ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 347
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 07:25
REBOOT ARMY ตอนที่ 6 Neural Pathway
เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม

ตอนที่ 6 : Neural Pathway ; ความเคยชิน นิสัย และการเสพติด
.
.
.
สำหรับท่านใดที่ยังไม่ได้อ่านบทก่อนหน้า คือ บทความเกี่ยวกับกลไกการให้รางวัล และพื้นฐานของการเสพติด reward system, supernormal stimulus และ coolidge effect ผมอยากแนะนำให้ท่านย้อนกลับไปอ่านตามลิงค์นี้ก่อนนะครับ
.
ตอนที่ 1 : ปรากฏการณ์ประหลาด เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2231336073783650&id=2230094023907855
.
ตอนที่ 2 : Coolidge Effect
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2241175119466412&id=2230094023907855

ตอนที่ 3 : reward system
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2245894168994507&id=2230094023907855

ตอนที่ 4 : supernormal stimulus
https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=2248750015375589&id=2230094023907855

ตอนที่ 5 : หนึ่งในสิ่งเร้ายิ่งยวดที่ทรงพลังที่สุด ; สื่อโป๊ยุคอินเตอร์เน็ต
https://m.facebook.com/story.php?
.
.
.
รู้จักกับ neural pathway
.
ตอนนี้ท่านผู้อ่านก็คงได้รู้ถึงต้นเหตุปัญหาของอาการ Porn-induced ED กันแล้ว และผมก็เชื่อว่าในตอนนี้ หลาย ๆ ท่านคงกำลังคิดตัดสินใจที่จะเลิกเสพสื่อโป๊ให้ได้ทันที เพราะได้รู้ถึงข้อเสียของมันแล้ว แต่ปัญหาก็คือ การลงมือทำในภาคปฏิบัติย่อมยากกว่าภาคทฤษฎีเสมอ
.
ในระหว่างทางของกระบวนการ reboot ยังมีอีกอุปสรรคหนึ่งที่คอยขัดขวางภารกิจของเรา มันจะคอยทำให้เราคิดถึงและโหยหาความสุขจากการได้ทำพฤติกรรมนั้น ๆ อยู่ตลอดเวลา จนในที่สุด เราก็จะอดใจไม่ไหวและเผลอกลับไปทำพฤติกรรมเดิม ๆ โดยไม่รู้ตัวหรือควบคุมตัวเองไม่ได้เลย
.
สิ่งที่คอยบังคับดลใจเราให้ทำแบบนั้นก็คือ “วิถีประสาท” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกกันว่า “neural pathway” ถ้าเราเข้าใจและรู้กลไกการทำงานของสิ่งนี้ เราจะสามารถทำการ reboot ได้ง่ายขึ้นและรู้เท่าทันปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับตัวเราได้อย่างแน่นอน
.
Neural pathway ถ้าให้แปลตามตัวก็คือ “วิถีประสาทที่ผูกโยงไปยังพฤติกรรมที่เราทำเป็นประจำ” ในนิยามที่ผมเข้าใจ คือ ช่องทางที่ระบบประสาทได้ทำการสร้างเส้นทางของตัวมันเองขึ้นมา เพื่อที่จะให้เซลส์ประสาทได้ใช้เส้นทางนั้นอย่างสะดวกรวดเร็ว
.
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ neural pathways เกิดจากการที่เราได้ทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ ๆ ติดต่อกันเป็นช่วงระยะเวลายาวนานจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ค่อย ๆ สะสมขึ้นมาในสมองของเรา หนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นนั้นก็คือ neural pathways ที่ผมกำลังกล่าวถึงนี้นี่เอง
.
พฤติกรรมการเสพสื่อโป๊มาอย่างยาวนานได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสมองของเรา นอกจากจะเกิดกระบวนการ dopamine receptors downregulation แล้ว (ดังที่ผมอธิบายไปในบทก่อนหน้านี้) พฤติกรรมนี้ยังได้สร้างวิถีประสาทที่ผูกโยง “ความรู้สึกพึงพอใจและการเสพสื่อโป๊” เข้าไว้ด้วยกันอย่างหนาแน่น ทำให้พฤติกรรมการเสพสื่อโป๊กลายเป็นเหมือนนิสัยติดตัวของเราไปเสียแล้ว
.
เราเรียกวิถีประสาทที่ผูกโยงเข้ากับพฤติกรรมการเสพสื่อโป๊นี้ว่า PMO’s neural pathways (PMO ย่อมาจากคำว่า Porn Masterbation Orgasm ซึ่งแปลว่า การสำเร็จความใคร่โดยใช้สื่อโป๊) หรือพูดง่าย ๆ ว่า “นิสัยการช่วยตัวเองโดยใช้สื่อโป๊” นั่นเอง
.
PMO’s neural pathways นี้คือสิ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องวนเวียนอยู่ในวังวนของการเสพติดสื่อโป๊อย่างไม่รู้จบ และนั่นก็ยิ่งทำให้พวกเราต้องมีอาการ Porn-induced ED หนักมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่พวกเราไม่ทันได้ตระหนักหรือรู้ตัวเลยด้วย
.
ตอนแรก พฤติกรรมการเสพสื่อโป๊ของเราเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาทีละเล็กทีละน้อย แต่หลังจากที่ตัวมันเริ่มเติบโตจนแกร่งกล้ามากพอ มันก็จะกลายเป็นผู้บงการพฤติกรรมของเราแทน ตอนนี้มันมีอำนาจเหนือการควบคุมของเราโดยสิ้นเชิงแล้ว
.
นอกจากมันจะสร้างวังวนของการเสพติดขึ้นมาในสมองของเราแล้ว มันยังคอยเป็นอุปสรรคขัดขวางไม่ให้เราถอนตัวออกจากวังวนนี้ได้ง่าย ๆ ด้วยเช่นกัน จะว่าไปแล้ว มันเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้หลาย ๆ คนต้องยอมแพ้และล้มเลิกจากกระบวนการ reboot ไปอย่างน่าเสียดาย หากเป้าหมายของเขาคนนั้นไม่ชัดเจนและเข้มข้นมากพอ
.
แต่ข่าวดีที่สุดก็คือ ในเมื่อ PMO’s neural pathways สามารถถูกสร้างขึ้นมาได้ มันก็สามารถถูกจัดการเก็บมันเข้ากรุได้เช่นกัน แม้เราจะจัดการให้มันหายไปอย่างถาวรไม่ได้ แต่เราก็สามารถทำให้มันอ่อนแรงและหมดอำนาจลงได้อย่างมีนัยสำคัญ
.
หากเรามีเป้าหมายที่ชัดเจนและมีความแน่วแน่มากพอ เราก็จะสามารถเอาชนะสิ่งนี้ได้ และในที่สุด สมองของเราก็จะหายกลับมาเป็นปกติได้ดังเดิม แต่ก่อนที่เราจะรู้ถึงวิธีจัดการกับมัน ผมอยากให้เราลองมาทำความรู้จักกับมันก่อน การรู้จักคุณสมบัติและต้นตอของปัญหาต่าง ๆ จะทำให้เรารับมือและจัดการกับปัญหาได้ดีขึ้น
.
.
.
หนูน้อยในเขาวงกต
.
วิวัฒนาการของเราได้สร้างสิ่งที่เรียกว่า neural pathways ขึ้นมาเพื่อทำให้เราสามารถทำกิจกรรมสำคัญที่ต้องทำบ่อย ๆ ได้ง่ายขึ้นจนติดเป็นนิสัยและความชำนาญ ท่านจะเห็นภาพและเข้าใจกลไกการทำงานของมันมากขึ้นจากผลการทดลอง “หนูกับเขาวงกต” ……
.
ในอาคารของภาควิชาสมองของสถาบัน MIT ทีมนักวิทยาศาสตร์กลุ่มหนึ่งได้ทำการทดลองโดยการจับหนูตัวหนึ่งไปใส่ไว้ในกระบะเขาวงกตจำลองแบบง่าย ๆ และตั้งชีสหรืออาหารเอาไว้ที่เส้นชัยของเขาวงกตนั้น โดยที่นักวิทยาศาสตร์ก็ได้ติดสายไฟขนาดจิ๋วชนิดหนึ่งที่เชื่อมกับอุปกรณ์ขนาดเล็กที่ฝังอยู่ในสมองของหนูตัวนี้เพื่อที่จะได้ศึกษาผลการทำงานของสมองมัน
.
ในการทดลองครั้งแรก เจ้าหนูตัวนี้เริ่มต้นด้วยการเดินสุ่มไปเรื่อยแบบไม่มีจุดหมาย มันเอาขาของมันเขี่ยคุ้ยพื้นและสิ่งรอบ ๆ เหมือนต้องการหาทางออกจากเขาวงกตนี้ จนเมื่อมันมาถึงจุด ๆ หนึ่งของเขาวงกต มันก็เริ่มทำจมูกฟุดฟิด ๆ เพื่อดมกลิ่นของอาหารที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ กับบริเวณนั้น
.
เมื่อได้กลิ่นอาหารว่าตั้งอยู่ตรงไหน เจ้าหนูตัวนี้ก็พยายามเดินไปหารางวัลของมัน แต่ด้วยความที่เส้นทางเป็นเขาวงกต ทำให้มันไม่สามารถเดินตรงไปยังอาหารได้ทันที จากการที่มันได้ลองผิดลองถูกคลำทางไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดมันก็สามารถไปถึงเส้นชัยและได้อาหารเป็นรางวัลของความพยายามเข้าจนได้
.
นักวิทยาศาสตร์ได้จับหนูตัวเดิมมาทำการทดลองซ้ำสองอีกครั้ง โดยกระบวนการยังเหมือนเดิมทุกอย่าง นั่นก็คือมีการวางอาหารไว้ที่จุดเดิมและวางเจ้าหนูตัวนี้ให้เริ่มเดินจากจุดเดิมเช่นกัน
.
ในการทดลองครั้งที่สองนี้ เราจะเห็นเจ้าหนูตัวนี้มีพัฒนาการขึ้น มันเริ่มจดจำเส้นทางได้บ้าง มันรู้ว่าเลี้ยวตรงไหนแล้วจะเจอทางตันหรือเจอทางที่ไปต่อได้ แม้ว่าจะมีความผิดพลาดอยู่แต่ก็ถือว่าน้อยกว่ารอบแรก จนในท้ายที่สุด มันก็ไปถึงจุดหมายปลายทางและได้อาหารเป็นรางวัลอีกครั้ง
.
การทดลองครั้งที่สามก็ดำเนินการแบบเดิม นั่นคือหนูตัวเดิมรวมไปถึงจุดสตาร์ทและอาหารก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิมทั้งสิ้น
.
แต่ในรอบนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่าเจ้าหนูตัวนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นอย่างมาก เพราะมันมีความผิดพลาดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด เราจึงเริ่มรู้ได้ว่า “มันเริ่มจะจดจำเส้นทางได้แล้ว” มันรู้แล้วว่าอาหารอยู่ตรงไหน ต้องเลี้ยวตรงไหน รอบนี้มันจึงไปถึงเส้นชัยได้อย่างรวดเร็วและได้อาหารไปกินอย่างง่ายดาย
.
นักวิทยาศาสตร์ได้จับเจ้าหนูตัวนี้ทดลองแบบเดิม ๆ นี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อให้แน่ใจในผลลัพธ์ และพวกเขาก็ได้เห็นว่าเจ้าหนูตัวนี้วิ่งไปหาเป้าหมายได้อย่างง่ายดายโดยแทบไม่ต้องคิดอะไรเลย และความผิดพลาดก็แทบจะไม่เกิดขึ้นเลยเช่นกัน ยิ่งทดลองซ้ำมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นว่ามันทำเวลาได้ดีมากขึ้นเท่านั้น จะว่าไปแล้ว ในการทดลองครั้งหลัง ๆ มันแทบไม่ต้องคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ
.
หลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ตรวจสอบผลการทำงานในสมองของเจ้าหนูตัวนี้ พวกเขาพบว่าเจ้าหนูตัวนี้ใช้สมองทำงานอย่างหนักที่สุดในการทดลองรอบแรก เพราะมันต้องพยายามเรียนรู้และจดจำเส้นทางอยู่ตลอดเวลา
.
ในขณะที่ผลการทดลองครั้งที่สองก็ยังแสดงให้เห็นว่าเจ้าหนูตัวนี้ยังคงต้องใช้สมองของมันทำงานอยู่ แต่น้อยกว่าผลการทดลองจากรอบแรก ตรงนี้น่าจะเป็นผลมาจากการที่มันเริ่มจดจำเส้นทางได้บ้าง ทำให้มันไม่จำเป็นต้องเค้นสมองมากเท่ากับในการทดลองครั้งแรก
.
ความน่าสนใจของการทดลองนี้อยู่ตรงนี้ครับ นั่นคือผลการทดลองในครั้งถัด ๆ ไปแสดงให้เห็นว่าเจ้าหนูตัวนี้วิ่งตรงไปยังอาหารได้เร็วขึ้นโดยที่สมองของมันกลับทำงานน้อยลงเรื่อย ๆ มันแทบไม่ต้องมีการหยุดคิดเลยก่อนที่จะเลี้ยว อีกทั้งความผิดพลาดหรือหลงทางของมันก็แทบไม่เกิดขึ้นเลยด้วย
.
หากเรานำผลการทดลองในครั้งหลัง ๆ มาเปรียบเทียบกับการทดลองครั้งแรกสุดแล้ว เราก็จะสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เจ้าหนูตัวนี้สามารถไปถึงอาหารได้อย่างง่ายดายโดยที่แทบไม่ต้องใช้สมองคิดคำณวนอะไรเลย ราวกับพฤติกรรมนี้ได้กลายเป็นนิสัยที่ติดตัวมันไปแล้ว
.
พูดง่าย ๆ ก็คือขณะที่มันเริ่มคุ้นชินกับเส้นทางมากขึ้น มันก็ใช้สมองครุ่นคิดน้อยลงเรื่อย ๆ นั่นเอง
.
ที่มันเป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าในสมองของเจ้าหนูตัวนี้ได้สร้าง neural pathways ที่เป็นแบบแผนแน่นอนในการเดินจากจุดสตาร์ทไปยังอาหารของมันขึ้นมา ยิ่งเจ้าหนูตัวนี้ฝึกเดินในเขาวงกตนี้จนเชี่ยวชาญเท่าไหร่ มันก็ยิ่งใช้สมองในการคิดคำนวณเส้นทางน้อยลงเท่านั้น
.
นี่คือการทำงานของ neural pathways ที่ทำให้เราสามารถทำพฤติกรรมหลาย ๆ อย่างได้อย่างง่ายดายเหมือนกับว่าพฤติกรรมนั้นเป็นสัญชาตญาณหรือนิสัยติดตัวของเราไปแล้ว
.
หากให้ผมยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวอีกหนึ่งตัวอย่างหนึ่ง ผมอยากให้ท่านผู้อ่านคิดถึงตอนที่เราเริ่มหัดขับรถครั้งแรก เราต้องเพ่งสมาธิแทบทั้งหมดไปที่ 2 มือและ 2 เท้าของเรา เราคอยบังคับและใช้มันอย่างตั้งใจที่สุด การถอยรถเข้าที่จอดต้องใช้สมาธิสูงมาก ขนาดที่เราบางคนต้องปิดเสียงวิทยุก่อนด้วยซ้ำเพื่อที่จะสามารถรวบรวมสมาธิได้
.
แต่เมื่อเราเริ่มมีความชำนาญ ไม่ว่าจะเป็นตอนขับขี่อยู่บนถนนหรือถอยเข้าที่จอด เราก็สามารถทำได้อย่างไหลลื่นถึงขนาดที่ไม่จำเป็นแม้แต่ต้องคิดเลยด้วยซ้ำ บางคนชำนาญขนาดใช้เพียงแค่หางตาชำเลืองกระจกหลัง ในขณะที่มือหนึ่งถือพวงมาลัย ส่วนอีกมือหนึ่งถือโทรศัพท์ และปากกับหูก็ใช้สนทนาไปด้วยพลาง ๆ ด้วย
.
ที่เราสามารถชำนาญได้ขนาดนั้นเป็นเพราะสมองของเราได้สร้าง neural pathways ที่เกี่ยวกับการขับรถขึ้นมาแล้วไงครับ
.
หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น นักฟุตบอลชั้นแนวหน้าหลาย ๆ คนสามารถคอนโทรลลูกบอลได้โดยแทบไม่ต้องมองหรือต้องหยุดคิดเลยสักนิด นั่นเป็นเพราะพวกเขาได้ฝึกฝนทักษะเหล่านี้มาอย่างยาวนานจนทักษะนั้นติดตัวเป็นปฏิกิริยาธรรมชาติของเขาไปแล้ว สมองของพวกเขาได้สร้าง neural pathways ที่เกี่ยวกับกีฬาฟุตบอลขึ้นมาและผูกโยงมันเข้ากับสมองของพวกเขาอย่างแน่นหนา
.
อีกตัวอย่างหนึ่งที่ใกล้ตัวคนรุ่นใหม่หลาย ๆ คน เช่น การเล่นวิดีโอเกมส์ เราเคยเห็นคนที่เล่นวิดีโอเกมส์อย่างชำนาญไหมครับ พวกเขาสามารถกดแป้นคีย์บอร์ดในระหว่างการเล่นได้อย่างคล่องแคล่วโดยที่แทบไม่ต้องก้มมองหรือหยุดคิดเลย ทุกอย่างเป็นไปอย่างลื่นไหลและรวดเร็วภายในพริบตา นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการสร้าง neural pathways ขึ้นมาในสมองของเรา
.
.
.
Rewire - Unwire
.
Neural pathways เหล่านี้เปรียบเสมือนกับวงจรแห่งนิสัย หากปราศจากวงจรนี้ สมองของเราจะถูกถาโถมกระหน่ำโดยข้อมูลรอบตัวซึ่งจะทำให้เราต้องคอยหยุดคิดทุกครั้ง แม้ว่ามันเป็นแค่การทำสิ่งเดิม ๆ ในชีวิตประจำวันก็ตาม จนในที่สุด การที่ต้องคอยหยุดคิดคำณวนทุกครั้งก็จะทำให้สมองของเราเหนื่อยล้ามากจนหมดสภาพไปเพราะต้องคอยทำงานหนักอยู่ตลอดเวลา
.
สมองของเราจำเป็นต้องสร้าง neural pathways ขึ้นมาเพื่อแบ่งเบาภาระของตัวมันเอง ซึ่งกลไกที่แสนวิเศษนี้ก็เปรียบเสมือนดาบสองคม เพราะมันอาจทำให้เราสร้างนิสัยที่ดีขึ้นมาได้ แต่ก็สามารถสร้างนิสัยที่ไม่ดีขึ้นมาได้ด้วยเช่นกัน
.
ปัญหาก็คือ เราอาจกำลังสร้าง neural pathways หรือสร้างนิสัยที่ส่งผลเสียต่อตัวเราเองขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว กว่าเราจะรู้ตัว นิสัยเสียบางอย่างก็ติดตัวเราจนแทบจะเรียกว่าสัญชาตญาณไปเสียแล้ว มันกลายเป็นการเสพติดที่คอยบั่นทอนคุณภาพชีวิตหลาย ๆ ด้านของเรา และการจะทำให้มันสูญสลายไปก็ไม่ใช่เรื่องที่ใช้เวลาแค่ชั่วข้ามคืนเสียด้วย
.
อันที่จริงยังมีอีกหลายตัวอย่างรอบตัวเรานับไม่ถ้วนที่แสดงให้เห็นว่า neural pathways ทำงานอย่างไร การที่เราทำหรือฝึกกิริยาใดกิริยาหนึ่งเป็นเวลานาน ๆ สมองของเราจะทำการผูกโยงระบบประสาทให้เชื่อมต่อกันเป็น neural pathways ที่เกี่ยวข้องกับพฤติกรรมนั้นขึ้นมา เราเรียกกระบวนการนี้ว่า “การ rewire”
.
ในทางตรงกันข้าม พฤติกรรมไหนที่เราไม่ได้ทำมันเป็นเวลานาน ๆ สมองของเราก็จะค่อย ๆ ทำการคลายปม neural pathways ที่ผูกโยงเข้ากับพฤติกรรมนั้นออกไปเสีย และมันจะค่อย ๆ อ่อนพลังลง กระบวนการนี้เรียกง่าย ๆ ว่า “การ unwire”
.
ในนิยามความหมายแบบที่ผมเข้าใจ การ rewire เปรียบเสมือนการต่อสายสัญญานของระบบประสาทในสมองของเราให้เชื่อมต่อกับพฤติกรรมหรือสิ่งที่เราอยากให้มันเป็น ในขณะที่การ unwire คือการทำให้สายสัญญาณของระบบประสาทที่เชื่อมกับพฤติกรรมนั้นค่อย ๆ เสื่อมสลายไป
.
พูดอีกนัยหนึ่งก็คือ การ rewire-unwire มันเปรียบเสมือนการออกแบบวงจรในสมองโดยการต่อหรือตัดสายไฟในแผงวงจรของสมองเรานั่นเอง
.
หากจะให้ยกตัวอย่างเปรียบเทียบง่าย ๆ เช่น ถ้าเราอยากเล่นฟุตบอลเก่ง เราก็ต้องฝึกเลี้ยงลูก, ส่งลูก และยิงประตู ไม่ใช่เอาเวลาฝึกว่ายน้ำหรือเต้นบัลเลต์ พอเห็นภาพกันใช่ไหมครับ ?
.
ทุก ๆ กิจกรรมที่เราได้ทำ จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในสมองของเราเสมอ สมองเราจะค่อย ๆ สร้าง neural pathways ของพฤติกรรมนั้นขึ้นมา หรือพูดกันง่าย ๆ ว่า “หากเราทำสิ่งใดบ่อย ๆ เราก็จะชำนาญสิ่งนั้นมากขึ้น”
.
ตอนนี้ท่านผู้อ่านได้เห็นภาพคร่าว ๆ ของกระบวนการ rewire-unwire และ neural pathways กันแล้ว ในบทต่อไป เราจะมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการทางวิทยาศาสตร์พื้นฐานของกระบวนการ rewire - unwire และ neural pathways ว่ามันมีผลต่อการเสพติดสิ่งต่าง ๆ อย่างไร และเราต้องทำอย่างไรเพื่อจะแก้ไขมัน
.
.
.
หนังสือ “เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม : สาเหตุ อาการ และวิธีรักษา” วางจำหน่ายแล้ววันนี้
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMjY2MjgwOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjEwNjY3MCI7fQ
.
ซึ่งในหนังสือ ebook เล่มนี้ นอกจากผู้เขียนได้มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมหัวข้อใหม่ ๆ เข้าไปในเนื้อหาบทเดิมแล้ว ทางผู้เขียนยังได้มีการเพิ่มเนื้อหาสำคัญบทใหม่ ๆ และตอนใหม่ ๆ อีกมากมาย ซึ่งท่านผู้อ่านทุกท่านยังไม่เคยได้อ่านจากที่ไหนมาก่อนอย่างแน่นอน
.
.
.
*** หากท่านรู้สึกมีปัญหากับสมรรถภาพทางเพศของท่าน ผมขอแนะนำให้ท่าน “ปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ และ ดูแลสุขภาพของตัวท่านก่อนเป็นอันดับแรก”
.
แต่ถ้าหากท่านยังคงรู้สึกว่าอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศของท่านไม่ดีขึ้น ท่านจะลองศึกษา “วิธีที่ผมแนะนำ” เป็นอีกทางเลือกก็ได้ครับ
.
*** หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าประสบการณ์และให้ความรู้พื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ “ไม่มีการโฆษณาแนะนำยาหรืออาหารเสริมใด ๆ ทั้งสิ้น”
.
.
.
——————————————————

references ...

https://healthtransformer.co/the-neuroscience-of-behavior-change-bcb567fa83c1

http://www.authenticityassociates.com/neural-plasticity-4-steps-to-change-your-brain/

http://www.truevitality.com.au/articles/creating-new-neural-pathways-2/

http://www.authenticityassociates.com/neural-plasticity-4-steps-to-change-your-brain/
แก้ไขล่าสุดโดย The Immortal เมื่อ Tue Oct 22, 2019 17:35, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status: Sing.. us a song , A song to keep us warm..
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 41150
ที่อยู่: Fox River State Penitentiary. Joliet , Illinois.
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 07:45
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
สู้ไม่ถอย
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: Hendo Hoegarden
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 May 2014
ตอบ: 3519
ที่อยู่: Anfield Road
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 10:09
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
ผมเคยทำได้ 5 วันติด ตอนไปตปท กับเพื่อน

ไม่ได้พยายามเลยนะ แต่มันไม่ได้คิดเท่านั้นเอง

พอกลับมาปกติ ก็ทำเหมือนเดิม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: แง้นนนนนๆๆ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 7202
ที่อยู่: ที่นี่แหละ
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 10:31
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
ผมมีปัญหาว่าเสร็จยาก หรือไม่เสร็จเลย ทำไงดีครับ อันนี้จริงๆเลยนะ เรียกเด็กมาละบางครั้งชั่วโมงนึงไม่เสร็จ จนต้องเอาออกมาให้ใช้มือ หรือปากอ่ะ มีบางครั้งมันก็อ่อนไปเองเพราะเห็นหน้าน้องเขาที่ทนเจ็บไม่ไหวแล้วมันก็หมดอารมณ์ก็มี
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Oct 2006
ตอบ: 258
ที่อยู่: "Unloveable..... "
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 10:37
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
ผมติดจนระดับฮอร์โมนเหลือ 4 กว่าๆ จากที่ควรจะ 7-8 หรือ 9 เป็นอย่างต่ำ คือผมไปตรวจเลือดเลยครับ เพราะมันไม่สู้ในวัยเพียง 30 ต้นๆ

คุณหมอบอกว่าจนกว่าจะถึง 40 ถึงจะค่อยๆ เสื่อมไป ถ้าในวัยขนาดนี้คือต้องเป็นวัยเจริญพันธุ์อย่างเต็มที่

การช่วยตัวเอง เสพติดหนังโป๊ หรือสื่อวาบหวิว มีผลเสียร้ายแรงจริงๆ จนสามาถให้คนหนุ่มเป็น ED ได้

ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนผมก็หยุดกันนะครับ ตอนนี้ผมก็ใช้ยาควบคู่ไป ก็ดีขึ้น แต่จะดีมากถ้าไม่มียาช่วยครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 347
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 11:00
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
Riyah พิมพ์ว่า:
ผมมีปัญหาว่าเสร็จยาก หรือไม่เสร็จเลย ทำไงดีครับ อันนี้จริงๆเลยนะ เรียกเด็กมาละบางครั้งชั่วโมงนึงไม่เสร็จ จนต้องเอาออกมาให้ใช้มือ หรือปากอ่ะ มีบางครั้งมันก็อ่อนไปเองเพราะเห็นหน้าน้องเขาที่ทนเจ็บไม่ไหวแล้วมันก็หมดอารมณ์ก็มี  


ต้องถามก่อนว่าท่านมีการเสพสื่อโป๊ไหม

ถ้าท่านคิดว่าตัวเองเสพสื่อโป๊และบ่อยในระดับหนึ่ง อาการหลั่งช้ามาก ๆ ก็เป็นสัญญาณตั้งต้นของ PIED ครับ เรียกว่า Delay Ejaculation (DE)

เป็นเลเวลแรกของอาการด้านชา (desensitization) แต่ที่ท่านยังไม่เป็นหนัก ผมขอเดาว่ามี 2 กรณี คือ

1. PIED ยังอ่อน ๆ แค่สะสมอาการ
2. ท่านยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ อยู่ ทำให้สมองของท่านได้ rewire เข้ากับเซ็กส์ของจริงได้อยู่เป็นระยะ

นี่คือในกรณีที่ท่านมั่นใจว่าท่านเสพสื่อโป๊บ่อย ๆ นะครับ การ reboot ช่วยแก้ได้

แต่ถ้าท่านไม่ได้เสพสื่อโป๊ อาการหลั่งช้าของท่านอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ก็ดีครับ จะได้สบายใจ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Oct 2010
ตอบ: 433
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 11:07
[RE]REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11
ของผมสถิติมากสุดหยุดอยู่ที่ 68วัน มาrelapseตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นนี่แหละ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 1 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 1525
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 11:24
ถูกแบนแล้ว
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
จะrebootที แม่งก็ตั้ง18+อยู่นั่นแหละ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 347
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 11:50
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
I am LiverBirD พิมพ์ว่า:
ผมติดจนระดับฮอร์โมนเหลือ 4 กว่าๆ จากที่ควรจะ 7-8 หรือ 9 เป็นอย่างต่ำ คือผมไปตรวจเลือดเลยครับ เพราะมันไม่สู้ในวัยเพียง 30 ต้นๆ

คุณหมอบอกว่าจนกว่าจะถึง 40 ถึงจะค่อยๆ เสื่อมไป ถ้าในวัยขนาดนี้คือต้องเป็นวัยเจริญพันธุ์อย่างเต็มที่

การช่วยตัวเอง เสพติดหนังโป๊ หรือสื่อวาบหวิว มีผลเสียร้ายแรงจริงๆ จนสามาถให้คนหนุ่มเป็น ED ได้

ถ้าไม่อยากเป็นเหมือนผมก็หยุดกันนะครับ ตอนนี้ผมก็ใช้ยาควบคู่ไป ก็ดีขึ้น แต่จะดีมากถ้าไม่มียาช่วยครับ  


ถ้าเป็นที่เรื่องฮอโมนส์เพศชายและตัวท่านไม่ได้มีปัญหาเรื่องต่อมไร้ท่อตั้งแต่เกิด ผมว่าท่านไม่น่าห่วงเท่าไหร่นะครับ

เพราะถ้าสุขภาพท่านแข็งแรงปกติ แค่ออกกำลังกายและพักผ่อนให้เพียงพอ สัก 1-2 เดือน ฮอร์โมนส์ทั้งหลายก็กลับมาปกติได้แล้วครับ แทบไม่ต้องพึ่งยาเลย เว้นเสียแต่ตัวท่านมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมไร้ท่อต่าง ๆ นะครับ

อีกอย่าง ผมไม่รู้ว่าที่ท่านกินเป็นฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนสังเคราะห์หรือเปล่า ถ้าใช่ ท่านต้องปรึกษาแพทย์และศึกษาวิธีกินให้ดีนะครับ เพราะฮอร์โมนส์สังเคราะห์บางอย่าง เวลากินมาก ๆ ร่างกายจะหยุดผลิตเอง คราวนี้ต้องพึ่งยาไปตลอดแย่เลย

ในเคส ED ของท่าน ถ้าท่านมั่นใจว่าตัวท่านเสพสื่อโป๊เยอะและบ่อยมาก ท่านอาจเข้าข่าย PIED ก็ได้ครับ

และถ้าเป็น PIED การ reboot ช่วยได้แน่นอน

ส่วนเรื่องฮอร์โมนส์ ถ้าร่างกายท่านแข็งแรงและพักผ่อนเพียงพอ มันจะผลิตมาได้เองเรื่อย ๆ ครับ

ผมไม่ค่อยอยากแนะนำให้กินอะไรเท่าไหร่ (ในกรณีที่เป็นแค่ PIED และร่างกายไม่ผิดปกติอะไรนะครับ)


แก้ไขล่าสุดโดย The Immortal เมื่อ Sun May 19, 2019 11:51, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 347
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 12:01
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
tictactoe พิมพ์ว่า:
ของผมสถิติมากสุดหยุดอยู่ที่ 68วัน มาrelapseตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นนี่แหละ  


relapse หมายถึง PMO ไม่ก็ P เท่านั้นนะครับ

หลั่งจากการมีเซ็กส์ไม่นับนะครับ

แต่ถ้าเผลอ PMO จริงก็อย่าไปคิดมาก ทุกคนล้วนเคย relapse ทั้งนั้น

โดยเฉพาะตัวผม 5555

จากประสบการณ์ของผมและที่อ่านมา ถ้าเรารีบูทคลีนได้เกิน 60 วันแล้วเผลอ relapse ไปสัก 1-2 ครั้ง ถ้าเรารีบกลับเข้าเส้นทางเดิม เราจะได้พัฒนาการเดิมกลับมาภายใน 7-10 วันครับ

หรือเอาให้ชัวร์ ท่านจะนับถอยหลังไป 15-20 วันก็ได้ครับ แต่ห้ามรีเซ็ทเป็น 0 นะ

สู้ ๆ ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย The Immortal เมื่อ Sun May 19, 2019 12:02, ทั้งหมด 1 ครั้ง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 578
ที่อยู่: บ้านแสนสุข
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 16:28
[RE]REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11
มีใครทำแล้วสำเร็จแบบเห็นเนินนมแล้วแข็งบ้างไหมครับ เอาจริงตอนนี้ผมเห็นหอ_ จะๆบางทียังไม่แข็งเลยครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: แง้นนนนนๆๆ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 7202
ที่อยู่: ที่นี่แหละ
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 16:48
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
The Immortal พิมพ์ว่า:
Riyah พิมพ์ว่า:
ผมมีปัญหาว่าเสร็จยาก หรือไม่เสร็จเลย ทำไงดีครับ อันนี้จริงๆเลยนะ เรียกเด็กมาละบางครั้งชั่วโมงนึงไม่เสร็จ จนต้องเอาออกมาให้ใช้มือ หรือปากอ่ะ มีบางครั้งมันก็อ่อนไปเองเพราะเห็นหน้าน้องเขาที่ทนเจ็บไม่ไหวแล้วมันก็หมดอารมณ์ก็มี  


ต้องถามก่อนว่าท่านมีการเสพสื่อโป๊ไหม

ถ้าท่านคิดว่าตัวเองเสพสื่อโป๊และบ่อยในระดับหนึ่ง อาการหลั่งช้ามาก ๆ ก็เป็นสัญญาณตั้งต้นของ PIED ครับ เรียกว่า Delay Ejaculation (DE)

เป็นเลเวลแรกของอาการด้านชา (desensitization) แต่ที่ท่านยังไม่เป็นหนัก ผมขอเดาว่ามี 2 กรณี คือ

1. PIED ยังอ่อน ๆ แค่สะสมอาการ
2. ท่านยังคงมีปฏิสัมพันธ์กับคนจริง ๆ อยู่ ทำให้สมองของท่านได้ rewire เข้ากับเซ็กส์ของจริงได้อยู่เป็นระยะ

นี่คือในกรณีที่ท่านมั่นใจว่าท่านเสพสื่อโป๊บ่อย ๆ นะครับ การ reboot ช่วยแก้ได้

แต่ถ้าท่านไม่ได้เสพสื่อโป๊ อาการหลั่งช้าของท่านอาจต้องไปปรึกษาแพทย์ก็ดีครับ จะได้สบายใจ  


ไม่เสพไม่ได้อ่ะครับ เล่นเว็บนี้ก็กดดูมู้18+ ตลอด แต่ผมว่าผมชอบกอดจูบแล้วถึงจะมีอะไรกันอ่ะ แต่พอเป็นเที่ยวอย่างว่า มันก็ไม่ได้กอดจูบเล้าโลมกันแบบนั้น ยิ่งเรียกมานี่มาถึงน้องเขาก็โบ๊ะบ๊ะๆเลย ในขณะที่เราแค่อยาก แต่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออนไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Mar 2019
ตอบ: 347
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun May 19, 2019 17:28
[RE: REBOOT ARMY เซ็กส์เสื่อมในวัยหนุ่ม 11]
FunDev พิมพ์ว่า:
มีใครทำแล้วสำเร็จแบบเห็นเนินนมแล้วแข็งบ้างไหมครับ เอาจริงตอนนี้ผมเห็นหอ_ จะๆบางทียังไม่แข็งเลยครับ  


ถ้าขนาดเห็นเนินนมแล้วแข็งนี่ ผมก็ไม่รู้นะครับว่ามีไหม (แต่คงมีแหละ)

แต่ถ้าได้สัมผัสหรือแตะๆลูบๆแล้วแข็งปั๋งและไม่อ่อนตัว และสามารถสอดใส่ได้ปกติ ... ระดับนี้ท่านพอใจไหมครับ

ถ้าท่านพอใจและต้องการให้อะไรแบบนี้กลับคืนมา ท่านสามารถทดลองรีบูทดูก็ได้ครับ ผมก็ได้ระดับนร้แหละครับ

แต่ในคนไทยอาจจะยังไม่มีเรื่องราวมาแชร์นะครับ เพราะผมเพิ่งจุดประเด็นนี้ตอนปลายๆมีนาคมนี้เองครับ

ถ้าท่านเก่งภาษาอังกฤษพอใช้ได้ แนะนำให้อ่าน reddit/NoFap ดูก็ได้ครับ มีคนแชร์ปสกเยอะแยะเลย ท่านอาจเจอแรงบันดาลใจดีๆตรงนั้นก็ได้

ส่วนใหญ่ ถ้ารีบูทคลีน ๆ ใช้เวลาแค่ 90-180 ก็กลับสู่ระดับนั้นได้แล้วครับ ขึ้นกับระดับความหนักของการเสพติดสื่อโป๊ด้วย

ช่วง 2-3 อาทิตย์แรกก็เริ่มเห็นสัญญาณบางอย่างแล้วครับ เช่น มีอาการแข็งสุดๆตอนเช้ากลับมา สัก 2-3 เดือนจะเริ่มมีอาการแข็งตัวได้เองระหว่างวันโดยที่ไม่ได้แตะมันเลย

ผมใช้เวลา 115 วันก็กลับมาสอดใส่ได้ปกติ เซ็กส์ครั้งแรกๆอาจมีอาการหลั่งเร็วบ้างนะ แต่หลังจากนั้นจะเหมือนสามารถควบคุมการหลั่งได้ดีขึ้นมาก ๆ ครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel