ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: The Kop Till Die
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Dec 2017
ตอบ: 1461
ที่อยู่: Going Merry
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 18:25
กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค
ขออนุญาตใส่สปอยนะครับเพราะยาวมากๆ

Spoil
เสียงหัวเราะและคำพูดจากกูรูฟุตบอลคนหนึ่งตอนที่ โธมัส โกรนเนอมาร์ค ผู้เชี่ยวชาญด้านการทุ่มบอล เข้ามาทำงานกับลิเวอร์พูล

แต่คำเหล่านั้นกลับไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรเท่าไหร่ โค้ชทุ่มคนนั้นยังยึดมั่นในการทำงานของตัวเองต่อไป และการที่ได้มาอยู่ที่นี่มันคือสิ่งล้ำค่าของชีวิตที่ตัวเองได้เจอกับเจอร์เก้น คล็อปป์ คนที่ยินดีให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมงานเบื้องหลัง (Backroom Staff)

จากสถิติพบว่าฝ่ายที่จะทำการทุ่มนั้น มีไม่ถึง 50% ที่พวกเขาจะได้ครอบครองบอลต่อ

พรสวรรค์ที่มีในตัว โกรนเนอมาร์ค นำมาใช้ในการทำงานจนเกิดเป็นมิติใหม่ของรูปแบบเกมฟุตบอล

ปรัชญาสามคำตามตำราทุ่มที่เขาคิดค้นขึ้น อักษรตัวข้างหน้ามันตรงกับตัวย่อสโมสรอย่างน่าอัศจรรย์

ต่อไปนี้คือเรื่องราวของ โธมัส โกรนเนอมาร์ค โค้ชทุ่มคนแรกและคนเดียวในโลกนี้ ซึ่งมันน่าสนใจและเมื่ออ่านจบแล้วแฟนๆน่าจะประทับใจในตัวเขารวมถึงเจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มากก็น้อย

...

โธมัส โกรนเนอมาร์ค โตที่ฮอร์สเซ่นส์ ทางตะวันออกของประเทศเดนมาร์ก เคยมีดีกรีเป็นกองหน้าดาวรุ่งชุดอายุไม่เกิน 18 ปี รุ่นๆเดียวกับโธมัส กราเวอเซ่น อดีตแข้งดังที่เคยเล่นให้กับเอฟเวอร์ตัน, เรอัล มาดริด และเซลติก

พรสวรรค์ที่เขามีติดตัวคือการทุ่มไกล ซึ่งเขาเองเป็นเจ้าของสถิติทุ่มบอลไกลสุดในโลกที่ระยะ 51.33 เมตร และนอกจากเรื่องนี้ โกรนเนอมาร์ค ยังเป็นคนที่วิ่งได้เร็วมาก ความเร็วของเขาก็โดดเด่นไม่แพ้เรื่องการทุ่มไกล

อย่างไรก็ตาม โกรนเนอมาร์ค ไม่ได้เก่งพอที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ เขาจึงผันตัวไปเอาดีด้านกรีฑาแทน

ปี 2002 โกรนเนอมาร์ค เป็นตัวแทนของเดนมาร์ก เข้าแข่งขันวิ่งรายการ 100, 200, 400 เมตร เขาเคยทำเวลาดีที่สุดในการวิ่ง 100 เมตร ที่ 10.61 วินาที และ 200 เมตร ที่ 21.42 วินาที

จากนั้น โกรนเนอมาร์ค เปลี่ยนไปเล่นกีฬาเลื่อนหิมะ(Bobsleigh) ที่เมือง สไกฟ์ แถบตะวันตกของเดนมาร์ก

"มันเหมาะมากนะเพราะผมสามารถใช้ทั้งความแข็งแกร่งและความเร็วที่มีได้"

กีฬาเลื่อนหิมะนี้ ทีมของเขาได้ไปแข่งขันทั่วทั้งยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ อันดับดีที่สุดที่เคยได้คือ ลำดับ 15 ส่วนระดับนานาชาติก็ติดอยู่ในท็อป 30

ดังนั้นทีมของโกรนเนอร์มาร์ค มีโอกาสที่จะได้ไปแข่งกีฬาโอลิมปิค ฤดูหนาว 2006

อย่างไรก็ตาม สหพันธ์กีฬาของเดนมาร์ก จำต้องคัดเลือกนักกีฬาเก่งพอจะมีโอกาสคว้าเหรียญกลับมาได้ และในเดนมาร์ก ก็มี 2 ทีมที่ติดท็อป 9

สุดท้ายแล้วทีมของโกรนเนอมาร์ค ก็ไม่ได้รับเลือกไปแข่งในรายการนั้น

...

โกรนเนอมาร์ค มักจะดูฟุตบอลคู่ใหญ่ๆเป็นประจำ เขาเชื่อว่าการทุ่มบอล มันเป็นอีกสิ่งที่นักกีฬาและโค้ชต้องให้ความสำคัญ

ปี 2004 โกรนเนอมาร์ค พยายามหาข้อมูลเรื่องทุ่มทั้งจากห้องสมุดและในอินเทอร์เน็ต แต่เขาไม่เจออะไรที่ต้องการเลย ฉะนั้นเขาจึงต้องทำสิ่งที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน

"ผมต้องทำตำราเรื่องการทุ่มขึ้นมาเองแล้วล่ะ ซึ่งผมก็ใช้เวลา 6 เดือนในการทำสิ่งนี้"

"ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะเห็นผลมั้ย แต่ผมคิดว่าหากมันใช้งานได้ล่ะก็ มันจะเป็นเรื่องที่โคตรเจ๋งเลยทีเดียว"

...

โกรนเนอมาร์ค เข้าทำงานกับ วีบอร์ก ในซูเปอร์ ลีก เดนมาร์ก และในซีซั่นนั้น ทีมของโอฟ คริสเตนเซ่น ทำประตูได้เยอะมากจากลูกทุ่ม และจบอันดับดีที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร

หลังจากนั้นเขาก็ย้ายไปอยู่กับ มิดทิลแลนด์ และตลอด 4 ปีที่เขาทำงานที่นี่ ทีมได้ประตูจากลูกทุ่มไกล ถึง 35 ประตู รวมถึงเป็นแชมป์ลีกเดนมาร์กได้สองครั้งเลยทีเดียว

เริ่มแรก โกรนเนอมาร์ค แบ่งเวลาทำงานระหว่างการเป็นโค้ชด้านการทุ่มไกล และงานฟูล ไทม์กับเยาวชนที่ศึกษาด้านจิตวิทยา ควบคู่กันไป

แต่ยิ่งเขาศึกษาเทปฟุตบอลมากขึ้นเท่าไหร่ โกรนเนอมาร์ค ก็ยิ่งมั่นใจมากว่าตัวเองสามารถเสนอโอกาสแก้ไขเรื่องการทุ่มไกลให้กับทีมได้

โกรนเนอมาร์ค วิเคราะห์จากความได้เปรียบหรือเสียเปรียบ จากการทุ่มในแต่ละครั้ง เขาแบ่งเป็นการทุ่มแบบไม่มีความกดดันใดๆ กับการทุ่มที่ถูกคู่แข่งเข้ามากดดัน

จากการวิเคราะห์ของโกรนเนอมาร์ค เขาพบว่า หลายทีมจะรักษาการครองบอลได้ต่ำกว่า 50 % จากโอกาสการทุ่มแต่ละครั้งเมื่อถูกดดันจากฝ่ายตรงข้าม ซึ่งมันเป็นตัวเลขที่ต่ำเอามากๆ

โกรนเนอมาร์ค ออกรูปแบบการฝึกซ้อมคือ ทำอย่างไรให้เก็บบอลไว้ได้ และ ทำอย่างไรให้เกิดพื้นที่ว่างมากที่สุด

ตอนไหนควรทุ่มเร็ว หรือไม่ควรทุ่มเร็ว รวมถึง ตอนไหนที่ควรจะใจเย็นๆก่อนที่จะทุ่ม

ทั้งหมดคือสิ่งที่โกรนเนอมาร์ค ศึกษาและทำออกมาจนเป็นรูปแบบการฝึกซ้อม ที่มันไม่มีในตำราใดๆ

"ผมทำมันจากประสบการณ์ตอนยังเป็นนักกรีฑาและตอนเป็นนักเลื่อนหิมะ และผมก็ได้แรงดลใจจากกีฬาบาสเกตบอล ในส่วนของการหาพื้นที่ว่างเพื่อรับบอล"

เรื่องทางคณิตศาสตร์ เป็นอีกเรื่องที่ โกรนเนอมาร์ค ให้ความสำคัญ เขาต้องคำนวณมุมและพื้นที่ที่จะทุ่ม เพื่อการครอบครองบอลจากที่จะได้ทุ่ม ความสัมพันธ์ของผู้เล่นก็เป็นกุญแจหลัก เพราะฉะนั้นมันคือสิ่งจำเป็นที่จะต้องพัฒนาเรื่องนี้ต่อไป

อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาโกรนเนอมาร์ค เป็นได้แค่โค้ชที่ฝึกแค่การทุ่มไกลเท่านั้น เพราะวิธีการของเขาไม่ได้การยอมรับจากเจ้านายมากนัก

...

จุดเปลี่ยนในชีวิตของโกรนเนอมาร์ค เกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2018

เจอร์เก้น คล็อปป์ อ่านหนังสือพิมพ์บิลด์ แล้วเจอเรื่องราวของอันเดรส โพลเซ่น แข้งหน้าใหม่โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ที่พัฒนาการทุ่มของตัวเองจากที่เคยทุ่มได้ได้สุด 25 m ไปเป็น 37.9 เมตร

ซึ่งสิ่งที่โพลเซ่น ทำได้นั้นเกิดจากการเรียนรู้กับ โกรนเนอมาร์ค ที่ทีมมิดทิลแลนด์

คล็อปป์ ไม่รอช้าต่อสายตรงหาโค้ชจอมทุ่มคนนั้นทันที แต่สายแรก ไม่ได้การตอบรับจากโกรนเนอมาร์ค

"ตอนนั้นผมอยู่ในรถกับครอบครัว ระหว่างไปร้านชอคโกแลต ผมปิดเสียงมือถือไว้" โกรนเนอมาร์ค เผยเหตุผลที่ไม่ได้รับสายจากกุนซือลิเวอร์พูลในคราวแรก

"แต่หลังจากจอดรถ ผมก็หยิบมือถือมาดู และเห็นมิสด์ คอลล์ จากหมายเลข +44 (รหัสเบอร์โทรศัพท์ของอังกฤษ) ผมได้ฟังข้อความเสียงที่ฝากไว้ และนั่นคือเสียงของเจอร์เก้น คล็อปป์! - ผมแทบไม่อยากเชื่อเลยล่ะ แล้วผมก็พยายามจะโทรกลับหาเขาแต่เขาก็ไม่ได้รับสาย"

หลังจากนั้นโกรนเนอมาร์ค คิดว่าตัวเองควรกลับไปที่บ้าน เพื่อไปรับสายที่สำคัญที่สุดในชีวิตด้วยบรรยากาศที่เงียบสงบ

ขณะที่เขากำลังขับรถกลับพร้อมภรรยาที่นั่งข้างๆ และลูกๆที่นั่งอยู่ข้างหลัง ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ภรรยาของเขาเห็นเบอร์แล้วเธอก็พูดว่า"นี่มันสายของเจอร์เก้น"

โกรนเนอมาร์ค รีบบึ่งรถตรงไปที่ทุ่งหญ้าและกดรับสายนี้ทันที เสียงจากปลายสายที่พูดกับเขา จับใจความได้ว่า

"จริงอยู่นะที่เรามีซีซั่นที่ดีมากๆเมื่อปีที่แล้ว(2017-18) จบท็อปโฟร์ในพรีเมียร์ลีก และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่การทุ่มบอลของเรามันแย่มากๆ เราเสียบอลตอนทุ่มตลอดเวลา เราพยามที่จะทำอะไรบางอย่างแล้วแต่มันไม่ได้ผลเท่าไหร่"

คล็อปป์ เชิญโกรนเนอมาร์ค มาที่เมลวู้ด ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม ซึ่งมันอาจเป็นแค่การนัดพบทั่วไปเพื่อพูดถึงข้อตกลงกันหลังจากนี้ แต่คล็อปป์ กลับพูดมาว่า "โอเค ผมต้องการคุณมาเป็นโค้ชให้กับนักเตะ พรุ่งนี้เลย!"

วันแรกที่ลิเวอร์พูล ยังไม่มีการเซ็นสัญญาใดๆ โกรนเนอมาร์ค ทำงานกับผู้เล่น 21 คนในทีมหงส์แดง ซึ่งเป็นพวกที่ไม่ได้มีอาการเจ็บและไม่ได้อยู่ในช่วงพักร้อนหลังจบศึกฟุตบอลโลก 2018

ไม่กี่วันถัดมา ราล์ฟ รังก์นิก เทรนเนอร์อาร์แบ ไลป์ซิก ก็ติดต่อมาหาโกรนเนอมาร์ค ในเรื่องเดียวกับที่คล็อปป์ โทรมาหาเขา แล้วโกรนเนอมาร์ค ก็ไปอยู่ที่เยอรมันเป็นเวลา 1 เดือนเพื่อไปทำงานที่นั่นเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ช่วงปลายเดือนสิงหาคม โกรนเนอมาร์ค ก็ได้สัญญาจ้างงานจากทีมลิเวอร์พูล แต่ก่อนที่เรื่องนี้จะถูกเผยแพร่ตามหน้าหนังสือพิมพ์นั้น สโมสรตั้งใจเก็บเป็นความลับและตัวเขาก็ไม่ได้พูดอะไรกับใคร มีเพียงภรรยาและลูกๆเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้

"ขนาดแม่และพี่น้องผมก็รู้เรื่องนี้ก็ตอนที่เห็นบนหนังสือพิมพ์นั่นแหล่ะ"

...

อย่างไรก็ตาม วันที่โกรเนอมาร์ค ได้รับการแต่งตั้งเป็นโค้ชทุ่มเต็มตัว เสียงจากกูรูลูกหนังคนหนึ่งพูดจาเย้ยหยันว่าทำไมลิเวอร์พูล ถึงขึ้นต้องจ้างโค้ชเพื่อมาเทรนเรื่องการทุ่มบอล

"ประทานโทษ, โค้ชทุ่มเนี่ยนะ? จับบอลด้วยมือสองข้าง แล้วก็ชูมันขึ้นเหนือศีรษะ เท้าสองข้างเหยียบพื้นแล้วก็ขว้างออกไป ผมจะเสนอให้อีกงานนะ ผมอยากจะเป็นโค้ชตอนเขี่ยบอลบ้าง" เสียงดูถูกปนเสียงหัวเราะจากปากแอนดี้ เกรย์

แต่ด้วยการที่โกรเนอมาร์ค เป็นคนมองโลกในแง่ดี อาจเพราะว่าเขาเป็นนักพูดให้กำลังใจผู้อื่นในบ้านเกิดตัวเอง และมีหนังสือที่ขายดีที่ชื่อว่า "Lazy Energy" จึงทำให้ไม่ได้เล็กคิดอะไรมากจากคำพูดนั้น

"มันไม่ได้ส่งผลอะไรกับผมเท่าไหร่ จริงๆผมก็เห็นใจกับสิ่งที่แอนดี้ เกรย์พูดนะ”

"หากใครที่มองเห็นอะไรใหม่ๆและไม่เข้าใจมัน คุณก็จะมีตัวเลือกสองข้อคือ หัวเราะใส่หรือพยายามที่จะหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนั้น"

"ผมก็แค่หวังว่าเขาจะอยากรู้และถามหาเหตุผลว่า ทำไมโค้ชระดับโลกอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงเชิญคนๆนั้น(หมายถึงตัวเอง)เข้ามา"

"ในทางกลับกัน มันค่อนข้างฟังเหมือนเป็นคำพูดที่เขาพูดในผับหลังซดเบียร์ไปได้ 10 ไพนต์ ผมคิดว่ามันดูไม่เป็นมือาชีพเท่าไหร่

"ส่วนใครที่คิดว่าผมจะโกรธ เหอะ ไม่เลย ในเน็ตมันมีคำตอบอยู่แล้วกับสิ่งที่เขาทำลงไป"

"ผมสามารถเราะให้กับความจริงที่ว่าผมคือโค้ชทุ่ม มันเป็นงานที่สนุก ซึ่งนั่นผมรู้ดี"

...

ปรัชญาตามตำราของเขาเกี่ยวกับการทุ่มคือ "ทุ่มไกล, ทุ่มเร็ว และทุ่มฉลาด" (Long, Fast, Clever)

โกรนเนอมาร์ค นำสิ่งนั้นมาใช้ที่ลิเวอร์พูล และได้รับการต้อนรับที่ดีจากบรรดาผู้เล่น เขาชี้แนวทางให้ผู้เล่น เห็นว่าเรื่องการทุ่มว่ามันสำคัญแค่ไหน โกรนเนอมาร์ค อธิบายว่า โดยเฉลี่ยเกมๆหนึ่งจะมีการทุ่มประมาณ 40-60 ครั้ง

เขายกตัวอย่างเกมกับเอฟเวอร์ตัน เมื่อซีซั่นก่อน ว่ามีการทุ่มถึง 63 ครั้ง ซึ่งนับว่าเยอะมาก ซึ่งหากคุณเก็บบอลไว้ได้ คุณก็จะสามารถพังประตูได้ แต่หากคุณเสียบอลไป พวกคุณก็จะเสียความสมดุลและอาจทำให้เกิดอันตรายต่อทีม

"หากคุณเก็บบอลจากจังหวะทุ่มไว้ได้เมื่อตอนที่ถูกกดดัน คุณก็จะคุมเกมได้ดีขึ้นและมันเป็นหนึ่งในความต่างที่สุดที่เกิดขึ้นเมื่อซีซั่นที่แล้ว"

"การทุ่มมันก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญอะไรหรอก แต่รายละเอียดส่วนหนึ่งของการทุ่มต่างหากที่เป็นเรื่องสำคัญ"

...

โกรนเนอมาร์ค ใช้เวลาที่เมอร์ซี่ย์ ไซด์ ประมาณ 1 สัปดาห์ต่อเดือน เพื่อฝึกซ้อมให้กับผู้เล่นลิเวอร์พูล

โดยทั่วไปคนที่ทำการทุ่มคือผู้เล่นตำแหน่งวิงแบ็กทั้งสองฝั่ง แน่นอนที่ลิเวอร์พูล คนที่คลุกคลีกับเรื่องนี้มากสุดก็หนีไม่พ้นแอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน กับ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่ไม่ใช่แค่สองคนนี้เท่านั้นที่ได้ประโยชน์ โจ โกเมซ ก็เป็นอีกคนที่นำเอาการทุ่มไกลเป็นอาวุธในการโจมตีคู่แข่ง ซึ่งโกเมซ ก็ทำให้เห็นในการสร้างโอกาสให้กับเจสซี่ย์ ลินการ์ด ในเกมที่อังกฤษ เจอกับโครเอเชีย ในศึกเนชั่นส์ ลีก เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2018

ส่วนใหญ่แล้วลิเวอร์พูล มักใช้วิธีการทุ่มที่รวดเร็ว หรือไม่ก็ฉวยความได้เปรียบ โดยใช้ประโยชน์จากเด็กเก็บบอลที่แอนฟิลด์

เด็กเหล่านั้นจะถูกสั่งว่าถ้าบอลออกนอกสนามต้องรีบตามไปเก็บบอลมาให้เร็วที่สุด

แต่หากคุณไม่สามารถเล่นงานคู่แข่งแบบทีเผลอได้ มันก็ต้องเปลี่ยนไปใช้การทุ่มที่มีลูกเล่นล้ำลึกกว่านั้นสักหน่อยด้วยการให้ผู้เล่นเคลื่อนที่เพื่อนสร้างพื้นที่ว่างให้เพื่อนร่วมทีม

ซีซั่นก่อน โม ซาลาห์ ทำสองประตูในเกมเยือนบอร์นมัธ จากโอกาสที่ถูกออกแบบโดยลูกทุ่ม

ซาดิโอ มาเน่ กับประตูที่ยิงใส่แมนฯยูไนเต็ด เมื่อเดือนธันวาคม ก็มาจากลักษณะที่คล้ายกัน

และล่าสุดเมื่อเดือนที่แล้ว สองประตูที่ลิเวอร์พูล ทำใส่เซาธ์แฮมป์ตัน จุดเริ่มต้นก็มาจากลูกทุ่ม คือ

1. จากการประสานงานตอนทำเกมบุก โรเบิร์ตสัน, เจมส์ มิลเนอร์ และจอร์จินโญ่ ไวนัลดุม ก่อนปิดท้ายที่มาเน่ ซัดลูกโค้งสุดสวย

2. จากการกดดันใส่คู่แข่ง ตอนที่เซาธ์แฮมป์ตันได้ลูกทุ่ม จนสุดท้าย แยน เบดนาเร็ก เสียท่าให้มาเน่ และโรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ทำประตูที่สอง

"การทำงานของผมมันเกี่ยวข้องกันกับทุกสิ่งที่คุณจะนึกถึงได้เลยล่ะ ไม่ว่าจะเรื่องที่ฝ่ายเราจะได้ทุ่มหรือฝั่งตรงข้ามจะทุ่ม"

"มันไม่ได้แค่เรื่องของเทคนิค แต่มันยังเกี่ยวกับภาษากาย, ความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น, ความแม่นยำ และความคิดของคนที่จะทุ่ม - บางครั้งมันอาจดีมากๆเมื่อทุ่มเร็ว แต่มันก็ไม่ได้ดีเสมอไป"

"บางครั้งคุณก็ต้องอาศัยความอดทนเพื่อรอให้เกิดพื้นที่ที่เพื่อนกำลังวิ่งทำทาง"

โกรนเนอร์มาร์ค เล่าต่อว่าสองประตูที่เซนต์ แมร์รี่ส์ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และเขาก็พอใจมากที่สิ่งนี้มันเกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเขาเองก็ไม่ได้จะยกเครดิตอะไรให้ตัวเองโดยบอกแค่เรื่องการทุ่มมันก็เป็นส่วนหนึ่งของการเล่นเท่านั้น

"ผมไม่ได้จะบอกนะว่าสองประตูนั้นมันมาจากการที่ผมฝึกซ้อมลูกทุ่ม มันก็เป็นเหมือนจิ๊กซอว์ ซึ่งการทุ่มก็เป็นส่วนหนึ่งของจิ๊กซอว์นั้น"

"ตอนนี้จิ๊กซอว์ของลิเวอร์พูล ก็เกือบจะเพอร์เฟคแล้วแต่คุณก็ยังต้องพัฒนาตัวเองต่อไป"

แน่นอน โกรนเนอมาร์ค ระมัดระวังอย่างเต็มที่ในการที่จะไม่แจกแจงรายละเอียดถึงจังหวะลุ้นทำประตูแบบนี้มากเกินไป มิเช่นนั้นมันก็จะเป็นเหมือนทำให้บรรดาคู่แข่งของ ลิเวอร์พูล มีความระมัดระวังตัวขึ้นได้

...

มันยากมากที่จะวัดได้ว่ามีกี่ประตูที่เกิดจากการทุ่ม ซึ่งนั่นอาจจะมาหลังจากลูกทุ่ม 20 วินาที หรือ 7-8 วินาที แต่สำหรับโกรนเนอมาร์ค มันคือสิ่งที่น่าพอใจที่ได้เห็นการเคลื่อนที่และรักษาการครอบครองบอลไว้ได้

"เมื่อผมเห็นผู้เล่นได้เรียนรู้และพัฒนากับสิ่งที่พวกเราทำบนสนามซ้อมหรือระหว่างดูวีดิโอวิเคราะห์ นั่นคือสิ่งที่ผมภูมิใจมาก"

สิ่งที่โกรนเนอมาร์ค ทำมันชัดเจนมากๆ

เมื่อซีซั่นที่แล้ว ในแต่ละเกม ลิเวอร์พูล มีเปอร์เซ็นต์การครอบครองบอลได้ต่อหลังโดนกดดันจากคู่แข่ง โดยตัวเลขอยู่ที่ 70-100 % มันเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งมาก ซึ่งในเกมเปิดฤดูกาลกับนอริช มีตัวเลขอยู่ที่ 83.3 %

ในทางตรงข้าม ยกตัวอย่างเกมที่ทำให้คู่แข่งโดนกดดันบ้าง คือนัดที่เจอกับบาเยิร์น มิวนิก ในแชมเปี้ยนส์ลีก

กรอนเนอเกอร์ บอกว่า "พวกเขา(บาเยิร์น) มีตัวเลขครอบครองบอลได้ต่อหลังโดนพวกเรากดดัน 28 % หากบาเยิร์นไม่สามารถทุ่มเร็วได้นั้น พวกเขาก็จะไม่มีไอเดียจะรับมือสถานการณ์นี้แล้ว(โดนกดดัน) และทำได้แค่ทุ่มออกไปซึ่งโอกาสที่จะได้บอลคือ 50-50 แต่มันเรียกเป็น 20-80 ซะมากกว่าเพราะทีมฝั่งรับแย่งบอลกลับมาได้"

...

ที่ลิเวอร์พูล โกรนเนอมาร์ค นำความรู้ที่ตัวเองมีมาใช้ที่นี่ได้เต็มที่ ซึ่งเรื่องนี้ เจอร์เก้น คล็อปป์ คือผู้หยิบยื่นให้โอกาส

ความจริง ก่อนหน้าที่จะเซ็นสัญญากัน โกรนเนอมาร์ค ก็ได้ข้อเสนอจากทีมในพรีเมียร์ลีก 4 ทีม แต่เขาเลือกปฏิเสธกลับไปเพราะเหตุผลเดียวคือ เขาเป็นแฟนบอลลิเวอร์พูล และเคยพาแดเนี่ยล ลูกชาย มาชมเกมที่แอนฟิลด์ เมื่อปี 2012 พร้อมกับฝันไว้สักวันว่าจากเป็นโค้ชทีมนี้

"ผมไม่ได้อยากเป็นโค้ชที่เป็นคู่แข่งกับลิเวอร์พูลเลย ช้อยส์เดียวที่จะเลือกคือ -ไม่-"

ไม่รู้บังเอิญหรือฟ้าลิขิต ที่่อักษรตัวหน้าของปรัชญาของเขา Long, Fast, Clever มันคือชื่อย่อของลิเวอร์พูล พอดี LFC

"3 เดือนหลังจากที่ผมเริ่มทำงานกับ ลิเวอร์พูล ผมก็รู้สึกตัวว่าตัวอักษรตัวแรกของการทุ่มในแบบต่างๆ มันคือ L.F.C. พอดี ซึ่งโอกาสที่ตัวอักษรทั้ง 3 ตัวนั้นจะตรงกับตัวย่อของทีมมันเป็นแบบ 1 ใน 22,000 ความเป็นไปได้เลยนะ"

...

โกรนเนอมาร์ค ชื่นชมในตัวคล็อปป์ มาก เขายอมรับว่าจุดแข็งของกุนซือลิเวอร์พูลคนนี้ คือเป็นคนที่มักจะเปิดรับอะไรใหม่ๆเข้ามาเสมอ

"เจอร์เก้น เรียกว่าเป็นนักนวัตกรรม(Innovator) เลยก็ว่าได้ - เขาเป็นผู้นำที่ชอบบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้เก่งทุกเรื่อง และพร้อมรับฟังความเห็นจากคนอื่นเพื่อพาทีมก้าวไปข้างหน้า"

"หากคุณมีผู้นำที่ต้องการจะมีอำนาจเบ็ดเสร็จทุกอย่าง และคิดว่าตัวเองเก่งที่สุด มันก็จะส่งผลกระทบต่อลูกน้อง"

"เมื่อคุณได้เจอกับเจอร์เก้น คุณจะรู้สึกได้เลยว่าคุณกำลังคุยกับเพื่อนดีๆที่พร้อมจะรับฟังสิ่งที่คุณพูด"

สิ่งที่คล็อปป์ นำผู้ชายคนหนึ่งที่แทบไม่มีใครรู้จักในอังกฤษ มาอยู่ทีมลิเวอร์พูล และพูดว่า"เราต้องการความรู้ที่คุณมีมาเป็นหนึ่งในโปรแกรมการฝึกซ้อม"

มันแสดงให้เห็นเลยว่าเขามีความเชื่อมั่นและมีความเป็นผู้นำที่น่าอัศจรรย์

"คล็อปป์เก่งมากในเรื่องการดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของคนๆนั้น ซึ่งมันเป็นสิ่งที่มีมากกว่าสโมสรอื่นๆ เขาเป็นที่พึงพอใจของเหล่าสตาฟฟ์และผู้เล่น เพราะเขาทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของสิ่งที่พิเศษ"

อีกหนึ่งตัวอย่างที่คล็อปป์ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญกับรายละเอียดที่ดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อยคือ ช่วงพรี-ซีซั่น 2019 ที่เทรนนิ่ง แคมป์ เมือง เอวิยอง คล็อปป์ เชิญ เซบาสเตียน สตูด์ทเนอร์ นักโต้คลื่นชาวเยอรมัน มาพูดคุยกับผู้เล่นเพื่อสอนวิธีการจัดการกับความเครียด รวมถึงเทคนิคการหายใจให้ผ่อนคลาย

ทั้งหมดก็เพื่อให้ทีมของเขาได้เปรียบคู่แข่งในการไล่ล่าความสำเร็จเพิ่ม หลังได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก เมื่อช่วงเดือนมิถุนายน

...

ปัจจุบัน โกรนเนอมาร์ค เพิ่งได้รับสัญญาฉบับใหม่เป็นเวลาหนึ่งฤดูกาลเต็ม หลังตอนแรกที่เข้ามาได้สัญญาเพียงครึ่งฤดูกาลแรก และก็ต่อสัญญาออกไปในครึ่งซีซั่นหลัง

"โอ้ มันบ้ามากจริงๆ นี่เรากำลังทำงานให้กับสโมสรยักษ์ใหญ่ที่คว้าแชมป์แชมเปี้ยนส์ ลีก" โกรนเนอมาร์ค กล่าวด้วยความดีใจ

"ตอนแรกผมมีสัญญาเพียงครึ่งฤดูกาลเท่านั้นเมื่อซีซั่นก่อน แล้วผมก็ได้รับการขยายสัญญาออกไปในครึ่งซีซั่นหลัง และตอนนี้ผมมีสัญญาฉบับใหม่ที่่เป็นสัญญาเต็มฤดูกาล"

ส่วนเรื่องที่ใครเคยดูถูกไว้นั้น เขาทิ้งท้ายไว้ว่า

"ตอนนี้ผมคิดว่าคงมีไม่กี่คนที่จะกล้าหัวเราะเยาะถึงงานของผมแล้วล่ะ ผมคิดว่าตอนนี้หลายคนคงมองถึงเรื่องนี้และคิดว่า.. มันต้องมีเคล็ดลับบางอย่างอยู่ในนั้นแน่ๆ"  


#ThomasGronnemark #Throwing

เรียบเรียงข้อมูลจาก ‘Andy Gray criticism? I actually felt sorry for him’ – Liverpool throw-in coach Gronnemark, The Athletic By James Pearce



Photo : BBC

Credit: เพจ Boot Room บู๊ท รูม
แก้ไขล่าสุดโดย กิ้งก่าฟ้าเหลื๊อง เมื่อ Tue Sep 10, 2019 18:27, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 7530
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 19:22
[RE]กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค
ขอบคุณมากสำหรับความทุ่มเท ช่วยเติมเต็มในรายละเอียดเล็กๆน้อยๆครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 1115
ที่อยู่: This Is Anfield
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 19:29
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
ขอบคุณสำหรับบทความครับ ตอนแรกยังสงสัยเลยว่าจ้างโค้ชทุ่ม นึกว่าจะให้ทุ่มบ้าพลังแบบดีแลป แต่ไหงอาร์โนลเวลาได้ทุ่มมันยึกยักจัง พอมาได้อ่านข่าวดูถึงรู้ว่ามันมีรายละเอียดยิบย่อยอีกไม่ได้เอาพลังเข้าว่า เข้าใจผิดมาตลอดเลย
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Oct 2010
ตอบ: 27939
ที่อยู่: D:
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 20:50
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
เอาจริงๆมันน่าจะมีนานแล้วนะ แต่เพิ่งรุ้ว่ามีจริงๆจังๆคนนี้แหละ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Jan 2011
ตอบ: 1876
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 22:04
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
ล้ำลึกจริงๆ นี่เป็นตัวอย่างของนายไข่เจียว
ปล ถ้าใครรู้จักนายไข่เจียวก็คงอายุพอๆกับผมแน่เลย แก่จัง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
i mania
ออนไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 1716
ที่อยู่: 99/1214
โพสเมื่อ: Tue Sep 10, 2019 22:27
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะอบต.
Status: กินหวานไม่กินคาว สันดานไพร่
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 4876
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 11, 2019 00:30
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
น่าสนใจ เอาไปใช้ทุ่มไอ้กลมๆบนโซฟาที่บ้าน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Sep 2006
ตอบ: 571
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Sep 11, 2019 10:07
กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค
นึกถึง Rory Delap น่ามาเป็นโค้ชทุ่ม
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 2598
ที่อยู่: กลางสนาม
โพสเมื่อ: Thu Sep 12, 2019 10:45
[RE: กูรูการทุ่ม: โธมัส โกรนเนอมาร์ค]
ใส่ใจทุกรายละเอียด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel