BLOG BOARD_A
สนใจโฆษณาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ soccersuck@hotmail.com
BLOG BOARD_B
สนใจโฆษณาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ soccersuck@hotmail.com
ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:02
การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?
อยากถามความเห็นว่าในการเสียกรุงศรีอยุธยาให้กับพม่าทั้งสองครั้งนั้น ระหว่างสมเด็จพระมหินทราธิราช กับ สมเด็จพระเจ้าเอกทัศ พวกท่านคิดว่ากษัตริย์พระองค์ไหนที่ได้รับโจทย์ยากมากกว่ากันครับในการป้องกันรักษาพระนคร?






*ภาพจิตรกรรมฝาผนังจัดแสดงภายในอาคารภาพปริทัศน์ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ
แก้ไขล่าสุดโดย tonnsupabchonn เมื่อ Tue Apr 07, 2020 21:20, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 1230
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:12
Top Comment [RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ครั้งที่ 2 ยากกว่าเห็นๆเลยครับ จริงๆครั้งแรกตามพงศาวดารพม่า ถือว่าเราเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2106 ที่เสียช้างเผือกให้บุเรงนองไปแล้ว และ พม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปอยู่ที่พม่าด้วยแล้วพระมหาจักรพรรดิบวชแล้วหนีกลับอยุธยาทำให้ตอนปี 2112 ต้องกลับมาบุกอยุธาอีกครั้งนั่นถือว่าเป็นการมาปราบกบฎอยุธยาของพม่าเสียมากกว่า ครั้งแรกถ้าไม่มีคนเปิดประตูเมืองให้พม่าบุกเข้ามาผมว่าอยุธยายันอยู่

ส่วนครั้งที่ 2 เราเจอแผนพม่าที่เหนือคาดคือน้ำหลากไม่ถอย ปกติถ้าถึงฤดูน้ำหลากมาแล้วพม่าจะต้องจำยอมถอยทัพกลับไปทุกครั้งแต่รอบนี้เจอ formation ใหม่ของพม่า พอน้ำหลากพม่าไม่ถอยเสบียงในอยุธยาก็เริ่มหมดออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลข้างนอกก็ไม่ได้เพราะพม่าล้อมไว้หมดแล้ว คนในพระนครก็เริ่มอดอยากล้มตายรอวันแพ้ ไม่งั้น พระเจ้าตากสินคงไม่ต้องฝ่าแนบรบบุกออกไปหรอกถ้าอยู่ในเมืองแล้วรอด


ปล.อีกเรื่องการเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอนะครับตามประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ชำระในสมัยหลังส่วนใหญ่บอกว่า อยุธยาไม่เคยเสื่อม บ้านเมืองเจริญมาตลอดที่เป็นราชธานี แต่พอประวัติศาสตร์ที่ชำระสมัยหลังต้องสร้างตัวร้ายในประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันเห็นภาพว่ามีคนไม่ดี ผู้นำอ่อนแอ เราเลยต้องแพ้ให้กับพม่า ซึ่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมดตั้งแต่ พระเพทราชาต้นราชวงศ์ลงมาคือเหยื่อของการชำระประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Nomeartor เมื่อ Tue Apr 07, 2020 21:20, ทั้งหมด 2 ครั้ง
"เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือการได้สวมเสื้อLiverpoolครั้งแรก หลังจากนั้นทุกความสำเร็จมันคือโบนัสในชีวิตของผม" Steven Gerrard
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 1230
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:12
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ครั้งที่ 2 ยากกว่าเห็นๆเลยครับ จริงๆครั้งแรกตามพงศาวดารพม่า ถือว่าเราเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2106 ที่เสียช้างเผือกให้บุเรงนองไปแล้ว และ พม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปอยู่ที่พม่าด้วยแล้วพระมหาจักรพรรดิบวชแล้วหนีกลับอยุธยาทำให้ตอนปี 2112 ต้องกลับมาบุกอยุธาอีกครั้งนั่นถือว่าเป็นการมาปราบกบฎอยุธยาของพม่าเสียมากกว่า ครั้งแรกถ้าไม่มีคนเปิดประตูเมืองให้พม่าบุกเข้ามาผมว่าอยุธยายันอยู่

ส่วนครั้งที่ 2 เราเจอแผนพม่าที่เหนือคาดคือน้ำหลากไม่ถอย ปกติถ้าถึงฤดูน้ำหลากมาแล้วพม่าจะต้องจำยอมถอยทัพกลับไปทุกครั้งแต่รอบนี้เจอ formation ใหม่ของพม่า พอน้ำหลากพม่าไม่ถอยเสบียงในอยุธยาก็เริ่มหมดออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลข้างนอกก็ไม่ได้เพราะพม่าล้อมไว้หมดแล้ว คนในพระนครก็เริ่มอดอยากล้มตายรอวันแพ้ ไม่งั้น พระเจ้าตากสินคงไม่ต้องฝ่าแนบรบบุกออกไปหรอกถ้าอยู่ในเมืองแล้วรอด


ปล.อีกเรื่องการเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอนะครับตามประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ชำระในสมัยหลังส่วนใหญ่บอกว่า อยุธยาไม่เคยเสื่อม บ้านเมืองเจริญมาตลอดที่เป็นราชธานี แต่พอประวัติศาสตร์ที่ชำระสมัยหลังต้องสร้างตัวร้ายในประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันเห็นภาพว่ามีคนไม่ดี ผู้นำอ่อนแอ เราเลยต้องแพ้ให้กับพม่า ซึ่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมดตั้งแต่ พระเพทราชาต้นราชวงศ์ลงมาคือเหยื่อของการชำระประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Nomeartor เมื่อ Tue Apr 07, 2020 21:20, ทั้งหมด 2 ครั้ง
"เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือการได้สวมเสื้อLiverpoolครั้งแรก หลังจากนั้นทุกความสำเร็จมันคือโบนัสในชีวิตของผม" Steven Gerrard
ออนไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 20891
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:13
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ครั้งที่ 1 ยากกว่าครับ เพราะเสียหัวเมืองไปแล้ว

เหมือนเล่นหมากรุกแล้วโดนกินหมดกระดาษ เหลือแต่เบี้ยกับขุน สู้ไม่ได้แล้วครับ

ก็เลยยอมแพ้ไปอย่างไว ไม่ได้สู้อะไรเลย

แต่ครั้งที่ 2 นี่คือยังสู้ยืดเยื้อได้อยู่ครับ แต่พม่ามาดีมาก บวกกับบ้านเมืองตอนนั้นคนไม่สามัคคี

ก็เลยแพ้ไปตามฟอร์ม
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2014
ตอบ: 10274
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:18
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ครั้งที่สองยากกว่า เพราะพม่าแก้เกมได้ เรื่องที่ต้องถอยทัพกลับฤดูน้ำหลาก
ครั้งแรก ถ้าไม่มีพระยาจักรีเป็นไส้ศึก พม่าจะใช้เวลาตีกรุงศรีนานขึ้นมากหรืออาจตีกรุงศรีไม่แตก ถ้าเป็นผมจะใช้แผนตั้งรับอย่างเดียว ไม่ออกรบ รอฤดูน้ำหลากซึ่งเป็นท่าไม้ตายเด็ดของกรุงศรี จัดการพม่า 555
แก้ไขล่าสุดโดย อาร์ท ฟรีคิก เมื่อ Tue Apr 07, 2020 21:22, ทั้งหมด 2 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Oct 2007
ตอบ: 31971
ที่อยู่: แขนของทางช้างเผือก
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:18
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
อืมม์อันนี้ตัดสินใจยากมากเลยนะ ยากทั้งคู่เลยในเกณฑ์ที่ว่าตั้งรับแบบนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ในการรักษากรุงทั้ง 2 ครั้งเลย

ถ้าเอาความยากผมว่าครั้งแรกสำหรับอยุธยายากกว่าเพราะ พระมหาธรรมราชา เอากำลังพิษณุโลกซึ่งเป็นเมืองกำลังหลักเมืองนึงของอยุธยาเข้ากับพระเจ้าบุเรงนองและเข้าตีอยุธยาด้วยและรวบรวมเมืองกำลังมากกว่าแบบเทียบไม่ติด แต่ถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าจะตีแตกโดยง่ายก็ต้องใช้อุบายศึกหลายอย่างจึงชนะได้แต่จริงๆก็แทบเป็นไปไม่ได้ที่อยุธยาจะชนะได้เช่นกัน เหมือนเม้นบนโดนกินหมดกระดานแล้วสำหรับครั้งแรก

ส่วนครั้งที่ 2 นั้นทางฝั่งพม่าเตรียมตัวมาดีมากเคสก็คล้ายๆครั้งแรกแหละแต่ถ้าเทียบความปวดหัวแล้วผมว่าครั้งแรกปวดหัวเรื่องให้คิดมากกว่าหน่อย ครั้งที่สองเหมือนเดิมพันกับธรรมชาติหลักของอยุธยาคือน้ำท่วม จริงๆเหลือเบี้ยในมือนะแต่วางแผนช้าไปนิดผมว่า

ปล.กษัติรย์อยุธยาที่รักษากรุงทั้ง 2 พระองค์ผมว่าก็เก่งทั้งคู่นะ ทั้งพระมหินและพระเจ้าเอกทัศน์ เพราะต้านทัพได้นานมากพอสมควรทั้งคู่เลยส่วนนึงยกความดีความชอบให้ทำเลที่ตั้งจริงๆ ถ้าเล่นเกมส์พวกวางแผนจะรู้กันอยู่ล่ะว่าถ้ามีแม่น้ำหรือน้ำที่ทำให้บุกได้จำกัด มันสร้างความได้เปรียบสูงมากของฝ่ายตั้งรับหลายเท่ามาก
แก้ไขล่าสุดโดย Titan เมื่อ Tue Apr 07, 2020 21:19, ทั้งหมด 1 ครั้ง
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Gooner4Ever
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Mar 2007
ตอบ: 13711
ที่อยู่: ข้างบ้านโรซิคกี้
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:26
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
มีครั้งไหนที่ไปตีพม่าเองบ้างครับ

ทำไมต้องรอให้มันมาตีตลอด ถ้าทัพแข็งแรงจริงไม่ตียึดกลับบ้าง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
JW10&TR10
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:27
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
Nomeartor พิมพ์ว่า:
ครั้งที่ 2 ยากกว่าเห็นๆเลยครับ จริงๆครั้งแรกตามพงศาวดารพม่า ถือว่าเราเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2106 ที่เสียช้างเผือกให้บุเรงนองไปแล้ว และ พม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปอยู่ที่พม่าด้วยแล้วพระมหาจักรพรรดิบวชแล้วหนีกลับอยุธยาทำให้ตอนปี 2112 ต้องกลับมาบุกอยุธาอีกครั้งนั่นถือว่าเป็นการมาปราบกบฎอยุธยาของพม่าเสียมากกว่า ครั้งแรกถ้าไม่มีคนเปิดประตูเมืองให้พม่าบุกเข้ามาผมว่าอยุธยายันอยู่

ส่วนครั้งที่ 2 เราเจอแผนพม่าที่เหนือคาดคือน้ำหลากไม่ถอย ปกติถ้าถึงฤดูน้ำหลากมาแล้วพม่าจะต้องจำยอมถอยทัพกลับไปทุกครั้งแต่รอบนี้เจอ formation ใหม่ของพม่า พอน้ำหลากพม่าไม่ถอยเสบียงในอยุธยาก็เริ่มหมดออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลข้างนอกก็ไม่ได้เพราะพม่าล้อมไว้หมดแล้ว คนในพระนครก็เริ่มอดอยากล้มตายรอวันแพ้ ไม่งั้น พระเจ้าตากสินคงไม่ต้องฝ่าแนบรบบุกออกไปหรอกถ้าอยู่ในเมืองแล้วรอด


ปล.อีกเรื่องการเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอนะครับตามประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ชำระในสมัยหลังส่วนใหญ่บอกว่า อยุธยาไม่เคยเสื่อม บ้านเมืองเจริญมาตลอดที่เป็นราชธานี แต่พอประวัติศาสตร์ที่ชำระสมัยหลังต้องสร้างตัวร้ายในประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันเห็นภาพว่ามีคนไม่ดี ผู้นำอ่อนแอ เราเลยต้องแพ้ให้กับพม่า ซึ่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมดตั้งแต่ พระเพทราชาต้นราชวงศ์ลงมาคือเหยื่อของการชำระประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ  


อ่าครับ ต้องให้เครดิตมังมหานรธาเลยที่ไม่ยอมถอนทัพตามคำร้องขอของแม่ทัพนายกอง สั่งล้อมต่อไม่ให้ฝั่งอยุธยาได้ทำไรไถนา ย้ายทัพหลักไปที่ดอนหนีน้ำ เอาดินและอิฐมาก่อให้พ้นน้ำ ให้ทหารต่อเรือรบจำนวนมากสำหรับเป็นพาหนะ กองทัพพม่าจึงสามารถทำสงครามกับกรุงศรีอยุทธยาต่อมาได้โดยใช้อาศัยการรบทางน้ำเป็นหลัก กองทัพเรือของพม่านั้นสามารถรบชนะกองทัพกรุงศรีอยุทธยาในช่วงหน้าน้ำได้หลายครั้ง

1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
แข้งเจลีก
Status: ผมสบายดี..และเป็นแบบนี้เสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6536
ที่อยู่: Rivendell
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:31
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ที่จริงก็พอๆกันเพราะเป็นช่วงบ้านเมืองอ่อนแอทั้งสองครั้ง พระมหินเองก็ยากด้วยปัจจัยหลายๆอย่างเช่นกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้นกำแพงเมืองไม่ได้ออกไปตั้งชิดแม่น้ำแบบสมัยหลัง,พระเจ้าบุเรงนองท่านก็เป็นตัวท๊อปของราชวงศ์ตองอู,เทคโนโลยีสงครามก็ค่อนข้างชัดเจนว่าทางพม่าดีกว่าของเราเพราะพระเจ้าบุเรงนองแกเป็นประเภทหัวสมัยใหม่

ส่วนครั้งหลังมันแพ้เพราะยุทธศาสตร์การสงครามเราสู้พม่าไม่ได้ก็เลยแพ้ภัยตัวเองแล้วสมัยนั้นขุนนางที่เคยผ่านสงครามไม่มีเลย อิทธิพลต่างๆก็ลดน้อยถอยลงจากช่วงกรุงตอนกลาง พิชัยสงครามก็สู้ทางพม่าไม่ได้เลย ผมมองว่าครั้งที่ 2 มันแพ้แบบไม่มีทางสู้จริงๆ พระเจ้าเอกทัศท่านเองก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วแต่มันไม่ไหวจริงๆ ผมมองว่าทางฝั่งพระเจ้าเอกทัศมีความยากกว่า


2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:31
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
Rosicky10 พิมพ์ว่า:
มีครั้งไหนที่ไปตีพม่าเองบ้างครับ

ทำไมต้องรอให้มันมาตีตลอด ถ้าทัพแข็งแรงจริงไม่ตียึดกลับบ้าง
 


มีคราวพระนเรศวรครับ ยกไปก็ตีไม่สำเร็จ ชัยภูมิพม่าเหนือหงสาขึ้นไปอย่างตองอู อังวะนี่ตียากมาก ๆ ครับ เสบียงหมดก็ต้องกลับ ส่วนตัวผมคิดว่าพม่าตีเราก็เหมือนเราตีละแวกอ่ะครับ คือพม่าตอนนั้นใหญ่กว่าเราเยอะทั้งขนาดและจำนวนคน ก็เหมือนกับให้พม่ายกเลเวลขึ้นไปตีจีนแหละครับ มันก็เป็นไปไม่ได้เหมือนกัน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Jun 2019
ตอบ: 1230
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:31
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
tonnsupabchonn พิมพ์ว่า:
Nomeartor พิมพ์ว่า:
ครั้งที่ 2 ยากกว่าเห็นๆเลยครับ จริงๆครั้งแรกตามพงศาวดารพม่า ถือว่าเราเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2106 ที่เสียช้างเผือกให้บุเรงนองไปแล้ว และ พม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปอยู่ที่พม่าด้วยแล้วพระมหาจักรพรรดิบวชแล้วหนีกลับอยุธยาทำให้ตอนปี 2112 ต้องกลับมาบุกอยุธาอีกครั้งนั่นถือว่าเป็นการมาปราบกบฎอยุธยาของพม่าเสียมากกว่า ครั้งแรกถ้าไม่มีคนเปิดประตูเมืองให้พม่าบุกเข้ามาผมว่าอยุธยายันอยู่

ส่วนครั้งที่ 2 เราเจอแผนพม่าที่เหนือคาดคือน้ำหลากไม่ถอย ปกติถ้าถึงฤดูน้ำหลากมาแล้วพม่าจะต้องจำยอมถอยทัพกลับไปทุกครั้งแต่รอบนี้เจอ formation ใหม่ของพม่า พอน้ำหลากพม่าไม่ถอยเสบียงในอยุธยาก็เริ่มหมดออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลข้างนอกก็ไม่ได้เพราะพม่าล้อมไว้หมดแล้ว คนในพระนครก็เริ่มอดอยากล้มตายรอวันแพ้ ไม่งั้น พระเจ้าตากสินคงไม่ต้องฝ่าแนบรบบุกออกไปหรอกถ้าอยู่ในเมืองแล้วรอด


ปล.อีกเรื่องการเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอนะครับตามประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ชำระในสมัยหลังส่วนใหญ่บอกว่า อยุธยาไม่เคยเสื่อม บ้านเมืองเจริญมาตลอดที่เป็นราชธานี แต่พอประวัติศาสตร์ที่ชำระสมัยหลังต้องสร้างตัวร้ายในประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันเห็นภาพว่ามีคนไม่ดี ผู้นำอ่อนแอ เราเลยต้องแพ้ให้กับพม่า ซึ่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมดตั้งแต่ พระเพทราชาต้นราชวงศ์ลงมาคือเหยื่อของการชำระประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ  


อ่าครับ ต้องให้เครดิตมังมหานรธาเลยที่ไม่ยอมถอนทัพตามคำร้องขอของแม่ทัพนายกอง สั่งล้อมต่อไม่ให้ฝั่งอยุธยาได้ทำไรไถนา ย้ายทัพหลักไปที่ดอนหนีน้ำ เอาดินและอิฐมาก่อให้พ้นน้ำ ให้ทหารต่อเรือรบจำนวนมากสำหรับเป็นพาหนะ กองทัพพม่าจึงสามารถทำสงครามกับกรุงศรีอยุทธยาต่อมาได้โดยใช้อาศัยการรบทางน้ำเป็นหลัก กองทัพเรือของพม่านั้นสามารถรบชนะกองทัพกรุงศรีอยุทธยาในช่วงหน้าน้ำได้หลายครั้ง

 


เก่งจริงครับแม่ทัพพม่าที่มาบุกตอนเสียกรุงรอบ 2 แล้วเด็ดขาดด้วย พม่าเอาจำนวนคนเข้าว่าเลยอะ จริงๆต้องขอบคุณจีนนะครับที่บุกพม่า ตอนพม่าบุกมาตีกรุงธนบุรี ไม่งั้นมีสิทธิ์เสียกรุงธนบุรีอีกรอบ ถ้ามาถึงได้ไม่น่ารอดอีกรอบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
"เรื่องที่ประทับใจที่สุดคือการได้สวมเสื้อLiverpoolครั้งแรก หลังจากนั้นทุกความสำเร็จมันคือโบนัสในชีวิตของผม" Steven Gerrard
ออนไลน์
โค้ช C-License
Status: โดนตกเรียบร้อย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Oct 2010
ตอบ: 11319
ที่อยู่: ไม่มีที่ไหนนอนสบายเท่าบ้านเราอีกแล้ววววววววว
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:32
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ส่วนตัวผมให้ครัั้งที่2นะ แต่เอาจริงๆก็ยากทั้ง2ครั้งแหละ

แต่คือครั้งที่2นี้พม่ากะเอาให้ราบไม่ให้ผุดให้เกิดอะ

ส่งทั้งเนเมียวทั้งมหานรธาตีโอบทั้งเหนือทั้งใต้เลย

แต่เรายื้อมาจนฤดูน้ำหลากนี้ก็เก่งแล้วนะ

แต่อย่างที่บอกพม่ารอบนี้กะเอาตาย

เลยยื้อผ่านช่วงน้ำหลากได้

อีกอย่างประสบการณ์การทำศึกผมว่า

ฝ่ายเรามีประสบการณ์ทำศึกน้อยไปนะถ้าเทียบกับสมัยเสียกรุงครั้งแรก
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:35
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
Nomeartor พิมพ์ว่า:
tonnsupabchonn พิมพ์ว่า:
Nomeartor พิมพ์ว่า:
ครั้งที่ 2 ยากกว่าเห็นๆเลยครับ จริงๆครั้งแรกตามพงศาวดารพม่า ถือว่าเราเป็นเมืองขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.2106 ที่เสียช้างเผือกให้บุเรงนองไปแล้ว และ พม่าเอาตัวพระมหาจักรพรรดิไปอยู่ที่พม่าด้วยแล้วพระมหาจักรพรรดิบวชแล้วหนีกลับอยุธยาทำให้ตอนปี 2112 ต้องกลับมาบุกอยุธาอีกครั้งนั่นถือว่าเป็นการมาปราบกบฎอยุธยาของพม่าเสียมากกว่า ครั้งแรกถ้าไม่มีคนเปิดประตูเมืองให้พม่าบุกเข้ามาผมว่าอยุธยายันอยู่

ส่วนครั้งที่ 2 เราเจอแผนพม่าที่เหนือคาดคือน้ำหลากไม่ถอย ปกติถ้าถึงฤดูน้ำหลากมาแล้วพม่าจะต้องจำยอมถอยทัพกลับไปทุกครั้งแต่รอบนี้เจอ formation ใหม่ของพม่า พอน้ำหลากพม่าไม่ถอยเสบียงในอยุธยาก็เริ่มหมดออกไปเก็บเกี่ยวพืชผลข้างนอกก็ไม่ได้เพราะพม่าล้อมไว้หมดแล้ว คนในพระนครก็เริ่มอดอยากล้มตายรอวันแพ้ ไม่งั้น พระเจ้าตากสินคงไม่ต้องฝ่าแนบรบบุกออกไปหรอกถ้าอยู่ในเมืองแล้วรอด


ปล.อีกเรื่องการเสียกรุงครั้งที่ 2 ไม่ใช่เพราะบ้านเมืองเราอ่อนแอนะครับตามประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ชำระในสมัยหลังส่วนใหญ่บอกว่า อยุธยาไม่เคยเสื่อม บ้านเมืองเจริญมาตลอดที่เป็นราชธานี แต่พอประวัติศาสตร์ที่ชำระสมัยหลังต้องสร้างตัวร้ายในประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อให้คนในยุคปัจจุบันเห็นภาพว่ามีคนไม่ดี ผู้นำอ่อนแอ เราเลยต้องแพ้ให้กับพม่า ซึ่ง ราชวงศ์บ้านพลูหลวงทั้งหมดตั้งแต่ พระเพทราชาต้นราชวงศ์ลงมาคือเหยื่อของการชำระประวัติศาสตร์ทั้งนั้นครับ  


อ่าครับ ต้องให้เครดิตมังมหานรธาเลยที่ไม่ยอมถอนทัพตามคำร้องขอของแม่ทัพนายกอง สั่งล้อมต่อไม่ให้ฝั่งอยุธยาได้ทำไรไถนา ย้ายทัพหลักไปที่ดอนหนีน้ำ เอาดินและอิฐมาก่อให้พ้นน้ำ ให้ทหารต่อเรือรบจำนวนมากสำหรับเป็นพาหนะ กองทัพพม่าจึงสามารถทำสงครามกับกรุงศรีอยุทธยาต่อมาได้โดยใช้อาศัยการรบทางน้ำเป็นหลัก กองทัพเรือของพม่านั้นสามารถรบชนะกองทัพกรุงศรีอยุทธยาในช่วงหน้าน้ำได้หลายครั้ง

 


เก่งจริงครับแม่ทัพพม่าที่มาบุกตอนเสียกรุงรอบ 2 แล้วเด็ดขาดด้วย พม่าเอาจำนวนคนเข้าว่าเลยอะ จริงๆต้องขอบคุณจีนนะครับที่บุกพม่า ตอนพม่าบุกมาตีกรุงธนบุรี ไม่งั้นมีสิทธิ์เสียกรุงธนบุรีอีกรอบ ถ้ามาถึงได้ไม่น่ารอดอีกรอบ  


ก็เกือบไปแล้วเหมือนกันครับ คราวศึกที่รพะเจ้ามังระส่งแม่ทัพรอบจัดอย่างอะแชหวุ่นกี้ที่เคยโชว์ในสงครามจีนพม่ามาแล้วลงมาตีกรุงธนบุรี ถึงขนาดตีได้เมืองพิษณุโลกได้แล้วนะ แต่พระเจ้ามังระสิ้นพระชนม์เสียก่อนจึงต้องยกทัพกลับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:39
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
ไอ้หน้าแมว!! พิมพ์ว่า:
ส่วนตัวผมให้ครัั้งที่2นะ แต่เอาจริงๆก็ยากทั้ง2ครั้งแหละ

แต่คือครั้งที่2นี้พม่ากะเอาให้ราบไม่ให้ผุดให้เกิดอะ

ส่งทั้งเนเมียวทั้งมหานรธาตีโอบทั้งเหนือทั้งใต้เลย

แต่เรายื้อมาจนฤดูน้ำหลากนี้ก็เก่งแล้วนะ

แต่อย่างที่บอกพม่ารอบนี้กะเอาตาย

เลยยื้อผ่านช่วงน้ำหลากได้

อีกอย่างประสบการณ์การทำศึกผมว่า

ฝ่ายเรามีประสบการณ์ทำศึกน้อยไปนะถ้าเทียบกับสมัยเสียกรุงครั้งแรก  


อ่าครับ การที่มังมหานรทธาตายไปแล้วพระเจ้ามังระไม่ส่งแม่ทัพมาแทน กลับให้เนเมียวสีหบดีได้คุมทั้งสองทัพนี่ถือว่าส่งผลเสียต่อกรุงศรีมาก ๆ เพราะตอนแรกทัพพม่าทั้งสองนั้นแข่งกัน กระทบกระทั่งกัน คานอำนาจกัน แค่พอมารวมเป็นทัพเดียวแล้วเรื่องการเมืองพวกนี้ก็หมดไปมุ่งหน้าแต่ตีกรุงศรีฯอย่างเดียวเลย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Mar 2010
ตอบ: 2511
ที่อยู่: หมู่บ้านอัญชลี บ้านเลขที่ 9/12 หมู่ 7 ต.หนองปากโลง อ.เมือง จ.นครปฐม 73000
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:44
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
Operation Meetinghouse พิมพ์ว่า:
ที่จริงก็พอๆกันเพราะเป็นช่วงบ้านเมืองอ่อนแอทั้งสองครั้ง พระมหินเองก็ยากด้วยปัจจัยหลายๆอย่างเช่นกรุงศรีอยุธยาสมัยนั้นกำแพงเมืองไม่ได้ออกไปตั้งชิดแม่น้ำแบบสมัยหลัง,พระเจ้าบุเรงนองท่านก็เป็นตัวท๊อปของราชวงศ์ตองอู,เทคโนโลยีสงครามก็ค่อนข้างชัดเจนว่าทางพม่าดีกว่าของเราเพราะพระเจ้าบุเรงนองแกเป็นประเภทหัวสมัยใหม่

ส่วนครั้งหลังมันแพ้เพราะยุทธศาสตร์การสงครามเราสู้พม่าไม่ได้ก็เลยแพ้ภัยตัวเองแล้วสมัยนั้นขุนนางที่เคยผ่านสงครามไม่มีเลย อิทธิพลต่างๆก็ลดน้อยถอยลงจากช่วงกรุงตอนกลาง พิชัยสงครามก็สู้ทางพม่าไม่ได้เลย ผมมองว่าครั้งที่ 2 มันแพ้แบบไม่มีทางสู้จริงๆ พระเจ้าเอกทัศท่านเองก็ทำเท่าที่ทำได้แล้วแต่มันไม่ไหวจริงๆ ผมมองว่าทางฝั่งพระเจ้าเอกทัศมีความยากกว่า


 


ใช่ครับ ทั้งสองพระองค์ทำเต็มที่แล้ว เสียที่พระมหินฯระแวงเกินไปสังหารขุนศึกคนสำคัญอย่างพระศรีเสาวราชที่รบอย่างแข็งขั้นเพราะกลัวจะกบฏทำให้แม่ทัพนายกองเสียกำลังใจไปมาก ส่วนพระเจ้าเอกทัศนั้นเสียที่ระบบการปกครองที่ลดอำนาจหัวเมืองลงไม่เอื้อให้ส่วนกลางสามารถเกณฑ์ไพร่พลได้อย่างเต็มที่
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
เชียร์ INTER / รัก DEXTER / คลั่งไคล้ DREAM THEATER


ออฟไลน์
คอมเมนเตเตอร์
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Dec 2013
ตอบ: 26184
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Apr 07, 2020 21:45
[RE: การเสียกรุงศรีอยุธยาครับแรก กับ ครั้งที่สอง?]
Rosicky10 พิมพ์ว่า:
มีครั้งไหนที่ไปตีพม่าเองบ้างครับ

ทำไมต้องรอให้มันมาตีตลอด ถ้าทัพแข็งแรงจริงไม่ตียึดกลับบ้าง
 


ชัยภูมิถ้าข้ามเขากันไปแล้ว พม่าโจทย์ยากกว่าครับ แถมพม่าหลังไม่ได้พิงทะเลแบบกรุงศรีหรือกรุงรัตนโกสินทร์
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel