ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออนไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Feb 2009
ตอบ: 2446
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 01:47
Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender CH.1
Paolo Maldini
Chapter 1 - From his Birth to The Immortals
Chapter 2 - From The Invincibles to his Downfall
Chapter 3 - From his Downfall to the New era [Incompleted]
บทความนี้เขียนขึ้นมาเล่นๆพูดถึงชีวประวัติ, คำสัมภาษณ์, บทวิเคราะห์ของกองหลังที่ผมคิดว่าหาคนมาแทนอีกไม่ได้แล้วชื่อว่า
เปาโล มัลดินี่

ในโลกฟุตบอลสโมสรมิลานถูกนับได้ว่าเป็นหนึ่งสโมสรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกมีนักฟุตบอลที่มี พรสวรรค์หลายคนเคยเล่นให้มิลานมากมายแต่ถ้าจะพูดถึงตัวแทนของคนเกือบครึ่งเมืองที่โลดแล่นอยู่ในเวทีเซเรียเกือบสามสิบปีด้วยระดับความคงเส้นคงวาของฝีเท้าที่อยู่ระดับสูงสุดตลอดเวลาให้กับสโมสรเพียงสโมสรเดียว

“เค้าเป็นรอสโซเนโร่ขนานแท้เลย จิตวิญญาณของเค้าเป็นของมิลาน” - เชซาเร มัลดินี่ ถึง เปาโล มัลดินี่

จะมีนักเตะซักกี่คนที่ …

เดบิวต์เซเรียตอนอายุ 16 เริ่มติดตัวจริงตอนอายุ 17 ฟอร์มเข้าสู่จุดสูงสุดตอนอายุไม่ถึง 20
ตลอดชีวิตการค้าแข้งลงเล่นมากกว่า 1,000 นัด รับใช้ชาติกว่า 126 นัด

ความเฉลียวฉลาด ทักษะ ความคล่องตัว ความแข็งแกร่ง จิตวิญญาณของนักสู้และความเป็นผู้นำ รักษาระดับความเหนียวแน่นคงเส้นคงวาเกือบ 30 ปีในลีกที่เคี่ยวที่สุดในโลก คำว่า "ตำนาน" เท่านั้นถึงจะเหมาะสมสำหรับการนิยามตัวตนของชายคนนี้ได้



เชซาเร่และมาริซ่า มัลดินี่ได้ให้กำเนิดสุดยอดตำนานกองหลังในประวัติศาสตร์ลูกหนังโลก
เกิดที่มิลานในปี ค.ศ. 1968 เปาโล มัลดินี่แทบจะถูกเรียกได้ว่ามีชะตาเกิดมาเพื่อความสำเร็จ ณ ตอนนั้นพ่อของเค้า เชซาเร มัลดินี่ (Cesare Maldini) ได้ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในตำนานของทำเนียบแห่งเกียรติยศของสโมสร เอซี มิลานเป็นที่เรียบร้อยแล้วทั้งยังเคยพามิลานคว้าแชมป์ยุโรปในปี 1963

จะมีใครรู้หรือไม่ว่าในสมัยวัยเด็กนั้น เปาโล มัลดินี่ เคยชื่นชอบยูเวนตุสมาก่อน

“ตอนนั้นผมชอบยูเวนตุสมาก…ผมดูฟุตบอลโลกปี 1978 ที่มีเจ้าภาพเป็นประเทศอาเจนติน่าปีนั้น อิตาลีในปีนั้นตัวหลักๆมาจากยูเว่เกือบทั้งทีมเลย” - เปาโล มัลดินี่

ในปี 1978 เป็นยุคที่นักเตะยูเว่ระดับตำนานทั้งหลายตั้งแต่ผู้รักษาประตูจนถึงกองหน้าติดทีมชาติกันครบถ้วน

AN: ผมก็ทำ Tactical and Player Analyses เล่นๆเพื่อดูว่านักเตะยูเว่ในทีมชาติอิตาลียุคนี้เล่นๆ
Spoil

Player Analysis
- GK Dino Zoff (ดีโน่ ซอฟเฟอร์): ผู้รักษาประตูมากประสบการณ์ตอนนั้นอายุ 30 กลางๆแล้ว ยืนตำแหน่งดีมากปกติ จะไม่ค่อยชอบพุ่งรับเพราะอ่านเกมดี แต่การพุ่ง ห้อยโหนก็ไม่ได้ต่ำกว่ามาตรฐานเลย เป็นผู้รักษาประตูที่ใช้สมองเยอะ เล่นฉลาด อ่านเกมตลอดเวลา

- DF Claudio Gentile (คลาวดิโอ เจนติเล่): กองหลังจอมโหดแต่ได้ผลดีคนนึง เข้าบอลหนักแน่นทำทุกวิถีทางที่จะปิดตายคนที่ได้รับมอบหมายให้มาร์คถูกยกย่อง(?)ให้เป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืดแห่งวงการฟุตบอล ปี 1982 น้าแกดูเทปศึกษามาราโดน่าสองวันเต็มสุดท้ายไล่เตะจนมาราโดน่าเล่นไม่ออก ซิโก้จากบราซิลก็โดนในนัดต่อมา

- MF Romeo Benetti (โรเมว เบนเนตติ): เป็นจอมทัพที่ครบเครื่องมากในสมัยนั้น ทักษะ ความแข็งแกร่ง ความเร็ว ความอดทน ความเป็นผู้นำ เล่นได้แทบทุกตำแหน่งในสนาม แต่ในระบบบอลแบบคาเตนาโช่ (Catenaccio) ของอิตาลีในสมัยนั้นทำให้มักจะได้เล่นเป็นกลาง-กลางรับซะมากกว่า แต่ที่ทำให้แกโด่งดังพอๆกะฝีเท้าก็หนวดลุงแกนี่แหละ

- MF Marco Tardelli (มาร์โก ตาร์เดลลี่): หนึ่งในกองกลางที่เก่งที่สุดตลอดการของประวัติศาสตร์ฟุตบอลอิตาลี เป็นนักเตะที่ทางบอลดี เข้าสกัดบอลหนักแน่นแม่นยำมากและยังเปลี่ยนเกมจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็วทำให้เป็นนักเตะที่ขาดไม่ได้เลยในแทคติคแบบคาเตนาโช่ของอิตาลียุคนั้น ถ้าใครนึกไม่ออกว่ารูปแบบการเล่นเป็นยังไงเอาจริงๆก็เล่นเหมือนมัลดินี่ในยุคที่เค้าพีคๆแต่เล่นเป็นตำแหน่งกองกลางเท่านั้นเอง ฮาา เอาจริงๆถ้าในรูปแบบบอลปัจจุบันก็จะเป็นทำนอง Box-to-Box ครับ

- RW: Franco Causio (ฟรังโก้ คาวซิโอ): ผู้มีฉายาว่า The Baron (ทำนองๆว่าท่านเจ้าคุณกระมั้งขอรับบ ) ลักษณะการเล่นก็เหมือนฉายาเลยทักษะส่วนตัวสูงมาก การจัดระเบียบร่างกายเวลาเล่นฟุตบอลสวยงามทำให้เวลาเล่นแล้วดูเหมือนผู้ดี แต่ที่โดดเด่นที่สุดก็จะเป็นการเลี้ยงบอลและการครอสบอลของเค้าตำแหน่งก็ยืนริมเส้นจนไปถึงเล่นเป็นปีกได้

- FW: Roberto Bettega (โรแบร์โต้ แบตเตก้า): สุดยอดดาวยิงขวัญใจมัลดินี่ในวัยเด็ก ช่วงปีบอลโลก 1978 เรียกได้ว่ากำลังเป็นช่วงพีคของชีวิตการค้าแข้งแกเลย เพราะเป็นกองหน้าที่ฉลาด แข็ง จบสกอร์ได้ดีเยี่ยมทั้งสองเท้าและหัว เล่นลูกกลางอากาศได้ดีมาก(ทั้งที่ไม่นับว่าเป็นคนสูง) ในด้านวิสัยทัศน์ในการผ่านบอลก็ถือว่าเหนือชั้นจนขนาดที่บางทีถูกโค้ชจับยืนต่ำให้เป็นตัวสร้างสรรค์เกมรุกเลยทีเดียว

Tactical Analysis

ยุคนั้นอิตาลีใช้แผนคาเตนาโช่(น่าจะแปลเป็นไทยว่าลงกลอนประตูป่ะครับ)โดยเริ่มเป็นที่นิยมจาก เอเลโน เอเรร่า (Helenio Herrera) ใช้กับสโมสรอินเตอร์ ถ้าเรียกบ้านๆก็เป็นแผนอุดแล้วสวนน่ะแหละครับ เอเลโน เอเรร่านี่เปรียบเสมือนพระเจ้าผู้ให้ชีวิตแก่ตำแหน่งลิเบอโร่เลยนะครับถ้าเปรียบเทียบ อาร์มาโน่ ปิชชี่ (Armando Picchi) ก็เหมือนอดัมที่เป็นมนุษย์คนแรกในตำแหน่งลิเบอโร่และประสบความสำเร็จ ถ้าคนที่ดูบอลใหม่ๆอาจจะนึกภาพแผนพวกนี้ยากหน่อยเพราะบอลสมัยก่อนเรียกได้ว่าเป็น Strict man-to-man marking system และมีตัวฟรี (Libero) คอยเก็บกวาดซึ่งปัจจุบันไม่มีละครับคาเตนาโช่เพียวๆแบบนี้
ผมจะพูดถึงอีกทีในหัวข้อ อาร์ริโก้ ซาคคี่

แผนนี้ก็ถือว่าเป็นเอกลักษณ์ของทีมอิตาลีเลยตั้งแต่ยุค 50s 60s 70s 80s จนถึง 90s ก็ยังมีให้เห็นอยู่บ้างแต่ถ้าถามว่าประสบความสำเร็จมากน้อยแค่ไหนก็ถือว่าไม่แย่ซะทีเดียวได้แชมป์ยูโร 1 สมัย (1968) แชมป์โลก 1 สมัย (1982) ได้เข้าไปเล่นรอบลึกๆอีกเยอะมีอีกหลายประเทศก็เอาแผนนี้ไปปรับใช้กันเยอะ

แต่ปัญหาของแผนนี้ก็คือไม่ค่อยสนใจเกมรุกเท่าไหร่ครับ เกมรุกจะไม่มีระบบไม่มีแบบแผนอะไรมากใช้ทักษะและความสร้างสรรค์ส่วนตัวของนักเตะที่เล่นเกมรุกกัน โดยเอเรร่าเคยพูดถึงเกมรุกไว้ว่า

"ผมแค่บอกให้นักเตะของผมรู้ว่า ผมต้องการฟุตบอลในแนวลึกอย่างรวดเร็วจากการจ่ายบอลไม่เกิน 3 ครั้งถ้าเสียการครองบอลในแนวลึกไม่เป็นไรแต่ถ้าเสียบอลในแนวขวางทีมอาจจะเสียประตูได้" - เอเลโน่ เอเรร่า

 

AN: อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ
ในช่วงมัลดินี่ยังเด็กๆเริ่มดูบอล เล่นบอลนี่ถือว่าเป็นช่วงพีคของแผนคาเตนาโช่เลย (70s-80s) ส่วนตัวผมก็เลยคิดว่าเพราะมาดูบอลยุคนี้ทำให้วิถีการเล่นแบบคาเตนาโช่ที่รับแน่นเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้อย่างรวดเร็วได้ถูกปลูกฝังอยู่ในหัวของมัลดินี่และเยาวชนอิตาลีในยุคนั้น ทั้งยังจากพ่อกองหลังระดับตำนานเลยทำให้เกมรับพี่แกแน่นมากๆตลอดชีวิตการค้าแข้ง



โรแบร์โต้ แบตเตก้ายอดดาวยิงยูเวขวัญใจของ เปาโล มัลดินี่ ในวัยเอ๊าะๆ

“เค้าเคยมีโปสเตอร์แบตเตก้าแผ่นใหญ่มากแปะอยู่ในห้องนอนผมจำได้...จริงๆแล้วผมเองแหละที่เป็นคนให้โปสเตอร์เค้า”
- เชซาเร่ มัลดินี่ ถึง เปาโล มัลดินี่

แต่ความชื่นชอบในสโมสรยูเว่ก็อยู่ได้ไม่นาน…

มัลดินี่เริ่มเล่นฟุตบอลในช่วงนี้เค้าเรียนอยู่ในโบสถ์ซาน ปิโอ (S. Pio X Oratory) ในช่วงเริ่มแรกมัลดินี่ชอบเล่นตำแหน่งผู้รักษาประตู
แต่พรสวรรค์ในการเล่นตำแหน่งอื่นๆ(ที่ไม่ใช่ GK) โดดเด่นมาก

ณ ตอนนั้นพ่อของเค้า(เชซาเร่ มัลดินี่) ก็เริ่มปลูกฝังความเป็นมิลานให้กับลูก


"ปู่ผมเป็นมิลาน... พ่อผมเป็นมิลาน... ผมเป็นมิลาน... ลูกๆของผมก็มิลาน, ลืมมันซะ"
- สิบกว่าปีต่อมาเชซาเร่ได้ยุติปฎิบัติการตามล่าตัวเปาโลของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน


“เปาโลจะเป็นส่วนหนึ่งของมิลานตลอดไป”

“เกือบทั้งชีวิตผมทุ่มเทให้กับมิลาน จนถึงทุกวันนี้ผมก็ยังเป็นรอสโซเนโร่ตัวยง แต่ผมเคยถามเขาว่าลูกอยากจะไปคัดตัวกับทีม
มิลาน เดอะรอสโซเนรี่ หรือว่า อินเตอร์ เดอะเนัซซูรี่ เปาโลตอบแบบไม่ต้องคิดว่า ไม่ๆผมจะไปคัดตัวกับมิลาน”
- เชซาเร่ มัลดินี่

“วันที่ผมไปเล่นคัดตัวที่มิลาน พวกเขา(สต๊าฟ)ถามผมว่า เจ้าหนูนายถนัดตำแหน่งอะไร ผมก็ตอบไปว่าผมไม่มีตำแหน่งที่ถนัดครับ พวกเขาก็เลยจับผมลงไปเล่นในตำแหน่งที่ยังว่างอยู่ซึ่งนั่นก็คือตำแหน่งปีกขวา… สิ้นสุดวันนั้นพวกเขาก็เซ็นสัญญากับผม”
- เปาโล มัลดินี่ ถึง วันคัดตัวที่สโมสรมิลาน

ละแล้วคนจากตระกูลมัลดินี่ก็กลับมามีบทบาทในฐานะนักฟุตบอลที่สโมสรมิลานอีกครั้ง


มัลดินี่ในช่วงวัยรุ่น

“วันแรกทุกคนต่างคิดว่าเป็นเพราะนามสกุลของเขา(เปาโล) ที่ทำให้เขาได้มาซ้อมกับพวกเรา”
- เมาโร ทาซอตติ (อดีตตำนานแบ๊คมิลาน) ถึง เหตุการณ์วันแรกที่มัลดินี่เริ่มซ้อมกับทีมใหญ่

“ตอนแรกเจ้าหนูนั่นก็ดูมีแววนะ… แต่ไม่นานมันก็ไม่ใช่แค่แววแล้วล่ะความสามารถมันของจริง แค่นามสกุลมันไม่เพียงพอที่จะทำให้เค้าติด 11 ตัวจริงหรอก”
- ดิเมทริโอ อัลแบรทินี่ (อดีตตำนานกองกลางมิลาน) ถึง เปาโล มัลดินี่

ในระดับเยาวชนมัลดินี่พอจะมีความสำเร็จบางกับการคว้าแชมป์โคปา อิตาเลีย พรีมาแวร่า (ยูธคัพ) ในฤดูกาล 1983-1984 จากนั้นในฤดูกาลเดียวกัน มัลดินี่ก็เริ่มก้าวเข้าสู่การเป็นซีเนียร์ของสโมสรด้วยวัยเพียง 16 ปี

“ก่อนหน้านี้ผมก็เคยไปที่ ซาน ซิโร่ มาหลายครั้งสมัยยังเป็นเด็กมันเป็นบรรยากาศที่สุดยอดมาก… การได้ลงสนามครั้งแรกของผมมาจากม้านั่งสำรองในเกมที่พบกับอูดิเนเซ่ วันนั้นหิมะตก… พูดตรงๆนะตอนนั้นผมรู้สึกว่าตัวผมเองยังไม่พร้อมและค่อนข้างจะตื่นสนาม”
- เปาโล มัลดินี่

“ผมตื่นเต้น บรรยากาศในสนามมันมีความขลังมาก อึดอัดและน่ากลัว ตอนลงไปผมเริ่มสงสัยแล้วว่าจะต้องเป็นนักเตะระดับไหนถึงจะเล่นในเกมระดับนี้ได้… ผมจำได้อีกว่าลงไปไม่กี่นาทีผมสัมผัสบอลได้เป็นครั้งแรกแล้วผมก็ส่งบอลกลับไปหาผู้รักษาประตู ณ วินาทีนั้นผมก็เริ่มตระหนักได้แล้วว่าผมได้ก้าวเข้าสู่การเป็นนักบอลมืออาชีพแล้ว” - เปาโล ถึง สัมผัสแรกในเวทีเซเรีย

นั่นเป็นการลงสนามครั้งแรกและครั้งสุดท้ายในฤดูกาลนั้น

ฤดูกาลต่อมามัลดินี่ก็เริ่มติดเป็น 11 ตัวจริงของทีมในตำแหน่งแบ๊คขวาและได้รับมอบเสื้อหมายเลข 3 ซึ่งเคยเป็นหมายเลขของ เชซาเร่ พ่อของเขาด้วยวัยเพียง 17 ปีเท่านั้น


พลพรรครอสโซเนรี่ในฤดูกาล 1985-1986 ที่ เปาโล เริ่มได้รับโอกาสลงตัวจริง


นอกจากนี้เค้ายังได้เล่นในแผงรับเดียวกับตำนานกองหลัง อีล กัปปิตาโน่ แห่งมิลานและทีมชาติอิตาลีอย่าง
ฟรังโก้ บาเรซี่ (Franco Baresi)

“ตอนนั้น เปาโล ยังเด็กมากผมพยายามจะให้คำแนะนำ, คำสอนแก่เค้า แต่เป็นที่น่าแปลกใจมากคำแนะนำของผม… มันแทบไม่จำเป็นเลย ในความคิดผมตอนนั้นเค้าก็เป็นผู้เล่นที่ดีมากอยู่แล้ว” - ฟรังโก้ บาเรซี่ ถึง ฤดูกาลแรกที่ เปาโล มัลดินี่ เริ่มลงเป็นตัวจริง

“แม้ว่า ณ ตอนนั้น เปาโล จะมีอายุเพียงแค่ 17 แต่เค้าก็แสดงความเป็นผู้เล่นระดับท๊อปของลีกแล้ว ด้วยบุคลิกของผู้ชนะและความกระหายที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ” - มาร์โก ตาร์เดลี่

ในเวลาต่อมามัลดินี่ก็ถูกจับไปยืนประจำการอยู่ที่ตำแหน่งแบ๊คซ้าย ที่ทำให้เขาโด่งดังตลอดชีวิตการค้าแข้งของเค้า

“ความแข็งแกร่ง ความรวดเร็วในการเล่นแบ๊คของเค้าทำให้พื้นที่กราบซ้ายในสนามเป็นเหมือนที่ของเค้าและควบคุมทุกอย่างได้อย่างง่ายดายและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว” - ฟิลิโป้ กาลี่

“เปาโลมีสมรรถภาพที่สุดยอดมาตั้งแต่เด็กแล้ว การแข่งสปริ้นท์ 50, 60, 100 เมตร เค้าเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกเสมอ เค้ามีร่างกายของนักกีฬาไม่ใช่แค่นักฟุตบอล” - เชซาเร่ มัลดินี่ ถึง สมรรถภาพร่างกายของเปาโล มัลดินี่

“เค้าพาบอลขึ้นไปในแดนคู่ต่อสู้และครอสบอลได้อย่างแม่นยำไปหาเพื่อนร่วมทีม มันไมใช่การครอสแบบสะเปะสะปะ แต่เค้าทำมันได้อย่างแม่นยำจริงๆ ทำให้ผมมาคิดดูว่าเปาโล มีความสมดุล มีเทคนิคที่ดี สรุปแล้วเค้าสมบูรณ์แบบ” - อเลสซานโดร อัลโตแบลี่


จุดเปลี่ยนครั้งยิ่งใหญ่ที่นำมิลานสู่เจ้ายุโรป


มาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของสโมสรมิลานและวิถีฟุตบอลของมัลดินี่

ในปี 1986 เอซีมิลานประสบปัญหาด้านการเงินอย่างหนักเสี่ยงต่อการล้มละลายของสโมสร ซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ ได้เข้ามาเทคโอเวอร์สโมสรและดำรงตำแหน่งเป็นประธานด้วยปนิธานที่จะสร้างเปลี่ยนแปลงรอสโซเนรี่เป็นทีมที่ดีที่สุดในโลกด้วยการอัดฉีดเม็ดเงินมหาศาลเข้ามาแก่สโมสร

ในปีต่อมาซิลวิโอ แบร์ลุสโคนี่ได้แต่งตั้ง “อาร์ริโก้ ซาคคี่” เข้ามาคุมทีมหลังจากก่อนหน้านี้พาทีม ปาร์ม่า เลื่อนชั้นสู่เซเรียและสร้างผลงานนำทีมชนะมิลานในรายการ โคปา อิตาเลีย ถึงสองครั้งสองคราทำให้ถูกใจประธานสโมสรเป็นอย่างมาก

“ถ้าจะให้ผมเปรียบถึงมิลานก่อนและหลังการเข้ามาของซาคคี่… ก่อนหน้านี้ทีมเราจะเน้นไปที่การปะทะและการใช้กำลังในการเล่นบอลเป็นหลัก แต่มิสเตอร์ซาคคี้(คนอิตาลีจะเรียกผู้จัดการทีมว่า มิสเตอร์) สอนให้เราคิดถึงแต่เรื่องฟุตบอลตลอดเวลามันค่อนข้างจะเครียด ณ ตอนนั้น” - เปาโล มัลดินี่ถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของสโมสรมิลาน

“ปี 87-88 ที่ซาคคี้เข้ามา ผมพูดตรงๆปีนั้นมิลานมีคู่แข่งไม่มากนักหรอกนะดูทีมพวกเขาสิ ทาซอตติ มัลดินี่ บาเรซี่ กุลลิท ไรจ์การ์ด บาสเท่น และอีกมากมายนอกจากนี้เค้ายังมีโค้ชดีที่อีกด้วยเริ่มจากปีนั้นพวกเขา(มิลาน) ก็เริ่มประสบความสำเร็จไม่ใช่แค่ในเกมดาร์บี้ ในลีกและบอลถ้วยก็เช่นกัน” - อเลสซานโดร อัลโตแบลี่


การเข้ามาของซาคคี่และสามทหารเสือ


ด้วยการปลูกฝังรากฐานแทคติคที่แปลกใหม่และเป็นเอกลักษณ์ของ อาร์ริโก้ ซาคคี่

AN: จะเขียนถึง Tactical Analysis ของอาร์ริโก้ ซาคคี่ ว่าแทคติคของเค้าที่ทำให้ตอนนั้นมิลานประสบความสำเร็จกลายเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

Spoil

“อาร์ริโก้ ซาคคี่” ฆ่าตำแหน่งลิเบอโร่

ช่วงที่ซาคคี่เริ่มคุมทีม บอลอิตาลียังได้รับอิทธิพลจากแทคติคคาเตนาโช่ของเอเลโน เอเรร่าซึ่งเป็นการเล่นบอลที่เน้นเกมรับเป็นหลัก รูปแบบการทำทีมของอาร์ริโก้ ซาคคี่ที่ ณ ตอนนั้นถือว่าเป็นเรื่องแปลกประหลาดมากที่จะพยายามทำแทคติคที่เน้นเกมรุก

“ตอนผมเริ่มคุมทีม… จุดเริ่มต้นของการวางแทคติคคือเกมรับ เราต้องมีสวีปเปอร์ เราต้องใช้ระบบ สตริค แมน มาร์คกิ้ง
(Stricly Man Marking System) ส่วนเกมรุกนะหรอไม่มีระบบหรอก ใช้ความสร้างสรรค์ส่วนตัวของนักเตะเบอร์ 10 เป็นหลัก
ผมจะบอกอะไรให้ประเทศอิตาลีมีสัญชาติญาณในการตั้งรับมาตั้งแต่โบราณแล้ว คนชาติอื่นชอบมาบุกรุกประเทศเรา”

- อาร์ริโก้ ซาคคี่ ใน Inverting the Pyramid by Jonathan Wilson หนังสือเกี่ยวกับฟุตบอลที่ดีที่สุดตลอดการในความคิดผม

แทคติคสุดพิศดารของซาคคี่คือการเล่นเกมรุกหนัก แนวรับดันขึ้นสูงเพื่อที่จะบีบพื้นที่ในการเล่นให้อยู่ตรงกลางสนามพื้นที่ระหว่างแนวรับถึงแนวรุกไม่เคยเกิน 25 หลา นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลที่จังหวะในการเล่นเกมจะเข้มข้นและรวดเร็วขนาดนี้

ซาคคี่ให้เหตุผลเอาไว้ว่าการที่เราบีบพื้นที่ให้คู่แข่งเหลือเล่นเพียงระยะแคบๆแบบนี้การที่อีกฝั่งจะบุกผ่านแนวรับสุดท้ายเข้ามาได้คือการทำลายแนวผู้เล่นของฝั่งเรา 3 แนวติดต่อกันอย่างรวดเร็วเพราะพื้นที่ในการเล่นแคบมากมีเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่จะถูกเจาะเข้ามาได้

แทคติคเพรสซิ่งของซาคคี่นั้นไม่เหมือนกันแทคติคการบุกอย่างบ้าระห่ำของบาร์เซโลน่าเพราะซาคคี่ได้วางรูปแบบการเล่นเกมรับเอาไว้หลากหลายกว่าในยุคนั้น

“เมื่อก่อนผมเคยใช้การเพรสซิ่งเป็นบางส่วน (Partial Pressing) ซึ่งจะใช้การ Jockeying ในการเพรสซิ่งปิดทางการผ่านบอล และมีการเพรสซิ่งแบบหวังผล (Total Pressing) ซึ่งจะโฟกัสไปที่การเข้าแย่งบอลนอกจากนี้ยังมีการหลอกเพรสซิ่ง (Fake Pressing) ที่ผมให้ลูกทีมทำท่าทางเหมือนจะเพรสพื้นที่แต่ความจริงแล้วไม่เราใช้เวลานั้นพักฟื้นสภาพความพร้อมของนักเตะในสนาม”
- อาร์ริโก้ ซาคคี่ ใน Inverting the Pyramid by Jonathan Wilson

ว่าด้วยเรื่องรูปแบบการฝึกซ้อมของซาคคี่ เหมือนเช่นคำสัมภาษณ์ของมัลดินี่ที่เปรียบเทียบมิลานก่อนและหลังการเข้ามาของซาคคี่ว่า ได้เข้ามาปลูกฝังแทคติคลงในหัวของนักเตะทุกคนฝึกซ้อมกับเงา(Shadow Play)*
*วิธีนี้คอนเต้ก็นำมาปรับใช้กับนักเตะเชลซีในการวางระบบหลังสามและวิงแบ็คจนประสบความสำเร็จในปี 2016-2017

การฝึกซ้อมกับเงามันคืออะไร?

ซาคคี่จับนักเตะเล่นฟุตบอลแบบไม่มีคู่แข่งแต่ซาคคี่จะเป็นคนคอยบอกตำแหน่งของลูกบอลและให้นักเตะปรับตำแหน่ง
ตามตำแหน่งในแทคติคที่ถูกปลูกฝังเอาไว้

เพราะการใช้ระบบ Zonal marking ทำให้แทคติคของมิลานปรับมาใช้แผน 4-4-2 ที่ทำให้นักเตะทุกคนในแผนมีโซนที่ต้องรับผิดชอบแม้แต่กองหน้าก็ต้องรับผิดชอบโซนของตัวเองเหมือนกันทำให้ซาคคี่ชอบนักเตะสารพัดประโยชน์เป็นอย่างมาก(เช่นตำแหน่ง False Nine) และไม่ค่อยชอบนักเตะโดดเด่นอะไรมากๆแค่อย่างเดียว (พวก Specialist)

“ถ้าบาจโจ้เป็นราฟาเอลโล่ บาสเท่นจะเป็นใครล่ะ… ดาวินชี่ยังไงล่ะเค้าเป็นทั้งศิลปินและวิศวกรที่ชำนาญในศิลป์แห่งทำประตูและศาสตร์แห่งการผ่านบอล” - อาเดรียโน่ กัลเลียนี่

ณ ตอนนั้นการเล่นแบบ Pure zonal marking system ของซาคคี่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามจนเอซี มิลานได้รับฉายาว่า “เทพ” (The Immortals) และเปิดประตูสู่การเล่นฟุตบอลสมัยใหม่มาจนถึงทุกวันนี้ที่มีการปรับใช้รูปแบบเกมรับแบบคุมโซนและแมนมาร์คกิ้งเข้าด้วยกัน
 



แทคติคผสมระหว่าง Zonal และ Man Marking Sytem ของเลสเตอร์ที่รูปแบบการ Pressing ได้รับอิทธิพลมาจากซาคคี่


การเข้ามาของซาคคี่มีผลต่อรูปแบบการเล่นของมัลดินี่เป็นอย่างมากความเข้าใจในแทคติคฟุตบอลสมัยคาเตนาโช่ที่เน้นเกมรับมาแต่กำเนิด ผ่านการปลูกฝังแทคติค Zonal Marking System ของซาคคี่ทำให้เปรียบเสมือนว่ามัลดินี่ผ่านยุคของฟุตบอลมาสองยุคในขณะที่วัยเพียงแค่ 18-19 ปีเท่านั้นเอง

วาระแรกในการคุมมิลานของซาคคี่ประสบความสำเร็จล้นหลามทั้งระดับประเทศและระดับทวีปแม้ว่าชื่อเสียงและสป็อตไลท์จะไปส่องที่สามทหารเสือเป็นหลัก แต่แผงรับที่แข็งแกร่งก็ได้รับความสนใจไม่แพ้กัน

“ แม้ว่าเกมรุกจะได้รับความสนใจเกือบทั้งหมด แต่เกมรับซึ่งเปรียบเสมือนกระดูกสันหลังของทีมก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ตอนนั้นเกมรับเราเปรียบเสมือนปราการเหล็กจากการฝึกซ้อมอย่างหนัก” - ฟรังโก้ บาเรซี่ ถึง แผงหลังมิลานยุค The Immortals

“ตอนนั้นพวกเรากองหลังทั้งสี่คนสามารถที่จะเคลื่อนตำแหน่งไปในทิศทางเดียวกัน อ่านเกมออกไปในรูปแบบเดียวกัน ผมคิดว่านั้นคือเหตุผลของความสำเร็จในเกมรับ จริงไม่ใช่แค่สี่คนสิ ห้าคนต่างหากล่ะรวมฟิลิปโป้ กาลี่ด้วย”
- เมาโร ทาซอตติ ถึงแผงหลังมิลานยุค The Immortals

พาร์ทนี้เขียนถึงแค่นี้ก็พอแล้วกัน
พาร์ทหน้าจะต่อจากยุค The Immortals เข้าสู่ยุค The Invincibles เป็นต้นไป

AN: โดยส่วนตัวคิดว่าช่วงเวลานี้แหละการที่มิลานก้าวเข้าสู่ยุค The Immortals ทำให้เกิดนักเตะเก่งๆแบบน้ามัลที่จริงๆแล้วอาจจะเป็นนักเตะเก่งที่ผ่านยุคมาร์คคนกะมาร์คโซนมาทำให้ครบเครื่องมากๆ กุนซือเก่งๆอย่างอันเชล็อตติหรือใครหลายคนที่มาจับงานแทคติคได้เลย มัลดินี่เองก็เคยพูดถึงอันเชล็อตติไว้ว่า อันเช่เป็นกองกลางที่ทันแผนมากสมัยยังเป็นผู้เล่นในหัวมีแต่แทคติคจริงๆ


The Immortals


 
แก้ไขล่าสุดโดย arnonearth เมื่อ Mon Sep 25, 2017 13:19, ทั้งหมด 15 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

Lampard starts the bounce...
If you don't fucking bounce then you're a red
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status: ♥♥♥宋雨琦♥♥♥
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 31601
ที่อยู่: O_o
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 02:53
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender]
โคตรสาระ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: ขอแฮงจงสิงอยู่กับข่อย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 23 Sep 2010
ตอบ: 9448
ที่อยู่: The Mistletoe
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 03:18
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender]
ผมนี่รอพาร์ทต่อไปแทบไม่ไหว GrandeMaldini! ForzaMilan! [/b]
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status: INNER CIRCLE || BLIИK || THE BLUES
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 9736
ที่อยู่: YG EИTERTAIИMEИT || STAMFORD BRIDGE
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 03:38
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender]
มาผิดเวลาไปหน่อยท่านน่าจะเก็บไว้ตั้ง พน

เพราะวันนี้คิดว่าเดี๋ยวมู้นี้คงตกไปหน้า 2 แล้ว

มีแฟนทีมนึงพร้อมระบาย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
________________________WINNER || BLACKPIИK || CHELSEA________________________



ออนไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Feb 2009
ตอบ: 2446
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 03:47
Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender
ขอบคุณครับ จริงๆเริ่มจากอยากเขียนไว้อ่านเอง แต่ผมตอนแรกใส่ Locker ไม่เป็นคิดว่าต้องตั้งกระทู้ก่อนถึงจะใส่ได้

ไว้ว่างๆผมเขียนตอนสองอีกบทความก็แล้วกัน 555
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

Lampard starts the bounce...
If you don't fucking bounce then you're a red
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 494
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 03:56
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender]
แบ็คซ้ายอันดับ 1 ของโลก ตลอดกาล
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน




ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: ความสุขมีอยู่ทุกที่..
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 3200
ที่อยู่: ข้างร้านเจ๊ไฝ
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 04:09
[RE]Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender
สุดยอดตำนานคนนึงแห่งมิลาน
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ทำไมคนเราถึงสามารถไม่คิดถึงคนอื่น และพูดถึงแต่เรื่องของตัวเองได้ขนาดนี้

Why so serious ?
ออนไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: You Win or You Die
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 1156
ที่อยู่: Phuket City
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 04:19
[RE]Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender
เสียดาย น่าจะลงวันพรุ่งนี้ ลงพาร์ทใหม่ตอนกลางวันนะครับคนจะได้อ่านกันเยอะๆ

ปล. ลุ้นจริงๆอยากให้คอนเต้ทำทีมขึ้นมาแบบยิ่งใหญ่สุดสักช่วงนึงในชีวิตผม 2-3ปี ก็พอละ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


Winter is here
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 56
ที่อยู่: อ.เมือง จ.นครราชสีมา
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 04:23
[RE]Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender
กระทู้แบบนี้ๆและ ที่บอร์ดควรจะมี


ขอบคุณที่สร้างสรรค์บทความให้อ่านนะครับ
ชอบการเรียบเรียงบทความมากครับ
มีทั้งพาร์ทเนื้อหา แบ่งช่วงเนื้อหาได้เยี่ยม
ยกบทพูดกับรูปภาพมาประกอบ ทำให้มีสีสัน
การจัดตัวอักษร ก็เป็นระเบียบเรียบร้อย อ่านง่าย อ่านเพลินครับ
หาข้อมูลได้เยอะก็ว่าเก่งแล้ว แต่นำมารวมกันให้มันอ่านไหลลื่นนี้
เยี่ยมเลยครับ

รอติดตามพาร์ท 2 เลยงี้ 555
แต่ตอนนี้ รับไป 1 แผล่บจากผมค้าบบบ

โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 4254
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 07:35
Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender
ผมเชียร์มิลานห่างๆตลอดเพราะคนนี้แหละ
โพสต์บนแอป Soccersuck บน Android
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
........................Buffon............................
Cafu Beckenbauer bobby moore Maldini
.......................Robson...........................
.......Maradona...Zidane...Ronaldinho .......
................... Pele Messi......................
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 986
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 07:54
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender]
เคยได้ยินว่าคอนเต้แกใช้วิธีซ้อมกับเงาเหมือนกันอ่ะ

ซาคคี่กับคอนเต้เคยทำงานร่วมกันด้วยป่ะครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน




ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 6182
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 08:17
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender CH.1]
โซนผสมมีมาก่อนซาคคี่นะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 6182
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 08:24
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender CH.1]
TCFC พิมพ์ว่า:
เคยได้ยินว่าคอนเต้แกใช้วิธีซ้อมกับเงาเหมือนกันอ่ะ

ซาคคี่กับคอนเต้เคยทำงานร่วมกันด้วยป่ะครับ  


บอลโลก 1994
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
sxs
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 35
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 09:20
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender CH.1]
กระทู้คุณภาพ.... สุดยอดมากๆครับ

กัปตันคือคนที่ทำให้ผมรักมิลานมาจนทุกวันนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Oct 2009
ตอบ: 1979
ที่อยู่: BKK
โพสเมื่อ: Thu Sep 14, 2017 09:28
[RE: Paolo Maldini - The Irreplaceable Defender CH.1]
เก่งจริงๆยอมรับเลยคนนี้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel