีต 7 จาก 9 นัดหลังในแชมเปี้ยนส์ ลีก
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ - โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ (02:00 น.)
แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สภาพทีมพร้อมสุดๆ เพราะพวกเขาไม่มีปัญหาตัวเจ็บและแบนเลย
เกมล่าสุดที่บุกชนะเลสเตอร์ ซิตี้ในพรีเมียร์ลีก พวกเขามีการโรเตชั่นบางตำแหน่ง โดยผู้เล่นอย่าง ราฮีม สเตอร์ลิง, ฟิล โฟเด้น, อิลคาย กุนโดกาน, เจา คันเซโล่ อาจได้กลับมาเป็นตัวจริงในเกมนี้
ดอร์ทมุนด์ เกมนี้จะไม่มีผู้เล่นที่เจ็บหลายคนทั้ง เจดอน ซานโช่(สะโพก), มาร์เซล ชเมลเซอร์(เข่า), อักเซิล วิตเซล(เอ็นร้อยหวาย), แดน-อักเซล ซากาดู(เข่า), ยูสซูฟา มูโกโก้(ขา)
ตัวหลักที่เหลือพร้อมเดินทางทั้งหมดคือ เออร์ลิง ฮาลันด์, มาร์โก รอยส์, มาห์มูด ดาฮูด, โธมัส เดลานีย์, ธอร์กาน อาซาร์, ยูเลี่ยน บรันท์ด, เรเนียร์, เอ็มเร ชาน, จู๊ด เบลลิงแฮม, โธมัส มูนิเยร์, จิโอ เรย์น่า, มานูเอล อคานยี่, มัตส์ ฮุมเมิลส์, ราฟาเอล เกร์เรโร่, มาเคล โมเรย์, ลูคัส พิสซ์เช็ค, มาร์วิน ฮิตซ์, โรมัน เบอร์กี
สถิติที่น่าสนใจ
• เจอกันในรายการนี้ 2 นัด ในรอบแบ่งกลุ่มปี 2012 ดอร์ทมุนด์ ชนะในบ้าน 1-0 และบุกเสมอ 1-1
• แมน ซิตี้ ชนะ 26 จาก 27 นัดหลังสุดทุกรายการ
• ดอร์ทมุนด์ ชนะ 1 จาก 5 นัดหลังสุดทุกรายการ
• แมน ซิตี้ เก็บคลีนชีต 7 นัดหลังสุดในแชมเปี้ยนส์ ลีก
• ดอร์ทมุนด์ ไม่แพ้ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 7 นัดติด (ชนะ 5 เสมอ 2)
แก้ไขล่าสุดโดย MEGITSAMA เมื่อ Tue Apr 06, 2021 18:58, ทั้งหมด 3 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ