ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Aug 2009
ตอบ: 6588
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:08
บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง
การที่ผมเขียนบทความนี้ จุดประสงค์คือเพื่อต้องการให้คนเข้าใจในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงทางเพศสภาพ ของเพศที่ 3 เพิ่มมากขึ้น

นานมาแล้วผมเคยเถียงกับคนในบอร์ดเกี่ยวกับประเด็นนึงเรื่องทอม เพราะผมเห็นหลายคนหมั่นไส้ทอม แล้วบอกว่าที่เด็กสมัยนี้ฮิตเป็นทอม ก็เพราะว่ามันคิดว่ามันเท่ห์อะไรแบบนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับกลไกภายในร่างกายอะไรหรอก

วันนี้ผมเลยอยากจะมาแบ่งปันโดยพูดถึงกลไกต่าง ๆ ในการเปลี่ยนแปลงทางเพศทั้งจากสิ่งแวดล้อมและกลไกทางสรีรวิทยา รวมถึงเล่าถึง case study ตัวอย่างเคสหนึ่งให้ท่านฟังกันครับ




ถ้าถามว่าคนเราเป็น ตุ๊ด กระเทย ทอม ดี้ .... บลา ๆ หรือที่ปัจจุบันเราเรียกว่า LGBT ได้อย่างไรนั้น?

ปัจจุบันเราเชื่อกันว่าเกี่ยวข้องกับ 2 ปัจจัยหลัก คือสิ่งแวดล้อม และเรื่องของกลไกภายในร่างกาย





มาพูดถึงปัจจัยแรกก่อน นั่นก็คือ "สิ่งแวดล้อม"

ในที่นี้อาจหมายถึง ประสบการณ์ทางเพศ เช่น ผู้หญิงด้วยกันไปเจอผู้หญิงอีกคนน่ารัก เลยอยากวาง role ของตัวเองให้เป็นชาย เพื่อที่จะได้สามารถคู่ควรกับผู้หญิงที่ตัวเองชอบได้ หรืออาจเพราะกระแสสังคมพาไป เช่น ในสมัยกรีก การมีเพศสัมพันธ์แบบรักร่วมเพศนั้น มีขึ้นเพื่อแสดงความสมบูรณ์แบบของธรรมชาติ ซึ่งพวกเขาตีความว่าความงามคือการเป็นชาย เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการที่สิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน มีสารเคมีที่รบกวนการทำงานของฮอร์โมนหรือที่เรียกว่า EDCs เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสารพวกนี้จะทำให้กลไกในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางเพศนั้นเปลี่ยนไป

เนื่องจากสารดังกล่าวในปัจจุบันมีมากขึ้นกว่าในอดีต นักวิจัยหลาย ๆ คนจึงตั้งสมมติฐานว่า นี่อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนในปัจจุบันนั้น เป็นเพศที่ 3 กันเยอะขึ้น

ถามว่าสารนั้นอยู่ในไหนบ้าง อยู่ใกล้ตัวเราจนคุณคาดไม่ถึงเลยครับ เช่น ยาฆ่าแมลง เสื้อผ้าที่คุณใส่อยู่ พลาสติกต่าง ๆ ภาชนะเก็บอาหาร ในขวดนม และของเล่นเด็ก เป็นต้น





ปัจจัยต่อมานั่นก็คือ "กลไกทางสรีรวิทยา"

คนเรานั้นสามารถแยกลักษณะทางเพศออกมาได้เป็น 4 อย่างคือ


1.Chromosomal sex คือการที่คุณเกิดมาแล้ว gene กำหนดมาให้คุณเลยว่า ถ้าคุณมี Chromosome XX คุณเป็นเพศหญิง ถ้าคุณมี XY คุณเป็นเพศชาย

2. Gonadal sex แบ่งระหว่างอวัยวะสืบพันธุ์ อัณฑะ กับรังไข่ ถ้าคุณมีอัณฑะสร้างอสุจิ คุณเป็นเพศชาย ถ้าคุณมีรังไข่สร้างไข่ คุณเป็นเพศหญิง

3. Anatomical sex แบ่งระหว่างอวัยวะที่ใช้สืบพันธุ์ ถ้าคุณมีจู๋ คุณเป็นเพศชาย ถ้าคุณมีจิ๋ม คุณเป็นเพศหญิง

4. Brain sex อันนี้เป็น Highlight ที่ผมต้องการนำเสนอในวันนี้ครับ คือสำนึกคิดในสมองว่าตัวเองเป็นเพศอะไร


ยกตัวอย่างเช่น คนที่เป็นกระเทย ทั้ง Chromosomal, Gonadal, Anatomical sex เป็นเพศชายหมด แต่ Brain sex เป็นเพศหญิงนั่นเอง

การเปลี่ยนแปลง brain sex ในสมองนั้นมีหลายปัจจัย อาจเป็นเพราะ EDCs ที่ผมกล่าวในข้างต้นก็ได้ ไปเปลี่ยนแปลง Brain sex ของทารกตั้งแต่อยู่ในครรภ์ หรือกลไกทางธรรมชาติอื่น ๆ ที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ ในทารกในครรภ์ทุกคน ซึ่งผมขอไม่ลงละเอียดในที่นี้

ถ้าท่านใด อยากทราบรายละเอียด ก็ลองคลิก Spoil อ่านด้านล่างนะครับ
Spoil

กลไกการเกิด Brain sex นั้น Critical period จะเกิดในช่วงสัปดาห์ที่ 7-15 ของทารกในครรภ์ (บาง paper บอกว่าได้ถึงสัปดาห์ที่ 45) เกิดขึ้นบริเวณ Amygdala และบริเวณ Interstitial nuclei of the anteroir pituitary thalamus โดยเฉพาะ INAH3 โดยบริเวณนี้นั้นจะมี Androgen Receptor อยู่ ถ้า brain sex ถูกกำหนดเป็นเพศชายนั้น จะมี Testosterone และ DHT ส่งไปกระตุ้นเป็นจำนวนมาก แต่ถ้าเกิดน้อย brain sex ก็จะกลายเป็นเพศหญิง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงลักษณะนี้มักจะเป็น permanent แต่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตาม environmental factor เมื่อโตขึ้นซึ่งส่งผลน้อยมาก และการเปลี่ยนแปลงชนิดนี้จะเป็นแบบ dimorphic กล่าวคือ ไม่เป็นเพศชายก็เป็นเพศหญิงเท่านั้น




 

สรุปง่าย ๆ ก็คือคนที่เป็นเพศที่ 3 นั้น อวัยวะภายนอกและภายในจะเหมือนเพศกำเนิดปกติเลย แต่ลักษณะทางเพศในจิตใจของเค้านั้นเป็นในทิศทางตรงกันข้ามนั่นเอง สืบเนื่องจากกลไกการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา





ทีนี้มาพูดถึงเรื่องหัวข้อที่สำคัญที่สุด ผมได้พูดเกริ่นนำในเรื่องของปัจจัยที่กำหนดการเป็นเพศที่ 3 แล้ว ทั้งในเรื่องของ "สิ่งแวดล้อม" และ "กลไกทางสรีรวิทยา" ซึ่งที่ผมปูมาทั้งหมด เพื่อที่จะได้เข้าสู่ประเด็นนี้นั่นก็คือ

"สิ่งแวดล้อม หรือ กลไกทางสรีรวิทยา ปัจจัยใดมีผลมากกว่ากันในการเปลี่ยนแปลงไปสู่เพศที่ 3 ?"


ผมขอยก case study เคสหนึ่งมาเล่าให้ฟังนะครับ เคสนี้มีชื่อว่า " John/Joan" (1972/1997)

22 สิงหาคม 1965 Janet Grace Reimer ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝดสองคนที่ Winnipeg, Canada เธอและ Ronal Peter Reimerz ผู้เป็นบิดา ตั้งชื่อลูกว่า Brian Henry Reimen และ Bruce Peter Reimen



เมื่ออายุได้ 6 เดือน ทั้งสองมีปัญหาด้านการปัสสาวะ และต่อมาพบว่าเป็นเพราะหนังหุ้มปลายอวัยวะเพศไม่เปิด (phimosis) พออายุได้เจ็ดเดือน ก็เลยพาไป ‘ตัด’ หนังหุ้มออก

วันที่ 27 เมษายน 1966 วันที่ทั้ง Jenet และ Ron คงไม่ลืมไปอีกตลอดชีวิต พวกเขาพาลูกทั้งสองไปตัด ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคเกี่ยวกับท่อปัสสาวะได้ทำการตัดโดยเปลี่ยนวิธีไปจากปกตินิดหน่อย (พูดง่ายๆก็คือทดลองวิธีใหม่ ซึ่งขณะนั้นยังไม่เป็นที่ยอมรับ) โดยใช้วิธีจี้ให้ไหม้ แต่ขณะทำการรักษาเกิดความผิดพลาดทำให้อวัยวะเพศของBruce ซึ่งเข้ารับการรักษาคนแรกก่อน Brian ไหม้หายไป จากความผิดพลาดนั้นหมอจึงตัดสินใจไม่รักษาBrian และต่อมา Brian ก็หายจากอาการ Phimosis ไปเองโดยไม่ต้องผ่าตัดอะไรทั้งนั้น



RonและJenet กลุ้มใจมาก คิดไม่ออกเลยว่าลูกโตขึ้นมาจะรับได้และมีความสุขได้ยังไงในเมื่อเป็นผู้ชายที่ไม่มีอวัยวะเพศ และขณะที่ทั้งสองกำลังหมดกำลังใจอยู่นั้นเอง โทรทัศน์ก็เปิดรายการ This Hour Has Seven Days, ซึ่งวันนั้นได้ทำการสัมภาษณ์ John Money นักจิตวิทยาที่ศึกษาเรื่องเพศ และนั่นเป็นแสงสว่างแสงเดียวที่ผุดขึ้นมาในใจของทั้งคู่



John Money พูดถึงทฤษฎีเพศเป็นกลางของเขาในบทสัมภาษณ์ ทฤษฎีของเขาเชื่อว่า คนที่เกิดมาจะเป็นเพศหญิงหรือชาย ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดู และการถูกสังคมปฎิบัติ สังคมสั่งให้เชื่อ ว่าเป็นเพศใดเมื่อขณะยังเป็นเด็กอายุได้ไม่เกิน2เดือน เขาเชื่อว่าเพศเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมไม่ใช่อวัยวะ เขาเชื่อว่าการเลี้ยงดูมีอิทธิพลมากกว่าธรรมชาติ นอกจากนั้นเขายังพูดเรื่องที่ว่า อวัยวะเพศชายนั้นไม่สามารถทำขึ้นมาแทนที่ได้ ในขณะที่รังไข่ของเพศหญิงสามารถทำได้



Ron และ Jenet ตัดสินใจไปหา John Money ที่โรงพยาบาล Johns Hopkins ใน Baltimore


สุดท้ายแล้ว Bruce ได้รับการผ่าอัณฑะออก พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อเป็นแบรนด้า และถูกเลี้ยงดู เป็น ‘ลูกสาว’ ของครอบครัว* แล้วบรูซก็กลายเป็นแบรนด้าไปจริงๆ



*รวมทั้งการรักษาส่วนหนึ่งของ John money ซึ่งค่อนข้างขัดกับวัฒนธรรมทางเพศ ไม่ได้โดนข่มขืนอะไรนะ แต่อ่านแล้วอาจจะจิตตก ขอไม่กล่าวถึงดีกว่า



ขณะนั้น John money ก็เริ่มเขียนเรื่องของบรูซ โดยใช้ชื่อสมมุติว่า John / Joan case ลงตีพิมพ์ เขียนเรื่องการพัฒนาความเป็นหญิงของแบรนด้าไปเรื่อยๆ ถือว่ากรณีศึกษานี้ช่วยสนับสนุนทฤษฎีเขาได้มากโข จนกระทั่ง วันหนึ่ง เขาหยุดเขียนไปโดยปริศนา



แต่ว่าเราก็ยังรู้เรื่องผ่านทางอื่นอยู่ดี

แม้บรูซจะเป็นแบรนด้าและเหมือนทุกอย่างจะดีเข้าที่เข้าทาง แต่จริงๆแล้วปัญหายังไม่หมด แลดูจะเยอะขึ้นด้วย

แบรนด้าอายุ 2 ขวบ เธอฉีกกระโปงตัวเองทิ้งแล้วรู้สึกว่าอยากจะสู้กับพี่ชาย ทุบรถของเล่น

เธอบอกกับพ่อแม่และคุณครูว่า เธอไม่รู้สึกเหมือนกับว่าเธอเป็นผู้หญิง


แบรนด้าในวัย 15 ซึ่งได้รับการฉีดฮอร์โมนเพศหญิงเพื่อให้มีหน้าอกแล้ว เกิดอาการซึมเศร้าอย่างหนัก (แน่นอนว่าเจ้าตัวก็คงไม่รู้หรอกว่าถูกฉีดฮอร์โมน เพราะหมอบอกพ่อแม่ว่าต้องเก็บเรื่องเปลี่ยนลูกชายเป็นลูกสาวไว้เป็นความลับ ไม่อย่างนั้นที่ทำมาทั้งหมดจะสูญเปล่า)

แต่อาการซึมเศร้าของแบรนด้านั้นหนักขึ้นทุกวัน จนถึงขั้นมีภาวะอยากฆ่าตัวตาย

และภาวะอยากตายซึ่งรุนแรงขึ้นทุกวันทุกวัน ทำให้ Jenet และ Ron ตัดสินใจบอกความจริงแก่แบรนด้า




แบรนด้าบอกว่า เธอรู้สึกไม่ดีตลอดเวลาแต่ไม่เคยรู้ว่าความรู้สึกนั้นเกิดขึ้นเพราะอะไร อย่างไรก็ตาม เธอโล่งใจที่ได้รู้ความจริงเรื่องนี้ ในที่สุดเธอก็เข้าใจว่าเธอไม่ได้บ้าที่ร็สึกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้หญิง



และแล้วแบรนด้าก็เปลี่ยนชื่อเป็นเดวิด

แล้วใช้ชีวิตแบบผู้ชายอีกครั้ง




เดวิดแต่งงานตอนช่วงอายุได้สามสิบต้นๆ กับแม่ม่ายคนหนึ่งชื่อเจน เขาจึงได้มีลูก(บุญธรรม) และกลายเป็นพ่อไปโดยปริยาย

เขาเริ่มอุทิศตัวเองเพื่อช่วยเหลือคนที่มีปัญหาคล้ายกับเขา

แต่ในขณะเดียวกันเรื่องราวหลอกหลอนในวัยเด็ก การรักษาประหลาดๆก็ตามหลอกหลอนเขา รวมถึงปัญหาชีวิต ปัญหาด้านอารมณ์ พี่ชายเขาตาย ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้เขาซึมเศร้าหนักกว่าเก่า ภรรยาที่รับอารมณ์โกรธไม่ทราบสาเหตุ ขึ้นๆลงๆ เขาไม่ไหว เสนอว่าควรจะแยกกันอยู่ซักพักหนึ่งก่อน

วันที่ 5 พฤษภาคม 2004 David peter reimen ใช้ปืนจ่อยิงตัวเองที่ศีรษะ และจากไปในวัย 38 ปี

ที่มา: https://writer.dek-d.com/twinsprince/story/viewlongc.php?id=750618&chapter=14







จากเคสดังกล่าว เราก็สามารถพอที่จะสรุปได้ว่า ปัจจัยในเรื่องของกลไกทางสรีรวิทยานั้น มีมากกว่าสิ่งแวดล้อมภายนอก

เพราะฉะนั้นเวลาที่คุณบอกว่า "เนี่ยมันเป็นทอมเพราะเอาเท่ห์ เกลียดทอม นิสัยสันดานทอม ๆ บลา ๆ ๆ" จริง ๆ แล้วนิสัยหรืออะไรแบบนั้น มันก็คือนิสัยผู้ชายเหมือนคุณนั่นแหละครับ เพราะมันมาจากกระบวนการเปลี่ยนแปลงของ brain sex

นัยหนึ่งผมไม่ได้บอกว่าสิ่งแวดล้อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเพศสภาพบุคคลหนึ่ง ๆ ได้ แต่ผมต้องการจะสื่อว่า เราไม่ควรจะไปเหมารวม ตัดสิน หรือล้อเลียนใคร เพียงเพราะเพศสภาพที่เปลี่ยนแปลงของเขา

เราไม่ตัดสินว่าคนนี้นิสัยเหมือนทอม มันต้องขี้เก๊ก กวนตีน คนนี้เป็นตุ๊ด มันต้องหิวผู้ชายแน่ ๆ เลย

(คนที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมทางเพศเนื่องจากสิ่งแวดล้อมพาไป ส่วนใหญ่เค้าจะกลับมาเป็นเพศสภาพตามเดิมนะครับ ยกตัวอย่างเช่น ตอนอยู่โรงเรียนหญิงล้วนเป็นทอม เพราะเจอผู้หญิงน่ารัก ๆ ก็อยากคบหา แต่พอเข้ามหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนตัวเองกลับเป็นผู้หญิง เพราะ brain sex ตัวเองกำหรดมาแบบนั้น ผมว่าตัวอย่างนี้มีเยอะมากเลยนะครับ)

จากสิ่งที่ผมต้องการจะพูดทั้งหมดคือ คนเรานั้นไม่สามารถเลือกเกิดได้ อย่าไปตัดสินใครคนใดคนนึงเพียงเพราะว่าคน ๆ นั้นเพศสภาพไม่เหมือนเรา หรือดูถูกเหยียดหยามเพศสภาพที่ไม่เหมือนเราของเขานั้นเป็นปมด้อย ถ้าจะมอง ก็โปรดมองที่เค้าเป็นมนุษย์คนหนึ่ง แบบนั้นย่อมทำให้สังคมของเราน่าอยู่ขึ้นเยอะ

ขอบคุณครับ

ปล. บทความนี้ผมเขียนขึ้นเองล้วน ๆ ไม่ได้ก็อปใครมาเลย ยกเว้นในส่วนของ case study ซึ่งผมขี้เกียจแปล ถ้าชอบก็ช่วยโหวตให้ด้วยนะครับ จะได้มีกำลังใจเขียนบทความแบบนี้ให้กับท่านอ่านต่อไป

ปล2. แหล่งที่มาต่าง ๆ อาจไม่ชัดเจนนัก เนื่องจากผมเขียนขึ้นจากการฟังบรรยายของศาสตราจารย์คลินิกท่านหนึ่งประจำภาควิชา สรีรวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ศิริราชพยาบาล อันนี้ต้องขออภัยด้วยครับ









โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
Matthew 6:34 " Do not worry about tomorrow, for tomorrow will worry about itself"
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6100
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:11
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
สาระขนาดนี้

แต่ยังไม่ได้อ่านจนจบนะฮะ ไว้หัวค่ำก่อน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jun 2016
ตอบ: 4454
ที่อยู่: อพาร์ทเม้นท์แถวโอลด์แทรฟฟอร์ด
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:13
ถูกแบนแล้ว
[RE]บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง
ท่านเป็นมั้ยครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status: ์Newbie2006-2016
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 27933
ที่อยู่: สุราษฏร์ธานี
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:13
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
ปักไว้ก่อน

ลูกพี่ลูกน้องผม

พี่ชายคนโต เป็นตุ๊ด

น้องสาวคนเล็ก เป็นทอม

ไม่เชื่อหลังไมค์ได้เลย ทอมนะ เกลอผมเอง ตอนเด็ก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


Fujiwara Takumi Trueno AE 86
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status: เบื้องหลังการถ่ายรูป
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2016
ตอบ: 28143
ที่อยู่: ดาราศาสตร์ ภูมิศาสตร์ โลก เข้าร่วม: 13 Feb 2005
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:20
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
ที่รู้ๆบอลนอก คำว่าตุ๊ด กับอีแอบถูกใช้บ่อยมาก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 6474
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:21
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
แล้วทอมที่โชว์สาวด้วยการมาท้าเราต่อยเนี่ย
แล้วพอเราจะเอาด้วย มันร้องว่า "Na Tua Mia มึงทำผู้หญิงหรอ"
อันนี้เพศไหนดีครับ?
แก้ไขล่าสุดโดย TheAnfieldIrons เมื่อ Fri Jan 05, 2018 17:22, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Aug 2009
ตอบ: 6588
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:24
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
TheAnfieldIrons พิมพ์ว่า:
แล้วทอมที่โชว์สาวด้วยการมาท้าเราต่อยเนี่ย
แล้วพอเราจะเอาด้วย มันร้องว่า "!ผมมันเลว พูดคำหยาบ ขอโทษด้วยครับ! มึงทำผู้หญิงหรอ"
อันนี้เพศไหนดีครับ?  


คือก็ไม่รู้ว่าจับใจความเรื่อง brain sex ที่ผมจะสื่อได้รึเปล่าครับ ถ้าจับใจความไม่ได้ รบกวนกลับไปอ่านอีกรอบนึงนะครับผม ถ้ายังเอาเรื่องลักษณะนิสัยส่วนบุคคล มาปนเปกับเรื่องเพศได้ ผมเองก็จนปัญญาจะพูดแล้วครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Matthew 6:34 " Do not worry about tomorrow, for tomorrow will worry about itself"
ออนไลน์
ซุปตาร์ฟุตบอลโลก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Apr 2010
ตอบ: 9105
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:25
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
เคยฟังtedภาษาอังกฤษ นักวิจัยเรื่องยีนเป็นคนพูด

สรุปได้ประมาณว่าแกได้ข้อสังเกตอย่างนึงว่า คนเรามียีนที่ส่งผลให้มีชอบเพศเดียวกันอยู่ในตัวทุกคน

แต่มันจะแสดงผลหรือเปล่าหลักๆอยู่ในช่วงที่แม่ตั้งครรภ์ ถ้าในช่วงนั้นเกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัยขึ้น(ทั้งด้านจิตและกายภาพ)ที่อาจส่งผลต่อการอยู่รอดของครอบครัว

ถ้าเกิดความรู้สึกดังกล่าวขึ้น มันจะมีความเป็นไปได้สูงขึ้นที่ยีนดังกล่าวจะแสดงผล

เขาบอกมันเป็นเพราะว่าคนที่เกิดมาจะมีหน้าที่เติมเต็มด้านอื่นๆนอกเหนือจากการสืบพันธุ์

เพราะในครอบครัวที่ไม่มั่นคงการสืบพันธุ์ยังไม่มีความจำเป็นเท่าความอยู่รอดครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แขวนสตั๊ด
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Jul 2010
ตอบ: 40454
ที่อยู่: DD จงเจริ้ญ!!!
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:33
[RE]บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง
อ่านเพลินเลยครับ

สืบเนื่องจากมู้นี้ หลายคนที่ฟันธงว่าไม่ชอบเพศที่สามน่าจะเป็นเพราะอคติ

ถ้ามีโอกาสอยากให้เจ้าของกระทู้เขียนบทความเกี่ยวกับอคติหรือปัจจัยอะไรก็ตามที่ส่งผล ให้เราเชื่อสมองตัวเองมากกว่าสิ่งที่เห็นหรือข้อมูลที่ได้รับ น่าจะช่วยให้ยูสบอลนอกเข้าใจตัวเองมากขึ้น

ขอบคุณครับ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6100
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:40
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
ผมว่ามันน่าจะขึ้นกับการเลี้ยงดูด้วยรึเปล่าครับ ?
อย่างหลานผมต้องโตขึ้นมาด้วยภาระของพี่คนโต
ถึงแม้จะเป็นผู้หญิง แต่แม่ก็ให้หน้าที่ที่ต้องปกป้องครอบครัว
เลยทำให้ถูกเลี้ยงดูมาเหมือนเป็นลูกชาย
ตอนนี้ก็มีแฟนเป็นผู้หญิงไปแล้วเรียนร้อย และคงไม่กลับไปเป็นผู้หญิงอีก

อีกคนน้องผมตอนเด็กเป็นน้องชาย แต่โตมากลายเป็นน้องสาว
ตอนเด็กถูกเลี้ยงดูอย่างกดดัน ทุอย่างต้องเป๊ะ ผิดไม่ได้
จะโดนลงโทษอย่างรุนแรง ตอนนี้ก็ไม่มีทางกลับไปเป็นชายได้อีกล่ะ

ส่วนตัวผมเองโตมาในบ้านที่มีแต่ผู้หญิง ทำให้ได้รับความคิดและ
นิสัยของผู้หญิงมาค่อนข้างเยอะ ต้อนประถมและม.ต้น ผมโดนล้อบ่อย
ก็มีเรื่องกับทุกคนที่มาล้อนั่นล่ะ เพราะผมไม่ใช่ตุ๊ด

แต่พอพิมพ์มาเรื่อยๆก็คิดนะ ว่าสารในสทองก็น่าจะมีส่วนนั่นล่ะ
ไม่งั้นผมก็อาจจะต้องเป็นตุ๊ดไปด้วยสิ เพราะโตมากับผู้หญิงเกือบ 10 คน
แต่ผมก็ยังโตมาอย่างบ้ากามและหื่นมาก

เรื่องการกลับมาเป็นเพศเดิมเนี่ย ผมก็พอเจออยู่บ้างนะ
มันเป็นการหลงใหลในเพศของตัวเอง อยากเป็นอย่างที่ควรจะเป็น
อะไรประมาณนี้ล่ะ เท่าที่ผมเคยคุยอ่ะนะ

แต่พอโตขึ้นมาเรื่อยๆ มันกลับไม่ใช่แฮะ เพราะจริงๆแล้วเค้าชอบเพศตรงข้าม
(ที่เป็นเพศปกตินะ ไม่ใช่เป็นตุ๊ดแล้วรักทอม หรือเป็นเป็นทอมแล้วรักตุ๊ด)

หลังๆมาเนี่ยผมอ่านบทความของโรคซึมเศร้าค่อนข้างเยอะ
เลยคิดว่าสารในสมองน่าจะมีส่วนจริงๆนั่นล่ะ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Feb 2009
ตอบ: 10602
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:46
ถูกแบนแล้ว
บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง
บทความดีๆที่ไม่ค่อยมีคนสนใจ ขอบคุณจขกทครับที่มาแบ่งปัน
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะกัลโช่
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Mar 2015
ตอบ: 10329
ที่อยู่: Family : Ranunculaceae
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 17:51
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
เคยอ่านหนังสือ เรื่องพัฒนาการของเด็กและทารก
- ช่วงวัย 2ปี เด็กจะเริ่มเรียนรู้ บริบทและความแตกต่างระหว่างเพศ มีการจับอวัยวเพศเล่น เพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง

- ช่วงวัย 6ขวบ เด็กจะเรียนรู้บทบาททางสังคม และบทบาทของเพศสภาพ

นั่นหมายความว่า หากช่วง 2ขวบ.. ครอบครัวปล่อยให้เรียนรู้ไปเอง ไม่มีการแนะนำ อบรมสั่งสอนกระบวนความคิดอย่างมีระบบ

ลูก/หลาน จับ.. เล่นก็ไปห้าม ตี ตำหนิว่าเป็นสิ่งไม่ดี
เด็กก็จะจำว่า ..เป็นสิ่งไม่ดี พอถึงวัย 6ขวบก็จะเลือกบริบททางสังคม เลือกเพศสภาพที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม เพื่อพ้นจากสิ่งไม่ดี ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6100
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 18:00
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
Love In The Mist พิมพ์ว่า:
เคยอ่านหนังสือ เรื่องพัฒนาการของเด็กและทารก
- ช่วงวัย 2ปี เด็กจะเริ่มเรียนรู้ บริบทและความแตกต่างระหว่างเพศ มีการจับอวัยวเพศเล่น เพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง

- ช่วงวัย 6ขวบ เด็กจะเรียนรู้บทบาททางสังคม และบทบาทของเพศสภาพ

นั่นหมายความว่า หากช่วง 2ขวบ.. ครอบครัวปล่อยให้เรียนรู้ไปเอง ไม่มีการแนะนำ อบรมสั่งสอนกระบวนความคิดอย่างมีระบบ

ลูก/หลาน จับ.. เล่นก็ไปห้าม ตี ตำหนิว่าเป็นสิ่งไม่ดี
เด็กก็จะจำว่า ..เป็นสิ่งไม่ดี พอถึงวัย 6ขวบก็จะเลือกบริบททางสังคม เลือกเพศสภาพที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม เพื่อพ้นจากสิ่งไม่ดี ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  


ลูกคนงานผม มาออฟฟิศแล้วมีแต่คนชอบใจตอนที่แสดงท่าทางเป็นตุ๊ด
ตอนนี้โตขึ้นก็ตุ้งติ้งไปเรียบร้อยแล้วล่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นผู้ชายหรือตุ๊ดกันแน่
เพราะผมก็ไม่ได้เจอเด็กคนนี้มาหลายปีแล้ว
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Aug 2009
ตอบ: 6588
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 18:02
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
Love In The Mist พิมพ์ว่า:
เคยอ่านหนังสือ เรื่องพัฒนาการของเด็กและทารก
- ช่วงวัย 2ปี เด็กจะเริ่มเรียนรู้ บริบทและความแตกต่างระหว่างเพศ มีการจับอวัยวเพศเล่น เพื่อเรียนรู้ความแตกต่าง

- ช่วงวัย 6ขวบ เด็กจะเรียนรู้บทบาททางสังคม และบทบาทของเพศสภาพ

นั่นหมายความว่า หากช่วง 2ขวบ.. ครอบครัวปล่อยให้เรียนรู้ไปเอง ไม่มีการแนะนำ อบรมสั่งสอนกระบวนความคิดอย่างมีระบบ

ลูก/หลาน จับ.. เล่นก็ไปห้าม ตี ตำหนิว่าเป็นสิ่งไม่ดี
เด็กก็จะจำว่า ..เป็นสิ่งไม่ดี พอถึงวัย 6ขวบก็จะเลือกบริบททางสังคม เลือกเพศสภาพที่ตัวเองคิดว่าเหมาะสม เพื่อพ้นจากสิ่งไม่ดี ที่ติดตัวมาแต่กำเนิด  


อันนี้อ้างอิงจาก Psychosexual development ของฟรอยด์ครับ ขอบคุณที่พูดเรื่องนี้ขึ้นมา ทำให้ผมลืมเรื่องตรงนี้ไปสนิทเลยครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
Matthew 6:34 " Do not worry about tomorrow, for tomorrow will worry about itself"
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2008
ตอบ: 5049
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 05, 2018 19:25
[RE: บทความ: คนเราเป็นตุ๊ดได้ไง]
ผมเคยดูพวกละครที่สลับเพศชายเป็นหญิง. ผมยังมีความคิดเลยว่าอยากสัมผัสความรู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน. ถ้าเราเปลี่ยนจากชายกลายเป็นหญิง(ไม่ใช่ผ่าตัดแปลงเพศ) เราจะคงความเป็นชายไว้หรือเป็นหญิงตามเพศสภาพ.
คำตอบของผมคือ. ถ้าวันนึงร่างกายผมเป็นผู้หญิงผมก็จะใช้ชีวิตแบบผู้หญิง.

ในมุมมองของผมชายหญิงยังไงก็ยึดตามเพศสภาพอยู่ดีนั้นแหละ.
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel