BLOG BOARD_A
สนใจโฆษณาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ soccersuck@hotmail.com
BLOG BOARD_B
สนใจโฆษณาหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ soccersuck@hotmail.com
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Oct 2008
ตอบ: 281
ที่อยู่: บ้านนอก
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 10:47
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
ซื้อตั๋วรอเลย ภาพยนต์เรื่องใหม่ล่ะสุด "ขุนดัน"
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
..............
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 23966
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 10:49
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2008
ตอบ: 4466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:02
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 23966
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:10
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง
แก้ไขล่าสุดโดย emula122 เมื่อ Thu Jul 12, 2018 11:15, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2008
ตอบ: 4466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:23
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 23966
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:27
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2008
ตอบ: 4466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:39
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


ครับเอาเป็นว่าคุณถูกละกันครับจะได้สบายใจ มีหลักฐานแน่นอนชัดเจนรู้ดีกว่าคนอื่น เข้าใจถูกทุกอย่าง ข้อมูลที่ได้มาตรงเป๊ะแน่นอน รู้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกเรื่องทุกเคสใช้หละกการเดียวกันหมดที่คุณรู้ เอาจริงๆนะครับผมนับถือคุณมากเลยถ้าคุณรู้ลึกมีข้อมูล ช่วยเพิ่มความรู้ให้ผมบ้างก็ดีนะครับ ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%

แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจคำว่า ความรู้สึก กับข้อเท็จจริงรึเปล่านะครับ แบบความรู้สึกถูกผิด กับความเข้าใจถูกผิด มันต่างกันนะครับ ซึ่งเคสนี้แต่เริ่มผมเน้นพูดแค่ว่าความรู้สึก ไม่ได้พูดถึงความเข้าใจนะครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Feb 2011
ตอบ: 363
ที่อยู่: ครอบครัวแดง-ดำ
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 11:45
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


เหมือนคุยกันคนละเรื่องนะ2คนนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ผมคิดว่าผมแกร่งที่สุด ผมไม่ต้องการรางวัลบัลลงดอร์มาพิสจน์ว่าผมเป็นหมายเลขหนึ่งของโลก
Zlatan Ibrahimovic'
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 171
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 12:10
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
ถ้า ดิบาล่า สตูราโร่ คิเอล คนดูแลสนาม ทำความสะอาดสโมสร ประท้วง ถึงจะเกี่ยว

คนงานยูเว่ไม่เห็นประท้วง

คนงานเฟียตจะประท้วงเรื่องของ ยูเว่ทำไม

ยูเว่จะกำไร จะขาดทุน เฟียตก็ไม่กระทบอะไรอยู่แล้ว
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 23966
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 12:22
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


ครับเอาเป็นว่าคุณถูกละกันครับจะได้สบายใจ มีหลักฐานแน่นอนชัดเจนรู้ดีกว่าคนอื่น เข้าใจถูกทุกอย่าง ข้อมูลที่ได้มาตรงเป๊ะแน่นอน รู้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกเรื่องทุกเคสใช้หละกการเดียวกันหมดที่คุณรู้ เอาจริงๆนะครับผมนับถือคุณมากเลยถ้าคุณรู้ลึกมีข้อมูล ช่วยเพิ่มความรู้ให้ผมบ้างก็ดีนะครับ ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%

แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจคำว่า ความรู้สึก กับข้อเท็จจริงรึเปล่านะครับ แบบความรู้สึกถูกผิด กับความเข้าใจถูกผิด มันต่างกันนะครับ ซึ่งเคสนี้แต่เริ่มผมเน้นพูดแค่ว่าความรู้สึก ไม่ได้พูดถึงความเข้าใจนะครับ  



อ้างอิงจาก:
ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%  

Fact 100% นี่พูดจริงพูดเล่น มีบริษัทไหนจ่ายเงินให้บริษัทอื่นหรอครับ มันไม่มี ใครเขาจะไปจ่ายเงินให้บริษัทอื่น

ที่คุณพิมพ์มาทั้งหมดนั้นคือไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจธุรกิจ ไม่เข้าใจการเงิน ไม่เข้าใจเรื่องทรัพย์สิน ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของอะไรเลย ผมไล่ให้คุณไปอ่านหนังสือเป็นเล่มๆไม่ได้หรอก
เอางี้ผมจะยกบริบทที่ใกล้ ซึ่งเป็นบริษัทหมาชน

รัฐบาลคือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
รัฐบาลถือหุ้น ปตท. 51.11 เปรียบเสมือนบริษัทลูก
รัฐบาลถือหุ้น การบินไทย 51.03%เปรียบเสมือนบริษัทลูก

ไม่เคยมีการเอาเงินของ ปตท. ไปจ่ายเงินให้ การบินไทย โอเคไหมครับ มันเลยไม่มีข้อมูล เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้

EXOR Com. คือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
EXOR ถือหุ้น Juventus 63.8% เปรียบเสมือนบริษัทลูก
EXOR ถือหุ้น FIAT 29.4% เปรียบเสมือนบริษัทลูก



นิติบุคคลคือ อะไร คลิ๊ก

บริษัทต่างๆเป็น 1 นิติบุคคล เป็นคนหนึ่งคนซึ่งไม่เกียวกัน
ปตท. ไม่เกี่ยวกับ การบินไทย
Juventus ไม่เกี่ยวกับ Fiat
ทั้ง ปตท. การบินไทย Juventus และ Fiat
ต่างเป็นลูกคนละคน แม้จะมีพ่อคนเดียวกัน แต่คนละคนไม่ใช่คนเดียวกัน
ถ้าแยกแยะไม่ได้คือ ไม่รู้แล้วไม่ต้องพยายามเอาข้อมูลมั่วๆมาเลย
เพราะพูดในความไม่รู้ แล้วก็เปรียบเทียบแบบผิดๆมาใช้


การซื้อเรือดำน้ำ นั้นเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลพ่อ ไม่ใช่บริษัทลูก
เปรียบเสมือน EXOR ซื้อกิจการเพิ่ม

ไม่ใช่ Juventus ซื้อ Ronaldo เพราะดำเนินการในระดับบริษัทลูก
ดังนั้นแล้วตัวอย่างที่ยกมาจึงผิด
แก้ไขล่าสุดโดย emula122 เมื่อ Thu Jul 12, 2018 12:26, ทั้งหมด 2 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2008
ตอบ: 4466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 12:50
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


ครับเอาเป็นว่าคุณถูกละกันครับจะได้สบายใจ มีหลักฐานแน่นอนชัดเจนรู้ดีกว่าคนอื่น เข้าใจถูกทุกอย่าง ข้อมูลที่ได้มาตรงเป๊ะแน่นอน รู้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกเรื่องทุกเคสใช้หละกการเดียวกันหมดที่คุณรู้ เอาจริงๆนะครับผมนับถือคุณมากเลยถ้าคุณรู้ลึกมีข้อมูล ช่วยเพิ่มความรู้ให้ผมบ้างก็ดีนะครับ ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%

แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจคำว่า ความรู้สึก กับข้อเท็จจริงรึเปล่านะครับ แบบความรู้สึกถูกผิด กับความเข้าใจถูกผิด มันต่างกันนะครับ ซึ่งเคสนี้แต่เริ่มผมเน้นพูดแค่ว่าความรู้สึก ไม่ได้พูดถึงความเข้าใจนะครับ  



อ้างอิงจาก:
ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%  

Fact 100% นี่พูดจริงพูดเล่น มีบริษัทไหนจ่ายเงินให้บริษัทอื่นหรอครับ มันไม่มี ใครเขาจะไปจ่ายเงินให้บริษัทอื่น

ที่คุณพิมพ์มาทั้งหมดนั้นคือไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจธุรกิจ ไม่เข้าใจการเงิน ไม่เข้าใจเรื่องทรัพย์สิน ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของอะไรเลย ผมไล่ให้คุณไปอ่านหนังสือเป็นเล่มๆไม่ได้หรอก
เอางี้ผมจะยกบริบทที่ใกล้ ซึ่งเป็นบริษัทหมาชน

รัฐบาลคือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
รัฐบาลถือหุ้น ปตท. 51.11 เปรียบเสมือนบริษัทลูก
รัฐบาลถือหุ้น การบินไทย 51.03%เปรียบเสมือนบริษัทลูก

ไม่เคยมีการเอาเงินของ ปตท. ไปจ่ายเงินให้ การบินไทย โอเคไหมครับ มันเลยไม่มีข้อมูล เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้

EXOR Com. คือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
EXOR ถือหุ้น Juventus 63.8% เปรียบเสมือนบริษัทลูก
EXOR ถือหุ้น FIAT 29.4% เปรียบเสมือนบริษัทลูก



นิติบุคคลคือ อะไร คลิ๊ก

บริษัทต่างๆเป็น 1 นิติบุคคล เป็นคนหนึ่งคนซึ่งไม่เกียวกัน
ปตท. ไม่เกี่ยวกับ การบินไทย
Juventus ไม่เกี่ยวกับ Fiat
ทั้ง ปตท. การบินไทย Juventus และ Fiat
ต่างเป็นลูกคนละคน แม้จะมีพ่อคนเดียวกัน แต่คนละคนไม่ใช่คนเดียวกัน
ถ้าแยกแยะไม่ได้คือ ไม่รู้แล้วไม่ต้องพยายามเอาข้อมูลมั่วๆมาเลย
เพราะพูดในความไม่รู้ แล้วก็เปรียบเทียบแบบผิดๆมาใช้


การซื้อเรือดำน้ำ นั้นเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลพ่อ ไม่ใช่บริษัทลูก
เปรียบเสมือน EXOR ซื้อกิจการเพิ่ม

ไม่ใช่ Juventus ซื้อ Ronaldo เพราะดำเนินการในระดับบริษัทลูก
ดังนั้นแล้วตัวอย่างที่ยกมาจึงผิด  


555 ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล สรุปจูฟไม่ได้ซื้อโด้หรอครับเพิ่งรู้นะครับ แล้วเขาจะเป็นนักเตะในสังกัดจูฟมั้ยครับ คืออันนี้เอาแบบเข้าใจง่ายๆพอครับ เหมือนบริษัทลูกคุณซื้อของมาไว้ในบริษัทแม่ แต่ลูกเป็นคนซื้อ แต่คนภายนอกก็มองว่าบริษัทแม่เป็นคนซื้ออยู่ดี เพราะทรัพสินก้อเปนของบริษัทแม่อยู่ดี อันนี้ในเคสโด้นะครับ คนงานก็แค่รู้สึกไม่ดีเหมือนจูฟไปลงทุนซื้อโด้ แล้วความรู้สึกคนคุณห้ามเค้าคิดได้มั้ย ก้อแค่นั้นละครับ

ประเด็นคือทั้งหมดตั้งแต่เริ่มผมพูดถึงแต่เรื่องความรู้สึก แต่คุณดึงมันไปไกลมาก คุณดูอย่างในเคสเรือดำน้ำนะ
https://m.pantip.com/topic/36381285?

คนเค้าพูดแค่ความคิดเค้าว่าเอาเงินไปซื้อทำไมน่าจะพัฒนาด้านอื่น แค่นั้นละครับ ผมคุยแล้วงงมากเลย คุณจะดึงไปเรื่องข้อเท็จจริงอะไรของคุณอย่างเดียวเลย คุณไปอ่านทุกคอมเม้นผมพูดแต่เรื่องความคิดความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 23966
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 13:17
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


ครับเอาเป็นว่าคุณถูกละกันครับจะได้สบายใจ มีหลักฐานแน่นอนชัดเจนรู้ดีกว่าคนอื่น เข้าใจถูกทุกอย่าง ข้อมูลที่ได้มาตรงเป๊ะแน่นอน รู้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกเรื่องทุกเคสใช้หละกการเดียวกันหมดที่คุณรู้ เอาจริงๆนะครับผมนับถือคุณมากเลยถ้าคุณรู้ลึกมีข้อมูล ช่วยเพิ่มความรู้ให้ผมบ้างก็ดีนะครับ ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%

แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจคำว่า ความรู้สึก กับข้อเท็จจริงรึเปล่านะครับ แบบความรู้สึกถูกผิด กับความเข้าใจถูกผิด มันต่างกันนะครับ ซึ่งเคสนี้แต่เริ่มผมเน้นพูดแค่ว่าความรู้สึก ไม่ได้พูดถึงความเข้าใจนะครับ  



อ้างอิงจาก:
ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%  

Fact 100% นี่พูดจริงพูดเล่น มีบริษัทไหนจ่ายเงินให้บริษัทอื่นหรอครับ มันไม่มี ใครเขาจะไปจ่ายเงินให้บริษัทอื่น

ที่คุณพิมพ์มาทั้งหมดนั้นคือไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจธุรกิจ ไม่เข้าใจการเงิน ไม่เข้าใจเรื่องทรัพย์สิน ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของอะไรเลย ผมไล่ให้คุณไปอ่านหนังสือเป็นเล่มๆไม่ได้หรอก
เอางี้ผมจะยกบริบทที่ใกล้ ซึ่งเป็นบริษัทหมาชน

รัฐบาลคือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
รัฐบาลถือหุ้น ปตท. 51.11 เปรียบเสมือนบริษัทลูก
รัฐบาลถือหุ้น การบินไทย 51.03%เปรียบเสมือนบริษัทลูก

ไม่เคยมีการเอาเงินของ ปตท. ไปจ่ายเงินให้ การบินไทย โอเคไหมครับ มันเลยไม่มีข้อมูล เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้

EXOR Com. คือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
EXOR ถือหุ้น Juventus 63.8% เปรียบเสมือนบริษัทลูก
EXOR ถือหุ้น FIAT 29.4% เปรียบเสมือนบริษัทลูก



นิติบุคคลคือ อะไร คลิ๊ก

บริษัทต่างๆเป็น 1 นิติบุคคล เป็นคนหนึ่งคนซึ่งไม่เกียวกัน
ปตท. ไม่เกี่ยวกับ การบินไทย
Juventus ไม่เกี่ยวกับ Fiat
ทั้ง ปตท. การบินไทย Juventus และ Fiat
ต่างเป็นลูกคนละคน แม้จะมีพ่อคนเดียวกัน แต่คนละคนไม่ใช่คนเดียวกัน
ถ้าแยกแยะไม่ได้คือ ไม่รู้แล้วไม่ต้องพยายามเอาข้อมูลมั่วๆมาเลย
เพราะพูดในความไม่รู้ แล้วก็เปรียบเทียบแบบผิดๆมาใช้


การซื้อเรือดำน้ำ นั้นเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลพ่อ ไม่ใช่บริษัทลูก
เปรียบเสมือน EXOR ซื้อกิจการเพิ่ม

ไม่ใช่ Juventus ซื้อ Ronaldo เพราะดำเนินการในระดับบริษัทลูก
ดังนั้นแล้วตัวอย่างที่ยกมาจึงผิด  


555 ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล
สรุปจูฟไม่ได้ซื้อโด้หรอครับเพิ่งรู้นะครับ *จูฟซื้อโด แล้วเขาจะเป็นนักเตะในสังกัดจูฟมั้ยครับ คืออันนี้เอาแบบเข้าใจง่ายๆพอครับ *เป็นทรัพสินทร์ของบริษัทจูฟ
เหมือนบริษัทลูกคุณซื้อของมาไว้ในบริษัทแม่ *ลูกซื้อก็เป็นของลูกดิ เพี้ยนไปหมดแล้ว ลงบัญชีก็บัญชีูกจะเอาไปเข้าบริศัทแม่(พ่อ)ทำไม คนละคนกันแต่ลูกเป็นคนซื้อ แต่คนภายนอกก็มองว่าบริษัทแม่เป็นคนซื้ออยู่ดี *บริษัทแม่(พ่อ)ไม่ได้ซื้อโรนัลโด้ แต่ซื้อบริษัทจูฟ จึงเป็นเจ้าของบริษัทจูฟ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรนัลโด้ เพราะทรัพสินก้อเปนของบริษัทแม่อยู่ดี *เป็นเจ้าของบริษัทจูฟ ไม่ได้เป็นเจ้าของโรนัลโด้ เจ้าของโรนัลโด้คือจุฟ ไม่ใช่บริษัทแม่ อันนี้ในเคสโด้นะครับ คนงานก็แค่รู้สึกไม่ดีเหมือนจูฟไปลงทุนซื้อโด้ *มันคนละบริษัท ลูกคนละคนจะไปอิจฉาหรืออยากได้ของคนอื่นทำไม
แล้วความรู้สึกคนคุณห้ามเค้าคิดได้มั้ย ก้อแค่นั้นละครับ ห้าไม่ได้ไม่ได้ห้าม ไม่เคยห้าม

ประเด็นคือทั้งหมดตั้งแต่เริ่มผมพูดถึงแต่เรื่องความรู้สึก แต่คุณดึงมันไปไกลมาก คุณดูอย่างในเคสเรือดำน้ำนะ
https://m.pantip.com/topic/36381285?

คนเค้าพูดแค่ความคิดเค้าว่าเอาเงินไปซื้อทำไมน่าจะพัฒนาด้านอื่น * ก็มันเงินของคนละบริษัท มาถึงขนาดนี้ยังแยกแยะไม่ได้คำว่าคนละบริษัท งบบัญชีคนละงบ ธุรกิจคนละอย่างกันเลย ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย
แค่นั้นละครับ ผมคุยแล้วงงมากเลย คุณจะดึงไปเรื่องข้อเท็จจริงอะไรของคุณอย่างเดียวเลย คุณไปอ่านทุกคอมเม้นผมพูดแต่เรื่องความคิดความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น
 


เอาตรงๆนะ อยากด่ามาก คือคนอะไรจะไม่เข้าใจขนาดนั้น ยาวขนาดนี้แสดงว่าอคติคิดไม่เป็นแล้ว ไม่รู้ไม่ศึกษา คิดอะไรเพี้ยนๆ แล้วยังพยายามใช้ข้อมูลมั่วๆเสมอ

แล้วยังเอากระทู้ PANTIP นอกประเด็นมาอีก
เรื่องเรือดำน้ำยิ่งไม่เกี่ยวอะไรเลย ไม่เกี่ยวซักนิดเลย
ถ้ายกตัวอย่างแบบ ปตท. การบินไทยไม่ได้
ไม่ต้องยกตัวอย่างเรือดำน้ำมามันมั่ว ไม่ตรงเคส แล้วอีโม ใช้แต่ความรู้สึก

สุดท้ายถ้ายังแยกไม่ได้ผมแนะนำให้ไปอ่านหนังสือ ตามที่ผมแปะให้เลย

องค์กรธุรกิจ
การจัดตั้งบริษัท
การส่งงบบัญชี

หาความรู้ใส่หัวหน่อยครับเอาแค่ว่าทำไมมันถึงเป็นคนละคนได้ ไม่ใช่ยกอะไรมาแบบคนไม่มีความรู้แล้วก็เถียงๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Jul 2008
ตอบ: 4466
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Jul 12, 2018 13:30
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
Spoil
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
emula122 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
joe88 พิมพ์ว่า:
tongmadrid พิมพ์ว่า:
ซวยเลยถ้าเกี่ยวจริง หุ้นขึ้นคนถือหุ้นได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เกี่ยว

ขายเสื้อสโมสรก็ได้เงินนะครับ คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม *คนงานเฟียตมันอยู๋คนละบริษัทจะได้เงินได้ไง แล้วกว่าเสื้อจะคืนทุนก้อคงสักพัก *คืนทุนขาดทุนก็ไม่เกียวกับบริษัทเฟียต คนงานไม่ได้เงินเพิ่ม และไม่โดนหักเงิน แล้วใช่ว่าส่วนที่เป็นกำไรจะให้ให้พนักงานส่วนนี้หมด *ถ้าขาดทุนพนักงานก็ไม่ได้มาร่วมจ่าย ถ้าจูฟขาดทุนเฟียตก็ไม่ต้องมาร่วมจ่าย เพราะคนละบริษัท คือจะบอกว่ามันไม่เกี่ยวก็ไม่ได้เพราะเค้าคือองกร ถ้ามุมมองบริษัท *มันคนละบริษัทกันครับ ถ้าทำให้ลูกจ้างมีความสุข แล้วเจ้าของจะเอาเงินไปทุ่มไปทำอะไรลูกจ้างคงไม่หรอก

เปรียบเทียบให้เห็นภาพสมมติมีเมืองนึงที่เค้าไปซื้อเรือดำน้ำลงทุนทางทหารแล้วบอกเรามีความแข็งแกร่งมากขึ้น เมืองพัฒนา แต่คนในเมืองยังยากจน สาธารณูปโภคยังแย่ เค้าก็บ่นกันว่าน่าจะเอาเงินไปทำอย่างอื่นดีกว่ามั้ย *มั่วทั้งประโยคผมยกตัวอย่างให้ข้างล่างแล้วถ้าจะมองรัฐเป็นบริษัทต้องมองว่าเป็นบรัษัทผู้ถือหุ้น ไม่ใช่บริษัทดำเนินการ
1 EXOR ถือหุ้น JUV
2 Juv บริหารด้วย Juv ไม่ใช่ EXOR
จะเห็นได้ว่ากิจการในกำกับ ไม่ได้บริหารโดยผู้ถือหุ้น


 


เดี๋ยวๆ นั่นมันองกรณ์ ไอ้ซื้อเรือดำน้ำนะ มันงบประมาณแผ่นดินที่เก็บมาจากภาษี เงินที่ซื้อโด้มันไม่ได้เก็บหรือหักจากเงินเดือนของพนักงาน พิมพ์ซะยาว แผลบซะเยอะ แต่แยกประเด็นไม่ออก  


พี่ครับพี่ โถถถประเทศไม่ได้ขายของนะครับ รายได้หลักของประเทศมาจากภาษีนะครับ อีกอย่างผมแค่เปรียบเทียบให้เห็นภาพ หรือถ้าเอาง่ายๆ บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน *ก็ลาออกไปหางานใหม่ เพราะตอนตกลงทำงาน ได้ตกลงค่าจ้างกันแล้ว / ถ้าบริษัทขาดทุนลูกน้องอนุญาตให้ลดเงินเดือนไหมครับ แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา ให้ลบริษัทดูดี ลูกค้าจะมา ลูกจ้างท่านก็คงรู้สึกไม่ดีเท่าไร แต่ถามว่าเจ้าของผิดมั้ยก็ไม่ได้ผิด  


-ประเทศไม่ได้ขาย ..ถูก
-รายได้หลักของประเทศมาจากภาษี.อันนี้ก็ถูก
สองอันแรกผมพิมพ์ผิดตรงไหน
-บริษัทท่านหารายได้มาแต่ลูกน้องท่านได้เงินเดือนแทบไม่พอกิน แล้วท่านไปซื้อรถเบนซ์บอกว่าเป็นหน้าเป็นตา... ไม่เกี่ยวกันเลย ก่อนเข้าทำงานเขาก็แจ้งไปแล้วว่าเงินเดือนเท่าไหร่ พอกินไม่พอกินบริษัทไม่เกี่ยว มันอยู่ที่ตัวเขาต่างหาก
-และมันเปรียบเทียบกันไม่ได้กับการซื้อเรือดำน้ำ เพราะเงินคนละแบบกัน อันนึงเก็บจากภาษีคน อีกอันเหลือจากจ่ายให้คน ถถถถถถ  


ผมไม่ได้บอกว่าเคสนี้ใครถูกผิดนะครับ ผมแค่บอกว่ามันเป็นความรู้สึกและมุมมองของพนักงานกับผู้บริหารที่แตกต่างกัน ถ้าบอกว่าเบนซ์ไม่เป็นหน้าเป็นตากับบริษัทไม่เกี่ยวได้ไงครับ ถ้าคุณเป็นเจ้าของบริษัทอะไรสักอย่างที่รวยมีชื่อเสียง แต่คุณขับรถกระบะไปรับลูกค้าอีกบริษัทนึงเพื่อดีลการค้าซึ่งเป็นบริษัทที่ใหญ่มาก ถามหน่อยคุณจะดูน่าเชื่อถือมั้ยครับ เอามุมมองคนทั่วไปนะครับ

ส่วนนเรื่องมุมมองพนักงานที่คุณกล่าวมาก็ถูกนะครับ ว่าเค้ายอมรับเงินเดือนเท่านั้นไปแล้ว แต่ผมแค่จะบอกว่าถ้าเค้าเห็นผู้บริหารทำตัวรวยซื้อของดีเกินจำเป็น (ในมุมมองของพวกเค้าคิดว่าเกินจำเป็น) *หน้าที่ลงทุนและบริหารไม่ใช่หน้าที่แรงงาน ไม่ควรไปก้าวก่าย แล้วเค้ายังอยู่แบบเงินเดือนขั้นต่ำ อยู่อย่างลำบาก เค้าก็อาจจะรู้สึกไม่สบายใจ
*อยู่เกินเกณฑ์ขั้นต่ำทั้งนั้ครับ สหภาพยุโรป แค่มาเรียกร้องโบนัส



ส่วนเรื่องเรือดำน้ำ จริงๆผมจะบอกว่าประเทศๆนึงมันก็เหมือนกับบริษัท *บริษัทอะไร Holder หรือ Operate รู้ยังถ้าจะเปลี่ยบเทียบต้องเปรีบยในกิจการที่รัฐเป็นผู้ถือหุ้น ไม่ใช่รัฐบริหาร ถ้ายังคิดเอากิจการที่รัฐบริหารมานั้นแหละคือมั่ว นั่นแหละครับ นายกก็เหมือนบอร์ดที่เปลี่ยนมาดูแล คนธรรมดาอย่างเราๆก็ทำงานให้ประเทศเดินไปข้างหน้า ซึ่งถ้าผู้บริหารทำไรที่คนงานไม่พอใจเค้าก็ไม่พอใจเหมือนที่ด่าๆกัน แต่ถามว่าใครถูกผิด ผมไม่รู้ความจริงหรอก คนทั่วไปก็ไม่รู้หรอกว่ามุมมองนายกและสิ่งที่นายกรู้หรือเห็นมาคืออะไร*ไม่รู้ก็ยอมรับ เรียนรู้ไปซิครับ ไม่ใช่มายกตัวอย่างมั่วๆขึ้นมา ส่วนคนที่เค้าว่าๆกันเค้าก็บอกทำไมไม่เอาเงินมาดูแลด้านอื่นก่อนคนกำลังลำบาก  


มั่วแล้วยังจะมั่วขึ้นอีกเรื่อยๆ หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ

ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ผมว่าท่านๆยิ่งอ่านยิ่งมั่วไปกันใหญ่ละครับ ผมบอกเลยว่าผมพูดแค่เรื่องความรู้สึกของคนครับ ไม่ใช่พูดเรื่องผลกำไรครับ ช่วยอ่านดีๆด้วยครับท่าน  


แล้วจะยกตัวอย่างมั่วๆมาทำไม สีแดงๆ ผมตอบสีฟ้าให้แล้ว  


ตัวอย่างมีไว้ให้ดูให้เห็นภาพครับ ลองใจเยนๆอย่าเพิ่งใช้อารมนะครับ ผมไม่เคยด่าใครว่าใครทำไม่ถูก เพราะผมเชื่อว่าเค้าเจอและเหนต่างกัน ตัวอย่างมีไว้เพื่อให้คนได้เหนภาพ อย่างในตัวอย่างผมก็ไม่ได้บอกว่าฝ่ายไหนผิด แต่ผมแค่บอกว่าอีกน่าจะรู้สึกแบบไหน แต่ซึ่งทั้งสองฝ่ายก็ไม่รู้ข้อเท็จจริงของอีกฝ่าย ช่วยจับประเดนที่ผมเขียนดีๆนะครับ ซึ่งผมจะไม่อธิบายเพิ่มเติมแล้ว ซึ่งผมก็จะไม่บอกด้วยว่าความคิดผมถูกและไม่ด่าใครด้วยเพราะมันเป็นมุมมองผมคนเดียว คนอื่นอาจจะมองมุมอื่นไม่ว่าเรื่องอะไร แล้วในเคสนี้ผมแค่สื่อถึงคนงานที่เค้าจะประท้วง ตามข่าว ซึ่งจริงไม่จริงไม่รู้ แต่ที่ผมยกตัวอย่างแบบนั้นเพราะมันเกิดขึ้นจริงกับสังคมเรา เรายังไม่รู้ความจริงแต่โซเชี่ยลก็ถล่มแล้ว เดือดร้อนกันใหญ่ว่าเงินก้อนนั้นน่าจะทำอย่างอื่น ซึ่งเอาจริงๆประชาชนเกี่ยวมั้นกับงบก้อนนั้น ก็ไม่เกี่ยวนะครับ เพราะต่างคนต่างมีความคิดของตัวเองครับ แล้วถามว่ามีใครผิดมั้ยไม่มีนะครับเพราะต่างคนต่างมีความริดเหตุผล ซึ่งเคสนี้ผมย้ำหลายทีผมไม่ได้พูดถึงใครถูกผิด ผมแค่พูดว่าใครรู้สึกยังไง  


ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไรและไม่ได้มีน้ำโห แต่เห็นพยายามเถียง แค่ยอมรับว่าให้ข้อมูลผิดก็จบแล้ว เห็นโควตตอบกลับหลายคน แบบผิดๆ

ไม่ได้บอกว่าใครผิด ผมไม่ได้แย้ง
ผมแย้งตรงยกตัวอย่างข้อมูลมาผิด  


ขอบคุณครับ ผมแค่จะบอกว่าผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพ มันอาจจะไม่ตรงกับความคิดท่านครับ ซึ่งผมคิดแบบนั้นจริงๆ เพื่อที่จะให้อธิบายให้เห็นภาพ ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น จริงๆผมชอบคุยเพื่อให้ได้ความรู้มากขึ้น หรือรู้ว่าคนอื่นคิดยังไงครับ แต่ผมจะไม่คุยหรือตอบกับคนที่อยู่ดีมาด่าเลยถ้าไม่ตรงความคิดเห็นเค้าแค่นั้นละครับ ผมชอบนะที่ได้คุยแบบที่เอาเหตุผลมาคุยกัน จะได้รู้ว่าอีกฝ่ายเค้าคิดอะไร หรือมองมุมไหน ก็แค่นั้นเองครับ และผมไม่ได้อยากไปพูดบังคับใครเพื่อให้มาเชื่อผม ทุกสิ่งมาจากความเห็นส่วนตัวผมเฉยๆนะท่าน 55555  


ยัง ยังจะบอกให้เห็นภาพอีก ก็เมื่อสิ่งที่รู้มันมั่วมันผิด
ยังจะไม่ยอมรับว่าข้อมูลผิดอีกหรอ ยกตัวอย่างผิดๆมาอีก
ไม่อ่านอีกต่างหาก ผมยกตัวอย่างให้หมดแล้ว

มันคนละนิติบุคคล คนละบริษัท มันไม่เกียวกัน
แยกแยะไม่ได้ ก็จมอยู่กับความคิดมั่วๆแบบเดิมครัย
บริษัทเฟียตไม่ใช่บริษัทจุฟ จุฟไม่ต้องไปดูลพนักงานเฟียต
ในวันที่จุฟย่ำแย่ เฟียตก็ไม่ได้มาดูแล
ใครจะเป็นเจ้าของก็แล้วแต่ แต่บริษัทมันคนละบริษัทดูแลกันไม่ได้  


5555 ให้ตายเถอะผมคิดว่าพูดดีกะท่านแล้วนะ ยังไม่ว่าผมอีกหราา ผมไม่ได้กวนเลยนะเนี่ย เอางี้ตัวอย่างผมที่จะพูดนี่คือความร้สึกของคนงาน ผมแค่จะบอกว่าคนงานเค้าประท้วงเพราะคิดแบบไหน แต่ถ้าท่านจะพูดเรื่องความถูกต้องของเคสนี้ คือผมเข้าใจว่ามันคนละส่วน ซึ่งประธานจูฟไม่เกี่ยว บอกไปกี่ทีละวะเนี่ย แค่บอกว่าคนงานรู้สึกยังไง อ่านดีๆๆๆๆ คือปัญหาจะแก้ได้เนี่ยก็ไปบอกคนงานให้เค้าเข้าใจ ไม่ต้องมาบอกผม เรื่องนั้นผมเข้าใจ  


ก็คำพูดท่านในไฮไลท์สีแดงมันคือไม่เข้าใจไงครับ
"ซึ่งถ้าท่านมีตัวอย่างที่เห็นภาพแล้วเกี่ยวข้องกับหัวข้อนี้มากกว่านี้ บอกผมได้เลยนะครับ ผมจะได้รู้อะไรมากขึ้น "

อ้างอิงจาก:
หากอยากยกรัฐบาล
EXOR = รัฐบาล
Juv = ปตท.
Fiat = การรถไฟ

เจ้าของ ปตท. และการรถไฟคือ รัฐบาล

ปตท.ขยายกิจการโดยการซื่อไก่ย่าง texas จิ๊ฟฟี่ Amazon หรืออื่นๆ เป็นการลงทุนเพื่อกิจการ ปตท.
Juv ลงทุนซื้อ Ronaldo

ถามว่า รัฐต้องไปบอก ปตท. ห้ามลงทุนเพิ่ม เพราะ การรถไฟ ยังขาดทุนอยู่ ให้เอาเงิน ปตท. มาจ่ายเงินโบนัสให้ พนักงาน การรถไฟ
ถามหน่อยเงิน ปตท. ไปเกียวอะไรกับการรถไฟ ถึงจะมีรัฐบาลเป็นเจ้าของก็เถอะ  


ถ้าอ่านแล้วกล้าถามแบบนั้นกลับมาก็คือไม่ได้เข้าใจเลยนะครับ  
 


จบยังครับ เหมือนคุยกันคนละเรื่อง อย่างเคสท่านมีประท้วงมั้ย ว่าปตทไปซื้อ amazonทำไม คนในหน่วยงานเงินไม่พอมั้ย สมมติเลยนะครับถ้ามีประท้วงก็เค้าคิดกันแบบนั้น ถ้าไม่มีก็คนละเคสกับเคสนี้ ซึ่งถ้ามีการประท้วงแล้วท่านถามผมว่า ปตท ไปเกี่ยวอะไร กับการรถไฟ ผมก็จะบอกเหมือนอย่างในเคสนี้ว่ามันเกี่ยวตรงที่คนงานเค้ารู้สึกไม่ดีและไปประท้วง แต่ผมไม่ได้บอกว่าควรทำ หรือถูกมั้ย หรือใครผิดใครถูก

ผมไม่ได้มาโพสหาคำตอบว่าประธานจูฟทำถูกมั้ย แรงงานทำถูกมั้ย ปตททำถูกมั้ย รัฐบาลไปยุ่งทำไม คือผมไม่ได้คุยเลยเรื่องนั้น

คือที่ผมบอกว่าเราคุยกันคนละเรื่องคือท่านกำลังบอกผมว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้องอะไรยังไง หรือใครควรทำอะไรไม่ทำอะไร แต่สิ่งที่ผมบอกคือใครรู้สึกอะไรยังไงแค่นั้นเอง ซึ่งเป็นความเห็นส่วนตัวผมด้วย และไ่รู้ว่าทั้งสองฝ่ายคิดแบบที่ผมคิดด้วยรึเปล่า ผมแค่คาดเดา  


ไม่จบครับ
เคสเดียวกันทุกอย่าง ใครจะประท้วงไปก็สิทธิ์ของเขาครับ อยากประท้วงอยากลาออกไม่พอใจก็เรื่องของเขา

ผมหมายถึงการอธิบายที่ท่านว่า อธิบายให้เห็นภาพ เรื่องรัฐบาล และเรือดำน้ำมันโคตรมั่วและไม่เกี่ยวอะไรกันกับเคสแบบนี้เลย ห่างไกลความจริงไปใหญ่


เพราะท่านยังไปเข้าใจว่า รัฐบาลหรือ EXOR บริหารกิจการทุกอย่างเบ็ดเสร็จ
ท่านไม่รู้จักนิติบุคคล การแยกหน้าที่บริหาร บริษัทพ่อ บริษัทลูก
ท่านบอกว่าคนงานจะรู้สึกอย่างไร แล้วยกตัวอย่างมามั่วๆ ซึ่งก็คือความคิดมั่วๆ
แสดงว่าความรู้สึกนั้นไม่มีจริง เพราะยกตัวอย่างที่ผิดและไม่เป็นจริงมา

ถ้าท่านอยากจบตอบคำถามผมว่า
1 บริษัทเฟียตไปเกี่ยวอะไรกับ บริษัทจุฟ
2 การบริหารของการรถไฟ ไปเกี่ยวอะไรกับการบริหารของ ปตท.
3 การที่รัฐบาลใช้เงินทำอะไรก็แล้วแต่ มันอยู่ในบริษัทของรัฐบาล หรือเป็นการข้ามบริษัท ถ้าถือว่าเป็นการข้ามบริษัทข้ามยังไงอธิบายผมด้วย
4 แล้วการที่บริษัทบริหารเงินเป็นบริบทเดียวกับการเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นหรือไม่

ถ้าสรุปแล้วยอมรับว่ามันคนละบริษัท ไม่เกียวกัน ผมถึงจะเชื่อว่าท่านเข้าใจแล้วจริง  


5555 คือท่านวนไปเรื่องความถูกต้องของวงจรการเงิน การดำเนินการ แต่ผมพูดเรื่องความรู้สึกไง อย่างเคสเรือดำน้ำ คนที่ไปด่าในโซเชี่ยล เค้าแค่รู้สึกไง แต่เค้าไม่ได้มีข้อมูลอะไรเลย หรือว่าเค้าเกี่ยวข้องอะไรเลย แล้วที่เค้าด่ากันเพราะอะไรครับก็เพราะเค้าแค่รู้สึกไงว่ามันยังไม่จำเป็น อันนั้นไม่เกิดขึ้นจริงหรอครับ

ส่วนคำถามของคุณมันยิ่งไปกันใหญ่เหมือนจะมาหาความจริงอะไรบางอย่าง ผมก็บอกหลายทีแล้วผมพูดถึงเรื่องความรู้สึกของคน2 ฝ่าย  


โอเคสรุปก็ไม่ยอมรับว่ามั่ว ทั้งๆที่ไม่มีข้อมูล
แล้วไปคิดแทนคนอื่นว่าเขาก็ไม่รู้
ผมว่าไม่รู้ไม่ผิดหรอก แต่ยกตัวอย่างผิดๆมาผมก็มาแย้งแค่นั้น
แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ยอมรับว่าข้อมูลที่ตัวเองมีหรือเสนอไปผิด

เคครับ ในท้ายที่สุดผมก็ได้คำตอบ  


ครับเอาเป็นว่าคุณถูกละกันครับจะได้สบายใจ มีหลักฐานแน่นอนชัดเจนรู้ดีกว่าคนอื่น เข้าใจถูกทุกอย่าง ข้อมูลที่ได้มาตรงเป๊ะแน่นอน รู้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทุกเรื่องทุกเคสใช้หละกการเดียวกันหมดที่คุณรู้ เอาจริงๆนะครับผมนับถือคุณมากเลยถ้าคุณรู้ลึกมีข้อมูล ช่วยเพิ่มความรู้ให้ผมบ้างก็ดีนะครับ ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%

แต่ผมไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจคำว่า ความรู้สึก กับข้อเท็จจริงรึเปล่านะครับ แบบความรู้สึกถูกผิด กับความเข้าใจถูกผิด มันต่างกันนะครับ ซึ่งเคสนี้แต่เริ่มผมเน้นพูดแค่ว่าความรู้สึก ไม่ได้พูดถึงความเข้าใจนะครับ  



อ้างอิงจาก:
ส่งหลักฐานพวก ปตท ที่เป็นhard copy หรืออะไรให้ผมอ่านบ้างครับ ไม่ใช่เอาจากที่นักข่าวสื่อไหนเอามานะครับ ขอfact 100%  

Fact 100% นี่พูดจริงพูดเล่น มีบริษัทไหนจ่ายเงินให้บริษัทอื่นหรอครับ มันไม่มี ใครเขาจะไปจ่ายเงินให้บริษัทอื่น

ที่คุณพิมพ์มาทั้งหมดนั้นคือไม่เข้าใจเลย ไม่เข้าใจธุรกิจ ไม่เข้าใจการเงิน ไม่เข้าใจเรื่องทรัพย์สิน ไม่เข้าใจเรื่องความเป็นเจ้าของอะไรเลย ผมไล่ให้คุณไปอ่านหนังสือเป็นเล่มๆไม่ได้หรอก
เอางี้ผมจะยกบริบทที่ใกล้ ซึ่งเป็นบริษัทหมาชน

รัฐบาลคือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
รัฐบาลถือหุ้น ปตท. 51.11 เปรียบเสมือนบริษัทลูก
รัฐบาลถือหุ้น การบินไทย 51.03%เปรียบเสมือนบริษัทลูก

ไม่เคยมีการเอาเงินของ ปตท. ไปจ่ายเงินให้ การบินไทย โอเคไหมครับ มันเลยไม่มีข้อมูล เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้

EXOR Com. คือผู้ถือหุ้น เปรียบเสมือนบริษัทพ่อ
EXOR ถือหุ้น Juventus 63.8% เปรียบเสมือนบริษัทลูก
EXOR ถือหุ้น FIAT 29.4% เปรียบเสมือนบริษัทลูก



นิติบุคคลคือ อะไร คลิ๊ก

บริษัทต่างๆเป็น 1 นิติบุคคล เป็นคนหนึ่งคนซึ่งไม่เกียวกัน
ปตท. ไม่เกี่ยวกับ การบินไทย
Juventus ไม่เกี่ยวกับ Fiat
ทั้ง ปตท. การบินไทย Juventus และ Fiat
ต่างเป็นลูกคนละคน แม้จะมีพ่อคนเดียวกัน แต่คนละคนไม่ใช่คนเดียวกัน
ถ้าแยกแยะไม่ได้คือ ไม่รู้แล้วไม่ต้องพยายามเอาข้อมูลมั่วๆมาเลย
เพราะพูดในความไม่รู้ แล้วก็เปรียบเทียบแบบผิดๆมาใช้


การซื้อเรือดำน้ำ นั้นเป็นการดำเนินการโดยรัฐบาลพ่อ ไม่ใช่บริษัทลูก
เปรียบเสมือน EXOR ซื้อกิจการเพิ่ม

ไม่ใช่ Juventus ซื้อ Ronaldo เพราะดำเนินการในระดับบริษัทลูก
ดังนั้นแล้วตัวอย่างที่ยกมาจึงผิด  


555 ขอบคุณมากสำหรับข้อมูล
สรุปจูฟไม่ได้ซื้อโด้หรอครับเพิ่งรู้นะครับ *จูฟซื้อโด แล้วเขาจะเป็นนักเตะในสังกัดจูฟมั้ยครับ คืออันนี้เอาแบบเข้าใจง่ายๆพอครับ *เป็นทรัพสินทร์ของบริษัทจูฟ
เหมือนบริษัทลูกคุณซื้อของมาไว้ในบริษัทแม่ *ลูกซื้อก็เป็นของลูกดิ เพี้ยนไปหมดแล้ว ลงบัญชีก็บัญชีูกจะเอาไปเข้าบริศัทแม่(พ่อ)ทำไม คนละคนกันแต่ลูกเป็นคนซื้อ แต่คนภายนอกก็มองว่าบริษัทแม่เป็นคนซื้ออยู่ดี *บริษัทแม่(พ่อ)ไม่ได้ซื้อโรนัลโด้ แต่ซื้อบริษัทจูฟ จึงเป็นเจ้าของบริษัทจูฟ แต่ไม่ได้เป็นเจ้าของโรนัลโด้ เพราะทรัพสินก้อเปนของบริษัทแม่อยู่ดี *เป็นเจ้าของบริษัทจูฟ ไม่ได้เป็นเจ้าของโรนัลโด้ เจ้าของโรนัลโด้คือจุฟ ไม่ใช่บริษัทแม่ อันนี้ในเคสโด้นะครับ คนงานก็แค่รู้สึกไม่ดีเหมือนจูฟไปลงทุนซื้อโด้ *มันคนละบริษัท ลูกคนละคนจะไปอิจฉาหรืออยากได้ของคนอื่นทำไม
แล้วความรู้สึกคนคุณห้ามเค้าคิดได้มั้ย ก้อแค่นั้นละครับ ห้าไม่ได้ไม่ได้ห้าม ไม่เคยห้าม

ประเด็นคือทั้งหมดตั้งแต่เริ่มผมพูดถึงแต่เรื่องความรู้สึก แต่คุณดึงมันไปไกลมาก คุณดูอย่างในเคสเรือดำน้ำนะ
https://m.pantip.com/topic/36381285?

คนเค้าพูดแค่ความคิดเค้าว่าเอาเงินไปซื้อทำไมน่าจะพัฒนาด้านอื่น * ก็มันเงินของคนละบริษัท มาถึงขนาดนี้ยังแยกแยะไม่ได้คำว่าคนละบริษัท งบบัญชีคนละงบ ธุรกิจคนละอย่างกันเลย ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกันเลย
แค่นั้นละครับ ผมคุยแล้วงงมากเลย คุณจะดึงไปเรื่องข้อเท็จจริงอะไรของคุณอย่างเดียวเลย คุณไปอ่านทุกคอมเม้นผมพูดแต่เรื่องความคิดความรู้สึกที่จะเกิดขึ้น
 


เอาตรงๆนะ อยากด่ามาก คือคนอะไรจะไม่เข้าใจขนาดนั้น ยาวขนาดนี้แสดงว่าอคติคิดไม่เป็นแล้ว ไม่รู้ไม่ศึกษา คิดอะไรเพี้ยนๆ แล้วยังพยายามใช้ข้อมูลมั่วๆเสมอ

แล้วยังเอากระทู้ PANTIP นอกประเด็นมาอีก
เรื่องเรือดำน้ำยิ่งไม่เกี่ยวอะไรเลย ไม่เกี่ยวซักนิดเลย
ถ้ายกตัวอย่างแบบ ปตท. การบินไทยไม่ได้
ไม่ต้องยกตัวอย่างเรือดำน้ำมามันมั่ว ไม่ตรงเคส แล้วอีโม ใช้แต่ความรู้สึก

สุดท้ายถ้ายังแยกไม่ได้ผมแนะนำให้ไปอ่านหนังสือ ตามที่ผมแปะให้เลย

องค์กรธุรกิจ
การจัดตั้งบริษัท
การส่งงบบัญชี

หาความรู้ใส่หัวหน่อยครับเอาแค่ว่าทำไมมันถึงเป็นคนละคนได้ ไม่ใช่ยกอะไรมาแบบคนไม่มีความรู้แล้วก็เถียงๆ
 


ด่ามาเลยครับผมอโหสิให้ คือแม่งเข้าใจกันคนละประเดนมาถกกันทำไมว้า คือไม่ได้อยากรูว่าบริษัทเป็นยังไง ไม่ได้มาหาความรู้แต่เริ่มแล้ว แล้วไม่ต้องทำมาเก่งครับ เรื่องส่วนตัวผมไม่เอามาเกี่ยว ผมทำอะไรคุณทำอะไรอยู่ เห่อไม่น่าเชื่อว่าคนเราจะสื่อสารกันได้ไม่เข้าใจแบบนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Sep 2017
ตอบ: 370
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jul 17, 2018 14:51
[RE: คนงานเฟียตประกาศสไตรค์หยุดงานหลังม้าลายทุ่มเงินเซ็น'โด้']
antrarus_lineage พิมพ์ว่า:
Mr.White พิมพ์ว่า:
ทางบ้ญชีมันไม่เกี่ยวกันแน่ๆ แต่ในความเป็นจริง ถ้าคุณทำธุรกิจจริงๆ คุณก็จะรู้ว่ามันเกี่ยวกันแทบจะ 100%

ผมเคยทำงานที่นึง เมียเจ้าของผ่องเงินออกไปลงทุนในอีกบริษัทของตัวเอง มองทางบัญชีมันก็คนละบริษัทจริงๆ

แต่คนวงในเค้ารู้ว่าเงินที่เอาไปลงอ่ะ แอบเอาออกไปวางแผนไว้หลายปีแล้ว เพราะบริษัทใหม่อนาคตมันดูดีกว่า

พวกพนักงานเก่าๆก็ซวยไป โดนรัดเข็มขัด ลดคนโดนเอาออกบ้าง ทั้งๆที่คนงานไม่ได้ผิด แต่เจ้าของนั่นแหละลงทุนผิดพลาด

ผมไม่ได้จะแย้งหรือสนับสนุนนะครับ เพียงแต่ในแง่มุมมันอาจจะมีอะไรที่เราไม่ทราบได้  
แต่เฟียตกับยูเวนตุสเป็นมหาชนนะครับ  


แล้วเชื่อมั๊ยครับบริษัทที่ผมพูดถึงก็มหาชน บริษัท...(มหาชน)

เวลาคุณขายสินค้าแล้วเก็บเงินไม่ได้ (จริงหรือป่าว) เงินนั้นไปไหน

เวลาคุณลงทุนในบริษัทหนึ่งๆในราคาที่โอเวอร์เรต เพียงเพราะคุณถือหุ้นใหญ่ คุมบอร์ด โหวตไงก็ผ่าน เงินส่วนเกินไปไหน?
แก้ไขล่าสุดโดย Mr.White เมื่อ Tue Jul 17, 2018 14:53, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3, 4, 5, 6, 7, 8
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel