ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Oct 2010
ตอบ: 233
ที่อยู่: Anfield
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 18:40
จงอย่าหยุดฝัน - เบน ชิลเวลล์


อันนี้ผมแปลมาจาก theplayerstribune นะครับ ลิ้งค์อยู่ท้ายบทความ เป็นเรื่องราวในชีวิตของเบน ชิลเวลล์ ที่เขียนด้วยตัวเขาเอง ตัวบทความค่อนข้างยาว ขอให้อ่านสนุกกันนะครับ

.

.

.


นั่นวิดีโอของผม มันอยู่แถว ๆ นั้นแหละ เป็นฟุตบอลแมทซ์แรกของผม แมทซ์แรกของผมอย่างแท้จริง

ตอนนั้นผมอายุ 6 ขวบ ผมเล่นให้กับทีมโวเบิร์น ไลออนส์ ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้านผมเพียงนิดเดียวในมิลตัน คีนส์ เราใส่ชุดแข่งสีม่วงและฟ้าอ่อน มันดูแปลกนิด ๆ เท่าที่ผมจำความได้ ชุดของผมหลวมเล็กน้อยเพราะมันถูกส่งต่อลงมาจากกลุ่มเด็กที่อายุเยอะกว่าพวกเรา

ผมใส่สนับแข้งราคา 4 ปอนด์ ที่พ่อกับผมไปซื้อด้วยกัน ผมจำวันนั้นได้ พ่อซื้อ
รองเท้าสีดำให้ผมด้วย เขาพูดกับผมเสมอว่า “เฉพาะรองเท้าสีดำเท่านั้น จนกว่าแกจะซื้อมันด้วยตัวเองได้”

เราเล่นให้กับทีมที่ชื่อกรีน ลายฟ์ ผมคิดว่าผมทำไป 5 ประตูได้มั้ง ผมกับเพื่อนสนิททำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในวันนั้น เราไม่เคยฝึกซ้อมหรือคิดถึงวิธีการเล่นเลย มันแค่ฟุตบอลเพียว ๆ และการหวดกันแบบเพียว ๆ เตะหน้าแข้ง กระชากเสื้อ ล้มลง และอาจจะมีน้ำตาบ้าง

และเพื่อนของพ่อผมบันทึกทุกอย่างไว้ในกล้องวิดีโอ

ผมไม่เคยเห็นมันเลยจนกระทั่งอีก 6 ปีให้หลัง

ผมคิดถึงวิดีโอนั้นบ้างเป็นบางครั้ง คุณรู้ไหม ผมเพิ่งลงเล่นเกมส์ที่ 11 กับทีมชาติไป มันยังฟังดูบ้ามากสำหรับผม และมันมีความหมายมากจนเกินกว่าที่ผมจะอธิบายเป็นคำพูดได้

แต่เรื่องที่บ้ากว่านั้นคืออะไรรู้ไหม เมื่อผมคิดถึงวิดีโอนั้นและชุดหลวม ๆ สีม่วงนั่น ผมมองเห็นเด็กชายผู้ซึ่งไม่รู้เลยว่าเขามีดีกว่านั้น

ผมมองเห็นเด็กชายที่เกือบจะยอมแพ้ ผมมองเห็นเด็กชายผู้ซึ่งถ้าไม่มีฮีโร่อยู่ระหว่างทางนั้นเขาจะไม่มีวันทำมันได้สำเร็จ

บางครั้งความฝันที่ยอดเยี่ยมมันก็ไม่ได้อยู่ข้างคุณ — แต่มีคน ๆ หนึ่งบอกคุณ ว่าคุณจะทำมันได้สำเร็จ

ผมจะเล่าให้คุณฟังว่าใครคือฮีโร่ของผม



ปี 2012 ผมเล่นให้ทีม U-16 ในอคาเดมี่ของเลสเตอร์

ผมเป็นผู้เล่นที่ดีมาตลอดระยะเวลาที่โตขึ้น แม้จะไม่ได้ทำงานอย่างหนักกับมัน ผมแค่เป็นพวกที่มีพรสวรรค์ช่วยขับเคลื่อนให้ผ่านในการเล่นระดับนั้นตอนที่ผมยังเด็กมาก ๆ แต่มีบางอย่างเกิดขึ้นในซัมเมอร์นั้น — อยู่ ๆ ก็ดูเหมือนว่าทุกคนไล่ตามผมทัน ผมไม่รู้ว่าพวกคนอื่น ๆ ในทีมแค่มีร่างกายที่เจริญเติบโตมากขึ้น หรือพวกเขาแค่ฝึกซ้อมและทำงานหนักมากกว่าผม ผมเปลี่ยนไปเลยในเวลาแค่ช่วงซัมเมอร์นั้น จากหนึ่งในนักเตะระดับท็อปของทีมกลายเป็นหนึ่งในนักเตะที่แย่ที่สุด

มันยากสำหรับผม และพ่อของผมด้วย ท่านขับรถไปส่งผม เกือบทุกวัน จากบ้านของเรานอกมิลตัน คีนส์ ไปยังอคาเดมี่เพื่อฝึกซ้อม และทุกวันพฤหัสบดีหลังจากการซ้อมเสร็จ ผู้จัดการทีมของเราจะประกาศรายชื่อนักเตะที่มีชื่อในเกมส์สุดสัปดาห์ เดือนแล้วเดือนเล่า ผมไม่เคยมีชื่ออยู่ในนั้น ไม่แม้แต่จะได้นั่งม้านั่งสำรองข้างสนาม ไม่เคยเลย

ผมทำได้แค่เดินออกมา กลับไปที่อคาเดมี่ในวันที่มีแมทซ์แข่งขันเพื่อฝึกซ้อมกับคนอื่น ๆ ที่ไม่มีชื่อเหมือนกัน

ผมเกลียดวันพฤหัสฯ เพื่อน ผมเกลียดมันจริง ๆ

เมื่อผมมองย้อนกลับไปถึงวันเหล่านั้น ผมจำได้ว่ารถของพ่อผมเป็นรถที่เจ๋งทีเดียว แต่ผมจะเกลียดมันมาก ๆ ในทุกวันพฤหัสฯ ผมจะมองเห็นมันจอดรอผมอยู่ที่ลานจอดรถ และผมรู้ว่ามันกำลังจะเกิดอะไรขึ้น ผมจะเริ่มคุยกับตัวเองในหัวก่อนที่ผมจะขึ้นไปอยู่บนรถด้วยซ้ำ เหมือนกับนักมวยที่เด้งเชือกไปมา คอยหลบหมัดที่มองไม่เห็น

ไม่มีชื่ออีกแล้ว

“เบน ลูกพ่อ ลูกไม่ได้ทำงานหนักมากพอ — ลูกจะไปไหนไม่ได้เลยถ้ายังมีความพยายามแค่นี้”

“พ่อ ผมพยายามที่สุดแล้ว”


เราจะไปที่สวนสาธารณะกันประมาณ 2 ชั่วโมง เพียงเพื่อเตะลูกบอลอัดใส่กำแพง ผมจะทำมันให้จบ ๆ ไปและจ้องมองนาฬิกาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามของถนน รอคอยจนกว่ามันจะครบ 2 ชั่วโมงจริง ๆ จากนั้นผมจะกลับบ้าน พ่อมักจะให้ผมวิ่งเพื่อรักษาความฟิตเสมอ ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไรในตัวผมกันแน่

พ่อรู้ซึ้งดีในเรื่องของความสามารถ วิธีคิด และรู้จักกับคำว่ากีฬา ท่านเคยเป็นนักเทนนิสที่ยอดเยี่ยมหากย้อนกลับไปในวัน
เก่า ๆ ของเขาที่นิวซีแลนด์ แต่เขาไม่เคยได้รับโอกาสหลังจากนั้น เพราะเขาต้องเริ่มที่จะทำงานเพื่อดูแลครอบครัว

ลองคิดดูแล้ว หากมองย้อนกลับไป พ่อคงเห็นหลายอย่างในตัวเองจากผม และท่านคงไม่อยากให้ผมทำมันได้ไม่ดีพออย่างที่ผมมีแววควรที่จะเป็น

ทุกอย่างที่พ่อทำนั้นมาจากความรัก ท่านคือฮีโร่ของผม ตอนคุณอายุ 15 คุณไม่มีทางรู้หรอกว่าผู้คนมองเห็นแววอะไรในตัวคุณ คุณต้องอยากทำมันเพราะคุณอยากทำ — ไม่ใช่เพื่อคนอื่น

แม่และพ่อไม่เคยยอมแพ้ให้กับฟุตบอลของผม เขารู้ว่ามันเป็นไปได้ เขามองเห็นความฝัน และรู้ว่ามันสร้างอะไรขึ้นมาได้บ้าง พวกท่านคอยผลักดันผมจนกระทั่งผมเข้าใจมัน ความเชื่อของพวกเขากลายเป็นพลังที่ผลักผมให้ออกจากคอมฟอร์ทโซน จากการล่องเรือสำราญที่แสนสบายของชีวิตผม ผมไหลไปตามกระแสพลังงานของพ่อที่ผลักดันให้ผมทำหน้าที่ของผมให้สำเร็จ

พรสวรรค์ที่สูญเปล่าหรอ

จับตาดูผมไว้ให้ดี

ผมใช้ไฟนั้นกระตุ้นจนทำให้ผมได้เป็นกัปตันชุด U-16 ของเลสเตอร์ในปีต่อมา เรือของผมล่องผ่านมันไปได้ด้วยดี ผมรู้สึกผ่อนคลายและสนุกกับฟุตบอลของตัวเอง แต่เมื่อผมอายุ 18 ความแข็งแกร่งทางจิตใจของผมก็ถูกทดสอบอีกครั้ง




ผมกำลังอยู่กับทีมชาติอังกฤษชุด U-21ตอนที่เอเจนท์ของผมโทรมา

“ฮัดเดอส์ฟิลด์ต้องการยืมตัวนาย พวกเขาอยู่ในแชมป์เปี้ยนชิพกับผู้จัดการที่เหมาะสม และพวกเขาต้องการให้เวลาลงสนามแบบจริง ๆ กับนาย”

ผมรักการเล่นในทีมเยาวชนของเลสเตอร์ และผมรู้สึกว่าตัวเองใกล้จะได้โอกาสขึ้นไปเล่นกับทีมชุดใหญ่แล้ว ที่ซึ่งตอนนั้นกำลังอยู่ในช่วงเริ่มต้นของการเป็นแชมป์ลีกซึ่งเป็นเหมือนเทพนิยาย และเสียงกระหึ่มแซ่ซ้องของผู้คนทั้งเมืองก็น่าเหลือเชื่อ แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงของพ่อในหัว ผมรู้ว่าท่านจะพูดอะไรถ้าผมปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไป นั่นทำให้ผมไปที่ฮัดเดอส์ฟิลด์ — ย่างก้าวสู้จุดหมายที่ไม่มีใครรู้

ทั้งหมดที่ผมเล่ามาเพื่อแค่นี้หรอ? เชื่อผมเถอะ ผมไม่ได้พาคุณย้อนเวลาโดยที่ไม่พาคุณไปที่ไหนหรอก โอเค?

ผมไปถึงฮัดเดอส์ฟิลด์จากแคมป์ทีมชาติตอนประมาณตี 3 ครึ่ง พรุ่งนี้มีการฝึกซ้อมและผมเพิ่งจะได้เข้านอน ผมไม่เคยเล่นกับทีมชุดใหญ่ที่ไหนมาก่อน หัวใจของผมเต้นเหมือนรถแข่งอยู่บนเตียงของผม ผมไม่อยากลุกไปกดปิดนาฬิกาปลุกเลย ผมไม่อยากตื่น และผมกลัวจนไม่กล้าจะขยับไปไหน

ผมจำได้ว่าตอนที่เดินไปยังห้องแต่งตัวและทุกคนมองมาที่ผม ผมรู้สึกถึงคนที่แพ้ให้กับตัวเองแบบผมในตอนเก่า ๆ นั้นกลับมาอีกครั้ง คนที่ไม่กล้าทำงานหนักเพราะกลัวความล้มเหลว คนที่ไม่เชื่อในความสามารถของตัวเอง ผมคิดว่าทุกคนสามารถรู้สึกแบบนั้นได้เมื่อต้องไปอยู่ในที่ใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นงานใหม่หรือโรงเรียนใหม่ — ความกลัวแบบนั้นเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ผมก็ค้นพบวิธีกำจัดมันไปได้ตั้งแต่แรก เดวิด ว๊ากเนอร์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นคือคนที่สร้างความั่นใจให้แก่ผมว่าสามารถลงเล่นในระดับสูงได้ เขาผ่านการพบเจอนักเตะที่มีความสามารถมากมายเมื่อตอนเขาทำงานกับดอร์ทมุนด์ชุดเยาวชน — วันหนึ่งเขาดึงตัวผมมาข้าง ๆ แล้วบอกว่าผมจะเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุด ถ้าผมไม่ล้มเลิกความพยายาม

นั่นคือสิ่งที่ผมได้ยินและมันทำให้ผมรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเลยนะ เหมือนแบบว่า ผมเนี่ยนะ? หนึ่งในนักเตะที่ดีที่สุด?

แม้กระทั้งตอนนี้คุณก็ไม่มีทางลืมสิ่งนั้นไปได้หรอก

การเล่นของผมถูกยกขึ้นมาสู่อีกระดับ ที่ฮัดเดอส์ฟิลด์ผมสามารถเล่นร่วมกับผู้เล่นระดับอาชีพได้ นั่นเป็นสโมสรที่พิเศษจริง ๆ



ผมกลับมาที่เลสเตอร์ไม่กี่เดือนหลังจากถูกเรียกกลับจากสัญญายืมตัว การได้อยู่ในบรรยากาศขณะที่ทีมกำลังลุ้นแชมป์เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผมและนักเตะเยาวชนอีกหลายคนในตอนนั้น

พวกเราได้เห็นอย่างแท้จริงว่าอะไรคือสิ่งที่จะทำให้เราเป็นผู้ชนะ และนอกจากนั้นเราได้เห็นว่าการเป็นนักเตะเลสเตอร์ที่อยู่กับทีมมาอย่างยาวนานนั้นมีความหมายมากเพียงใด อย่างเช่น แอนดี้ คิง เขาคือตำนานของสโมสรอย่างแท้จริง และการซัพพอร์ทจากเขาที่มีให้แก่ผมมันมีค่ามากจริง ๆ การได้เห็นเขาคว้าถ้วยพรีเมียร์ ลีก คือการได้เห็นว่าเมื่อสุดยอดของความฝันกลายเป็นความจริงมันเป็นยังไง

เขาช่วยให้ผมเติบโตขึ้นเป็นอย่างมาก และหลังจากนั้น 2 ซีซั่น ผมทำงานของตัวเองจนกระทั่งได้เข้าไปอยู่ในทีม มันทำให้ผมรู้สึกว่าได้เป็นส่วนหนึ่งที่แท้จริงของสโมสรที่ผมเติบโตโดยการดูพวกเขามาตั้งแต่เด็ก — ถ้าถามว่าความรู้สึกที่ดีที่สุดในโลกเป็นยังไง มันต้องเป็นแบบนี้แหละ

การได้เดบิวต์ในพรีเมียร์ ลีก ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2016 โดยมีครอบครัวของผมอยู่ท่ามกลางฝูงชนบนแสตนด์เชียร์ที่ผมเคยยืนอยู่เมื่อตอนยังเด็ก สิ่งนั้นผลักดันช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งหมดของผมให้กลายมาเป็นความซึ้งใจได้จนหมดสิ้น

ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนกำลังอยู่บนเส้นทางของตัวเอง

และผมต้องการเป็นแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลก

มันรู้สึกยอดเยี่ยมจริง ๆ ที่ได้พูดแบบนี้

มันรู้สึกเหมือนจะเป็นไปได้เหมือนกันนะกับเรื่องนี้ เพราะผมมองไปที่แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ของลิเวอร์พูล เขามีเรื่องราวที่สุดยอดเหมือนกัน เขาเกือบล้มเลิกมันไปแล้วเหมือนกับผม แต่เพราะการไม่หยุดพยายาม เขาผลักดันตัวเองผ่านขีดจำกัดที่เขาคิดว่าเขามี และตอนนี้เขากลายเป็นหนึ่งในแบ็คซ้ายที่ดีที่สุดในโลกไปแล้ว

ผมได้คุยกับเขาบ้างนิดหน่อยก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน ตอนเราไปกินข้าวเย็นกันที่งานวันเกิดของเทรนท์

อย่างไรก็ตาม ผมคุยกับแอนดี้นิดหน่อย และบอกเขาว่าเขาสุดยอดเอามาก ๆ เขาบอกกับผมแบบนั้นเช่นเดียวกัน มันเป็นเรื่องที่เจ๋งจริง ๆ ที่ได้คุยกับเขาและแลกเปลี่ยนเรื่องฟุตบอลกันนิดหน่อย มันมีความหมายกับผมมากทีเดียว




การได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมชาติอังกฤษคือประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่มากของผม

การได้ลงเล่นเป็นครั้งแรกในทีมชาติคือสิ่งที่เหลือเชื่อจริง ๆ มันเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเลสเตอร์ ที่สนามคิง พาวเวอร์...ผมจะเล่าเรื่องของวันนั้นให้ลูกหลานผมฟังจนกว่าผมจะเล่าอะไรต่อไปอีกไม่ได้ แต่สิ่งที่ผมจดจำได้ชัดเจนที่สุด ภาพที่จะอยู่กับผมไปตลอดกาล คือการที่ได้เห็นครอบครัวของผมอยู่ที่เลานจ์ของนักเตะหลังแมทซ์การแข่งขัน

ผมกดลิฟต์ขึ้นไปที่เลานจ์ สิ่งแรกที่ผมเห็นคือเพื่อนที่ดีที่สุดของผม 3 คน กำลังนั่งอยู่กับพ่อ แม่ และพี่สาวของผม ผมเห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของพวกเขา นั่นแหละ ผมไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกนั้นออกมาได้อย่างไร ผมเดินไปรอบ ๆ พวกเขา แค่คิดถึงเรื่องนี้มันก็ส่งผลต่อความรู้สึกของผมมากจริง ๆ ทั้งหมดที่ผมรู้คือใบหน้าผมมีรอยยิ้มกว้าง และเราไม่ได้พูดถึงเรื่องฟุตบอลกันเลยสักนิด เราพูดถึงหนทางที่พาเรามายังจุดนี้ได้ เพราะคนที่มาถึงไม่ได้มีแค่ผมคนเดียวเท่านั้น แต่คือพวกเราทุกคน

ผมคิดว่าพ่อและผมน่าจะหัวเราะกันนิดหน่อยให้กับเวลาที่เราใช้ไปในเส้นทางนี้ของผม ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้

มองย้อนกลับไปผมรู้สึกขอบคุณพ่อมากสำหรับความเชื่อที่ท่านมีให้แก่ผม พวกเขาที่อยู่ที่โต๊ะตัวนั้น ทุกคนเชื่อมั่นในตัวผม แม้กระทั่งในตอนที่ผมยังไม่รู้วิธีที่จะเชื่อมั่นในตัวของผมเอง

มันเป็นแบบนี้หละ

นี่คือบล็อกของผม

เป็นครั้งแรกของผมที่ได้เขียนอะไรแบบนี้ หวังว่าพวกคุณทุกคนคงจะชอบมันนะ

และถ้าหากคุณเป็นเด็กหนุ่มที่กำลังวิ่งตามความฝันที่จะเป็นนักฟุตบอลอยู่ที่ไหนสักที่ ผมหวังว่านี่จะช่วยทำให้คุณมองเห็นอะไรได้มากขึ้น

จงอย่าหยุดฝัน


— เบน ชิลเวลล์







แปลจาก : https://www.theplayerstribune.com/en-us/articles/ben-chilwell-leicester-city-fc-england
แก้ไขล่าสุดโดย PECh- เมื่อ Thu Jan 02, 2020 18:50, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: ห นู น ย ม ทู ต
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Sep 2018
ตอบ: 15426
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 18:47
[RE: นี่คือสิ่งที่สร้างขึ้นจากความฝัน - เบน ชิลเวลล์]
โคตรแรงบันดาลใจ สุดยอดเหมือนของโรเบิตสันเลย

ขอให้ไปได้ไกล เจ้าหนุ่ม

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
The Journey of new beginnings.
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Jan 2008
ตอบ: 3816
ที่อยู่: STAMFORD BRIDGE
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 18:58
ถูกแบนแล้ว
[RE: จงอย่าหยุดฝัน - เบน ชิลเวลล์]
แปลดีมากครับ อยากให้เชลซีสอยมาจริงๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 4725
ที่อยู่: ได้เพราะมาม่า
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 19:27
ถูกแบนแล้ว
[RE: จงอย่าหยุดฝัน - เบน ชิลเวลล์]
เจอมาเรซเผาไป หมดราคา60mเลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 May 2015
ตอบ: 9449
ที่อยู่: DImensions
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 19:36
[RE: จงอย่าหยุดฝัน - เบน ชิลเวลล์]
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Oct 2009
ตอบ: 1025
ที่อยู่: แสตมฟอร์ด บริจด์
โพสเมื่อ: Thu Jan 02, 2020 19:45
จงอย่าหยุดฝัน - เบน ชิลเวลล์
DEVILBATS พิมพ์ว่า:
แปลดีมากครับ อยากให้เชลซีสอยมาจริงๆ  

อยากได้มากเลยย​ คนพาสชั่นเยอะๆ
แต่เขาดูรักเลสเตอร์มากเลย​ เราจะมีโอกาสไหม​
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel