ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Dec 2013
ตอบ: 4570
ที่อยู่: Nurgot
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:27
สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!


ในตอนนี้ กระแสของแฟนๆซูเปอร์ฮีโร่ มีการตั้งแฮชแท็ก #Boycottsony กันอย่างหนักหน่วง ซึ่งจุดเริ่มต้นมาจากการที่ ค่ายโซนี่ พิคเจอร์ส จะเอา "สไปเดอร์แมน" ออกจากจักรวาลมาร์เวล

ดราม่า โซนี่ - ดิสนีย์ - มาร์เวล - สไปเดอร์แมน มีเรื่องราวเป็นอย่างไร จุดเริ่มต้นของความแตกร้าวอยู่ตรงไหน Workpoint News จะสรุปให้เข้าใจภายใน 21 ข้อ

1) สไปเดอร์แมน เป็นตัวการ์ตูน ที่มาจากการสร้างสรรค์ของ สแตน ลี และ สตีฟ ดิ๊ตโก้ เปิดตัวครั้งแรกในเดือนสิงหาคม ปี 1962 เล่าเรื่องของเด็กหนุ่มไฮสคูลชาวนิวยอร์ค ที่ชื่อ ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ โดยเขาถูกแมงมุมที่ปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีกัด ทำให้มีพลังพิเศษ กลายเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ที่ปล่อยใยแมงมุมได้

2) แม้ในฉบับหนังสือ จะได้รับความนิยมมาก แต่เมื่อนำไปทำเป็นภาพยนตร์กลับไม่ประสบความสำเร็จมากนัก "ฮอลลีวู้ด ตอนนั้นกำลังเบื่อซูเปอร์ฮีโร่ ยิ่งมีแฟรนไชส์ซูเปอร์แมน ที่ประสบความสำเร็จมากๆ ในปี 1979 แล้ว ยิ่งทำให้ซูเปอร์ฮีโร่คนอื่นแจ้งเกิดยากขึ้น" ไมเคิล ฮิลซิค นักข่าวจากนสพ.แอลเอ ไทมส์ เผย

ดังนั้นในปี 1985 ทางมาร์เวล จึงตัดสินใจเลิกทำภาพยนตร์ด้วยตนเอง แล้วประกาศขายลิขสิทธิ์สไปเดอร์แมน ให้ค่ายไหนก็ได้ที่สนใจเอาไปทำดู แลกกับเงินก้อน "ตอนที่มาร์เวล ประกาศขาย แทบไม่มีคนสนใจเลย" ไมเคิล ฮิลซิคกล่าว

ท้ายที่สุด ค่ายหนังเล็กๆชื่อ แคนน่อน ฟิล์ม ซื้อสิทธิสไปเดอร์แมนสำหรับทำภาพยนตร์ได้สำเร็จ โดยแคนน่อน ฟิล์ม ต้องจ่ายเงินให้มาร์เวล ปีละ 225,000 ดอลลาร์

3) แคนน่อน ฟิล์ม ซื้อลิขสิทธิ์ไป แต่แทนที่จะสร้างหนัง ตัวองค์กรกลับมีปัญหาภายใน จนสุดท้ายไม่มีการสร้างหนังเกิดขึ้นกันเสียที

สุดท้าย แคนน่อน ฟิล์ม ล้มละลาย และมาร์เวลจึงยื่นคำร้องต่อศาล ขอเรียกร้องสิทธิการทำหนังของสไปเดอร์แมนคืน ศาลอนุมัติ และสิทธิการทำหนังสไปเดอร์แมน จึงกลับคืนสู่มาร์เวลในปี 1998

4) มาร์เวลนั้น ยังไม่มีประสบการณ์ ในการทำภาพยนตร์มากนัก พวกเขาโดดเด่นในสาย Comics ดังนั้น จึงตัดสินใจว่า จะขายสิทธิในการทำหนังให้ค่ายอื่นอีกครั้ง โดยมาร์เวลจะได้รับเงินก้อน และส่วนแบ่งจากยอดขายในอนาคต

มาร์เวล ขาย X-Men และ Fantastic 4 ให้ค่าย 20th Century Fox ขณะที่สไปเดอร์แมน ขายให้ Columbia Pictures ซึ่งเป็นบริษัทลูกของ Sony Pictures Entertainment ในราคา 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

นั่นแปลว่าสิทธิในการทำหนังสไปเดอร์แมน กลายเป็นของโซนี่ แล้วนั่นเอง ตั้งแต่ปี 1999

5) ปรากฏว่า ภาพยนตร์ที่มาร์เวล ปล่อยขายไป ทำเงินมหาศาลทั้งสิ้น สไปเดอร์แมน 3 ภาคแรก ที่มีโทบี้ แม็คไกวร์เล่น ทำเงินรวมทั่วโลก ไปราวๆ 2.5 พันล้านดอลลาร์ แต่ค่ายมาร์เวล ได้ส่วนแบ่งไปแค่ 62 ล้านดอลลาร์เท่านั้น

หรืออย่าง X-Men สองภาคแรก ทำเงินรวมกัน ราว 7 ร้อยล้านดอลลาร์ แต่มาร์เวลได้เงินส่วนแบ่งแค่ 26 ล้านเท่านั้น

6) นั่นทำให้ทางมาร์เวล เริ่มตระหนักว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สามารถทำเงินได้มหาศาลมาก และจริงๆ มาร์เวลสามารถสร้างหนังเองได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาค่ายอื่น ดังนั้นมาร์เวล จึงไปกู้เงินจากธนาคารรวมแล้ว 525 ล้านดอลลาร์ กับแผนระยะยาว คือสร้างภาพยนตร์ 10 เรื่องติดต่อกัน เชื่อมโยงกันเป็นจักรวาล

โดยเรื่องแรก ที่มาร์เวล สตูดิโอ สร้างด้วยตนเอง คือ Iron Man ถูกวางฉายในปี 2008 ตามด้วย The Incredible Hulk ฉายต่อเนื่องในปีเดียวกัน

โดยแต่ละเรื่องมีทุนสร้าง ราว 100-165 ล้านดอลลาร์ ซึ่ง ณ เวลานั้น นักวิเคราะห์ก็มองว่า เป็นเรื่องเสี่ยงพอสมควร เพราะมาร์เวลที่ทำหนังสือคอมิกส์ และ อะนิเมชั่นสำหรับทีวีมาตลอด ถือว่ายังไม่เจนจัดในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ถ้าหากลงทุนไปหนักขนาดนี้ แล้วหนังออกมาไม่ดี เผลอๆบริษัทอาจล่มสลายได้เลย

7) อย่างไรก็ตาม Iron Man ที่ลงทุนไป 140 ล้านดอลลาร์ กลับทำเงินได้ 585.2 ล้านดอลลาร์ ถือว่าทำกำไรพอสมควร เช่นเดียวกับ The Incredible Hulk ก็ไม่ขาดทุน ใช้ทุนสร้างไป 150 ล้าน แต่ทำเงินไป 263.4 ล้าน

อย่างไรก็ตาม นิวยอร์ก ไทมส์ ชี้ว่า กำไรที่ได้จากทั้ง 2 เรื่องดังกล่าวยังน้อยเกินไป สำหรับแผนการสร้างจักรวาลมาร์เวล ซึ่งถ้าเป็นแบบนี้ มาร์เวล ก็จำเป็นต้องกู้เงินธนาคารอีกรอบ

8 ) ในปี 2009 ค่ายยักษ์ดิสนีย์ เห็นศักยภาพของมาร์เวลว่าสามารถเติบโตได้ เพราะมีคอนเทนต์ดีๆมากมาย ดังนั้น ดิสนีย์จึงจ่ายเงิน 4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซื้อมาร์เวล มาเป็นบริษัทลูกของตัวเอง

ดิสนีย์จะได้สิทธิเข้าถึงตัวละครทั้ง 5,000 ตัวของมาร์เวล และได้ส่วนแบ่งก้อนใหญ่ จากรายได้ของภาพยนตร์แต่ละเรื่อง ขณะที่มาร์เวล ก็จะได้ "ทุน" ก้อนมหาศาลจากดิสนีย์ เพื่อเอาไปสร้างจักรวาลมาร์เวลที่ตัวเองต้องการ คือต่อไปนี้ จะสร้างหนังเนี้ยบแค่ไหน ใช้ทุนเท่าไหร่ก็ไม่มีปัญหาอีกแล้ว ไม่ต้องไปกู้ธนาคารแบบเมื่อก่อนอีก

นอกจากนั้น ศาสตร์ต่างๆจากดิสนีย์ ที่มีประสบการณ์ในการทำภาพยนตร์มากกว่า ก็จะถูกถ่ายทอดให้บุคลากรของมาร์เวลด้วย เพื่อช่วยพัฒนาคอนเทนต์ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

9) หลังจากดิสนีย์ ซื้อมาร์เวล มาเป็นบริษัทลูก มาร์เวล สตูดิโอ ก็ค่อยๆปล่อยภาพยนตร์ออกมาเรื่อยๆ ทุกปี ไล่ตั้งแต่ Thor , Captain America, Guardians of Galaxy, Ant-Man , Doctor Strange และรวมไปถึง หนังฟอร์มยักษ์อย่าง The Avengers ที่รวมเอาตัวละครจากทุกเรื่อง เอามาไว้ด้วยกัน

จักรวาลมาร์เวล ถูกเขียนบทเอาไว้อย่างละเอียดรอบคอบ มีการเชื่อมโยงเหตุการณ์ของซูเปอร์ฮีโร่แต่ละคน และมีการใส่ Easter Egg ที่เชื่อมโยง เรื่องนี้กับอีกเรื่อง กลายเป็นภาพใหญ่ ที่เต็มไปด้วยสีสัน และความตื่นเต้น

10) สำหรับมาร์เวล จากบริษัทที่ต้องกู้ยืมเงินจากธนาคารมาสร้างหนัง ผ่านไปแค่ไม่กี่ปีเท่านั้น พวกเขากลายเป็นบริษัทที่มั่งคั่งร่ำรวย และมีแฟนคลับหนาแน่นมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ภายใต้บริษัทแม่ คือดิสนีย์

11) ในขณะที่มาร์เวล สตูดิโอ ประสบความสำเร็จด้วยดี ทาง โซนี่ เจ้าของสิทธิภาพยนตร์สไปเดอร์แมน กลับเจอปัญหา นั่นเพราะ 3 ภาคแรกของ โทบี้ แม็คไกวร์ ทำเงินกระจุย แต่พอเปลี่ยนพระเอกเป็น แอนดรูว์ การ์ฟิลด์ (The Amazing Spider-Man ภาค 1 และ ภาค 2 ) ตัวหนังทำเงินน้อยลงกว่าเดิม หล่นมาเหลือ เรื่องละไม่ถึง 300 ล้านดอลลาร์ในสหรัฐฯ

ผู้บริหารของโซนี่ มีทางเลือกว่า จะทำ The Amazing Spider-Man ภาค 3 หรือ จะ Reboot สไปเดอร์แมนใหม่อีกรอบ แล้วเริ่มต้นเรื่องราวกันใหม่ตั้งแต่แรก

ในที่สุด ฝั่งโซนี่ ยุติโปรเจ็กต์ The Amazing Spider-Man ภาค 3 และเลือกจะ Reboot แทน ซึ่งเมื่อเลือกทางนี้แล้ว ก็ต้องพัฒนาสไปเดอร์แมน ให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิมไปเลย และมันคงทำให้แฟนๆทั่วโลกตื่นเต้น ถ้าโซนี่อนุญาตให้สไปเดอร์แมนไปร่วมกับจักรวาลมาร์เวลดู

12) จริงๆทางมาร์เวล เกลี้ยกล่อมโซนี่มานานแล้ว ให้เอาสไปเดอร์แมน มาร่วมงานกับฝั่งมาร์เวล และในที่สุดต้นปี 2015 ไมเคิล ลินตัน และ เอมี่ ปาสคาล สองผู้บริหารของโซนี่ ได้บินไปคุยกับฝั่ง ดิสนีย์ ถึงความเป็นไปได้ ที่จะให้สองบริษัท จับมือเป็นพันธมิตรกัน โดยจะส่งสไปเดอร์แมน "ให้ยืม" เป็นการชั่วคราว

การที่โซนี่ ยอมเข้ามาเสนอแบบนี้ ทำให้ฝั่งมาร์เวลรู้สึกตื่นเต้นมาก

"ผมไม่เคยคิดฝันมาก่อนว่า สไปเดอร์แมน จะเข้ามาสู่จักรวาลของเราได้ ดังนั้นมันจึงเหมือนฝันที่เป็นจริง" เควิน ไฟกี ประธานมาร์เวล สตูดิโอ เผย

นั่นเพราะจุดเริ่มต้นของสไปเดอร์แมน มาจากมาร์เวล ดังนั้นถ้าได้สไปเดอร์แมนกลับมาสู่จักรวาลมาร์เวล มันจะเป็นอะไรที่เพอร์เฟ็กต์มาก

13) ดิสนีย์ กับ โซนี่ ทำข้อตกลงร่วมกัน ว่า จะให้สไปเดอร์แมน มาร่วมงานกับจักรวาลมาร์เวล ทั้งหมด 3 เรื่อง ประกอบด้วย

- Captain America: Civil War
- Avengers: Infinity War
- Avengers: Endgame

และ ขอให้ตัวละครของมาร์เวล เข้ามาอยู่ในหนังของโซนี่ จำนวน 2 เรื่อง ได้แก่

- Spider-Man : Homecoming
- Spider-Man : Far From Home

14) สำหรับรายละเอียดของสัญญา ดิสนีย์ จะส่งเควิน ไฟกี ประธานของมาร์เวล สตูดิโอ ไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้สไปเดอร์แมน ทั้ง 2 ภาค และช่วยวางโครงเรื่อง ให้สอดคล้องกับจักรวาลมาร์เวล

เควิน ไฟกี ได้รับการยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะ และหนังฮิตทั้งหลายของมาร์เวล ก็มาจากมันสมองของเขาทั้งสิ้น ดังนั้น สำหรับโซนี่ ก็แทบการันตีได้เลยว่า ถ้าไฟกีไปเป็นโปรดิวเซอร์ให้ หนังจะประสบความสำเร็จแน่นอน

นอกจากนั้น จะใช้ทีมสร้างในส่วนอื่นๆจากมาร์เวล สตูดิโอ เพื่อช่วยผลิตสไปเดอร์แมน 2 ภาคนี้ โดยมีโซนี่ เป็นผู้ออกทุนสร้าง

โดยสิ่งที่ดิสนีย์ต้องการจากโซนี่คือ

- เอาสไปเดอร์แมนมาเล่นหนังของมาร์เวล
- ส่วนแบ่งรายได้ 5% จากยอดขาย
- สามารถใช้สไปเดอร์แมน (เวอร์ชั่นหนัง) ในสวนสนุกดิสนีย์ได้
- ส่วนแบ่งรายได้ของที่ระลึกทั้งหมดที่เป็นสไปเดอร์แมน

หลังคุยรายละเอียดกัน ทั้ง 2 ฝ่ายพอใจกับข้อเสนอนี้

15) ภาพยนตร์ที่สองฝ่ายจับมือกันทั้ง 5 เรื่องจบลงไปด้วยดี พร้อมทำเงินมหาศาลทุกเรื่อง ทำให้ทั้งดิสนีย์ และ โซนี่ กลับมาเปิดโต๊ะเจรจากันอีกครั้ง

รายงานวงในจากเว็บไซต์ Deadline เปิดเผยว่า สำหรับหนังเรื่องสไปเดอร์แมนภาคใหม่ ทางดิสนีย์ ไม่ต้องการ 5% จากวันแรกอีกแล้ว แต่ขอแบ่งรายได้เป็น 50% ของยอดขายทั้งหมดแทน แต่ทุนสร้างทั้งหมดก็ช่วยออก 50-50 ด้วย

โดยมีการวิเคราะห์ว่า ที่ดิสนีย์กล้า ขอปรับข้อเสนอขนาดนี้ เนื่องจาก ความโด่งดังของสไปเดอร์แมน สองภาคหลัง มีปัจจัยสำคัญมาจาก การเข้ามาอยู่ในจักรวาลมาร์เวลทั้งสิ้น

16) ดิสนีย์ ดูจะถือแต้มต่อในการเจรจาครั้งนี้ เพราะ ตอนที่โซนี่เอาไปทำเอง โดยไม่เชื่อมกับจักรวาลมาร์เวล ก็ดูเหมือนสไปเดอร์แมน จะอยู่ในช่วงขาลง ตรงข้ามพอเข้ามาร์เวลปั๊บ สไปเดอร์แมน ดูกลับมาขายดีระเบิดอีกครั้ง

ถ้าหากโซนี่ ไม่ตอบรับข้อเสนอ ทางดิสนีย์ก็จะดึง เควิน ไฟกี ออกมาจากโปรเจ็กต์สไปเดอร์แมนภาคต่อๆไป นอกจากนั้น ตัวละครทั้งหมด อย่าง Iron Man หรือ นิค ฟิวรี่ ที่ปรากฏตัวในภาคล่าสุด Far From Home ก็จะโดนถอดออกไปด้วย

รวมถึง แฮปปี้ โฮแกน ตัวละครในจักรวาลมาร์เวล ซึ่งกำลังจะปลูกต้นรักกับ ป้าเมย์ ป้าของปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ถ้าหากโซนี่ไม่ยอมรับข้อเสนอ ก็จะโดนถอดออกจากเรื่องเช่นกัน

รวมถึงช็อตที่เคยกล่าวถึง Avengers Tower ก็ไม่สามารถเล่าต่อได้อีก ต้องเป็นปริศนาต่อไปแบบนั้น ซึ่งว่ากันตามตรง ถ้าสองฝ่ายดีลกันไม่ได้ จะทำให้เนื้อเรื่องในสไปเดอร์แมน ภาคต่อไป จะเต็มไปด้วยความปั่นป่วนมาก

17) อย่างไรก็ตาม ทางโซนี่ไม่ยอม ยืนยันว่า ให้รายได้แก่ดิสนีย์ได้แค่ 5% ตามเดิม สุดท้ายไม่มีใครยอมใคร ดีลของทั้งสองฝ่ายจึงล่มลงไป

ดิสนีย์ จัดการดึงเอาเควิน ไฟกี กลับมา โดยจะไม่มีส่วนร่วมกับสไปเดอร์แมนภาคต่อไปอีก

ในมุมของดิสนีย์เอง มองว่าพวกเขาให้ทรัพยากรทั้งหมดกับโซนี่ เพื่อปั้นให้สไปเดอร์แมน ในยุคทอม ฮอลแลนด์ โด่งดังที่สุด โดยในภาค Far From Home มียอดขายถึง 1.1 พันล้านดอลลาร์ สูงสุดในประวัติศาสตร์ของโซนี่ พิคเจอร์ส นั่นก็เพราะการช่วยเหลือจากดิสนีย์

แต่ทางโซนี่ ก็มองว่า ข้อเสนอ จากเดิม 95-5 เปลี่ยนเป็น 50-50 มันมากเกินไป และยอมรับไม่ได้ สู้ถอนตัวแล้วออกมาทำเองดีกว่า

18) ในปัจจุบัน โซนี่ เอง ก็ถือว่ามาถูกทางกับซีรีส์สไปเดอร์แมน เพราะ ในหนังเรื่อง Venom และ Into the Spider-Verse ซึ่งเป็นภาคแยก จากภาคหลัก ต่างทำเงินมหาศาลทั้งคู่ โดยเฉพาะเรื่องหลัง ได้รางวัลออสการ์ สาขาอะนิเมชั่นยอดเยี่ยมด้วย ดังนั้น การไม่ได้ร่วมมือกับมาร์เวล ก็ไม่ใช่ว่าโซนี่ จะอับจนหนทาง พวกเขายังสามารถไปต่อได้แน่นอน เพียงแต่ อาจต้องแก้บทกันเยอะพอสมควร

19) ขณะที่ทางดิสนีย์ การเสียสไปเดอร์แมนไป อาจขาดตัวชูโรงในจักรวาลมาร์เวลไปก็จริง แต่ ตัวละครอื่นๆ อย่าง Black Panther หรือ Captain Marvel ก็ยังทำรายได้ระดับพันล้าน นอกจากนั้น ดิสนีย์ยังเพิ่งซื้อ 20th Century Fox มาเป็นบริษัทลูก เท่ากับว่า จะได้ X-Men และ Fantastic 4 กลับคืนสู่อาณาจักรมาร์เวลอีกครั้ง ดังนั้นการเสียสไปเดอร์แมนไปหนึ่งคน อาจไม่ได้ส่งผลอะไรหนักขนาดนั้น

20) สำหรับความเห็นในอินเตอร์เน็ต แฟนๆของฝั่งมาร์เวล ตั้งแฮชแท็ก #BoycottSony ขึ้นมา และเรียกร้อง ให้โซนี่ ปล่อยสไปเดอร์แมนกลับคืนสู่มาร์เวลอีกครั้ง

โดยมีการประกาศว่าจะแบนหนังของโซนี่ และ แบนเกมเครื่องเพลย์สเตชั่น ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ของโซนี่ นอกจากนั้นในเว็บ Change.org มีการล่ารายชื่อให้โซนี่ ส่งสไปเดอร์แมนคืนให้มาร์เวล ซึ่งตอนนี้มีคนสนับสนุนแล้ว 5 หมื่นราย

ขณะที่เซเล็บในวงการ อย่างเจเรมี่ เรนเนอร์ ที่รับบทฮอว์กอายส์ ในหนังมาร์เวล ได้ทวิตข้อความว่า "เฮ้ โซนี่ เราต้องการให้คุณส่งสไปเดอร์แมนคืนสู่อ้อมอกของ สแตน ลี และ มาร์เวล ได้โปรดเถอะนะ"

21) ทั้งนี้ แม้ทางดิสนีย์ และ โซนี่ ยังตกลงกันไม่ได้ แต่ก็เชื่อกันว่า มีสิทธิที่จะเปิดโต๊ะการเจรจากันอีกรอบ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่ลงตัวที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย

อย่างไรก็ตาม ถ้าสุดท้าย สองฝ่ายดีลกันไม่ได้จริงๆ ก็น่าสนใจว่า สไปเดอร์แมน ที่ทำขึ้นเองจากโซนี่ พิคเจอร์ส โดยไม่มีมาร์เวล คอยสนับสนุน จะเปรี้ยงปร้าง ได้เหมือน 2 ภาคที่ผ่านมาหรือเปล่า?




Credit : Workpoint News - ข่าวเวิร์คพอยท์, ลงทุนแมน

โหวตเป็นกระทู้แนะนำ




ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Jun 2006
ตอบ: 1933
ที่อยู่: St Mary's Stadium
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:21
Top Comment [RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
มันไม่เกี่ยวหรอก ว่าดีสนีย์จะทำ Spiderman ได้ดีขนาดไหน

ลิขสิทธิ์มันอยู่ในมือของ Sony จะมาบีบว่าออกกันคนละครึ่ง ละขอรายได้ 50/50
งี้ Sony จะมีลิขสิทธิ์ Spiderman ไปเพื่ออะไร

อย่างที่ข้างบนบอกถ้า Sony ตกลง อีกหน่อยดีสนีย์จะกลืน Spiderman เข้าไป
แล้วคราวนี้สัญญาจากดิสนีย์จะโขก Sony ขนาดไหน
ออนไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Sep 2009
ตอบ: 1324
ที่อยู่: PM
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:12
Top Comment [RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
เดี๋ยวๆ 50/50 มันแฟร์ยังไง เหมือนคุณทำธุรกิจอยู่ ธุรกิจเป็นของคุณ คุณไปจ้างที่ปรึกษามาพร้อมแบ่งส่วนแบ่งให้เป็นเปอเซนต์ อยู่ที่ปรึกษามาขอออกตังด้วยแล้วบอกแบ่งกัน50/50มันแฟร์ตรงไหน ธุรกิจนี้มันของคุณไหน ไหนจะของเล่นอะไรที่คุณผลิตมาขายเพิ่มแล้วต้องแบ่งตังอีก 70/30 ก็เยอะแล้ว

ถ้า50/50 1100 หักทุนหักโปรโมทแล้วตีซัก 900 แบ่งกัน 450ล้าน เหมือนจะเยอะเทียบกับที่สร้างเอง

ดิอเมซิ่ง 2 สร้าง+โปรโมท300 รายได้700 ก็ได้400ล้านแล้ว ไม่ต้องปวดหัวอะไรด้วย
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: Always KELVICGREY
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Nov 2008
ตอบ: 648
ที่อยู่: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:36
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ขอบคุณครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ความสุขเล็กๆน้อยๆตอนที่กำลังทุกข์ใจนั่นแหละโคตรวิเศษ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 Sep 2009
ตอบ: 294
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:41
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ขอบคุณครับ เข้าใจแจ่มแจ้งสักที ว่าแต่ถ้าคิดแค่ภาค FFH ถ้าคิดตามข้อเสนอใหม่ของ DISNEY ฝั่งไหนได้มากขึ้นหรือน้อยลงยังไงบ้างครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
(ทัณฑ์บนครั้งที่ 1)

ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 3 ใบ : 1 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 7812
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:49
ถูกแบนแล้ว
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
แต๊งกิ้วครับท่าน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status: B v s c o
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 9240
ที่อยู่: 1 2 | 3 0
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:50
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ชอบอ่านรายละเอียดสรุปแบบนี้จัง เข้าใจง่ายดี
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
go on united
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status: LFC & TWICE
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 3327
ที่อยู่: BIGHIT ENT.
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:51
[RE]สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!
^Yimm@^ พิมพ์ว่า:
ขอบคุณครับ เข้าใจแจ่มแจ้งสักที ว่าแต่ถ้าคิดแค่ภาค FFH ถ้าคิดตามข้อเสนอใหม่ของ DISNEY ฝั่งไหนได้มากขึ้นหรือน้อยลงยังไงบ้างครับ  


ข้อเสนอเหมือนจะแฟร์ๆดีนะครับ แต่ความเป็นจริงแล้วคนถือลิขสิทธิ์คือโซนี่ การที่ดิสนีย์จู่ๆจะมาออกทุนร่วมแล้วของแบ่งกำไร โซนี่คงมองว่าอนาคตเดี๋ยวไม่จบที่ 50/50แน่ๆ คงไปที่70/30 ไล่ไปเรื่อยๆและจบด้วยซื้อกลับไปเลย

ไหนจะกำไรจากของเล่น และสวนสนุก ทั้งที่ฝั่งดิสนีย์ไม่ต้องออกเงินทุนซักดอลเพื่อทำหนัง
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Sep 2017
ตอบ: 3168
ที่อยู่: ใต้หลังคา
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:52
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ดิสนีย์มันสุดยอดจริงๆ คุมได้หมด แต่พูดถึง เอาจริงๆแล้ว สไปเดอร์แมนเกิดได้เพราะมาร์เวลแท้ๆ โซนี่ฝืนทำต่อมีแต่จะดาวน์เรื่อยๆ ทุนเค้าก็ออกให้ โปรดิวเซอร์เค้าก็มีให้ อยู่เฉยๆรับทรัพย์ มันจะเป็นอะไรไป สู้เอาเวลา ไปสร้างตัวใหม่มาผูกกับสไปดี้ ให้มาร์เวลปวดหัวเล่นอีกดีกว่า
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 May 2011
ตอบ: 2216
ที่อยู่: Eveve
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:52
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ถ้าสัญญาเดิมคือ

โซนี่ออกทุนสร้างทั้งหมด แบ่งดิสนี่ย์ 5 เปอเซ็น จากยอดวันแรก

แล้วสัญญาใหม่คือ

ออกทุนคนละ 50/50 แบ่งกำไร 50/50

ผมว่าก็อาจจะแฟร์แล้วนะ ตอนแรกก็เข้าใจว่า โซนี่ย์ออกทุนเท่าเดิม

แต่เอาจริงๆ เดี๋ยวก็มีทางออกแหละ ตอนดิสนี่ซื้อฟอกส์ ก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

สุดท้ายก็ยอมทุ่ม
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Oh YeaHH !!!
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2008
ตอบ: 5791
ที่อยู่: League 1 แล้วครัชชช
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 09:58
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
เอ้า ก็ขายให้เค้าไปแล้ว
ทรัพย์สินทางปัญญาเป็นของเค้าแล้วนี่
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
AFC Wimbledon "The Real Dons"
ออนไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: ไม่ได้มากมายเลย !!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 10544
ที่อยู่: เกาะแคนดี้
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:03
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
Sigma69 พิมพ์ว่า:
ถ้าสัญญาเดิมคือ

โซนี่ออกทุนสร้างทั้งหมด แบ่งดิสนี่ย์ 5 เปอเซ็น จากยอดวันแรก

แล้วสัญญาใหม่คือ

ออกทุนคนละ 50/50 แบ่งกำไร 50/50

ผมว่าก็อาจจะแฟร์แล้วนะ ตอนแรกก็เข้าใจว่า โซนี่ย์ออกทุนเท่าเดิม

แต่เอาจริงๆ เดี๋ยวก็มีทางออกแหละ ตอนดิสนี่ซื้อฟอกส์ ก็ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้

สุดท้ายก็ยอมทุ่ม  


ต้องมองอนาคตด้วยว่า ถ้าสไปดี้ยังอยู่กับดิสนีย์ไปเรื่อยๆ

แล้วติดลมบนเป็นตัวหลักใน MCU ของดิสนี่ย์อย่างสมบูรณ์

Sony จะถอนตัวยากละ จะเอาสไปดี้ไป co กับหนังอื่นของตัวเอง

ก็ลำบากเพราะต้องวางเรื่องให้กลมกลืนกับ MCU

หรือจะแยกออกมาทำเอง คนก็ติดกับสไปดี้เวอร์ชั่นนี้อีก

ปัจจุบันดิสนีย์อาจจะเอาแค่ 50/50

แต่ถึงตอนนั้นจะเรียก 70/30 80/20

Sony ก็ต้องยอมละเพราะไม่มีทางเลือก
แก้ไขล่าสุดโดย แฟล็ปแจ็ค ยอดนักผจญภัย เมื่อ Fri Aug 23, 2019 10:05, ทั้งหมด 3 ครั้ง
7
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 3943
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:06
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
เอาเปนียบเค้าละเค้าไม่ยอม สาวกก็ไปกดดันเค้าอีก
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 381
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:07
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
สงสารโซนี่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Sep 2009
ตอบ: 1324
ที่อยู่: PM
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:12
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
เดี๋ยวๆ 50/50 มันแฟร์ยังไง เหมือนคุณทำธุรกิจอยู่ ธุรกิจเป็นของคุณ คุณไปจ้างที่ปรึกษามาพร้อมแบ่งส่วนแบ่งให้เป็นเปอเซนต์ อยู่ที่ปรึกษามาขอออกตังด้วยแล้วบอกแบ่งกัน50/50มันแฟร์ตรงไหน ธุรกิจนี้มันของคุณไหน ไหนจะของเล่นอะไรที่คุณผลิตมาขายเพิ่มแล้วต้องแบ่งตังอีก 70/30 ก็เยอะแล้ว

ถ้า50/50 1100 หักทุนหักโปรโมทแล้วตีซัก 900 แบ่งกัน 450ล้าน เหมือนจะเยอะเทียบกับที่สร้างเอง

ดิอเมซิ่ง 2 สร้าง+โปรโมท300 รายได้700 ก็ได้400ล้านแล้ว ไม่ต้องปวดหัวอะไรด้วย
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Release My Soul
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jan 2011
ตอบ: 43193
ที่อยู่: Ark Cradle - Digital World
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:15
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
ธุรกิจ

ผลประโยชน์ร่วมกันทั้งคู่ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status: Sing.. us a song , A song to keep us warm..
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 40550
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Fri Aug 23, 2019 10:17
[RE: สรุปดราม่า Spider-Man โซนี่ แตกหัก ดิสนีย์!!]
มาร์เวลก็เหมือนรู้ตัวนานแล้ว ตอนเปิดตัว phase 4 แทบไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับสไปดี้



ตอนนี้การได้เสียงจากแฟนๆช่วยกดดัน ก็น่าจะเป็นสิ่งที่คาดการณ์ไว้แล้วเช่นกัน

ก็ว่ากันไป แต่ถึงอย่างไร เจ้าของสิทธิ์ปัจจุบันก็คือโซนี่ ถ้าข้อเสนอของมาร์เวลลงตัวเมื่อไหร่(ก็ไม่มีใครรู้)นู้นแหละ ถึงจะลงตัว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel