ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย

เพจ Soccersuck โดนปิดอีกแล้ว

ขอแรงสมาชิก ช่วยตามไปกดติดตามเพจใหม่ เพื่ออัพเดทข่าวฟุตบอลก่อนใคร ด้วยจ้า



ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Sep 2010
ตอบ: 6922
ที่อยู่: BKK
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 08:54
มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ
ตอนนี้ผมทำงานเกี่ยวกับ ระบบคลังสินค้าภายในบริษัทครับ

ส่วนใหญ่จะใช้ข้อมูลจาก Excel ทำพวกรายงาน PivotTable

ทีนี้มีความอยากรู้เรื่องภาษาคอมเพิ่ม เพราะในอนาคตอาจจะเอาไปเชื่อมโยงงานในภายภาคหน้าได้

อันที่จริงผมเคยพอเรียนพวก VB แอสเซมบี้มาบ้าง แต่ลืมไปหมดแล้ว

-ผมอยากจะศึกษาภาษาคอมพิวเตอร์เหล่านี้ครับ เพิ่งเริ่มต้น ควรเริ่มจากตัวไหนก่อนดี

-แต่ละภาษา เอาไว้ใช้งานด้านไหนครับ รบกวนอธิบายเป็นสโคปกว้างๆ ก็ได้ครับ

-พอจะมีแหล่งความรู้เกี่ยวกับภาษาเหล่านี้ที่เข้าใจได้ง่าย แนะนำบ้างไหมครับ

-พวกท่านที่เก่งภาษาเหล่านี้ ทำงานด้านไหนกันบ้างครับ

ขอบคุณมากครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
อิสระ....มาพร้อมกับความอ้างว้าง
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Liverpool Fc
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 8736
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 09:13
Top Comment [RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
R กับ Python มันสำหรับใช้ร่วมกับการวิเคราะห์นะครับ มันจะมี Lib ที่ช่วยในการจัดการเยอะ

ถ้าไม่ได้ใช้ขนาดนั้น ก็ใช้แค่ Excel ผสมกับ VBA ก็พออยู่นะ อาจจะดีตรงที่ R,Python มันฟรี

มันขึ้นกับว่าต้องใช้ทำ Model ทำ Predicted อะไรมั้ย ถ้าต้องทำก็ต้องใช้พวกนี้แหละ

มันฟรี ละดีไซน์ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ได้ใช้ขนาดนั้นก็ไม่จำเป็นเลยครับ ใช้แค่ SQL กับ Excel

ไม่ก็ หันไปจับ Access ดีกว่า ผมว่าสะดวกกว่ากันเยอะ

14
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ฝากเพจนิดนึงครับ https://www.facebook.com/MachineRedz-928241427365038/
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Liverpool Fc
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 8736
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 09:13
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
R กับ Python มันสำหรับใช้ร่วมกับการวิเคราะห์นะครับ มันจะมี Lib ที่ช่วยในการจัดการเยอะ

ถ้าไม่ได้ใช้ขนาดนั้น ก็ใช้แค่ Excel ผสมกับ VBA ก็พออยู่นะ อาจจะดีตรงที่ R,Python มันฟรี

มันขึ้นกับว่าต้องใช้ทำ Model ทำ Predicted อะไรมั้ย ถ้าต้องทำก็ต้องใช้พวกนี้แหละ

มันฟรี ละดีไซน์ได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้าไม่ได้ใช้ขนาดนั้นก็ไม่จำเป็นเลยครับ ใช้แค่ SQL กับ Excel

ไม่ก็ หันไปจับ Access ดีกว่า ผมว่าสะดวกกว่ากันเยอะ

14
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ฝากเพจนิดนึงครับ https://www.facebook.com/MachineRedz-928241427365038/
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: Every end is a new beginning.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Feb 2011
ตอบ: 2403
ที่อยู่: Attilan
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 09:29
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
เรียนรู้ไวสุด ใช้งานได้ไวสุด ตามที่งานที่ท่านทำอยู่ ตอนนี้ผมนึกถึง Access ตัวเดียวเลยนะ

ส่วนภาษาจริงๆมันเยอะและกว้างมากด้วย IDE ก็เริ่มออกมาเยอะอีก ท่านต้องรีเควสมาเองเลยว่าแบบ อยากได้เอาเอาไปทำอะไรประมาณไหน ทีนี้แหละฮะ พี่ๆน้องๆจะมาช่วยท่านเลือกเอง
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
โคตรตำนานซ็อคเกอร์ซัค(ระดับสูงสุด)
Status: ♥o♥)여자친구 ♥♫ (ง'̀-'́)ง 프로미스나인 ♥♫ (✿˵◕‿◕˵)이달의소녀 ♥♫
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 10035
ที่อยู่: Source Music.
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:01
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ
แก้ไขล่าสุดโดย Taerg เมื่อ Thu Feb 14, 2019 10:07, ทั้งหมด 4 ครั้ง
5
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status: No.23
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Apr 2008
ตอบ: 8630
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:26
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
Python ตอนนี้กำลังมาเลย ผมก็ไม่เคยเขียนเหมือนกัน
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Sep 2010
ตอบ: 6922
ที่อยู่: BKK
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:30
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
Spoil
Taerg พิมพ์ว่า:
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ  
 


ขอบคุณมากเลยครับ พอจะเห็นภาพขึ้นเยอะครับ

ส่วนตัวคิดว่า หลังจากนี้อีก 1-2 ปี อยากจะหันไปทำงานด้าน การจัดการข้อมูล พวกบริหารข้อมูลในคลังข้อมูลดูครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
อิสระ....มาพร้อมกับความอ้างว้าง
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Liverpool Fc
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 8736
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:41
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
GODYO พิมพ์ว่า:
Spoil
Taerg พิมพ์ว่า:
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ  
 


ขอบคุณมากเลยครับ พอจะเห็นภาพขึ้นเยอะครับ

ส่วนตัวคิดว่า หลังจากนี้อีก 1-2 ปี อยากจะหันไปทำงานด้าน การจัดการข้อมูล พวกบริหารข้อมูลในคลังข้อมูลดูครับ
 

ถ้าจัดการ ยังไม่ต้องใช้ระดับพวกนั้นนะผมว่า มันจะเป็นงานแนวๆด้าน MIS หรือ ERP รึเปล่า

Spoil

ส่วนตัวผมก็ทำงานพวกด้านนี้อยู่
 
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ฝากเพจนิดนึงครับ https://www.facebook.com/MachineRedz-928241427365038/
ออฟไลน์
Tah
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Feb 2007
ตอบ: 383
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:52
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
จากงานที่ทำอยู่ และแนวโน้มที่อยากทำ ผมแนะนำแบบนี้

ต่อยอดจาก Excel ที่ใช้อยู่ลองเขียน Macro (VB) บน Excel ก่อน
ซึ่งถ้าต่อ Database ก็ศึกษา SQL เพิ่มเติม

จากนั้นค่อยคิดว่าจะไปแนวไหน ระหว่าง

1. การทำ Optimize Cost ของ Warehouse/Stock ซึ่ง Python จะเหมาะกว่า
หรือ
2. วิเคราะห์ หาแนวโน้ม ประเมินยอดขาย/การสั่งซื้อ ซึ่งไปทาง R

คร่าวๆ ครับ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status: 5+1
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Jun 2010
ตอบ: 1304
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:54
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
ถ้ามาแนว R Python นี่สงสัยโจทย์ในหัวท่านมาคงเป็น Big data,Machine Learning ,Deep Learning แน่ๆ

ผมเคยศึกษามาพักนึง,ลงทุน ลงทะเบียนไป Course สัมมานา แต่ไม่ไหว ไม่ใช่แนวมากๆ ผมเป็น SA ที่โตมาจาก Programmer สาย Web base ผ่านมาทั้ง angular, JS ยัง งงๆอยู่เลยครับ

กำลัง Hits เลยครับในหมู่ องค์กรในราชการ ลองดูๆ

3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Sep 2009
ตอบ: 2614
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 10:57
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
Power BI จบไปลองดู
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Sep 2010
ตอบ: 6922
ที่อยู่: BKK
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 11:05
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
MachineRedz พิมพ์ว่า:
GODYO พิมพ์ว่า:
Spoil
Taerg พิมพ์ว่า:
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ  
 


ขอบคุณมากเลยครับ พอจะเห็นภาพขึ้นเยอะครับ

ส่วนตัวคิดว่า หลังจากนี้อีก 1-2 ปี อยากจะหันไปทำงานด้าน การจัดการข้อมูล พวกบริหารข้อมูลในคลังข้อมูลดูครับ
 

ถ้าจัดการ ยังไม่ต้องใช้ระดับพวกนั้นนะผมว่า มันจะเป็นงานแนวๆด้าน MIS หรือ ERP รึเปล่า

Spoil

ส่วนตัวผมก็ทำงานพวกด้านนี้อยู่
 
 


ครับท่าน ที่ผมอยากศึกษาภาษาเหล่านี้ เพราะผมคิดว่าความรู้เรื่องคลังสินค้าที่ผมมีอยู่ ผนวกกับภาษาพวกนี้ ผมน่าจะไปทำงานด้าน วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล หรือบริหารฐานข้อมูล หรือพวกงานเกี่ยวกับ BIG DATA , DATA Science อะไรทำนองนั้นได้

ผิดถูกยังไงแนะนำให้ผมได้นะครับ ขอบคุณมากๆ เลย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
อิสระ....มาพร้อมกับความอ้างว้าง
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status: Liverpool Fc
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jul 2014
ตอบ: 8736
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 11:19
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
GODYO พิมพ์ว่า:
MachineRedz พิมพ์ว่า:
GODYO พิมพ์ว่า:
Spoil
Taerg พิมพ์ว่า:
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ  
 


ขอบคุณมากเลยครับ พอจะเห็นภาพขึ้นเยอะครับ

ส่วนตัวคิดว่า หลังจากนี้อีก 1-2 ปี อยากจะหันไปทำงานด้าน การจัดการข้อมูล พวกบริหารข้อมูลในคลังข้อมูลดูครับ
 

ถ้าจัดการ ยังไม่ต้องใช้ระดับพวกนั้นนะผมว่า มันจะเป็นงานแนวๆด้าน MIS หรือ ERP รึเปล่า

Spoil

ส่วนตัวผมก็ทำงานพวกด้านนี้อยู่
 
 


ครับท่าน ที่ผมอยากศึกษาภาษาเหล่านี้ เพราะผมคิดว่าความรู้เรื่องคลังสินค้าที่ผมมีอยู่ ผนวกกับภาษาพวกนี้ ผมน่าจะไปทำงานด้าน วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล หรือบริหารฐานข้อมูล หรือพวกงานเกี่ยวกับ BIG DATA , DATA Science อะไรทำนองนั้นได้

ผิดถูกยังไงแนะนำให้ผมได้นะครับ ขอบคุณมากๆ เลย  

พวกนั้นมันต้องมีความรู้ในวิธีการด้วยนะครับ โดยหลักๆก็มาจากสถิติ หาเรียนเพิ่มเอาจะดี

ถ้าให้แนะนำก็ ปริญญาโทไปเลย ศึกษาเอง ผมว่าค่อนข้างยาก เพราะเราต้องรู้ข้อจำกัดของวิธีการด้วยครับ

ตัวโค้ดไม่ได้ยาก มันยากตรงที่ เราจะใช้อะไรมาจับข้อมูลมากกว่าครับ ตรงนี้แหละที่ยาก

มันต้องรู้ว่า วิธีการนี้ทำอะไรได้ รูปแบบข้อมูลแบบนี้เหมาะกับวิธีการอะไร และ วิธีการที่ทำมันได้ผลลัพท์แบบไหน

ผลลัพท์ที่ได้สามารถนำไปใช้ได้มั้ย แล้วเราจะวัดค่าความน่าเชื่อถือของวิธีการนี้ได้อย่างไร

และต้องรู้ว่าเราต้องอ่านค่าตัวแปรต่างๆที่ใช้วัดผลจากตรงไหนละเอามาแปรผลยังไงต่อ

ถ้าเราเข้าใจสามารถสรุปพวกนี้ออกมาเป็น โค้ด มันก็จะได้ผลลัพท์ที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลครับ

ที่บอกให้เรียนโทนี่ไม่ใช่อะไร วิธีการส่วนมาก ต้องไปหาเอาใน Text ซึ่งผมว่าถ้ามีคนสอนจะง่ายกว่า

เอาแค่ ทดสอบสมมติฐาน 1 ตัวแปร 2 ตัวแปร เอาแค่คนที่เข้าใจจริงๆว่ามันทำอะไรได้ มันบอกอะไรได้

ยังมีน้อยเลยครับ มีแต่แค่เคยผ่านๆมา แต่ไม่สามารถอธิบายอะไรได้ มันก็ไม่สามารถต่อยอดอะไรได้

ผมเลยอยากแนะนำว่าถ้าท่านจะไปสายนี้จริงๆ มีกำลัง เรียนเลยครับ มันจะได้อะไรหลายๆอย่างแน่ๆ
แก้ไขล่าสุดโดย MachineRedz เมื่อ Thu Feb 14, 2019 11:24, ทั้งหมด 1 ครั้ง
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ฝากเพจนิดนึงครับ https://www.facebook.com/MachineRedz-928241427365038/
ออฟไลน์
แข้งเจลีก
Status: เราจักไม่เป็นเช่นต้นไม้ที่มีผลนั้น
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 31 Aug 2006
ตอบ: 7966
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 12:46
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
- ในส่วนของรายงาน

ถ้าเน้น ใช้ข้อมูลจาก Excel ทำพวกรายงาน PivotTable

ท่านลอง ศึกษา power bi ดูครับ ตัวนี้ออกรายงานง่ายดี แต่อาจมีค่าใช้จ่าย

- ในส่วนการบันทึกข้อมูล

ตัวนี้มี 3 แบบ
1. web application ก็จะใช้พวกตั้งแต่ php + javascript, พวก framework ต่างๆ เช่น
Angular JS, Laravel ข้อดี เปิดใช้งานได้เครื่องไหนก็ได้ ที่มี บราวเซอร์ ข้อเสีย คือ เขียน
ควบคุม interface ข้อมูล ให้ user ใช้ยากหน่อย

2. Desktop Application เขียนโปรแกรมวางแปะ และ build เป็น exe เช่น พวก Delphi VB .net ข้อดีพัฒนาง่าย interface ข้อมูล ให้ user ใช้ง่าย ข้อเสียคือ ต้องลงบนเครื่องที่เราจะใช้งาน

3. Mobile Application มีหลายตัว Google ,iOS ...

แต่ก็ใช่ว่า จะต้องเลือกตัวใดตัวหนึงนะครับ แล้วแต่เราจะเลือกใช้มาประยุกต์ ครับ
ให้ง่ายต่อการทำ และ ดูแลรักษา

- ส่วนของการเก็บข้อมูล (ฐานข้อมูล)
ถ้าพัฒนาบนweb app & Mobile ก็จะใช้พวก mysql มีแบบ ให้ใช้ ฟรีด้วย

หรือ อยากจะมี Tools ช่วยเยอะ ก็พวก Microsoft SQL Server , Oracle
พวกนี้มีตัวจัดการข้อมูลให้เลือกเล่นเยอะ


สำหรับผมเอง ผมแนะนำว่า ให้เลือกพัฒนาตัวเล็กๆ เพื่อความสะดวกในการทำงานก่อน
อาจจะใช้ web app เข้ามาช่วยบันทึกข้อมูล ทำไปทีละเล็กๆ เมื่อเสร็จใช้งานได้
เราจะได้มีกำลังใจ ในการพัฒนาที่ ใหญ่ ขึ้นไปได้ครับ
แก้ไขล่าสุดโดย สูงสุดคืนสู่สามัญ เมื่อ Thu Feb 14, 2019 12:54, ทั้งหมด 1 ครั้ง
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
โคตรตำนานซ็อคเกอร์ซัค(ระดับสูงสุด)
Status: ♥o♥)여자친구 ♥♫ (ง'̀-'́)ง 프로미스나인 ♥♫ (✿˵◕‿◕˵)이달의소녀 ♥♫
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 10035
ที่อยู่: Source Music.
โพสเมื่อ: Thu Feb 14, 2019 13:07
[RE: มีใครทำงานด้านภาษา R Python SQL บ้างครับ]
GODYO พิมพ์ว่า:
MachineRedz พิมพ์ว่า:
GODYO พิมพ์ว่า:
Spoil
Taerg พิมพ์ว่า:
1.แต่ละภาษามีจุดเด่นหรือเอาไว้ใช้ทำอะไร?
- R เป็นภาษาที่ถูกสร้างมาเพื่องานสถิติ การคำนวณ Matrix อะไรพวกนั้น มันจะเก่งมากในการทำ Data Analysis ต่าง ๆ และคำนวณทางสถิตินู่นนี่นั่น หรือที่ฮิตในยุคนี้ก็เอามาใช้วิเคราะห์พวก Big Data เป็นต้น

- Python เป็นภาษา Script ที่มีความสามารถเยอะ มี Library ให้เลือกใช้มหาศาล สามารถทำได้หลากหลายมาก เช่น Web Programming ก็มีทั้ง Frontend และ Backend หรืองานอย่าง Data Analysis ก็มีให้เลือกใช้ การทำ Machine Learning ก็มีให้เล่นอีก หรือจะโดดไปทำงานส่วน Embedded เขียน Control ต่าง ๆ ก็ทำได้อีกเหมือนกัน และข้อดีของ Python คือมันเขียนง่าย ใช้เวลาพัฒนาไม่นาน ตัว Syntax ของโค้ดก็อ่านง่าย

- SQL มันเป็นภาษาเอาไว้ query พวก database ทั้งหลายแหล่นั่นล่ะ สรรพคุณคงไม่ต้องบรรยายเพราะในบรรดาภาษาที่เอามาเทียบกัน SQL เก่าสุดแล้ว


2.ถ้าอยากศึกษาควรเริ่มจากตัวไหนดี?
ต้องถามก่อนว่าคุณอยากเอาไปใช้ทำอะไร ถ้าจะเน้นงานสถิติหรือทำ Data Analysis ภาษา R จะเหมาะที่สุด เพราะตัวภาษามันไม่ได้มี Syntax ทางโปรแกรมมิ่งจ๋า ๆ ดังนั้นคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนก็ศึกษาได้ไม่ยาก(อารมณ์เหมือนเขียน MATLAB)

ส่วน Python ข้อดีก็อย่างที่บอกไปตอนแรก คือมันไปได้หลายทางมาก แต่ถ้าคนไม่เคยมีพื้นฐานโปรแกรมมิ่งมาเลยอาจจะเรียนรู้ยากกว่าภาษา R เพราะมันต้องไปศึกษาพวกทฤษฏีที่เกี่ยวกับโปรแกรมมิ่งเพิ่มเติมด้วย คือถ้าสิ่งที่อยากทำมันมีอยู่ใน Python จะเริ่มจาก Python ก็ไม่ผิด เพราะมันทำ Data Analysis ได้ด้วย แต่ก็หนักกว่าภาษา R หน่อยสำหรับคนไม่มีพื้นโปรแกรมมิ่ง

สุดท้าย SQL ถ้าคุณจะทำ database คุณก็ได้ใช้อยู่แล้ว โดยตัวภาษาทำความเข้าใจไม่ยากครับ ลองสัก 2-3 ตัวอย่างก็เป็นแล้ว แต่ถ้าจะใช้ให้เชี่ยวชาญอันนั้นก็ต้องฝึกกันหน่อย

สรุปถ้าคุณตั้งใจจะทำเกี่ยวกับงานสถิติหรือวิเคราะห์ข้อมูล ให้เริ่มที่ R ครับ แต่ถ้ายังไม่รู้จะทำอะไรให้ไปเริ่มที่ Python ส่วน SQL ยังไงก็ต้องเรียนรู้อยู่แล้ว ได้ใช้แน่นอน


3.คนที่เก่งภาษานี้ทำงานด้านไหน?
ก็ตามความสามารถของภาษาที่ผมอธิบายไปเลยครับ  
 


ขอบคุณมากเลยครับ พอจะเห็นภาพขึ้นเยอะครับ

ส่วนตัวคิดว่า หลังจากนี้อีก 1-2 ปี อยากจะหันไปทำงานด้าน การจัดการข้อมูล พวกบริหารข้อมูลในคลังข้อมูลดูครับ
 

ถ้าจัดการ ยังไม่ต้องใช้ระดับพวกนั้นนะผมว่า มันจะเป็นงานแนวๆด้าน MIS หรือ ERP รึเปล่า

Spoil

ส่วนตัวผมก็ทำงานพวกด้านนี้อยู่
 
 


ครับท่าน ที่ผมอยากศึกษาภาษาเหล่านี้ เพราะผมคิดว่าความรู้เรื่องคลังสินค้าที่ผมมีอยู่ ผนวกกับภาษาพวกนี้ ผมน่าจะไปทำงานด้าน วิเคราะห์โครงสร้างข้อมูล หรือบริหารฐานข้อมูล หรือพวกงานเกี่ยวกับ BIG DATA , DATA Science อะไรทำนองนั้นได้

ผิดถูกยังไงแนะนำให้ผมได้นะครับ ขอบคุณมากๆ เลย  


น่าจะทำงานด้านนั้นเลือกภาษา R ไปเลยก็ได้ครับ มันไม่ต้องใช้ความรู้ด้านโปรแกรมมิ่งเยอะ ใช้แต่ความรู้เรื่องสถิติและการทำ Data Analysis เป็นหลัก

เพราะถ้าคุณจะใช้ Python แปลว่าคุณอยากจะไปทำส่วนการ Developer Software ด้วย
แก้ไขล่าสุดโดย Taerg เมื่อ Thu Feb 14, 2019 13:08, ทั้งหมด 1 ครั้ง
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel