ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 4520
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 02, 2020 22:06
NFL's player reaction
สิบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อันนี้ผมจะรวบรวมว่าผู้เล่น แต่่ละคนมีความคิดเห็นอย่างไรกับเรื่อง ณ ตอนนี้

Richard Sherman มาแบบตรงๆตามเคย
It’s curious the way I’m treated in public when I have a mask on and when I don’t. When I wear a mask I feel the tension that I have felt since i was a child. I can feel the looks I get of ppl who assume I’m a threat. But when the mask comes off and suddenly I’m not a threat
ตอนไม่ใส่หน้ากาก อ้อ เฮ้ย นี่ริชาร์ด เชอร์แมน เราทำดีกับคุณนะ พอใส่หน้ากาก ไอ้นี่มันจะคุกคามเราป่าวหว่า มันเป็นใคร สำหรับผมอันนี้น่าสนใจตรงที่ว่าเราไม่รู้ว่าตอนเป็นเด็ก เค้าถูกมองมายังไง ความรู้สึกของคนผิวสีที่มันฝังลงมา

Carlson Wentz อันนี้ค่อนข้างยาวตัดมาบางส่วน คนชื่นชมเยอะ
Being from North Dakota, I spent a large part of my life surrounded by people of similar color, so I’m never gonna act like I know what the black community goes through or even has gone through already. I’ll never know the feeling of having to worry about my kids going outside because of their skin color. However, I do know that we are all equal at the foot of the cross and Jesus taught us to value others’ lives like they were our own- regardless of skin tone.
All I know is that the institutional racism in this country breaks my heart and needs to stop
เหวินก็ออกมาบอกว่า เค้าก็อยู่ในเมืองที่ทุกคนคล้ายๆกัน(น่าจะเมืองที่คนผิวขาวอยู่เยอะ) เค้าไม่เคยรู้หรอกว่า ความรู้สึกที่ต้องกังวลเวลาลูกๆไปข้างนอกแล้วเราต้องกังวลเพราะเรื่องสีผิวมันเป็นยังไง เค้ารู้แค่ว่าเรื่องเหยียดสิผิวแบบนี้มันจำเป็นต้องจบเสียที

OBJ คนนี้มาแนวสันติ แต่ทัวร์ลงเยอะมาก ความรุนแรงมันแก้ไม่ได้ด้วยความรุนแรงตอบ ไม่อยากให้เกิดการสูญเสียอีก
I’m off twitter. There’s no winnin in this and tbh I was never here to win. Just wanna be apart of the solution goin forward so that my kids kids don’t have to deal wit this. Idk if that will be the case but that’s obviously the goal. It’s really the wrong time to be goin back
Losing fathers mothers aunties uncles etc.... VIOLENCE isn’t not the answer ... cops killing us is not the answer, us killin cops is not the answer. VIOLENCE WILL ONLY BRING MORE VIOLENCE
I’m pray for PEACE. I pray for resolutions.

Jerick Mckinnon ตัววิ่ง 49ers อันนี้ไมรู้จะปลุกระดมทำไม
We at war

Russel Wilson อันนี้กังวลอนาคตเพราะลูกมีผิวสิ
I fear for their lives just like my grandmother feared for my dad’s life and the lives of her other children,” Wilson said. “I fear because of the color of their beautiful chocolate skin.

ส่วนคนที่โดนหนักๆอีกคนก็ Nick Bosa เพราะนานแล้วก็เคยทวีตว่า Kaepernick is a clown ทั้งที่ตอนหลังแกแทบไม่เคยทวีตอะไรเลย คนก็ยังจัดแกเยอะ


ถ้าไปดูคลิปต่างๆทางทวิตเตอร์ที่ผู้เล่น NFL ลงหรือมีคนมาตอบก็จะมีแบบตำรวจทำร้ายประชาชน ประชาชนบุกร้านเพชร คนผิวสีบุกทำร้ายคนขาว หรือ คนผิวสียืนปกป้องตำรวจผิวขาว คนผิวสีปกป้องไม่ให้ทำลายสถานที่ มีทุกแบบ เราก็ตามๆดูครับ แล้วพิจารณาตามความเหมาะสม

แก้ไขล่าสุดโดย twentyfourseven เมื่อ Tue Jun 02, 2020 22:10, ทั้งหมด 1 ครั้ง
7
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Mar 2010
ตอบ: 6749
ที่อยู่: ทับแก้ว
โพสเมื่อ: Tue Jun 02, 2020 22:42
[RE: NFL's player reaction]
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 4520
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 02, 2020 23:06
[RE: NFL's player reaction]
VodkaMartini พิมพ์ว่า:
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด  

ตอนนั้นหลายคนมองว่า แคปที่คุกเข่าก็คือไม่ให้เกียรติประเทศ กองทัพ อะไรทำนองนี้ด้วยครับ คนที่โห่ตอนนั้นก็ยังมีเยอะ แฟนทีมอื่นตะโกนด่าก็มี ประเด็นมันมีความต่างจากประเด็น เหยียดสีผิวไปบ้างครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 1727
ที่อยู่: San Siro
โพสเมื่อ: Wed Jun 03, 2020 15:20
[RE: NFL's player reaction]
ขอบคุณที่นำมาแชร์ผมไม่เล่นทวิตไม่เห็นอะไรแบบนี้มาก่อนเลย
ผมช่วยแปลเพิ่มละกัน

Richard Sherman
It’s curious the way I’m treated in public when I have a mask on and when I don’t. When I wear a mask I feel the tension that I have felt since i was a child. I can feel the looks I get of ppl who assume I’m a threat. But when the mask comes off and suddenly I’m not a threat

มันเป็นเรื่องน่าประหลาดนะ สำหรับการปฏิบัติที่ผมได้รับซึ่งแตกต่างกันเมื่อผมใส่หน้ากาก(น่าจะหมายถึงหน้ากากอนามัยที่ช่วงนี้ต้องใส่กัน)กับตอนที่ผมไม่ได้ใส่หน้ากาก ตอนที่ผมใส่หน้ากากนะคุณเอ๊ย ผมรู้สึกได้เลยความอึดอัดความตึงเครียดแบบที่ผมเคยรู้สึกมาตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็ก ผมนี่สัมผัสได้เลยว่าผู้คนมองผมว่าไอ้นี่มันตัวปัญหา แต่พอผมถอนหน้ากากออกทันใดนั้นผมก็ไม่ใช่ตัวปัญหาแล้ว (จะแซะว่าเห็นว่ากุดังเป็น ผู้คนเลยปฏิบัติตัวอีกแบบ)

Carlson Wentz
Being from North Dakota, I spent a large part of my life surrounded by people of similar color, so I’m never gonna act like I know what the black community goes through or even has gone through already. I’ll never know the feeling of having to worry about my kids going outside because of their skin color. However, I do know that we are all equal at the foot of the cross and Jesus taught us to value others’ lives like they were our own- regardless of skin tone.
All I know is that the institutional racism in this country breaks my heart and needs to stop
สำหรับคนที่มาจากนอร์ทดาโกต้าแล้ว เวลาส่วนใหญ่ในชีวิตผมถูกแวดล้อมไปด้วยผู้คนที่มีผิดสีเดียวกัน
ดังนั้นผมเลยไม่ต้องทำตัวเหมือนกับว่าผมรู้ว่าผู้คนผิวดำกำลังเผชิญกับอะไรหรือว่าเราผ่านอะไรมาแล้วบ้าง ผมไม่เคยรู้สึกถึงความกังวลกับการที่พวกเด็กๆของผมจะออกไปนอกบ้านเพราะสีผิวที่เขามีเลย ผมรู้แค่เพียงว่าพวกเราล้วนเท่าเทียมกันหมดทุกคนภายใต้ไม้กางเขน และพระเยซูเคยสอนพวกเราให้รักชีวิตของผู้อื่นเท่ากับชีวิตของเราเองไม่ว่าพวกเขาจะมีผิวสีใดก็ตาม
ทั้งหมดที่ผมรู้คือการเหยียดที่ 'ฝัง' อยู่ในสถาบันทางสังคมของประเทศนี้ทำให้ผมใจสลายและมันควรจะหยุดลงเสียที

OBJ
I’m off twitter. There’s no winnin in this and tbh I was never here to win. Just wanna be apart of the solution goin forward so that my kids kids don’t have to deal wit this. Idk if that will be the case but that’s obviously the goal. It’s really the wrong time to be goin back
Losing fathers mothers aunties uncles etc.... VIOLENCE isn’t not the answer ... cops killing us is not the answer, us killin cops is not the answer. VIOLENCE WILL ONLY BRING MORE VIOLENCE
I’m pray for PEACE. I pray for resolutions.
ผมพอละกับทวิตเตอร์ มันไม่มีผู้ชนะในเรื่องนี้หรอกและบอกตรงๆผมไม่ได้ออกมาพูดเพื่อที่จะเอาชนะใคร ผมแค่อยากเป็นส่วนหนึ่งของการแก้ปัญหาต่อไปในอนาคตที่มันจะไม่ทำให้ลูกๆของผมต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้ ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดขึ้นจริงได้ไหมแต่นั่นคือเป้าหมายจริงๆของเรา มันไม่ใช่เวลาที่ดีเลยที่จะมาย้อนความใส่กัน การที่สูญเสียพ้อแม่ญาติพี่น้องที่คุณรัก การความรุนแรงมันไม่ใช่คำตอบสำหรับเรื่องเหล่านี้หรอก
พวกตำรวจฆ่าเรา เราฆ่าพวกตำรวจตอบก็ไม่ใช่คำตอบสำหรับปัญหาอยุ่ดี การใช้คยวามรุนแรงมันนำพามาแค่การใช้ความรุนแรงที่มากยิงกว่าเดิม
ผมขอภาวนาให้กับสันติ ผมขอภาวนาให้เกิดการแก้ปัญหาเหล่านี้

Jerick Mckinnon
We at war
พวกเรากำลังอยู่ในสงครามว่ะพวก

Russel Wilson
I fear for their lives just like my grandmother feared for my dad’s life and the lives of her other children,” Wilson said. “I fear because of the color of their beautiful chocolate skin.
ผมหวาดกลัวเกี่ยวกับวิถีชีวิตของลูกๆผม มันเหมือนกับที่ย่าของผมกังวลถึงชีวิตของพ่อของผมและลูกคนอื่นๆของเธอ ผมกลัวเพราะสีที่สวยเหมือนช็อกโกแลตของลูกๆผมนี่แหละ (อันนี้ประชดว่าคนเรามันไม่ควรจะต้องมากังวลกับเรื่องพวกนี้)

2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
อยู่ๆก็วิ่งมาชนตีนนนน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 1727
ที่อยู่: San Siro
โพสเมื่อ: Wed Jun 03, 2020 15:21
[RE: NFL's player reaction]
twentyfourseven พิมพ์ว่า:
VodkaMartini พิมพ์ว่า:
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด  

ตอนนั้นหลายคนมองว่า แคปที่คุกเข่าก็คือไม่ให้เกียรติประเทศ กองทัพ อะไรทำนองนี้ด้วยครับ คนที่โห่ตอนนั้นก็ยังมีเยอะ แฟนทีมอื่นตะโกนด่าก็มี ประเด็นมันมีความต่างจากประเด็น เหยียดสีผิวไปบ้างครับ  

อันนี้เกิดอะไรขึ้นหรอครับ พอมีแหล่งที่มาให้ไปอ่านไหมครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
อยู่ๆก็วิ่งมาชนตีนนนน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 4520
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jun 03, 2020 15:44
[RE: NFL's player reaction]
Vitas พิมพ์ว่า:
twentyfourseven พิมพ์ว่า:
VodkaMartini พิมพ์ว่า:
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด  

ตอนนั้นหลายคนมองว่า แคปที่คุกเข่าก็คือไม่ให้เกียรติประเทศ กองทัพ อะไรทำนองนี้ด้วยครับ คนที่โห่ตอนนั้นก็ยังมีเยอะ แฟนทีมอื่นตะโกนด่าก็มี ประเด็นมันมีความต่างจากประเด็น เหยียดสีผิวไปบ้างครับ  

อันนี้เกิดอะไรขึ้นหรอครับ พอมีแหล่งที่มาให้ไปอ่านไหมครับ  


หมายถึงกรณี แคปเปอนิคใช่ไหมครับ ก็อปบทความมาละกันครับ
โคลิน เคเปอร์นิก: นักกีฬาดาวรุ่งที่ตกงานเพราะเรียกร้องความเท่าเทียม
.
โคลิน เคเปอร์นิก (Colin Kaepernick) อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูสำหรับผู้ไม่ติดตามกีฬาอเมริกันฟุตบอล แต่ถ้าพูดว่า “โคลิน เคเปอร์นิก นักกีฬาผิวสีที่คุกเข่าระหว่างเพลงชาติกำลังดัง” หลายคนอาจเริ่มคุ้นจนนึกเรื่องราวของเขาออก เรื่องราวของนักกีฬาที่ออกมาเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีจนได้รับเสียงชื่นชม แต่กลายเป็นว่าขณะที่ผู้คนชื่นชมเขา นักกีฬาดาวรุ่งคนนี้กลับต้องตกงานเพียงเพราะแสดงจุดยืนว่าคนทุกสีผิวควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
.
การคุกเข่าของโคลิน ควอเตอร์แบคทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส (San Francisco 49ers) ในปี 2016 สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมทั่วอเมริกา ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น มีการเปิดเพลงชาติดังกึกก้องทั่วสนาม โคลินทำสิ่งไม่มีใครคาดคิดอย่างการคุกเข่าหนึ่งข้างต่อหน้าธงชาติสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนทางสัญลักษณ์ว่าอยากให้คนผิวสีได้รับความยุติธรรม บอกผ่านการกระทำกับคนทั้งสนามว่าเขาจะไม่ยืนตรงเคารพธงชาติให้ประเทศที่ไม่เคยมอบความเท่าเทียมให้คนผิวสี รวมถึงแสดงออกเพื่อต่อต้านความรุนแรงเกินกว่าเหตุจากเหตุการณ์ตำรวจวิสามัญ พอล โอนีล (Paul O’neal) เด็กชายผิวสีวัย 18 ปี ที่ไม่มีอาวุธปืน
.
เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสร้อนแรงทั่วโซเชียล ลุกลามหนักจนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โต้ตอบการกระทำของโคลินด้วยการกดดันให้ NFL (American National Football League) ออกบทลงโทษบางประการหรือไล่นักกีฬาที่ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติออกจากสนาม พร้อมกับกล่าวประณามนักกีฬากลุ่มแรกที่คุกเข่าว่าขาดความรักชาติ
.
“การคุกเข่าคือการแสดงออกทางสัญลักษณ์ ผมอยากให้ผู้คนตระหนักว่ายังมีการกีดกันคนออกจากสิทธิ เสรีภาพ และความยุติธรรมด้วยสีผิว” - โคลิน เคเปอร์นิก
.
แม้มีหลายคนแสดงจุดยืนด้วยการคุกเข่าเมื่อเพลงชาติดังขึ้น แต่คนที่รับผลจากการกระทำหนักสุดคงหนีไม่พ้นโคลิน เดิมทีการยืนตรงเมื่อเพลงชาติดังขึ้นในศึกอเมริกันฟุตบอลคือธรรมเนียมที่ทำกันมายาวนาน แล้วอยู่ ๆ มีคนไม่ยืนตรงแถมลงไปคุกเข่า จึงทำเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือว่าไม่เหมาะสมกันแน่ ?
.
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว NFL ออกกฎชัดเจนว่าก่อนลงสนามแข่ง ผู้เล่นทุกคนต้องยืนตรงเมื่อมีการเปิดเพลงชาติ โคลินได้เล่นกับทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส จนจบฤดูกาลปี 2016 และทางทีมตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวหลังออกจากทีมเดิม เพราะไม่มีทีมอเมริกันฟุตบอลไหนอยากเซ็นสัญญากับเขา นักกีฬาดาวรุ่งกลายเป็นนักกีฬาว่างงานไร้สังกัด หากจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการคุกเข่าก็คงยากจะมีใครเชื่อ เพราะเจ้าตัวก็เคยพูดไว้ว่า “คงไม่มีทีมไหนอยากมีปัญหาทางการเมือง”
.
ตั้งแต่ปี 2016 โคลินกลายเป็นคนว่างงานในสายอาชีพที่เขารัก แต่นิตยสารจีคิว (GQ) กลับไม่มองว่าเขาเป็นคนไร้ค่า สนับสนุนการกระทำของเขาด้วยการเลือกโคลินเป็นพลเมืองแห่งปี 2017 ยกย่องความเข้มแข็งต่อการแสดงจุดยืนอันแน่วแน่ของตัวเอง แม้จะกลายเป็นนักกีฬาไร้สังกัด แต่การแสดงเจตจำนงต่อหน้าสาธารณชนของชายคนนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมอเมริกัน
.
ถึงจะมีชื่อเสียง แต่การหาทีมสังกัดไม่ได้เป็นเรื่องที่เจ็บปวดของนักกีฬาอาชีพ พาลคิดว่าคงหมดหวังกับการเล่นอเมริกันฟุตบอล อย่างไรก็ตาม โคลินได้รับโอกาสใหญ่ครั้งสำคัญ เมื่อแบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดัง ไนกี้ (Nike) เลือกเขาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ในปี 2018 เริ่มทำการโปรโมตหน้าเขาแบบภาพขาว-ดำ ไปทั่วโลก พร้อมกับคำว่า “Just Do It” คำขวัญครบรอบ 30 ปี ของแบรนด์ รวมถึงประโยค “Believe in something, even if it means sacrificing everything”
.
“จงเชื่อในบางสิ่ง แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งก็ตาม”
.
หลังจากเลือกโคลินเป็นพรีเซนเตอร์ ราคาหุ้นของไนกี้ลดลง 3.2% จากเดิมอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ ร่วงลงมาแตะ 79.66 ดอลลาร์ เกิดเสียงเรียกร้องทั่วโซเชียลมีเดียให้คว่ำบาตรสินค้าของไนกี้ผ่านแฮชแท็ก #NikeBoycott #Boycottnike และ #Justburnnike ชาวอเมริกันผู้มีหัวคิดแบบอนุรักษนิยมหลายคนนำสินค้าไนกี้ออกมาเผาแล้วถ่ายลงโซเชียล แสดงความไม่พอใจกับการเลือกนายแบบครั้งนี้ รวมถึงทรัมป์ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “ไนกี้จะถูกทำลายเพราะความเกลียดชัง”
.
เบน ซาห์น (Ben Zahn) นายกเทศมนตรีเมืองเคนเนอร์ รัฐหลุยเซียนา ออกคำสั่งไม่ให้นักกีฬาหรือคนในชุมชนใช้อุปกรณ์ใด ๆ ของแบรนด์ไนกี้บริเวณสวนสาธารณะ สนามกีฬา อุทยาน และพื้นที่สันทนาการของเมือง แสดงให้เห็นว่าเขามีแนวคิดเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนนายกเทศมนตรีจะลืมไปว่าเขาไม่สามารถสั่งห้ามประชาชนไม่ให้ทำโน่นทำนี่เหมือนรัฐเผด็จการได้ ชาวบ้านจึงพากันออกมาประท้วงขอสั่งห้ามบ้าง พวกเขาชูป้ายสั่งห้ามไม่ให้นายกเทศมนตรีแสดงท่าทางโง่เง่าหรือออกความคิดเห็นซื่อบื้ออีกต่อไป และจากการโดนโจมตีอย่างหนักทำให้เมืองเคนเนอร์ยอมยกเลิกข้อห้ามการใช้ของแบรนด์ไนกี้ที่ไม่ควรมีตั้งแต่แรก
.
ไม่กี่วันหลังจากหุ้นร่วง ไนกี้กลับมียอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 31% ส่งให้หุ้นดีดตัวขึ้นมา 2.2% (ภายหลังทะยานไปถึง 5%) อาจเป็นเพราะคนทั่วโลกจำนวนมากอยากสนับสนุนความกล้าของไนกี้กับโคลิน บางคนชื่นชมการตลาดอันสุ่มเสี่ยง และรู้สึกประทับใจที่เหล่าผู้บริหารของแบรนด์ยอมเลือกโคลินเป็นพรีเซนเตอร์
.
กลายเป็นว่าแคมเปญครบรอบ 30 ปี ได้พื้นที่สื่อทั่วโลกไปแบบเต็ม ๆ เหล่าคนดังจากหลายแวดวงพากันโพสต์ภาพแคมเปญที่มีโคลิน ยอดวิวโฆษณาในยูทูบสูงถึง 25 ล้านวิว โดยใช้เวลาเพียง 6 วัน ยิ่งมีคนประกาศจะแบนไนกี้มากเท่าไหร่ ยอดขายกับความสนใจของคนทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ จนตอนนี้ไนกี้กลายเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ใส่ใจสิทธิมนุษยชน สนับสนุนความเท่าเทียมกันในสังคม แม้ก่อนหน้านี้จะเคยโดนโจมตีเรื่องการกดขี่แรงงานต่างด้าวกับการใช้แรงงานเด็กก็ตาม โดยแบรนด์เครื่องกีฬาออกมาย้ำเสมอว่าอดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่เวลานี้ไนกี้ไม่ได้เป็นแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว
.
ปี 2018 แอมเนสตี้ (Amnesty) มอบรางวัลทูตแห่งมโนธรรมสำนึก (Ambassador of Conscience Award) เป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดเพื่อยกย่องบุคคลที่มีความกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ลงมือทำสิ่งที่เหมาะสมตามมโนธรรมของตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ในปีเดียวกัน อดีตนักร้องชื่อดัง รีแอนนา (Rihanna) ก็ปฏิเสธชัดเจนที่จะแสดงในช่วงพักครึ่งของการแข่งขันอเมริกันรอบชิงชนะเลิศ (ซูเปอร์โบว์ล) ครั้งที่ 53 แม้จะได้กระแส เงิน และชื่อเสียงมากมายจากการแสดงครั้งนี้ แต่รีแอนนากลับปฏิเสธเพื่อสนับสนุนจุดยืนของโคลิน เคเปอร์นิก
.
ปี 2019 ทาง NFL เปิดโอกาสให้โคลินทดสอบฝีมือให้ทีมต่าง ๆ ได้รับชมอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 3 ปี ข่าวการหวนกลับสู่สนามอีกครั้งของเขาอยู่ในสายตาสื่อที่เฝ้ารอดูว่าชายคนนี้จะได้งานหรือไม่ มีทีมอเมริกันฟุตบอล 13 ทีม สนใจเข้าร่วมดูการทดสอบศักยภาพของโคลิน แต่น่าเศร้าที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนแสดงท่าทีจริงจังว่าต้องการเขาไปเป็นควอเตอร์แบค
.
สำหรับปี 2020 กระแสการเรียกร้องความเท่าเทียมกันของคนทุกสีผิวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมอีกครั้ง จากกรณีของ จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ถูกตำรวจผิวขาวชาวอเมริกันใช้เข่ากดคอจนเสียชีวิต ผู้คนต่างเจ็บปวด รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว แถมเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งสนับสนุนแนวคิดที่ว่า ‘ไม่เคยมีความเท่าเทียมกันจริง ๆ ระหว่างคนผิวสีกับคนผิวขาวในสังคมอเมริกัน’ ดังเช่นโคลินที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเพื่อชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จนตกงานนานกว่า 4 ปี
.
โคลิน เคเปอร์นิก ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้ชื่อเสียงในวงการกีฬาผลักดันสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมของโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถามเรื่องสิทธิมากขึ้น แม้คนบางส่วนมองว่านักกีฬาไม่ควรยุ่งกับการเมือง แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มองเห็นความไม่เท่าเทียมมาตลอดชีวิต โคลินเลือกที่จะแลกหน้าที่การงานเพื่ออุดมการณ์ที่ตัวเองยึดมั่น
.
ที่มา
.
https://www.cbc.ca/news/canada/saskatchewan/nike-aligns-itself-with-kaepernick-free-speech-1.4810542
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/04/colin-kaepernick-ambassador-of-conscience/
https://time.com/5248606/colin-kaepernick-wins-amnesty-internationals-ambassador-of-conscience-award/
https://www.forbes.com/sites/simonmainwaring/2018/09/07/what-nikes-kaepernick-ad-means-for-your-brand/?ss=leadership#685472a7bc76
https://www.cbsnews.com/news/kenner-louisiana-mayor-bans-nike-products-colin-kaepernick-ad-campaign/
https://www.cbsnews.com/news/colin-kaepernick-nike-6-billion-man/
https://www.forbes.com/sites/lisettevoytko/2019/10/09/rihanna-confirms-she-declined-super-bowl-gig-to-support-colin-kaepernick/#472d20a959ed
.
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
.
อ่าน “โคลิน เคเปอร์นิก: นักกีฬาดาวรุ่งที่ตกงานเพราะเรียกร้องความเท่าเทียม” เวอร์ชันเว็บไซต์ได้ที่ https://thepeople.co/colin-kaepernick-nfl-and-nike/
.
#ThePeople #Culture #Social #Blacklivesmatter #โคลินเคเปอร์นิก
6
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 1727
ที่อยู่: San Siro
โพสเมื่อ: Wed Jun 03, 2020 16:15
[RE: NFL's player reaction]
twentyfourseven พิมพ์ว่า:
Vitas พิมพ์ว่า:
twentyfourseven พิมพ์ว่า:
VodkaMartini พิมพ์ว่า:
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด  

ตอนนั้นหลายคนมองว่า แคปที่คุกเข่าก็คือไม่ให้เกียรติประเทศ กองทัพ อะไรทำนองนี้ด้วยครับ คนที่โห่ตอนนั้นก็ยังมีเยอะ แฟนทีมอื่นตะโกนด่าก็มี ประเด็นมันมีความต่างจากประเด็น เหยียดสีผิวไปบ้างครับ  

อันนี้เกิดอะไรขึ้นหรอครับ พอมีแหล่งที่มาให้ไปอ่านไหมครับ  


หมายถึงกรณี แคปเปอนิคใช่ไหมครับ ก็อปบทความมาละกันครับ
โคลิน เคเปอร์นิก: นักกีฬาดาวรุ่งที่ตกงานเพราะเรียกร้องความเท่าเทียม
.
โคลิน เคเปอร์นิก (Colin Kaepernick) อาจเป็นชื่อที่ไม่คุ้นหูสำหรับผู้ไม่ติดตามกีฬาอเมริกันฟุตบอล แต่ถ้าพูดว่า “โคลิน เคเปอร์นิก นักกีฬาผิวสีที่คุกเข่าระหว่างเพลงชาติกำลังดัง” หลายคนอาจเริ่มคุ้นจนนึกเรื่องราวของเขาออก เรื่องราวของนักกีฬาที่ออกมาเรียกร้องสิทธิของคนผิวสีจนได้รับเสียงชื่นชม แต่กลายเป็นว่าขณะที่ผู้คนชื่นชมเขา นักกีฬาดาวรุ่งคนนี้กลับต้องตกงานเพียงเพราะแสดงจุดยืนว่าคนทุกสีผิวควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียม
.
การคุกเข่าของโคลิน ควอเตอร์แบคทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส (San Francisco 49ers) ในปี 2016 สร้างแรงกระเพื่อมทางสังคมทั่วอเมริกา ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้น มีการเปิดเพลงชาติดังกึกก้องทั่วสนาม โคลินทำสิ่งไม่มีใครคาดคิดอย่างการคุกเข่าหนึ่งข้างต่อหน้าธงชาติสหรัฐอเมริกา แสดงจุดยืนทางสัญลักษณ์ว่าอยากให้คนผิวสีได้รับความยุติธรรม บอกผ่านการกระทำกับคนทั้งสนามว่าเขาจะไม่ยืนตรงเคารพธงชาติให้ประเทศที่ไม่เคยมอบความเท่าเทียมให้คนผิวสี รวมถึงแสดงออกเพื่อต่อต้านความรุนแรงเกินกว่าเหตุจากเหตุการณ์ตำรวจวิสามัญ พอล โอนีล (Paul O’neal) เด็กชายผิวสีวัย 18 ปี ที่ไม่มีอาวุธปืน
.
เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดกระแสร้อนแรงทั่วโซเชียล ลุกลามหนักจนประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ โต้ตอบการกระทำของโคลินด้วยการกดดันให้ NFL (American National Football League) ออกบทลงโทษบางประการหรือไล่นักกีฬาที่ไม่ยืนตรงเคารพธงชาติออกจากสนาม พร้อมกับกล่าวประณามนักกีฬากลุ่มแรกที่คุกเข่าว่าขาดความรักชาติ
.
“การคุกเข่าคือการแสดงออกทางสัญลักษณ์ ผมอยากให้ผู้คนตระหนักว่ายังมีการกีดกันคนออกจากสิทธิ เสรีภาพ และความยุติธรรมด้วยสีผิว” - โคลิน เคเปอร์นิก
.
แม้มีหลายคนแสดงจุดยืนด้วยการคุกเข่าเมื่อเพลงชาติดังขึ้น แต่คนที่รับผลจากการกระทำหนักสุดคงหนีไม่พ้นโคลิน เดิมทีการยืนตรงเมื่อเพลงชาติดังขึ้นในศึกอเมริกันฟุตบอลคือธรรมเนียมที่ทำกันมายาวนาน แล้วอยู่ ๆ มีคนไม่ยืนตรงแถมลงไปคุกเข่า จึงทำเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าการกระทำของเขาเป็นเรื่องที่ยอมรับได้หรือว่าไม่เหมาะสมกันแน่ ?
.
หลังเหตุการณ์ดังกล่าว NFL ออกกฎชัดเจนว่าก่อนลงสนามแข่ง ผู้เล่นทุกคนต้องยืนตรงเมื่อมีการเปิดเพลงชาติ โคลินได้เล่นกับทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนท์เนอร์ส จนจบฤดูกาลปี 2016 และทางทีมตัดสินใจไม่ต่อสัญญา เขาต้องเผชิญกับช่วงเวลาแห่งความโดดเดี่ยวหลังออกจากทีมเดิม เพราะไม่มีทีมอเมริกันฟุตบอลไหนอยากเซ็นสัญญากับเขา นักกีฬาดาวรุ่งกลายเป็นนักกีฬาว่างงานไร้สังกัด หากจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับเรื่องการคุกเข่าก็คงยากจะมีใครเชื่อ เพราะเจ้าตัวก็เคยพูดไว้ว่า “คงไม่มีทีมไหนอยากมีปัญหาทางการเมือง”
.
ตั้งแต่ปี 2016 โคลินกลายเป็นคนว่างงานในสายอาชีพที่เขารัก แต่นิตยสารจีคิว (GQ) กลับไม่มองว่าเขาเป็นคนไร้ค่า สนับสนุนการกระทำของเขาด้วยการเลือกโคลินเป็นพลเมืองแห่งปี 2017 ยกย่องความเข้มแข็งต่อการแสดงจุดยืนอันแน่วแน่ของตัวเอง แม้จะกลายเป็นนักกีฬาไร้สังกัด แต่การแสดงเจตจำนงต่อหน้าสาธารณชนของชายคนนี้จะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อสังคมอเมริกัน
.
ถึงจะมีชื่อเสียง แต่การหาทีมสังกัดไม่ได้เป็นเรื่องที่เจ็บปวดของนักกีฬาอาชีพ พาลคิดว่าคงหมดหวังกับการเล่นอเมริกันฟุตบอล อย่างไรก็ตาม โคลินได้รับโอกาสใหญ่ครั้งสำคัญ เมื่อแบรนด์เครื่องกีฬาชื่อดัง ไนกี้ (Nike) เลือกเขาเป็นพรีเซนเตอร์คนใหม่ของแบรนด์ในปี 2018 เริ่มทำการโปรโมตหน้าเขาแบบภาพขาว-ดำ ไปทั่วโลก พร้อมกับคำว่า “Just Do It” คำขวัญครบรอบ 30 ปี ของแบรนด์ รวมถึงประโยค “Believe in something, even if it means sacrificing everything”
.
“จงเชื่อในบางสิ่ง แม้จะต้องแลกกับทุกสิ่งก็ตาม”
.
หลังจากเลือกโคลินเป็นพรีเซนเตอร์ ราคาหุ้นของไนกี้ลดลง 3.2% จากเดิมอยู่ที่ 82 ดอลลาร์ ร่วงลงมาแตะ 79.66 ดอลลาร์ เกิดเสียงเรียกร้องทั่วโซเชียลมีเดียให้คว่ำบาตรสินค้าของไนกี้ผ่านแฮชแท็ก #NikeBoycott #Boycottnike และ #Justburnnike ชาวอเมริกันผู้มีหัวคิดแบบอนุรักษนิยมหลายคนนำสินค้าไนกี้ออกมาเผาแล้วถ่ายลงโซเชียล แสดงความไม่พอใจกับการเลือกนายแบบครั้งนี้ รวมถึงทรัมป์ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “ไนกี้จะถูกทำลายเพราะความเกลียดชัง”
.
เบน ซาห์น (Ben Zahn) นายกเทศมนตรีเมืองเคนเนอร์ รัฐหลุยเซียนา ออกคำสั่งไม่ให้นักกีฬาหรือคนในชุมชนใช้อุปกรณ์ใด ๆ ของแบรนด์ไนกี้บริเวณสวนสาธารณะ สนามกีฬา อุทยาน และพื้นที่สันทนาการของเมือง แสดงให้เห็นว่าเขามีแนวคิดเดียวกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนนายกเทศมนตรีจะลืมไปว่าเขาไม่สามารถสั่งห้ามประชาชนไม่ให้ทำโน่นทำนี่เหมือนรัฐเผด็จการได้ ชาวบ้านจึงพากันออกมาประท้วงขอสั่งห้ามบ้าง พวกเขาชูป้ายสั่งห้ามไม่ให้นายกเทศมนตรีแสดงท่าทางโง่เง่าหรือออกความคิดเห็นซื่อบื้ออีกต่อไป และจากการโดนโจมตีอย่างหนักทำให้เมืองเคนเนอร์ยอมยกเลิกข้อห้ามการใช้ของแบรนด์ไนกี้ที่ไม่ควรมีตั้งแต่แรก
.
ไม่กี่วันหลังจากหุ้นร่วง ไนกี้กลับมียอดสั่งซื้อสินค้าออนไลน์เพิ่มขึ้น 31% ส่งให้หุ้นดีดตัวขึ้นมา 2.2% (ภายหลังทะยานไปถึง 5%) อาจเป็นเพราะคนทั่วโลกจำนวนมากอยากสนับสนุนความกล้าของไนกี้กับโคลิน บางคนชื่นชมการตลาดอันสุ่มเสี่ยง และรู้สึกประทับใจที่เหล่าผู้บริหารของแบรนด์ยอมเลือกโคลินเป็นพรีเซนเตอร์
.
กลายเป็นว่าแคมเปญครบรอบ 30 ปี ได้พื้นที่สื่อทั่วโลกไปแบบเต็ม ๆ เหล่าคนดังจากหลายแวดวงพากันโพสต์ภาพแคมเปญที่มีโคลิน ยอดวิวโฆษณาในยูทูบสูงถึง 25 ล้านวิว โดยใช้เวลาเพียง 6 วัน ยิ่งมีคนประกาศจะแบนไนกี้มากเท่าไหร่ ยอดขายกับความสนใจของคนทั่วโลกก็พุ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ จนตอนนี้ไนกี้กลายเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ใส่ใจสิทธิมนุษยชน สนับสนุนความเท่าเทียมกันในสังคม แม้ก่อนหน้านี้จะเคยโดนโจมตีเรื่องการกดขี่แรงงานต่างด้าวกับการใช้แรงงานเด็กก็ตาม โดยแบรนด์เครื่องกีฬาออกมาย้ำเสมอว่าอดีตเปลี่ยนไม่ได้ แต่เวลานี้ไนกี้ไม่ได้เป็นแบบเดิมอีกต่อไปแล้ว
.
ปี 2018 แอมเนสตี้ (Amnesty) มอบรางวัลทูตแห่งมโนธรรมสำนึก (Ambassador of Conscience Award) เป็นรางวัลเกียรติยศสูงสุดเพื่อยกย่องบุคคลที่มีความกล้าหาญ ต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ลงมือทำสิ่งที่เหมาะสมตามมโนธรรมของตัวเอง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ในปีเดียวกัน อดีตนักร้องชื่อดัง รีแอนนา (Rihanna) ก็ปฏิเสธชัดเจนที่จะแสดงในช่วงพักครึ่งของการแข่งขันอเมริกันรอบชิงชนะเลิศ (ซูเปอร์โบว์ล) ครั้งที่ 53 แม้จะได้กระแส เงิน และชื่อเสียงมากมายจากการแสดงครั้งนี้ แต่รีแอนนากลับปฏิเสธเพื่อสนับสนุนจุดยืนของโคลิน เคเปอร์นิก
.
ปี 2019 ทาง NFL เปิดโอกาสให้โคลินทดสอบฝีมือให้ทีมต่าง ๆ ได้รับชมอีกครั้งหลังจากห่างหายไปนานถึง 3 ปี ข่าวการหวนกลับสู่สนามอีกครั้งของเขาอยู่ในสายตาสื่อที่เฝ้ารอดูว่าชายคนนี้จะได้งานหรือไม่ มีทีมอเมริกันฟุตบอล 13 ทีม สนใจเข้าร่วมดูการทดสอบศักยภาพของโคลิน แต่น่าเศร้าที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนแสดงท่าทีจริงจังว่าต้องการเขาไปเป็นควอเตอร์แบค
.
สำหรับปี 2020 กระแสการเรียกร้องความเท่าเทียมกันของคนทุกสีผิวกลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมอีกครั้ง จากกรณีของ จอร์จ ฟลอยด์ (George Floyd) ถูกตำรวจผิวขาวชาวอเมริกันใช้เข่ากดคอจนเสียชีวิต ผู้คนต่างเจ็บปวด รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำดังกล่าว แถมเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งสนับสนุนแนวคิดที่ว่า ‘ไม่เคยมีความเท่าเทียมกันจริง ๆ ระหว่างคนผิวสีกับคนผิวขาวในสังคมอเมริกัน’ ดังเช่นโคลินที่ออกมาเรียกร้องสิทธิเพื่อชาวแอฟริกัน-อเมริกัน จนตกงานนานกว่า 4 ปี
.
โคลิน เคเปอร์นิก ถือเป็นอีกหนึ่งคนที่ใช้ชื่อเสียงในวงการกีฬาผลักดันสิทธิ เสรีภาพ และความเท่าเทียมของโลกเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ ทำให้สังคมเกิดการตั้งคำถามเรื่องสิทธิมากขึ้น แม้คนบางส่วนมองว่านักกีฬาไม่ควรยุ่งกับการเมือง แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งที่มองเห็นความไม่เท่าเทียมมาตลอดชีวิต โคลินเลือกที่จะแลกหน้าที่การงานเพื่ออุดมการณ์ที่ตัวเองยึดมั่น
.
ที่มา
.
https://www.cbc.ca/news/canada/saskatchewan/nike-aligns-itself-with-kaepernick-free-speech-1.4810542
https://www.amnesty.org/en/latest/news/2018/04/colin-kaepernick-ambassador-of-conscience/
https://time.com/5248606/colin-kaepernick-wins-amnesty-internationals-ambassador-of-conscience-award/
https://www.forbes.com/sites/simonmainwaring/2018/09/07/what-nikes-kaepernick-ad-means-for-your-brand/?ss=leadership#685472a7bc76
https://www.cbsnews.com/news/kenner-louisiana-mayor-bans-nike-products-colin-kaepernick-ad-campaign/
https://www.cbsnews.com/news/colin-kaepernick-nike-6-billion-man/
https://www.forbes.com/sites/lisettevoytko/2019/10/09/rihanna-confirms-she-declined-super-bowl-gig-to-support-colin-kaepernick/#472d20a959ed
.
เรื่อง: ตรีนุช อิงคุทานนท์
.
อ่าน “โคลิน เคเปอร์นิก: นักกีฬาดาวรุ่งที่ตกงานเพราะเรียกร้องความเท่าเทียม” เวอร์ชันเว็บไซต์ได้ที่ https://thepeople.co/colin-kaepernick-nfl-and-nike/
.
#ThePeople #Culture #Social #Blacklivesmatter #โคลินเคเปอร์นิก[/quote
wow
ขอบคุณครับ ที่ผ่านมารู้แค่แคมเปญ Just do it ของไนกี้เจ๋งมาก
แต่มาทราบจากบทความนี้แหละครับว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังยังไง ขอบคุณมากๆครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
อยู่ๆก็วิ่งมาชนตีนนนน
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2008
ตอบ: 14366
ที่อยู่: BNK48
โพสเมื่อ: Wed Jun 03, 2020 17:34
[RE: NFL's player reaction]
Vitas พิมพ์ว่า:
twentyfourseven พิมพ์ว่า:
VodkaMartini พิมพ์ว่า:
อ้าว อันนี้ไม่ได้ตามข่าว แต่พวก nfl ก็มีไม่ชอบแคปด้วยเหรอ นึกว่าอยู่ข้างแคปกันหมด  

ตอนนั้นหลายคนมองว่า แคปที่คุกเข่าก็คือไม่ให้เกียรติประเทศ กองทัพ อะไรทำนองนี้ด้วยครับ คนที่โห่ตอนนั้นก็ยังมีเยอะ แฟนทีมอื่นตะโกนด่าก็มี ประเด็นมันมีความต่างจากประเด็น เหยียดสีผิวไปบ้างครับ  

อันนี้เกิดอะไรขึ้นหรอครับ พอมีแหล่งที่มาให้ไปอ่านไหมครับ  


อันนี้เสริม
credit : https://www.facebook.com/jingjungfootball/



สำหรับคนที่ต้องการเห็นโลกเปลี่ยนแปลง เห็นความเท่าเทียมกันของคนต่างสีผิว คงมีความหวังกับกระแส Black Lives Matter ไม่น้อย

เพราะไม่บ่อยนักที่คนทั่วโลกจะมองเห็นปัญหาเรื่องความไม่เท่าเทียมกันของคนผิวขาวกับผิวดำมากมายขนาดนี้ คือเราเห็นเลยว่าเซเล็บหลายๆประเทศ พร้อมใจแสดงออกว่ายืนอยู่เคียงข้างกลุ่มคนผิวดำ ที่มีสิทธิมีเสียงน้อยกว่าคนผิวขาว ในสังคมอเมริกัน

แต่ก็เป็นที่น่าเสียดาย ว่ากระแสที่อุตส่าห์จุดติดขึ้นมาแล้ว กลับต้องพังทลายลงไป เพราะกลุ่มผู้ประท้วงนั่นล่ะ ที่ไม่สามารถคอนโทรลตัวเองและคนรอบข้างได้อยู่ มีการใช้ความรุนแรงที่เกินพอดี ทำร้ายคนบริสุทธิ์ที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรเลย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีพวกมั่วผสมโรงไปปล้นสะดม เผาบ้านเรือนร้านค้าอีกต่างหาก

มีคลิปเหตุการณ์หนึ่งที่เศร้ามาก เกิดขึ้นที่ซาน โฮเซ่ ในแคลิฟอร์เนีย มีกลุ่มผู้ประท้วงไปปิดถนน ไม่ให้คนทั่วไปผ่านได้ ชาวบ้านที่เดือดร้อนต้องใช้เส้นทาง ก็เดินลงไปบอกให้เปิดถนน เพราะตอนนี้รถติดยาวเหยียด และถนนก็มีเส้นเดียว แต่ปรากฏว่ากลุ่มคนประท้วง นอกจากจะไม่เปิดถนนแล้ว ยังไล่ทำร้าย และทุบรถของชาวบ้านอีกต่างหาก รวมถึงที่ดัลลัส ชายผิวขาวคนหนึ่งโดนรุมทำร้ายจนอาการโคม่าเป็นตายเท่ากัน

ตอนนี้ อเมริกาในหลายๆเมือง เป็นบ้านป่าเมืองเถื่อนไปแล้ว ราวกับหลุดมาจากภาพยนตร์เรื่อง Purge ก็ไม่มีผิด ผู้คนจะทำเลวร้ายแค่ไหนก็ไม่มีใครว่าอะไรได้

สถานการณ์ ณ เวลานี้ ตำรวจทำงานยากมาก เพราะถ้าระงับเหตุด้วยกำลัง ก็จะโดนโจมตีอีกว่าตำรวจทำร้ายประชาชน และอาจส่งผลให้สถานการณ์ลุกฮือได้อีกครั้ง กลายเป็นว่า เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้ประท้วงทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ กระแสต่อสู้เพื่อความเท่าเทียมของคนผิวดำ ก็จะไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างที่ควรจะเป็น เพราะประชาชนทั่วไปก็จะรู้สึกว่าแค่เคารพกฎหมายบ้านเมืองยังทำไม่ได้เลย แล้วจะมาคาดหวังความเปลี่ยนแปลงอะไรกัน

และที่สำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ฝั่งไหน ไม่มีใครรับได้กับความรุนแรงหรอก นี่เป็นสัจธรรมของโลกอยู่แล้ว

ความรุนแรง ไม่เคยเปลี่ยนแปลงอะไรได้จริง คนผิวดำเกลียดที่ตำรวจผิวขาวใช้ความรุนแรงกับจอร์จ ฟลอยด์ และในทางกลับกัน คนผิวขาวก็เกลียดที่คนผิวดำ ใช้ความรุนแรงในการประท้วง และปล้นสะดมร้านค้า

ทุกอย่างเต็มไปด้วยความอาฆาตแค้น ความโมโห ซึ่งแน่นอน ปลายทางนั้น มันคือซากปรักหักพังแห่งความสูญเสีย

---------------------------------

เมื่อปีก่อนมีเกมเครื่องเพลย์สเตชั่น ชื่อ Detroit Become Human เนื้อเรื่องของเกม เป็นเหตุการณ์ในยุคอนาคต โดยมนุษย์ประดิษฐ์หุ่นยนต์ขึ้นมาเพื่อเป็นข้ารับใช้ คอยทำงานตามที่ตัวเองสั่ง แล้ววันหนึ่ง หุ่นยนต์ก็เริ่มมีความรู้สึกของตัวเอง พวกเขาไม่ได้มองว่าตัวเองเป็นหุ่นยนต์อีกแล้ว แต่มองว่าตัวเองเป็นเหมือน Species หนึ่ง ที่ควรได้รับการปรนนิบัติเทียบเท่ากับสายพันธุ์มนุษย์

ระหว่างเล่นเกม บทบาทของเราคือหุ่นยนต์ เป้าหมายของเราคือทำให้เผ่าพันธุ์หุ่นยนต์มีที่ยืนต่อไปบนโลกให้ได้ ซึ่งเราจะสามารถเลือกได้ว่า เราจะปฏิวัติแบบไหน โดยเกมจะมีทางเลือก 2 อ็อปชั่น คือ Peaceful กับ Violent

แบบ Violent ก็คือใช้ความรุนแรงไปเลย ทำสงครามระหว่างหุ่นยนต์กับมนุษย์ ใครชนะก็ยึดครองประเทศไป ซึ่งวิธีนี้สุดท้ายจะเกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย แต่ก็ชัดเจนไปเลยว่าจะมีแค่ฝ่ายเดียวเท่านั้น ไม่หุ่นยนต์ ก็มนุษย์ ที่จะได้เป็นเจ้าของประเทศ

ส่วนแบบ Peaceful คือการต่อสู้ด้วยสันติภาพ วิธีนี้คนเล่นต้องใช้ความอดทนอย่างมาก คือการใช้ความรุนแรงมันง่ายกว่ากันมาก แค่ลั่นกระสุนหนึ่งนัดก็จบแล้ว แต่แบบสันติภาพ ต้องใช้การพูดคุย ประนีประนอม และโน้มน้าวให้มนุษย์มองเห็นคุณค่าของหุ่นยนต์ ทำให้มั่นใจว่า ทั้งสองสปีซีส์ สามารถอยู่ร่วมกันในประเทศเดียวกันได้

ตัวเกมนั้น ได้รับความนิยมพอสมควร เพราะมันสะท้อนออกมาจากชีวิตจริง คือการเปลี่ยนแปลงอะไรสักอย่าง มันมีสองทางเลือก คือรุนแรง หรือ สันติภาพ อยู่ที่ว่าเราจะเดินไปในทิศทางไหน

กรณีการประท้วงของคนผิวดำที่เกิดขึ้นในเวลานี้ ยากที่จะเดินไปสายสันติภาพอีกแล้ว ทุกอย่างเต็มไปด้วยความรุนแรง ฝ่ายหนึ่งแรงมา ฝ่ายหนึ่งแรงกลับ สุดท้ายทุกอย่างก็ยิ่งบานปลายกลายเป็นความแตกร้าวขึ้นกว่าเดิม ถ้าเป็นในเกมก็เหมือนว่าเพลเยอร์ เลือกอ็อปชั่น Violent ไป

จริงๆแล้ว สังคมอเมริกัน มีโอกาสที่จะเลือกอ็อปชั่น Peaceful เช่นกัน แต่พวกเขาตัดสินใจทิ้งโอกาสนั้นไปอย่างน่าเสียดาย

ย้อนกลับไปเมื่อ 4 ปีก่อน ทีมซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ มีควอเตอร์แบ็กชื่อโคลิน เคเปอร์นิคอยู่ในทีม

โคลิน เคเปอร์นิค มีคุณแม่เป็นคนผิวขาว ส่วนคุณพ่อเป็นคนแอฟริกัน-อเมริกัน ดังนั้นเขาไม่ใช่คนผิวขาว และเขาเองรู้สึกถึงความแตกต่างของตัวเองตั้งแต่สมัยเรียน ที่สังคมมักจะ Treat นักกีฬาผิวขาวเป็นอย่างดี ถ้าเทียบกับเขาแล้ว

เคเปอร์นิค เรียนที่มหาวิทยาลัยเนวาด้า ก่อนที่จะถูกดราฟต์เข้า NFL ในรอบ 2 โดยย้ายไปอยู่ซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ ซึ่งผลงานในสนามก็ยอดเยี่ยมมาก ในปี 2013 พาซานฟรานซิสโกเข้าถึงซูเปอร์โบว์ล แม้จะแพ้บัลติมอร์ เรฟเว่นส์ อย่างน่าเสียดายก็เถอะ

ชีวิตของเคเปอร์นิค ดูแฮปปี้ทุกอย่าง เขาต่อสัญญาฉบับใหม่กับซานฟรานซิสโก ได้รับรายได้ 11.9 ล้านดอลลาร์ต่อปี นอกจากนั้นยังถือเป็นนักกีฬาที่ได้รับความนิยมสูง มีโฆษณาเข้ามาหาเขามากมายหลายแบรนด์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปมในใจเขามาตลอด ในฐานะที่ไม่ใช่คนผิวขาว คือการถูกปฏิบัติตัวอย่างแตกต่างในสังคม ยิ่งเขาเติบโตขึ้นก็ได้เข้าใจว่า โอกาส และสิทธิต่างๆที่สหรัฐฯนั้น ถ้าคุณเป็นคนขาวสังคมจะเอื้อให้คุณเติบโตได้ง่ายกว่า

ในที่สุด ความอัดอั้นในใจก็เก็บไว้ไม่อยู่ เมื่อเห็นคนผิวดำโดนกระทำหลายๆครั้งเข้า ทำให้เคเปอร์นิคตัดสินใจว่าต้องทำอะไรสักอย่าง เพื่อเปลี่ยนแปลงสภาพที่เป็นอยู่ให้ได้ และในที่สุดเขาก็ได้ไอเดีย

จุดที่น่าสนใจคือ เคเปอร์นิคไม่ต้องการสร้างความรุนแรง เขาไม่เชื่อว่าการต่อต้านด้วยความรุนแรงจะเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ดังนั้นเขาเลือกใช้อีกวิธีหนึ่งในการประท้วง คือ "ต่อต้านด้วยสันติภาพ"

ในเกมปรีซีซั่นก่อนฤดูกาล 2016 จะเริ่ม ซานฟรานซิสโกลงเล่นกับกรีนเบย์ แพ็คเกอร์ ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนแข่ง ทุกคนในสนามต้องยืนตรงเพื่อเคารพเพลงชาติสหรัฐฯ แต่ปรากฏว่า ระหว่างเพลงชาติบรรเลง เคเปอร์นิค เลือกจะไม่ยืน เขาใช้การคุกเข่าหนึ่งข้าง จนเพลงชาติจบ เขาก็ยืนขึ้นแล้วพร้อมลงเล่นตามปกติ

หลังจบเกม เคเปอร์นิคอธิบายในการกระทำของตัวเองว่า "ผมไม่ต้องการยืนขึ้น เพราะผมไม่ภูมิใจกับธงชาติและเพลงชาติของเราตอนนี้ วิธีที่ประเทศเราเลือกปฏิบัติกับคนผิวดำ และคนผิวสีอื่นๆ มันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง"

"สำหรับผม เรื่องนี้มันยิ่งใหญ่กว่าการแข่งขัน และผมรู้สึกว่า ตัวเองจะเป็นคนที่เห็นแก่ตัวมาก ถ้าไม่ออกมาแสดงจุดยืนอะไรสักอย่าง"

วิธีของเคเปอร์นิคคือการประท้วงอย่างสงบ เขาไม่เคารพธงชาติ เพราะไม่คิดว่าชาติสร้างความเท่าเทียมกัน แต่เคเปอร์นิคก็ไม่ได้เรียกร้องให้ใครทำตาม เขาก็ทำของเขาคนเดียว เขาเชื่อว่าเมื่อสังคมเห็นสัญลักษณ์ที่เขาส่งไป ก็น่าจะกลับมาฉุกใจคิดขึ้นมาบ้างว่า สภาพที่เป็นอยู่มันโอเคแล้วจริงๆหรือเปล่า

เคเปอร์นิคก็ทำแบบนั้นซ้ำไปเรื่อยๆ วีกแล้ววีกเล่า ถึงจุดหนึ่งก็มีเพื่อนร่วมทีมบางรายมาร่วมคุกเข่าด้วย นอกจากนั้นยังมีอิมแพ็กต์ไปถึง นักเรียน-นักศึกษาทั่วประเทศอีกด้วย คนที่เห็นด้วยกับแนวคิดของเคเปอร์นิค ก็ตัดสินใจ "ไม่ยืน" เคารพเพลงชาติ ตอนที่มีเกมการแข่งขันกีฬาท้องถิ่น

ถึงนาทีนี้มีคนผิวดำจำนวนมาก ที่แสดงออกพร้อมกันว่าไม่พอใจโครงสร้างของสังคม ซึ่งการประท้วงอย่างสงบโดยไม่สร้างความรุนแรงในแนวทางของเคเปอร์นิค โชว์ให้เห็นว่าต่อให้เกลียดชังระบบเดิมแค่ไหน แต่ทุกคนก็ยังอยู่บนพื้นฐานของความมีอารยะได้

ความพยายามของเคเปอร์นิค เริ่มทำให้คนตั้งคำถามเรื่องเพลงชาติมากขึ้นเรื่อยๆ ในเมื่อประเทศไม่ได้ให้ความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริง แล้วแบบนี้เราควรจะเคารพธงชาติอีกหรือ

ลองคิดดูถ้าคนสักครึ่งประเทศ ไม่ยอมยืนตรงเคารพเพลงชาติ จุดนั้นรัฐบาลอาจจะต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว ซึ่งสิ่งที่เคเปอร์นิคพยายามประท้วงอย่างสันติ ก็ค่อยๆหว่านเมล็ดไปที่คนรุ่นใหม่อย่างช้าๆ

อย่างไรก็ตาม ในขณะที่วิธีการของเคเปอร์นิค เริ่มจะได้ผลสถานการณ์ก็พลิกกลับ เมื่อเขาโดนโจมตีในข้อหา "ชังชาติ"

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความว่า "ถ้านักกีฬาอาชีพคนไหน ใน NFL หรือลีกอื่นๆ ที่มีโอกาสทำเงินได้ปีละหลายล้านดอลลาร์ เขาคนนั้นไม่ควรทำให้ธงชาติสหรัฐอเมริกาต้องเสื่อมเสียเกียรติยศ พวกเขาทุกคนควรยืนเคารพเพลงชาติ ถ้าหากคุณทำธงชาติแปดเปื้อน และไม่ให้เกียรติเพลงชาติ คุณต้องโดนไล่ออก และไปหาอาชีพอื่นทำซะ"

คนที่เห็นด้วยกับโดนัลด์ ทรัมป์ มีไม่น้อย พวกเขาโฟกัสถึงเคเปอร์นิคในการที่ไม่เคารพเพลงชาติ มากกว่าสารที่เคเปอร์นิคต้องการจะส่งไป และตำหนิเคเปอร์นิคว่าเป็นพวกชังชาติ เกลียดชาติตัวเอง ไม่ใช่สหรัฐฯนี่หรอกหรือ ที่สร้างโอกาสให้เขากลายเป็นนักกีฬาระดับประเทศได้

แมตต์ ฮัสเซลเบ็ค อดีตควอเตอร์แบ็กของซีแอตเติล ซีฮอว์กส์ ทวีตข้อความแขวะเคเปอร์นิคว่า "นี่คือวิธีง่ายๆที่จะทำให้คุณตกงาน"

เช่นเดียวกับในเกมที่ซานฟรานซิสโกไปเยือนซานดีเอโก้ ชาร์จเจอร์ ทางเคเปอร์นิคก่อนเกมก็คุกเข่าไปตามปกติ แต่พอเกมเริ่มเขาโดนแฟนๆซานดีเอโก้รุมโห่อย่างหนัก และโจมตีว่าไม่มีสำนึกในความเป็นอเมริกัน

แม้แต่แฟนๆซานฟรานซิสโกเองนั้น ก็มีหลายคนที่มองว่าเคเปอร์นิคควรตั้งใจเล่นกีฬาไป ทำหน้าที่ของตัวเองพอ ไม่ต้องมาแสดงออกทางการเมืองอะไรมากนัก

สำหรับแบรนด์สินค้าต่างๆที่เป็นสปอนเซอร์นั้น พวกเขากังวลเรื่องกระแสตีกลับ กล่าวคือ ถ้าแบรนด์สนับสนุนเคเปอร์นิค ก็อาจมีคนกลุ่มหนึ่งมาซื้อสินค้าเพิ่มขึ้น แต่ในอีกมุม ก็อาจเสียฐานลูกค้ากลุ่มหนึ่งไป ดังนั้นแบรนด์ต่างๆจึงเริ่มคิดที่จะเลิกสนับสนุนเคเปอร์นิค คือไปเป็นสปอนเซอร์ให้นักกีฬาคนอื่น ก็เป็นการหลีกเลี่ยงการเจ็บตัวจากประเด็นการเมืองได้

หลังจากแสดงจุดยืนด้วยการคุกเข่าระหว่างเพลงชาติเป็นเวลา 1 ฤดูกาล ในเดือนพฤษภาคม 2017 เคเปอร์นิคแยกทางกับซานฟรานซิสโก โฟร์ตี้ไนเนอร์ กลายเป็นผู้เล่นฟรีเอเยนต์ แต่เขาก็ไม่ได้กังวลใจอะไรมาก เพราะมีอายุแค่ 28 ปี แถมฟอร์มการเล่นก็ยอดเยี่ยม ยังไงก็หาทีมใหม่ได้สบายๆอยู่แล้ว

แต่สิ่งที่เขาต้องเผชิญก็คือ ทั้ง 32 ทีมในลีก ไม่มีใครเซ็นสัญญากับเขาเลย คือไม่มีทีมไหนกล้าให้โอกาสเคเปอร์นิค เพราะรู้อยู่แล้วว่า เคเปอร์นิคถ้าย้ายมาก็ต้องคุกเข่าต่อ เพื่อแสดงจุดยืนแน่นอน ซึ่งทีม NFL ไม่พร้อมจะให้เกิดดราม่ากับทีมตัวเอง ดังนั้นจึงไม่เสี่ยงเอาปัญหาใส่ตัวดีกว่า

แม้ NFL พยายามจะช่วยแล้ว มีการจัด workout ให้ทีมในลีกมาดูฟอร์มของเคเปอร์นิค ซึ่งเห็นชัดเจนว่ายังเล่นในระดับลุ้นแชมป์ได้สบายๆ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครเซ็นสัญญาอยู่ดี นั่นกลายเป็นว่า เคเปอร์นิคต้องกลายเป็นควอเตอร์แบ็กตกงาน ทั้งๆที่วัดฝีมือจริงๆ เขาเก่งกว่าหลายคนที่อยู่ในลีกด้วยซ้ำ

เคเปอร์นิคโดนสปอนเซอร์ถอนออกเกือบหมด เหลือเพียงแค่ไนกี้เท่านั้นที่ยังอยู่ โดยในปี 2018 ไนกี้ลงโฆษณาเป็นภาพนิ่งเคเปอร์นิค แล้วมีประโยคสั้นๆเขียนว่า

"Believe in something, even if it means sacrificing everything"

จงเชื่อมั่น แม้ต้องเสียสละทุกๆสิ่ง

และใช่ โคลิน เคเปอร์นิค เขาเสียทุกสิ่งจริงๆ

การประท้วงแบบ Peaceful ของเขาจบลงด้วยความเจ็บปวด เคเปอร์นิคกลายเป็นคนตกงาน และผ่านมา 3 ปี เขาก็ยังหาทีมเล่นไม่ได้อีกเลย จนถึงวันนี้

---------------------------------

สิ่งทีเราเห็นจากเคสเคเปอร์นิคก็คือ ตอนที่มีคนพยายามหาทางออกด้วยวิธี Peaceful ประท้วงโดยสันติ เพื่อให้สังคมหันหน้ามาคุยกัน ลองปรึกษากันเรื่องแก้กฎหมายดูไหม หรือ ทำให้เป็นวาระแห่งชาติไปเลย น่าแปลกที่ไม่ค่อยมีใครเห็นด้วยเท่าไหร่

ฝั่งคนผิวขาวก็ยัดเยียดข้อหาชังชาติให้เคเปอร์นิค ขณะที่กลุ่มคนผิวดำมีบางส่วนที่สนับสนุน แต่ส่วนใหญ่มากกว่ามองว่าวิธีของเคเปอร์นิคมันเลื่อนลอย แค่คุกเข่า ประท้วงเงียบ มันจะได้ผลอะไร สู้แสดงความรุนแรงออกไปให้เห็นยังจะสร้างอิมแพ็กต์ได้มากกว่า

อ็อปชั่น Peaceful เคยมีโอกาสเข้ามา เพื่อหาครึ่งทางของทั้งสองฝ่ายแล้ว แต่มันก็ถูกต่อต้านให้จบไปอย่างรวดเร็ว และแน่นอน ตอนนี้ทางออกเดียวที่เหลือถ้าเป็นในเกม Detroit Become Human ก็คืออ็อปชั่น Violent หรือความรุนแรงเท่านั้น

ฝั่งคนผิวดำตอบโต้ด้วยความรุนแรง คนผิวขาวตอบโต้กลับ สู้กันไปสู้กันมา สุดท้ายปัญหาก็จะไม่ได้ดีขึ้น เกิดความสูญเสียมากมาย อย่างไร้ประโยชน์อีกครั้งและอีกครั้ง

จริงๆเหตุการณ์เรื่องเคเปอร์นิค เป็นกรณีศึกษาที่ดีของทุกประเทศทั้งโลก ว่าเวลามีปัญหากัน มันจะมีอ็อปชั่น Peaceful แก้ปัญหาอย่างสันติ ให้เรากดเลือกเสมอ อยู่ที่ว่า เราจะอดทนพอที่จะใช้อ็อปชั่นนี้หรือไม่

ฝั่งหนึ่งจะอดทนได้ไหมกับการเปลี่ยนแปลงที่ต้องใช้เวลา เพราะกว่าจะเปลี่ยนนิสัยที่คนในประเทศ กระทำอย่างคุ้นเคยมาตลอดหลายสิบปี มันต้องใช้เวลาอยู่แล้ว มันไม่สามารถแก้ไขได้ในพริบตาหรอก

และอีกฝั่งหนึ่งจะยอมได้ไหม ถ้าจะยอมรับว่า ผลประโยชน์ของตัวเองต้องลดลง เพื่อให้คนในประเทศสามารถก้าวเดินต่อไปได้อย่างมีความสุขทุกกลุ่ม ทุกแนวคิด

แน่นอนถ้าบทสรุปแล้วเหลือแต่อ็อปชั่น Violent ก็จะเป็นแบบที่อเมริกาเป็นในตอนนี้ คือแรงมาแรงไป

และยิ่งทั้งสองฝ่ายแรง ก็จะเปิดโอกาสให้คนชั่วอย่างเช่นพวก Looter ขโมยของ ที่ไม่ได้สนเรื่องสิทธิเสรีภาพอะไรทั้งนั้น ฉกฉวยประโยชน์เข้าตัวด้วย พวกนี้มันเลวบริสุทธิ์จริงๆ

ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อเรารู้สึกถึงความอยุติธรรม การใช้ความรุนแรงตอบโต้ก็เป็นวิธีหนึ่ง ซึ่งก็จริงว่าวิธีนี้ช่วยให้ปลดปล่อยความรู้สึกได้

แต่ถามว่าความรุนแรงจะเปลี่ยนโลกได้จริงไหม

คำตอบคือไม่หรอก มันไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เลย

#Kaepernick
แก้ไขล่าสุดโดย nimbus เมื่อ Wed Jun 03, 2020 17:35, ทั้งหมด 1 ครั้ง
7
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 4520
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jun 04, 2020 06:52
[RE: NFL's player reaction]
ล่าสุด ทัวร์ลง ดรูว บรีส์ละครับ แกสัมว่า ไม่เห็นด้วยกับการคุกเข่าของ Kaep

https://profootballtalk.nbcsports.com/2020/06/03/drew-brees-still-doesnt-agree-with-kneeling-during-national-anthem/amp/?__twitter_impression=true

Malcon jenkins
: "I considered you a friend, I looked up to you, you're someone I had a great deal of respect for, but sometimes you should shut the f*** up."

Richard Sherman
He’s beyond lost. Guarantee you there were black men fighting along side your grandfather but this doesn’t seem to be about that. That uncomfortable conversation you are trying to avoid by injecting military into a conversation about brutality and equality is part of the problem https://t.co/HH3EVTIH8p

LBJ
WOW MAN!!
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: ^_^
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Dec 2005
ตอบ: 7986
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jun 04, 2020 09:21
[RE: NFL's player reaction]
ปีหน้า Drew Brees เตรียมตัวโดนไล่ล่าจากเกมรับทีมตรงข้ามหด้เลย

ดีไม่ดีมีแถมติดดาบให้ด้วย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status: SANA THE BEST
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jun 2010
ตอบ: 21912
ที่อยู่: ซานะนอนไหน ผมนอนนั่น
โพสเมื่อ: Thu Jun 04, 2020 11:12
[RE: NFL's player reaction]
รีไทร์มั้ย น้าบรี
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
sAnA สุดที่รัก
ออฟไลน์
ผู้ช่วยแมวมอง
Status: 誰でも人生を享受する権利を持っている…
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 46304
ที่อยู่: Forbidden Siren
โพสเมื่อ: Thu Jun 04, 2020 16:15
[RE: NFL's player reaction]
ผมอยู่เพจกีฬาในเฟส

เค้าเดือดเรื่องบรีอะไรกันขนาดนั้น งงมาก


แก้ไขล่าสุดโดย taMoN เมื่อ Thu Jun 04, 2020 16:15, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
1yZGZS.png
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: รักจี้ที่สุดในโลก
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Aug 2009
ตอบ: 25713
ที่อยู่: Architecture l KMITL
โพสเมื่อ: Fri Jun 05, 2020 06:47
[RE: NFL's player reaction]
taMoN พิมพ์ว่า:
ผมอยู่เพจกีฬาในเฟส

เค้าเดือดเรื่องบรีอะไรกันขนาดนั้น งงมาก


 
กำลังอินอ่ะม่อน ขนาดขอโทษแล้ว ในทวีตยังโดนด่ายับอยู่เลย ภาพแกเสียไปละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้ช่วยแมวมอง
Status: 誰でも人生を享受する権利を持っている…
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 46304
ที่อยู่: Forbidden Siren
โพสเมื่อ: Fri Jun 05, 2020 10:22
[RE: NFL's player reaction]
Gygee is the best พิมพ์ว่า:
taMoN พิมพ์ว่า:
ผมอยู่เพจกีฬาในเฟส

เค้าเดือดเรื่องบรีอะไรกันขนาดนั้น งงมาก


 
กำลังอินอ่ะม่อน ขนาดขอโทษแล้ว ในทวีตยังโดนด่ายับอยู่เลย ภาพแกเสียไปละ  

รู้สึกว่ายังกับล่าแม่มดอ่ะ เอาจริงๆ





0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
1yZGZS.png
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: รักจี้ที่สุดในโลก
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Aug 2009
ตอบ: 25713
ที่อยู่: Architecture l KMITL
โพสเมื่อ: Fri Jun 05, 2020 11:22
[RE: NFL's player reaction]
taMoN พิมพ์ว่า:
Gygee is the best พิมพ์ว่า:
taMoN พิมพ์ว่า:
ผมอยู่เพจกีฬาในเฟส

เค้าเดือดเรื่องบรีอะไรกันขนาดนั้น งงมาก


 
กำลังอินอ่ะม่อน ขนาดขอโทษแล้ว ในทวีตยังโดนด่ายับอยู่เลย ภาพแกเสียไปละ  

รู้สึกว่ายังกับล่าแม่มดอ่ะ เอาจริงๆ





 
ยิ่งแกเป็นคนขาวอีกอ่ะ จมดิน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel