ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย

เพจ Soccersuck โดนปิดอีกแล้ว

ขอแรงสมาชิก ช่วยตามไปกดติดตามเพจใหม่ เพื่ออัพเดทข่าวฟุตบอลก่อนใคร ด้วยจ้า



ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
30 August 2019 16:26 by Narueta
#TrueEPL ‘ปืน’ กับ ‘ไก่’ ทำไมยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ?




​ได้ยินมาก็มาก ว่าสองทีมนี้ไม่ถูกกัน ว่าแต่รู้ไหมว่าทำไม “ปืนใหญ่” อาร์เซนอล กับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ถึงได้ชิงชังกันถึงขั้นยอมใครก็ยอมได้แต่ยอมพวกมันยอมไม่ได้แบบนี้?

เรื่องนี้มันก็พอมีสาเหตุอยู่ เพราะไม่ใช่ว่าทั้งสองทีมถือกำเนิดมาแล้วจะเกลียดอุจจาระหน้ากันตั้งแต่วินาทีแรกเสียเมื่อไหร่ กว่าจะจงเกลียดจงชังกันได้ขนาดนี้มันต้องมีเรื่องมีราวอยู่บ้าง ซึ่งเราก็ต้องย้อนกลับไปกว่าร้อยปีเลยทีเดียว

1909 - การพบกันครั้งแรก

​ความจริงแล้วอาร์เซนอล หรือชื่อในสมัยนั้นว่า รอยัล อาร์เซนอล กับสเปอร์ส เจอกันครั้งแรกตั้งแต่วันที่ 19 พ.ย.1887 (132 ปีที่แล้ว!) ที่สนามดั้งเดิมสุดๆของทีมไก่เดือยทองคือสนาม ท็อตแนม มาร์สเชส เพียงแต่ตอนนั้นยังเป็นค่เกมกระชับมิตร แถมเล่นได้แค่ 15 นาทีก็ต้องยกเลิกเพราะสนามมืดเกินไป (ฤกษ์ดีจริงๆ) ตอนนั้นสเปอร์สนำอยู่ 2-1 ด้วย

​หลังจากนั้นก็มีเกมแข่งขันกันจริงๆในเดือน ก.พ. ปีถัดมา คราวนี้เตะที่บ้านของอาร์เซนอล สมัยนั้นอยู่ที่พลัมสเตด ซึ่งผลปรากฏว่าเจ้าบ้านถล่มสเปอร์สขาดลอย 6-2 เพราะไก่เดือยทองหานักเตะมาเล่นได้แค่ 9 คนเท่านั้น

ผ่านช่วงนี้มาได้ทั้งสองทีมก็เริ่มได้เป็นสมาชิกลีก และได้เจอกันในเกมดิวิชั่น 1 อย่างเป็นทางการในวันที่ 4 ธ.ค. 1909 ซึ่งนับเป็นการพบกันครั้งแรกอย่างเป็นทางการในลีก และปรากฏว่า วูลวิช อาร์เซนอล (ชื่อในช่วงนั้น) เอาชนะได้ 1-0 จากประตูโทนของ วอลเตอร์ ลอว์เรนซ์

​จุดที่น่าสนใจคือเวลานั้นทั้งสองทีมไม่ได้ตั้งตัวเป็นคู่แข่งกัน เพราะอยู่กันคนละย่าน วูลวิช อยู่ทางตอนใต้ของลอนดอน แต่ในอีก 4 ปีให้หลังทุกอย่างก็เปลี่ยนไป

1913 - การย้ายถิ่นของกันเนอร์ส

ย่านวูลวิช ไม่ใช่ย่านที่ตั้งสนามที่ดีของอาร์เศนอลเพราะมีปัญหามากมาย ยอดผู้ชมเริ่มตกต่ำ สโมสรเริ่มเจอปัญหาทางการเงินจนเกือบล้มละลาย จนกระทั่งเจ้าของใหม่ เฮนรี นอร์ริส กับวิลเลียม ฮอล์ เข้ามากอบกู้สโมสรก็เลยมองหาทำเลใหม่

​ในปี 1913 หลังตกชั้นสู่ดิวิชั่น 2 อาร์เซนอล ก็ย้ายจากวูลวิช มาอยู่ที่ไฮบิวรีทางตอนเหนือของลอนดอน เปลี่ยนชื่อทีมเป็น​ “ดิ อาร์เซนอล” ซึ่งทำเลใหม่นี้อยู่ห่างจากสนามไวท์ ฮาร์ท เลน ของสเปอร์สแค่ 4 ไมล์เท่านั้น

​และนั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นทีมคู่ปรับร่วมย่านลอนดอนเหนือ กำเนิด “นอร์ธ ลอนดอน ดาร์บี” ขึ้นมา โดยการพบกันในฐานะคู่ปรับครั้งแรกเป็นเกมอุ่นเครื่องในวันที่ 22 ส.ค.1914 ผลปรากฏว่าอาร์เซนอลชนะไป 5-1

​เพียงแต่ทั้งสองทีมก็ยังไม่ได้ชิงชังอะไรกันมากมาย จนกระทั่ง...

1919 - จุดเริ่มต้นของความเกลียดชัง

ในฤดูกาล 1914-15 สเปอร์ส จบด้วยการเป็นทีมบ๊วย ซึ่งตามปกติแล้วต้องตกชั้นจากดิวิชั่น 1 ส่วนอาร์เซนอล อยู่อันดับ 6 ในดิวิชั่น 2 ซึ่งไม่ได้มีสิทธิ์เลื่อนชั้น เพราะสมัยนั้นทีมที่จะตกชั้นคือ 2 ทีมสุดท้ายของดิวิชั่น 1 ส่วนทีมจะได้เลื่อนชั้นคือ 2 ทีมแรกของดิวิชั่น 2

แต่เพราะมีสงครามโลกครั้งที่ 1 ทุกอย่างก็เลยต้องพักเบรกไปก่อน จนกระทั่งกลับมาแข่งขันอีกครั้งในปี 1919

การกลับมาคราวนั้นมีการหารือกันว่าจะมีการเพิ่มจำนวนทีมในดิวิชั่น 1 อีก 2 ทีม และทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นหลายช็อต เริ่มจากช็อตแรก เชลซี ทีมที่จบอันดับ 19 ในลีกเป็นรองบ๊วยควรจะตกชั้นกลับได้รับการโหวตไม่ให้ตกชั้น เพราะมีเรื่องที่แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูล ล้มบอล (อ้าว) ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ได้อยู่รอด

สเปอร์ส ไม่ยอมเรื่องนี้บอกว่าพวกเขาควรได้สิทธิ์อยู่ต่อ แต่สุดท้ายต้องอาศัยการโหวตว่าใครจะได้เล่นในดิวิชั่น 1 บ้าง

ผลปรากฏว่า อาร์เซนอล ทีมที่จบอันดับ 6 ในดิวิชั่น 2 ดันได้รับการโหวตชนะสเปอร์สเฉยด้วยคะแนน 18 เสียงต่อ 8 เสียง เลยได้ขึ้นมาเล่นในดิวิชั่น 1 ส่วนสเปอร์ส ต้องตกลงไปในดิวิชั่น 2 แทน!

สาเหตุที่อาร์เซนอลได้สิทธิ์ในการโหวต แล้วดันชนะโหวตไม่มีใครกล้าฟันธง แต่มีการ “พูดกันว่า” เป็นเพราะเฮนรี นอร์ริส เจ้าของทีมกันเนอร์ส เดินเกมใต้โต๊ะทำให้อาร์เซนอลชนะศึกนอกสนามรอบนี้

1921 - ศึกนอร์ธลอนดอนดาร์บี้ของจริงครั้งแรก

ถึงจะเคยเจอกันมาแล้วในปี 1914 แต่ก็เป็นแค่เกมอุ่นเครื่อง สเปอร์สและอาร์เซนอล ไม่ได้เจอกันอีกเพราะเล่นคนละดิวิชั่น จนกระทั่งมาได้พบกันในเกมการแข่งขันอย่างเป็นทางการครั้งแรกในศึกดิวิชั่น 1 เมื่อ 15 ม.ค.1921

​คราวนี้สเปอร์ส เป็นฝ่ายเอาชนะได้ 2-1 ในเกมที่ดุเดือดเลือดพล่าน เล่นกันหนักจนถึงขั้นเอฟเอ ต้องออกโรงเตือนว่าถ้ายังโหดไม่ยั้งแบบนี้จะให้เล่นในสนามปิดตาย

​ที่เป็นแบบนี้เข้าใจได้ว่าเพราะมีเรื่องที่สเปอร์ส รู้สึกว่าอาร์เซนอลโกงพวกเขา แต่ความรู้สึกก็เบาบางลงไปตามลำดับในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

​เรื่องที่หลายคนอาจไม่เคยรู้คือ อาร์เซนอล เคยขอใช้สนามไวท์ ฮาร์ท เลน แข่งขันด้วย! เพราะไฮบิวรี ถูกใช้ทางการทหารในช่วงสงคราม กันเนอร์สอาศัยสนามเพื่อนบ้านมากถึง 133 นัดเลยทีเดียว

1971 - เมื่อปืนใหญ่มาคว้าแชมป์ลีกในบ้านไก่เดือยทอง

ตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา อาร์เซนอล และสเปอร์ส ได้เจอกันตลอดมีเพียงแค่ฤดูกาลเดียวที่ทั้งสองทีมไม่ได้พบกันเพราะเล่นคนละดิวิชั่นคือฤดูกาล 1977-78 (เพราะสเปอร์สตกชั้นไปดิวิชั่น 2) ซึ่งระหว่างนั้นก็มีเกมในความทรงจำหลายเกม

แต่เกมที่พีคในพีคคือการพบกันเมื่อ 3 พ.ค.1971 วันนั้นเป็นนัดสุดท้ายของฤดูกาล สเปอร์ส ได้ต้อนรับอาร์เซนอล ที่ไวท์ ฮาร์ท เลน โดยที่ทีมกันเนอร์สกำลังเบียดลุ้นแชมป์กับลีดส์​ ยูไนเต็ด ในเวลานั้น และถ้าพวกเขาชนะได้ที่นี่ พวกเขาจะเป็นแชมป์ดิวิชั่น 1 ทันที

ปรากฏว่าอาร์เซนอล ทำได้จริงๆ! พวกเขาบุกมาเอาชนะได้ 1-0 จากประตูโทนของ เรย์ เคนเนดี เฉือนลีดส์เข้าป้ายคว้าแชมป์หวุดหวิดเพียง 1 คะแนน แต่ที่สะใจเหนืออื่นใดคือการมาคว้าแชมป์ได้ที่ไวท์ ฮ​าร์ท เลน นี่แหละ

รอยแค้นที่โดนหยามถึงถิ่นทำให้ทั้งสองทีมไม่คิดจะญาติดีกันอีกเลย

​ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาร์เซนอล พบ สเปอร์ส เมื่อไหร่ก็ใส่กันเดือดตลอด ไม่ว่าจะเป็นเกมรอบรองฯลีก คัพ 1987, 2007, 2008 หรือ รอบรองฯเอฟเอ คัพ 1993 และ 2001

หรือในเกมพรีเมียร์ลีกก็มีการยิงถล่มกันถึง 9 ประตูในเกมที่ อาร์เซนอล บุกไปชนะสเปอร์ส 5-4 เมื่อปี 2004, เสมอกัน 4-4 ที่เอมิเรตส์ ในปี 2008 (สเปอร์ส ไล่จาก 4-2 มาเป็น 4-4), เสมอ 3-3 ในปี 2011 (ดับฝันกันเนอร์สหมดลุ้นแชมป์), 7 ประตูในเกมที่สเปอร์สนำก่อน 2-0 แต่จบเกมแพ้ 5-2 ในปี 2012

​ขณะที่อีกเรื่องที่ยอมกันไม่ได้คือเรื่องนักเตะที่ย้ายข้ามฟากระหว่างสองทีม ในประวัติศาสตร์มีเกิดขึ้นเพียง 18 ครั้งเท่านั้น กรณีที่โด่งดังมากๆคือ โซล แคมป์เบลล์ กัปตันสเปอร์สที่ย้ายไปอาร์เซนอลในปี 2001 ที่ทำให้ “บิ๊กโซล” กลายเป็น “จูดาส” ของขาว COYS

ทั้งหมดนี้คือเรื่องเก่าที่คงจะพอทำให้เข้าใจได้ว่าทำไม อาร์เซนอล กับ สเปอร์ส จึงไม่อาจญาติดีกันได้

​สำหรับเรื่องใหม่คือเกมที่กำลังจะเกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 1 ก.ย.นี้ ซึ่งน่าจับตามองว่า อาร์เซนอล ที่เหมือนจะมาดี (แต่โดนหงส์แดงเบรกหัวคว่ำ) กับสเปอร์ส ที่ยังไม่ค่อยลงตัวมากนัก ใครจะเป็นฝ่ายกุมชัยชนะเอาไว้ได้

ติดตามเกมคู่นี้ได้ในการถ่ายทอดสดทาง “ทรูวิชั่นส์” ช่องทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล 1 และ 2 รวมถึง True 4K ที่ชัดเหมือนนั่งอยู่ในสนามเลย ;)

อยากดูเกมมันๆพรีเมียร์ลีกแบบนี้ต้องทำยังไง?

* สมัครแพ็กเสริมใหม่ ทรู พรีเมียร์ ฟุตบอล เอชดี พลัส ดูครบ ราคาปกติ 399 บาท/เดือน
* วันนี้ พิเศษ!! สมัคร ทรูวิชั่นส์ แพลทินัม ดูฟรี 3 ฤดูกาล, โกลด์ สมัครแค่ 199 บาท/เดือน, แพ็กอื่นๆ 299 บาท/เดือน
* ใช้เบอร์ทรูมูฟเอช กด *482*299*เลขสมาร์ทการ์ด# โทรออก
* หรือโทร 1242 เพิ่มเติมคลิก http://bit.ly/2YuJPSw

#ทรูพรีเมียร์ลีก #เต็มทุกอารมณ์ #TrueEPL #สดทุกจุดสุดทุกจอ #Truevisions


เช็คโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ สรุปผลบอลเมื่อคืน
แก้ไขล่าสุดโดย Narueta เมื่อ Fri Aug 30, 2019 16:30, ทั้งหมด 2 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status: แค่คิดดีทำดีก็พอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Sep 2013
ตอบ: 2986
ที่อยู่: Emirate Stadium, London
โพสเมื่อ: Sat Aug 31, 2019 11:56
[RE: #TrueEPL ‘ปืน’ กับ ‘ไก่’ ทำไมยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ?]
ปืนเราก็ทำแสบไม่ใช่เล่น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Oct 2008
ตอบ: 1923
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Aug 31, 2019 12:20
#TrueEPL ‘ปืน’ กับ ‘ไก่’ ทำไมยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ?
แสบจริงนะปืนใหญ่ แต่สมัยหลังๆสเปอร์สก็ยกระดับทีมได้ดีมาก
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
แข้งเจลีก
Status: This is Anfined
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 8001
ที่อยู่: Anfield Road
โพสเมื่อ: Tue Sep 03, 2019 00:20
[RE: #TrueEPL ‘ปืน’ กับ ‘ไก่’ ทำไมยิ่งใกล้ยิ่งเจ็บ?]
อ้างอิงจาก:
ริ่มจากช็อตแรก เชลซี ทีมที่จบอันดับ 19 ในลีกเป็นรองบ๊วยควรจะตกชั้นกลับได้รับการโหวตไม่ให้ตกชั้น เพราะมีเรื่องที่แมนเชสเตอร์​ ยูไนเต็ด กับลิเวอร์พูล ล้มบอล (อ้าว) ช่วยให้ “ปีศาจแดง” ได้อยู่รอด  



0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel