BLOG BOARD_A
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
BLOG BOARD_B
ติดต่อรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Line ID: @saless เบอร์โทรศัพท์ 0654695416 , 0654693944 โปรโมชั่นลดจากเดิม 30% (ไม่รับโฆษณาผิดกฏหมายทุกประเภท)
ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: Trip of a lifetime
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Sep 2017
ตอบ: 38
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 18:48
บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค
รีล มาดริดกับเป้าหมายที่สโมสรอื่นไม่อาจกล้าฝันถึง



ถ้าไม่นับ 4 ปีที่ผ่านมา ความฝันอันสูงส่งของรีล มาดริดที่จะเป็นสโมสรแรกของโลกที่จะคว้า " La Decima" หรือการครองถ้วยแชมป์ยุโรปที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครบ 10 สมัย อาจจะดูยาวไกลสำหรับบางคน แต่ ภายใน 4 ปีที่ผ่านมา ยอดทีมจากสเปนได้ทำผลงานอย่างยิ่งใหญ่ในเวทีสูงสุดของยุโรป โดยการคว้า 3 แชมป์ จาก 4 ปีหลังสุด ส่งตัวเองขึ้นสู่จุดสูงสุดของยุโรป เป็นสโมสรเดียวที่ทำ "Duo La Decima" หรือแชมป์ UCL 12 สมัยได้สำเร็จ ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง เอซี มิลาน 5 สมัย และนำคู่แข่งตลอดกาลของพวกเขาอย่างบาร์เซโลน่าถึง 7 สมัย

หากดูแค่จำนวนถ้วยรางวัลเพียงอย่างเดียว มันอาจดูเหมือนว่า มาดริดทำผลงานได้ดีอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงระยะเวลา 62 ปีนับตั้งแต่การแข่งขันนี้ได้มีขึ้นใน ค.ศ. 1955 แต่นั่นไม่เป็นความจริงซักทีเดียว รีล มาดริดกับการครอบครองความยิ่งใหญ่นี้ในยุโรปนั้นถูกแบ่งออกเป็น 3 ยุคหลักๆ ด้วยกัน

ยุคแรก: 6 ถ้วยยุโรปแรกของมาดริด : 1956-1966



6 ถ้วยยุโรปแรกของมาดริดล้วนอยู่ใน ค.ศ. 1956-1966 ใน 10 ปีนี้ มาดริดได้สร้างประวัติศาสตร์ โดยการคว้าแชมป์ยุโรป 5 ปีติดต่อกัน และยังไม่มีสโมสรไหนที่จะทำได้ใกล้เคียงสถิตินี้อีกนับตั้งแต่นั้นมา

ยุคที่สอง:ถ้วยที่ 7,8 และ 9: 1998-2002




เป็นที่น่าตกใจ ที่จะบอกว่ารีลมาดริดต้องใช้เวลาถึง 32 ปี กว่าจะได้แชมป์ยุโรปสมัยที่ 7 ในปี 1998
จากนั้น มาดริด ยุค กาลาคติกอส ทำได้สำเร็จอีก 2 สมัย ในปี 2000 และ 2002

ณ ตอนนั้น ความฝันของรีล มาดริด กับ "La Decima" ดูไม่ไกลเกินเอื้ม แต่ใครจะรู้ว่าพวกเขาต้องใช้เวลาและความพยายามเป็นเวลา 12 ปี กว่าจะทำความฝันนี้สำเร็จ!

ยุคที่สาม: La Decima- La Duo Decima: 2014-2017





หลังจาก ปี 2002 นั้น โปรเจคกาลาคติกอสในยุคที่ 2 ของเปเรซนั้นล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
จากการที่มีสตาร์ล้นทีม จนส่งผลกระทบถึงสมดุลของทีม อาการของมาดริด ดูย่ำแย่ขึ้นมากนับตั้งแต่ มาเกเลเล่ย้ายออกไปในปี 2005
หลังจากนั้นมา โมเดลการซื้อตัวของรีล มาดริด ได้เริ่มเปลี่ยนไปทีละน้อย โดยคำนึงถึงความสมดุลของทีมากยิ่งขึ้น ในที่สุด ความสำเร็จของมาดริดในการครอง 3 ถ้วยยุโรปใน 4 ปีล่าสุดนั้น ส่วนหนึ่งมาจากโมเดลการซื้อขายตัวในรูปแบบใหม่ของมาดริด ต่างจากในยุคก่อนที่ทีมมีแต่สตาร์เกมรุกจนทำลายสมดุลของทีมไปโดยสิ้นเชิง

รีล มาดริดในชุดปัจจุบันนั้น มีคุณลักษณะพิเศษที่แตกต่างจากยุคอื่นอยู่ 3 ข้อใหญ่ด้วยกัน

1. ความกลมกลืนของทีม




นับตั้งแต่การย้ายมาด้วยค่าตัว สถิติโลกของ โรนัลโด้ และ เบล ในปี 2009 และ 2013 จากนั้นพวกเขาซื้อโทนี่ โครส, โรดิเกวซ, และ นาวาสในปี 2014 ตั้งแต่นั้นมา มาดริดซื้อ-ขาย ตัวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด สิ่งๆนี้ทำให้ ความต่อเนื่องของ 11 คนแรกของมาดริดเป็นไปอย่างน่าทึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เห็นได้ชัดจากการที่ผู้เล่นชุดหลักจำนวน 9 คน ของมาดริด ประกอบด้วย คาร์วาฮาล, รามอส, มาร์เซโล่, โมดริช, อิสโก้, เบล, เบนเซม่า, และโรนัลโด้ ได้มีส่วนร่วมในนัดชิงขนะเลิศถ้วยยุโรปทั้ง 3 ปีที่พวกเขาได้แชมป์

รีล มาดริดมีความกลมกลืนอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน กองหน้าตัวหลัก 3 คน ทำงานกันได้อย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ เบนเซม่ามักจะเป็นคนที่ถูกมองข้ามแต่เขาได้ทำหน้าที่ของเขาอย่างต่อเนื่องในการวิ่งสร้างพื้นที่ให้โรนัลโด้ตัดเข้าในจากพื้นที่ฝั่งซ้าย กาเรธ เบล รับหน้าที่ตัดเข้าในเพื่อเชื่อมเกมกับเบนเซม่าและสร้างพื้นที่ให้ คาร์วาฮาล วิ่งโอเวอร์แลปขึ้นมา

กองกลางของมาดริดนั้นดูสมบูรณ์แบบ โครส และ โมดริช ล้วนต่างเป็นหนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของโลก ประกอบกับคาเซมิโร่ที่คอยรับหน้าที่ปัดกวามเกม ให้กับมาดริดได้เป็นอย่างดี

ในแผงหลังของมาดริดนั้น แซร์จิโอ รามอสได้จับคู่เล่นกับ วาราน
และมาร์เซโล่แบ็คซ้ายทีมชาติบราซิลมาอย่างยาวนานถึง 6 ปี และ 11 ปีตามลำดับ แผงรับของมาดริดดูแข็งแกร่งและะน่าจะยืนระยะไปได้อย่างน้อยอีก 2-3 ปี

2. ซีดาน และ คาเซมิโร่



คาเซมิโร่นั้นสมควรจะได้รับเครดิตจากความสำเร็จในยุโรปของมาดริด ไม่น้อยไปกว่าโรนัลโด้หรือผู้เล่นหลักคนอื่นๆ เขาเป็นกองกลางที่คอยปัดกวาดพื้นที่เกมรับของมาดริดอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อให้อิสระมากขึ้นแก่ผู้เล่นเกมรุก

ปัญหาในเรื่องกองกลางตัวรับของมาดริดนั้นสามารถย้อนกลับไปตั้งแต่ เปเรซยุคแรกในปี 2003 ที่เขาขาย โคล้ด มาเกเลเล่ และทดแทนมาด้วย เดวิด เบ็คแฮม เปเเรซในตอนนั้นได้กล่าวว่า "มาเกเลเล่นะเหรอ โหม่งบอลก็ไม่เก่ง แถมผ่านบอลแต่ละครั้งนี่ไม่เกิน 3 เมตรด้วยซ้ำ, เดวิด เบ็คแฮม และผู้เล่นดาวรุ่งจะทดแทนเขาได้อย่างแน่นอน" ในเวลานั้น ซีดานได้ออกมาตอบโต้ว่า "จะทาสีเบนท์ลีย์ด้วยสีทองอีกทำไมในตอนที่คุณกำลังสูญเสียห้องเครื่องหลัก?" ผลงานหลังจากนั้นเป็นสิ่งพิสูจน์ว่าเปเรซคิดผิด


ในช่วงยุคที่ 2 ของเปเรซ คาเซมิโร่ไม่ได้รับโอกาสมากนักในช่วงแรกในสมัยเบนิเตซ เปเรซยังคงต้องการให้มาดริดเล่นในรูปแบบไร้มิดฟิลด์ตัวรับ ความดึงดันของประธานสโมสรส่งปลกระทบอย่างใหญ่หลวง เบนิเตซรู้สึกโดนกดดันให้ใช้กองกลาง 2คน (โมดริช-โครส) ทำให้มาดริด โดนบาร์เซโลน่าซึ่งไม่มีเมสซี่ถล่มไป 4-0 คาเบอร์นาบิว เรื่องนี้ทำให้เบนิเตซออกจากทีมไปหลังผ่านเพียงแค่ครึ่งฤดูกาล


หลังจากการเข้ามาของซีดาน คาเซมิโร่กลายเป็น หนึ่งใน 11 ตัวจริงของทีม รีล มาดริด ดูมีความสมดุลมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คาเซมิโร่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในเกมบุกและทำประตูในเกมสำคัญๆได้ การเข้ามาเป็นตัวหลักของทีมของคาเซมีโร่ แสดงให้เห็นว่ามาดริดในยุคนี้ ยอมที่จะสตาร์คนใดคนหนึ่งเพื่อให้ทีมของพวกเขาเข็งแกร่งขึ้น

แน่นอนท่ีสุด ซีเนดีน ซีดานสมควรที่จะได้รับเครดิตจากการที่เขาลบคำสบประมาทเมื่อ 3 ปีก่อนได้หมดสิ้น ในฐานะผู้จัดการทีม เขา ใจเย็น, สุขุม, และเชื่อมั่นในพรสวรรค์ประกอบกับทีมเวิร์คของทีม เขาเป็นผู้จัดการในอุดมคติของ รีลมาดริด

3. ผู้เล่นดาวรุ่ง


ในทศวรรษที่ผ่านมา สิ่งที่น่าผิดหวังของมาดริดคือการที่พวกเขาไม่ให้เวลาลงเล่นแก่ดาวรุ่งของสโมสร แต่ในตอนนี้มาดริดมีผู้เล่นดาวรุ่งกับศักยภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจ และพร้อมจะก้าวสู่ระดับท็อปในช่วงวเวลาข้างหน้า

ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคือ มาร์โค อเซนซิโอ ซึ่งถูกซื้อมาจาก มาร์ญอก้าด้วยราคาเพียง 4 ล้านยูโร ก่อนจะปล่อยยืมไป 2 ฤดูกาล อเซนซิโอกลับมาในฤดุกาลก่อนในบทบาทตัวสำรองและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม เขาออกสตาร์ทฤดูกาลนี้ได้เป็นอย่างดีในอายุแค่ 21 ปี และหากเขารักษาฟอร์มระกับนี้ไว้ได้ คงเป็นเวลาอีกไม่นาน ที่เขาจะเข้ามาอยู่ใน 11 คนแรกของมาดริดเหนือเบล
ดานี เซบาญอส มิดฟิลด์ที่มีความสามารถรอบด้านวัย 21 ปี จาก รีล เบติส เป็นอีกหนึ่งคนที่รอดวันสอดแทรกสู่ทีมชุดใหญ่เช่นกัน ลูคัส วาสเกซ ได้ค่อยๆไต่เต้ามาจาก มาดริดทีม C และ B จนมีบทบาทเป็น ซูเปอร์ซับของมาดริด อิสโก้ถูกซื้อตัวมาเมื่อ 4 ปีก่อน และมาดริดได้พัฒนาเขาจนกลายมาเป็นผู้เล่นระดับโลกที่จะเป็นแกนหลักของมาดริดและสเปนในยุคต่อไป

รีล มาดริดเป็นทีมแรกที่สามารถรักษาแชมป์ยุโรปไว้ได้นับตั้งแต่ถ้วยได้มีการเปลี่ยนชื่อ เป็น ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีกส์ และในปีนี้พวกเขาพุ่งเป้าหมายไปที่การคว้าแชมป์ 3 ปีติดต่อกัน ซึ่งเคยเกิดขึ้นเพียง 3 ครั้งเท่านั้น: โดย พวกเขาเองในช่วง 1950, อาแจ็กซ์และบาเยิร์นในช่วง 1970 หากพวกเขาทำได้
คงถึงเวลาที่เราจะต้องเรียกว่าสุดยอดทีมยุโรปตลอดกาลจนกว่าจะมีทีมใดทีมหนึ่งเอื้อมถึงแล้วล่ะครับ...


แก้ไขล่าสุดโดย Forever Faithful เมื่อ Wed Sep 13, 2017 00:34, ทั้งหมด 11 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2016
ตอบ: 1291
ที่อยู่: แอนฟิลด์
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 18:55
ถูกแบนแล้ว
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ทีมที่ดีที่สุดในโลก พร้อมด้วยกองหลังกัปตันที่ดีที่สุดแห่งยุค

ตอบแทนมอส&จูน
4
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
อบรมขอไลเซนส์
Status: CaptainRamos
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 43975
ที่อยู่: แร่รอน...ไปทั่ว...ไม่มีที่อยู่
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 18:56
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ครับ ย้ายมาเชียร์มาดริดไหมละ แต่ต้องลบ ปืนใหญ่ออกไปให้หมดนะ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออนไลน์
อบรมขอไลเซนส์
Status: CaptainRamos
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 43975
ที่อยู่: แร่รอน...ไปทั่ว...ไม่มีที่อยู่
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 18:57
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ลื่น4 พิมพ์ว่า:
ทีมที่ดีที่สุดในโลก พร้อมด้วยกองหลังกัปตันที่ดีที่สุดแห่งยุค

ตอบแทนมอส&จูน
 


ถือว่ารู้จักกันจริง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 6534
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 18:59
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ถ้าฟอร์มแบบนี้ ปีนี้คงไม่ได้สักแชมป์
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


ออนไลน์
อบรมขอไลเซนส์
Status: CaptainRamos
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Feb 2017
ตอบ: 43975
ที่อยู่: แร่รอน...ไปทั่ว...ไม่มีที่อยู่
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:01
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
F-Se-A พิมพ์ว่า:
ถ้าฟอร์มแบบนี้ ปีนี้คงไม่ได้สักแชมป์
 


โคปาสักถ้วยก็ไม่เป็นไร ไม่ได้นานละ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 2739
ที่อยู่: The North
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:06
ถูกแบนแล้ว
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ซีดานคือคำตอบ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 2739
ที่อยู่: The North
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:07
ถูกแบนแล้ว
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
CaptainRamos พิมพ์ว่า:
F-Se-A พิมพ์ว่า:
ถ้าฟอร์มแบบนี้ ปีนี้คงไม่ได้สักแชมป์
 


โคปาสักถ้วยก็ไม่เป็นไร ไม่ได้นานละ  


ขอลาลีก้าอีกซักปี สังหรว่าปีหน้าอาจจะยากแล้ว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 14077
ที่อยู่: Somewhere
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:10
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ข้อ 2 ซีดานน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุด

ในวันที่เสียมาเกเลเล่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 4920
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:18
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ลื่น4 พิมพ์ว่า:
ทีมที่ดีที่สุดในโลก พร้อมด้วยกองหลังกัปตันที่ดีที่สุดแห่งยุค

ตอบแทนมอส&จูน
 

มาว่ะ ลื่น
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ข.
Status: Blink
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7510
ที่อยู่: Santiago bernabeu
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:42
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
F-Se-A พิมพ์ว่า:
ถ้าฟอร์มแบบนี้ ปีนี้คงไม่ได้สักแชมป์
 


ไม่มีอะไรแน่นอน ทีมมันยังไม่ฟูลเลย

ในวันที่ฟูลก็ชนะรัวๆ

ปีก่อนๆ ก็มาครบเอาจะท้ายฤดูกาลนู่น

ถ้ามาดริดไม่พร้อม ก็ไม่มี ทีมไหนพร้อมแล้วแหละน่า ใจเย็นๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักบอลถ้วย ค.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Apr 2009
ตอบ: 3383
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 19:46
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
ให้เป็นอันดับ 1 ตอนนี้ละ ช่วงสตาร์ทอาจไม่ดี แต่เทียบกับบาซ่ากับบาเยิร์นสองทีมนี้ขาลงมากกว่าอีก ถ้านับแต่ความสมดุลผมให้ PSG เหนือกว่าสองทีมนี้ซะอีกตัวสำรองนี่ตัวหลักทีมใหญ่ๆยังได้ ผมว่าสิ่งที่มาดริดพลาดที่ปล่อยโมราต้าไปนี่แหละ เบนเซม่ายิ่งเล่นยิ่งแย่แต่ดันยึดตำแหน่งตัวจริง นัดที่ชนะจะอวยว่ากองหน้าสายซับยังไงก็เถอะ แต่เพื่อนสร้างโอกาศให้อย่างเยอะแต่ทำไม่ได้ไม่ควรเล่นตรงนั้นหรอก ผมไม่ได้เชียร์มาดริดเวลาดูยังโครตหงุดหงิดเลย
แก้ไขล่าสุดโดย Ecolizer เมื่อ Tue Sep 12, 2017 19:46, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2017
ตอบ: 1988
ที่อยู่: แอนฟิล
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 20:19
ถูกแบนแล้ว
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
CaptainRamos พิมพ์ว่า:
ครับ ย้ายมาเชียร์มาดริดไหมละ แต่ต้องลบ ปืนใหญ่ออกไปให้หมดนะ  

มอสผมก็แอบเชียร์นะไม่ติดตรงเฮียจูนเข้าเคยเชียร์หงส์มาก่อนผมเชียร์เต็มตัวแล้ว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2017
ตอบ: 4920
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 21:07
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
eyeshied22 พิมพ์ว่า:
CaptainRamos พิมพ์ว่า:
ครับ ย้ายมาเชียร์มาดริดไหมละ แต่ต้องลบ ปืนใหญ่ออกไปให้หมดนะ  

มอสผมก็แอบเชียร์นะไม่ติดตรงเฮียจูนเข้าเคยเชียร์หงส์มาก่อนผมเชียร์เต็มตัวแล้ว  


เดี่ยวๆๆๆๆๆๆ เฮียไปเชียร์หงส์ ตอนไหนหรอ ครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
SPx
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2015
ตอบ: 6473
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Sep 12, 2017 21:19
[RE: บทวิเคราะห์: มาดริดกับการเป็นเจ้ายุโรปแห่งยุค]
มีสาระดีมากๆเลยครับ จูนน่าจะเอาเป็นตัวอย่างบ้างนะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel