ผู้ตั้ง
ข้อความ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 3409
ที่อยู่: ในใจคุณ
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 3:14 pm
นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า
"เรื่องนี้ ดีมาก "
.....
ณ ครั้งพุทธกาล...

พระพุทธเจ้า เสด็จประทับอยู่กลางป่า ช่วงปลายฝน ต้นหนาว มีชายคนหนึ่ง ซึ่งมีอาชีพ เป็นคนเลี้ยงโค (นายโคบาล) ได้มาพบเข้ากับพระพุทธเจ้า ซึ่งไม่ทราบว่าเป็น พระพุทธองค์ จึงเข้าไปถามว่า ขอโทษขอรับ ท่านเป็นใคร
.....
พระพุทธเจ้า ทรงตรัสตอบว่า เรา ตถาคต
......
นายโคบาล ตกใจ บอกว่าพระองค์มานั่งอยู่กลางป่าได้อย่างไร พระองค์มีความสุขไหม
......
พระพุทธองค์ จึงทรงตรัสตอบว่า เธอรู้ไหม ในบรรดาคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ฉันเป็นหนึ่งในนั้น
....
นายโคบาลได้ยินพระดำรัสเช่นนั้น ถึงกับตัวชาและมีความปิติ ด้วยอำนาจของพระพุทธองค์
.....
พระพุทธองค์ ตรัสถามต่อว่า เธอกำลัง ทำอะไร
.....
กระหม่อมฉัน ตามหาวัว ขอรับ
วัว กี่ ตัว
.....
๑๖ ตัว ขอรับ
แล้วตอนนี้ วัว อยู่ไหน
.....
วัวหาย ทั้งหมดเลยขอรับ
เธอ คิดว่าฉันมีวัวไหม
ไม่มี ขอรับ
คน ไม่มีวัวอย่างฉัน มีโอกาสทุกข์เพราะ ไม่มีวัวไหม
ไม่มี ขอรับ
เห็นไหมว่า คนมีวัว ทุกข์เพราะวัว คนไม่มีวัว ก็ไม่ทุกข์
.....
พระพุทธเจ้า ตรัสถามต่อ
ในเมืองนี้ ใครมีอำนาจ มีเงินทองมากที่สุด
พระเจ้าพิมพิสาร ขอรับ
พระเจ้าพิมพิสาร มีอำนาจเงินทองที่สุดในเมือง มานั่งเล่นกลางป่าอย่างฉัน ได้ไหม
.....
ไม่ได้ ขอรับ
ก็มีอำนาจ เงินทองขนาดนั้น ทำไมมานั่งเล่นอย่างฉันไม่ได้
ถ้าพระเจ้าพิมพิสาร ออกมานั่งเล่นชายป่า อย่างพระองค์ ก็จะถูกปฏิวัติได้ขอรับ
.....
เห็นไหม ระหว่างฉันกับพระเจ้าพิมพิสาร ใคร มีความสุขกว่ากัน
พระพุทธองค์ ขอรับ
.....
พระพุทธศาสนา สอนว่า วิถีแห่งความสุขไม่ได้อยู่ที่ความมี หรือ ความจน อยู่ที่เรา ยินดีในสิ่งที่มี รุ้จักพอดีในสิ่งที่ได้ เท่านี้ก็มีความสุขแล้ว
*************************
โค 16 ตัว ที่ทุกคนเลี้ยงไว้ มีตั้งแต่ พระราชา เศรษฐี ประชาราษฎร์ทั่วไป พ่อค้า ฯลฯ
.....
พระพุทธเจ้าไม่มี พระปัจเจกพุทธเจ้าไม่มี พระอรหันต์ไม่มี พระอนาคา พระสกิทาคา พระโสดาบัน มีน้อย
ปุถุชนทั่วไปมีมากหนาแน่น ... เรียกว่า # อุปกิเลส16
....
อุปกิเลส (อ่านว่า อุปะกิเหลด) แปลว่า ธรรมชาติที่ทำให้ใจเศร้าหมอง, เครื่องทำให้ใจเศร้าหมอง หมายถึง สิ่งที่ทำให้ใจเศร้าหมองขุ่นมัวไม่แจ่มใส ทำให้ใจหม่นไหม้ ทำให้ใจเสื่อมทราม กล่าวโดยรวมก็คือสิ่งที่ทำให้ใจสกปรก ไม่สะอาดบริสุทธิ์นั่นเอง
.....
อุปกิเลส แสดงไว้ 16 ประการคือ
......
ความเพ่งเล็งอยากได้ไม่เลือกที่
ความพยาบาท
ความโกรธ
ความผูกเจ็บใจ
ความลบหลู่บุญคุณ
ความตีเสมอ
ความริษยา
ความตระหนี่
ความเจ้าเล่ห์
ความโอ้อวด
ความหัวดื้อถือรั้น
ความแข่งดี
ความถือตัว
ความดูหมิ่น
ความมัวเมา
ความประมาทเลินเล่อ
ดังนี้แล

เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 3963
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 3:31 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
อ่านเพลินดีครับ สอนให้คิดให้เห็นด้วยตัวเองล้วนๆเลย
เข้าร่วม: 22 Oct 2009
ตอบ: 1956
ที่อยู่: Rock Bottom, Loserville, Nothing Town
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 3:33 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ขอบคุณครับ
เข้าร่วม: 01 May 2008
ตอบ: 6384
ที่อยู่: โรงเรียนสำหรับผู้มีพรสวรรค์
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 3:40 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ชอบมากครับ โหวตให้เลย

The Quieter You Become, The More You Are Able To Hear.

เข้าร่วม: 08 Mar 2010
ตอบ: 1357
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 3:56 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
คำสอนดีแต่คนไม่ค่อยจะศึกษาหรือหาอ่านกัน
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเรียน แต่พอมีโอกาสได้อ่านหนังสือนักธรรม ก็รู้สึกว่ามันสนุกนะยิ่งพุทธประวัติออกแนวเหนือธรรมชาติแฟนตาซี แต่ก็ไม่ได้สนใจตรงนั้นมาก เลือกที่จะมองเรื่องแนวคิดข้อคิดมากกว่า
บอกได้เลยว่าคำสอนเมื่อสองพันกว่าปีก่อนยังใช้ได้ในปัจจุบัน
ผมเป็นพุทธที่นับถือพระธรรม มากกว่าพระสงฆ์และพระพุทธรูป มันทำให้ไม่มองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้ายจนเกินไป แต่มองเห็นโลกในความเป็นจริงมากขึ้น

“ ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา ”

ปล. ไม่เคยอ่านของศาสนาอื่นเท่าไหร่ก็เลยไม่รู้ว่าคำสอนจะเหมือนกันมากน้อยยังไง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - Manchester united
แบงค็อก ยูไนเต็ด - Bangkok united



ig แจ่มๆ http://hisocietist.com/instagram
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 6712
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 4:02 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ขอบคุณครับ...สาธุ


ระงับความ ไม่พอ นั่นล่ะสุขที่แท้

คนป่วยใกล้ตาย...ขอแค่...มีชีวิตรอดก็พอแล้ว
พอมีชีวิตรอด...ก็ขอ...มีกินมีใช้ก็พอแล้ว
พอมีกินมีใช้...ก็ขอ...อะไรต่อมีอะไรเพิ่มอีกเรื่อยๆ
สิ่งที่เพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ นี่ล่ะทำให้ยังทุกข์อยู่
...ถ้าเราปล่อยเป็น...ก็เย็นใจ สาธุ



เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 3409
ที่อยู่: ในใจคุณ
โพสเมื่อ: Mon Jan 25, 2016 4:05 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
บางครั้งเราอาจมองความสุขจากการมีนั้นมีนี้มากไป
บางที่อยากให้มองความสุขจากการไม่มีดูบาง
แค่มุมมองเปลี่ยนเราก็ได้ความสุขเพิ่มขึ้นเลย
0
0

เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 948
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 4:28 am
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
รูปประกอบไม่ค่อยดีหนะ พระพุทธเจ้าคงไม่นั่งท่านีั
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 1091
ที่อยู่: New World
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 9:53 am
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ดีมากเลยครับ
เข้าร่วม: 05 Jan 2015
ตอบ: 742
ที่อยู่: Fulham Road
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 3:18 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ManU_UnaM พิมพ์ว่า:
คำสอนดีแต่คนไม่ค่อยจะศึกษาหรือหาอ่านกัน
ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือเรียน แต่พอมีโอกาสได้อ่านหนังสือนักธรรม ก็รู้สึกว่ามันสนุกนะยิ่งพุทธประวัติออกแนวเหนือธรรมชาติแฟนตาซี แต่ก็ไม่ได้สนใจตรงนั้นมาก เลือกที่จะมองเรื่องแนวคิดข้อคิดมากกว่า
บอกได้เลยว่าคำสอนเมื่อสองพันกว่าปีก่อนยังใช้ได้ในปัจจุบัน
ผมเป็นพุทธที่นับถือพระธรรม มากกว่าพระสงฆ์และพระพุทธรูป มันทำให้ไม่มองโลกในแง่ดีหรือแง่ร้ายจนเกินไป แต่มองเห็นโลกในความเป็นจริงมากขึ้น

“ ดูก่อนอานนท์ บางทีพวกเธอจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า ปาพจน์มีพระศาสดาล่วงแล้ว พระศาสดาของพวกเราไม่มี ข้อนี้พวกเธอไม่พึงเห็นอย่างนั้น ธรรมก็ดี วินัยก็ดี อันใดอันเราแสดงแล้ว ได้บัญญัติไว้แล้วแก่พวกเธอ ธรรมและวินัยอันนั้นจักเป็นศาสดาแห่งพวกเธอ โดยกาลล่วงไปแห่งเรา ”

ปล. ไม่เคยอ่านของศาสนาอื่นเท่าไหร่ก็เลยไม่รู้ว่าคำสอนจะเหมือนกันมากน้อยยังไง  


อ่านแล้วผมรู้สึกถึงคำว่า อกาลิโก เลย

มันแปลว่าอยู่เหนือกาลเวลารึเปล่า ผมไม่รู้นะ แต่คิดว่าน่าจะใช่ 555555555

คือรู้สึกเหมือนคำของพระองค์มันพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์ยังไงไม่รู้ ถึงจะผ่านมาสองพันกว่าปี ก็ยังเป็นจริงตามนั้น
:::: I'm a big fan of CHELSEA FOOTBALL CLUB ::::

> don't treat me like I ever accused you <


HEY HATERS !!



เข้าร่วม: 05 Jan 2015
ตอบ: 742
ที่อยู่: Fulham Road
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 3:20 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
artcr7 พิมพ์ว่า:
รูปประกอบไม่ค่อยดีหนะ พระพุทธเจ้าคงไม่นั่งท่านีั  


แอบคิดเหมือนกันเลยครับ

ท่านมาจากตระกูลกษัตริย์ การนั่งนอนยืนเดินน่าจะดูสงบสำรวมมีสง่าราศีกว่านี้

อันนี้เหมือนพวก เจ้าชายเจ้าสำราญยังไงไม่รู้ 55555555
:::: I'm a big fan of CHELSEA FOOTBALL CLUB ::::

> don't treat me like I ever accused you <


HEY HATERS !!



เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 948
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 5:11 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
erotic_emblem พิมพ์ว่า:
artcr7 พิมพ์ว่า:
รูปประกอบไม่ค่อยดีหนะ พระพุทธเจ้าคงไม่นั่งท่านีั  


แอบคิดเหมือนกันเลยครับ

ท่านมาจากตระกูลกษัตริย์ การนั่งนอนยืนเดินน่าจะดูสงบสำรวมมีสง่าราศีกว่านี้

อันนี้เหมือนพวก เจ้าชายเจ้าสำราญยังไงไม่รู้ 55555555  
ไม่ใช่แต่ตระกูลกษัตริย์

ในพระธรรมวินัยก็สอนให้กระทำกายยอย่างสำรวมในทุกอิริยาบทเลยครับ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 301
ที่อยู่: ณ ขอบฟ้าอันไกลโพ้น
โพสเมื่อ: Tue Jan 26, 2016 6:04 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
artcr7 พิมพ์ว่า:
erotic_emblem พิมพ์ว่า:
artcr7 พิมพ์ว่า:
รูปประกอบไม่ค่อยดีหนะ พระพุทธเจ้าคงไม่นั่งท่านีั  


แอบคิดเหมือนกันเลยครับ

ท่านมาจากตระกูลกษัตริย์ การนั่งนอนยืนเดินน่าจะดูสงบสำรวมมีสง่าราศีกว่านี้

อันนี้เหมือนพวก เจ้าชายเจ้าสำราญยังไงไม่รู้ 55555555  
ไม่ใช่แต่ตระกูลกษัตริย์

ในพระธรรมวินัยก็สอนให้กระทำกายยอย่างสำรวมในทุกอิริยาบทเลยครับ  



พระวินัยตามพระไตรปิฏกเช่นหมวดปาจิตตีย์ลงไป หลายๆข้อหากพิจารณาดูดีๆ จะเห็นว่าแงด้วยความสง่างาม ขนบ ธรรมเนียมตามจารีตของกษัตริย์ในอดีต

ยกตัวอย่างง่ายๆ ห้ามวิ่ง(ยกเว้นภัยมา) ลองคิดดูว่าพระวิ่งบิณฑบาตรคงดูไม่จืด(กษัตริย์ ช้าง สมณะ เหล่านี้ไม่วิ่งเป็นธรรมดา)
อย่างธรรมเนียมการกินการฉัน เช่น เราจะไม่ฉันเสียงดัง ไม่มีเสียง เป็นต้นใ
เข้าร่วม: 11 Nov 2014
ตอบ: 4048
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 27, 2016 10:47 am
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
ชอบมากคับ กุศโลบายของพระพุทธองค์นี่เฉียบขาดจริงๆ
เข้าร่วม: 20 Apr 2007
ตอบ: 3217
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sat Jan 30, 2016 2:06 pm
[RE: นายโคบาลกับพระพุทธเจ้า]
เราสามารถมีความสุขโดยที่ท้องไม่อิ่มได้ไหมครับ?

สงสัยเฉยๆ
0
0
The sad truth is that most evil is done by people who never make up their minds to be good or evil. Hannah Arendt