ผู้ตั้ง
ข้อความ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7846
ที่อยู่: กทม
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 1:00 am
" สบู่เนื้อมนุษย์" !!
‘ลีโอนาด้า เชียนชูลลี่’ ฆาตกรหญิงแห่งอิตาลี ใช้ชิ้นส่วนศพทำ ‘สบู่เนื้อมนุษย์’!!



บางครั้งความเชื่อของเราก็ก่อให้เกิดฆาตกรต่อเนื่องได้เหมือนกัน

บางครั้งฆาตกรต่อเนื่องก็ทำสิ่งที่หลายคนไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้ฆาตกรต่อเนื่องตัดสินใจฆ่าคนมากกว่าหนึ่งรายขึ้นไป
ทั้งที่เหยื่อที่ตนฆ่านั้นไม่มีแรงจูงใจที่อยากฆ่าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นความแค้น
ผลประโยชน์ หรือเหตุผลส่วนตัว และสิ่งที่ทำให้หลายคนพิศวงมากที่คือฆาตกรต่อเนื่องส่วนมากเมื่อทำการฆ่าเหยื่อของตนแล้วมักจะปฏิบัติต่อศพหลังฆ่าอย่างพิสดาร ประหลาด จนไม่น่าเชื่อว่าเป็นความคิดของมนุษย์
ยกตัวอย่างเช่น หั่นศพ แล่ศพเพื่อนำมากิน จัดท่าทางศพ เอาชิ้นส่วนศพมาเป็นตุ๊กตาหรือทำของใช้ส่วนตัว ฯลฯ
การที่ฆาตกรปฏิบัติต่อศพพิสดารนั้นก็มีหลายเหตุผล เช่น ความเชื่อ ศาสนา อาการทางจิต ความแค้นในวัยเด็ก เช่น ฆาตกรต่อเนื่องในภาพยนตร์ก็ล้วนมีเหตุจูงใจที่ต่างกันออกไป ตัวอย่าง ฮันนิบาล เล็คเตอร์ จากภาพยนตร์ Silence of the Lamps
เขามีความรู้สึกเป็นสุขเมื่อเขาได้กินเนื้อเหยื่อ เพราะคิดว่าจิตวิญญาณของเหยื่อเหล่านั้นได้เป็นส่วนหนึ่งของเขา
เพราะในวัยเด็กน้องสาวของเขาถูกทหารหิวโซกลุ่มหนึ่งกินเพื่อประทังชีวิต หรือ เกรนูอีลเล่ จากภาพยนตร์เรื่อง Perfume (2007) ที่ฆ่าคนเพียงเพื่อทำน้ำหอมด้วยความหวังว่าตนจะได้กลิ่นที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน
ความเชื่อส่วนตัวของฆาตกร เป็นสาเหตุสำคัญที่ฆาตกรตัดสินใจปฏิบัติต่อศพเหยื่อแบบพิสดาร ความเชื่อเหล่านี้เกิดขึ้นจากอิทธิพลวัยเด็กของฆาตกร ความเชื่อทางลัทธิศาสนา มนต์ดำ



ลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่ (Leonarda Cianciulli)

ลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่ เป็นฆาตกรต่อเนื่องอิตาลี ที่ถูกขนามนามว่า “นักทำสบู่แห่งคอร์เรจจิโอ”
เธอทำการฆาตกรรมหญิงสาวในคอร์เรจจิโอสามคน ระหว่าง ปี 1939 และ ปี 1940 โดยเหยื่อทั้งหมดเป็นสาววัยกลางคน
และเมื่อเธอฆ่าเหยื่อเหล่านั้นเสร็จเรียบร้อยแล้วเธอจะเอาร่างกายของเหยื่อเหล่านั้นไปทำสบู่
นอกจากนี้เธอยังใช้เลือดเหยื่อมาผสมกับแยม อบเชย วานิลลาเพื่อทำเป็นเค้กอีกด้วย
ลีโอนาร์ด้า เกิดเมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 1893 ในมอนเตลล่าชีวิตในวัยเด็กของเธอนั้นเหมือนฆาตกรต่อเนื่องทั่วๆ ไป
ที่มีความหลังที่ขมขื่นถูกทำร้ายจิตอย่างรุนแรง ไร้ซึ่งความสุข แม่รังเกียจเธอเพราะเธอเป็นเกิดมาจากการข่มขืน
เมื่อสามีของแม่เสียชีวิต เธอก็แต่งงานใหม่และมีเด็กคนอื่น




ลีโอนาร์ด้าได้เล่าชีวิตของเธอในวัยเด็กว่า เธอเป็นคนตัวเล็ก ร่างกายอ่อนแอ และขี้โรคที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากโรคลมชัก
ทำให้แม่ของเธอต้องรับภาระการรักษาของเธอจนทำให้เธอกลายเป็นส่วนเกินของครอบครัว ครั้งหนึ่งแม่ของเธอถึงกับเอ่ยปากว่า “ฉันเสียใจมากเมื่อเห็นเธอมีชีวิตอยู่ “ลีโอนาร์ด้ากลายเป็นเด็กที่ไม่มีความสุขและอยากจะตาย เธอพยายามฆ่าตัวตายหลายครั้ง โดยพยายามจะแขวนคอตนเองสองครั้งแต่มีคนมาช่วยไว้ทันเสียก่อน และต่อมาเธอพยายามกินเศษกระจกแตกแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น




ในปี 1914 เมื่อลีโอนาร์ด้าอายุได้ 21 ปี เธอได้แต่งงานกับเสมียนจากสำนักงานรีจัสทรีชื่อ ราฟฟาเอล พันซาร์ดี
ท่ามกลางความไม่เห็นด้วยของแม่เพราะอยากให้เธอแต่งงานกับอีกคนมากกว่า
ทำให้ลิโอนาร์ด้าและสามีต้องย้ายไปอยู่ริวันโนเพื่อหนีปัญหาแต่แล้วในปี 1930 ลีโอนาร์ด้าและคู่รักก็สูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง
เมื่อบ้านของเธอถูกทำลายเพราะเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอเชื่อว่าเรื่องทั้งหมดนั้นเกิดจากคำสาปของแม่ที่เกลียดชังเธอ




ลีโอนาร์ด้าได้ย้ายที่อยู่ใหม่อีกครั้ง โดยไปตั้งหลักที่เมืองคอร์เรจจิโอซึ่งตอนนั้นเป็นเมืองชนบทที่เงียบสงบ เธอได้เปิดร้านค้าขายขนาดเล็ก ด้วยความที่เป็นผู้หญิงที่อ่อนโยนและใจกว้างเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แก่เพื่อนบ้านไปทำให้หลายคนละแวกนั้นชอบเธอ เธอมักต้อนรับแขกของเธอด้วยหน้าตาที่ยิ้มแย้มสดใส ชอบแต่งหน้า และมีกลิ่นหอม

(ซึ่งสมัยนั้นผู้หญิงไม่นิยมทำกลิ่นตัวให้หอมเท่าไหร่นัก)



เมื่อลีโอนาร์ด้าอายุ 17 ปี เธอก็ได้ตั้งครรภ์ แต่แล้วลูกคนที่สามของเธอก็เสียชีวิตจากการคลอดก่อนกำหนด
ทำให้เธอเกิดความกลัวที่จะสูญเสียลูกคนที่สี่ นับจากนั้นเป็นต้นมาความกลัวของเธอก็ถูกเติมเต็มด้วยความเชื่อของโชคลาง
เธอเชื่อว่ามันจะช่วยปกป้องไม่ให้ลูกของเธอตาย เธอนับถือหมอดูและเชื่อคำทำนายของหมอดูว่าเด็กทั้งหมดของเธอจะตายในอนาคต นับจากนั้นเป็นต้นมาเธอพยายามทำทุกวิถีทางที่จะช่วยให้ลูกของเธอรอดพ้นจากความตายตามคำพยากรณ์




ในปี 1939 สงครามโลกครั้งที่ 2 เริ่มระบุเมื่ออิตาลีเป็นพันธมิตรกับเยอรมันรวมกลุ่มกันเป็นฝ่ายอักษะและเริ่มโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในยุโรป ในตอนนั้นลีโอนาร์ด้ายังคงใช้ชีวิตตามปกติเหมือนทุกวัน เธอมีมีลูกอยู่สี่คน ลูกสาวคนเดียว นอร์มกำลังเรียนอยู่โรงเรียนอนุบาล เบอร์นาร์โดและ ไบอากิโออยู่ในโรงเรียน และเซปเปกำลังเรียนวรรณคดีที่มหาลัยมิลาน) จนกระทั้งวันหนึ่งเธอได้ยินข่าวลูกชายคนโตของเธอเซปเปได้เข้าร่วมกองทัพอิตาลีในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งเซปเปเป็นลูกที่เธอรักมากและเธอก็อยากปกป้องเขาให้รอดพ้นจากคำสาปของแม่ เธอเลยต้องทำอะไรสักอย่างแม้จะเป็นเรื่องชั่วร้ายก็ตาม เธอเริ่มศึกษามนต์ดำและในที่สุดก็ได้ข้อสรุปว่าเธอน่าจะทำพิธีเสียสละมนุษย์สักคนเพื่อให้ลูกของเธอปลอดภัย ซึ่งตามตำนานโบราณแล้วการเสียสละมนุษย์นั้นจะเป็นการปลอบประโลมการลงโทษของพระเจ้าให้เบาบางลง และนั่นเองจึงเป็นที่มาของสบู่มนุษย์


LA SAPONIFICATRICE, VITA DI LEONARDA CIANCIULLI หนังสือที่ลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่เป็นคนเขียนในขณะอยู่ในคุก


เหยื่อรายแรกของลีโอนาร์ด้าคือฟัวทิน่า เซ็ททิ เป็นเพื่อนบ้านที่มาขอความช่วยเหลือ โดยให้เธอหาสามี
ซึ่งเป็นโอกาสเหมาะที่ทำให้เธอวางแผงในการฆาตกรรม เธอจึงออกกลอุบายว่าเธอสามารถหาคู่ที่เหมาะสมได้ที่โพลา(Pola)
จากนั้นเธอก็บอกให้เอมีลินดาเขียนจดหมายและโปสการ์ดให้กับญาติและเพื่อนๆ ทางไปรษณีย์ว่าตอนนี้เธออยู่โพลาและทุกอย่างกำลังเป็นไปได้ด้วยดี
ในเวลาบ่ายโมงของวันที่ 15 ธันวาคม 1939 ฟัวทิน่าได้บอกกับเพื่อนบ้านว่าช่วงนี้เธอไม่อยู่บ้าน ขอให้พวกเขาดูแลแมวของเธอสองสามวัน โดยเธอกล่าวว่าเธอจะไปทำธุระแต่งงานในเมืองทางตอนใต้และนี้คือภาพสุดท้ายที่ทุกคนเห็นเธอ
ความจริงก็คือฟัวทิน่า ไม่ได้เดินทางไปยังเมืองโพลา เพราะในวันที่เธอกำลังเดินทางเธอได้มาบ้านลีโอนาร์ด้าตามที่เธอนัดเอาไว้ เมื่อเอมีลินดามาถึง เธอจัดการมอมเมาเหยื่อของเธอโดยให้ดื่มไวน์และฆ่าฟัวทิน่า ด้วยขวาน ลากเข้าไปในตู้เสื้อผ้า จากนั้นก็ใช้เลื่อยหั่นแขน ขา หัว ลำตัวของศพเอมีลินดาออกเป็นเก้าส่วนและเก็บเลือดไว้ในอ่าง
และนี้คือคำให้การของเธอ





“ฉันโยนชิ้นเนื้อลงในหม้อ ใส่โซดาไฟเจ็ดกิโลที่ฉันซื้อมาเพื่ออ้างว่าเอาไปทำสบู่ แล้วกวนส่วนผสมทั้งหมดจนละลาย จนข้นเหนียวและดำ ฉันเทมันลงไปในถังหลายถังและที่เหลือก็เอาไปทิ้งที่บ่อบำบัดน้ำเสีย ส่วนเลือดในอ่างนั้นฉันรอมันจนกว่าจะมันจะจับตัวเป็นก้อน
อบแห้งในเตาอบ ผสมมันกับแป้ง น้ำตาล ช็อกโกแลต นม ไข่ ตามด้วยมาการีน นวดส่วนผสมทั้งหมดด้วยกัน ฉันทำเค้กชากรอบจำนวนมากและเอาให้ผู้หญิงที่มาเยี่ยมบ้าน แม้แต่ฉันและเซปเปก็ยังกินด้วยกัน”



ลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่

นอกจากนั้นลีโอนาร์ด้ายังได้ถอนเงินฝากออมทรัพย์ของเอมีลินดา เป็นจำนวนเงิน 30,000 ลีรา(หน่วยเงินตราอิตาลี) เพื่อเอามาเป็นเงินของเธอ พร้อมด้วยสบู่ที่ได้จากศพของเหยื่อที่มีปริมาณมากพอสำหรับใช้หกเดือน
ต่อมาวันที่ เมื่อวันที่ 5 กันยายน 1940 ลีโอนาร์ด้าได้สังหารเหยื่อคนที่สองของเธอ นั่นก็คือ ฟรานเซสก้า โซวี่ โดยเธอได้อ้างว่าได้พบเหยื่อรายนี้ที่งานโรงเรียนในปิอาเซนซ่า เช่นเดียวกับเหยื่อรายแรกเธอได้บอกให้เหยื่อเขียนโปสการ์ดแล้วส่งไปเพื่อนว่าเธออยู่นอกเมือง ก่อนที่จะวันที่เธอทำการฆาตกรรม เธอบอกให้เหยื่อให้ฝากเงินไว้กับเธอ จากนั้นก็มอมเมาเหยื่อด้วยไวน์แล้วใช้ขวานจาม จากนั้นร่างกายของเหยื่อก็ทำเช่นเดียวกับเหยื่อรายแรก และเช่นเดียวกันลีโอนาร์ด้าได้เงินจากการทำฆาตกรรมครั้งนี้เป็นจำนวน 3,000 ลีรา พร้อมกับสบู่ที่มีศพของเหยื่อในปริมาณมากพอที่จะนำไปแจกเพื่อนบ้านใกล้เคียงได้สบาย
เหยื่อรายสุดท้ายของลีโอนาร์ด้าคือเพื่อนบ้านชื่อเวอร์จิเนีย แคคซีออพโป อดีตนักร้องโอเปร่าที่เคยร้องในโรงละครที่มีชื่อเสียงอย่างลาสกาล่า โดยเธอได้หลอกล่อเหยื่อของเธอโดยการอ้างว่าจะพาไปทำงานเป็นเลขานุการของผู้จัดการอุปรากรในฟลอเรนซ์ และแล้ว วันที่ 30 กันยายน 1940 ลีโอนาร์ด้าก็ได้ฆ่าเวอร์จีเนีย เช่นเดียวกับเหยื่อสองรายก่อนหน้า เธอได้นำร่างของเธอเป็นสบู่ และนี้คือคำให้การของเธอ

“เธอได้จบชีวิตเธอเหมือนกับอีกสองคนที่แล้ว ฉันใส่ไขมันและเนื้อสีขาวของเธอลงไปในหม้อแล้วเพิ่มโคโลญลงไปหนึ่งขวด และหลังจากที่ใช้เวลานานจาการต้ม ฉันก็ได้ทำครีมสบู่ที่น่าพอใจ ฉันได้ให้(ช๊อกโกแลตบาร์)ที่มันเข้ากันกับเค้กกับพวกเพื่อนบ้าน ดูเหมือนผู้หญิงคนนี้จะหวานมาก”


เครื่องมือทำสบู่ของลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่


เวลาต่อมาพี่สะใภ้ของเวอร์จิเนียเริ่มสงสัยการหายตัวแบบกะทันหันของเธอต่อมาเธอได้แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจในเรจโจ เอมิเลีย ทำการตรวจสอบ ส่งผลทำให้ลีโอนาร์ด้าถูกจับกุมทันที พร้อมหลักฐานคือเสื้อผ้า รองเท้าของเหยื่อ กระดูกของมนุษย์ในบ้านที่ขาวโพลงซึ่งเธอให้การให้หลังว่ากระดูกเหล่านี้เป็นส่วนที่เหลือจากการต้มในหม้อ ลูกชายคนโตก็ถูกจับกุมฐานสมรู้ร่วมคิดกับเธอด้วย หากแต่ต่อมาไม่นานเขาก็ปล่อยตัว
ลีโอนาร์ด้ายอมรับผิดฐานการฆาตกรรมทั้งหมด เธอถูกนำตัวมาขึ้นศาลของเรจโจ เอมิเลีย และในสัปดาห์สุดท้ายก่อนจะอ่านคำพิพากษาเธอยืนจ้องคอกพยานอย่างใจเย็นมือจับราวกั้นด้วยความละเอียดอ่อน ก่อนที่พนักงานอัยการซักถามรายละเอียดเธอก็จ้องมองด้วยสายตาที่ดุร้ายก่อนที่จะพูดอย่างภาคภูมิใจเกี่ยวกับการก่ออาชญากรรมของตนว่า
“ฉันใช้ทัพพีทองแดง ตักกากไขมันออกจากหม้อต้มน้ำ”


ลีโอนาร์ด้า เชียนซุลลี่ ในชั้นศาล

ในวันที่ 20 กรกฎาคม 1946 เวลา 13:15 ศาลก็พิพากษาเธอว่ามีความคิดฆ่าเหยื่อสามรายจริง และต้องรับโทษจำคุกสามสิบปี เมื่อลีโอนาร์ด้าได้ยินคำพิพากษาดังกล่าวเธอก็ยิ้มและตะโกนไปที่ช่างภาพว่า “สัตว์ประหลาด ถ่ายภาพซะ”
ระหว่างที่จำคุกอยู่นั้นลีโอนาร์ด้าได้เขียนอัตชีวประวัติเธอในชื่อหนังสือ “คำสารภาพของลีโอนาร์ด้า ( Confessions of a Bitter Soul )” เนื้อหายาวว่า 700 หน้า โดยเนื้อหาเป็นการเล่าประวัติชีวิตของเธอและอธิบายรายละเอียดในการก่ออาชญากรรมของเธอว่าทำไมเธอถึงได้ฆ่าพวกเขา แต่กระนั้นหลายคนเชื่อว่าหนังสือเล่มดังกล่าวเขียนและเรียบเรียงโดยนักกฎหมายโดยวัตถุประสงค์ให้สังคมเห็นอกเห็นตัวเธอมากกว่า
ลีโอนาร์ด้าเสียชีวิตจากโรคลมชักสมองในบ้านอนาถาอาชญากรปอซซูโอลิ เมื่อ 15 ตุลาคม 1970 ศพ ของเธอถูกฝังท่ามกลางหลุมศพจำนวนมากจนเทียบแยกไม่ออกแล้วว่าหลุมฝังศพเธออยู่ตรงไหน




ทุกวันนี้เรายังสามารถเห็นอุปกรณ์ทำสบู่ หม้อต้ม มีดหั่นและค้อนของลีโอนาร์ด้าได้ ในชั้นวางอุปกรณ์เครื่องมือของฆาตกรคนอื่นๆ ที่พิพิธภัณฑ์อาชญาวิทยาในกรุงโรม

......
Spoil
en.wikipedia.org/wiki/Leonarda_Cianciulli
digilander.libero.it/halloweenight/presenze_serialkiller_leonardacianciulli.html
theitalywiki.com/index.php?title=Leonarda_Cianciulli&oldid=5835+ +  

เข้าร่วม: 04 Oct 2007
ตอบ: 505
ที่อยู่: ชอบและเชียร์Arsenalแต่ดันชอบฟังเพลงของOasisจากฝั่งแมนเชสเตอร์
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 1:02 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
หลอนทุกวันจริงๆ
0
0
เข้าร่วม: 12 Oct 2009
ตอบ: 1412
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 1:06 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
หรือเป็นแรงบันดาลใจให้หนังเรื่อง purfume ?
0
0
เข้าร่วม: 06 Sep 2013
ตอบ: 525
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 1:13 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
นึกถึงคำพูดโยดา เมื่อ กลัว จะทำให้นำพาไปสู่ความมืด

สยองมาก
0
0
เข้าร่วม: 15 Oct 2009
ตอบ: 25586
ที่อยู่: Juventus Stadium
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 1:52 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]


รสชาติเค้กเป็นไงหว่า
0
0
เข้าร่วม: 05 Aug 2010
ตอบ: 1444
ที่อยู่: อยู่ได้ทั่วไทย
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 10:52 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
ก็อปข้อมูลมาลง น่าจะแก้คำผิดหน่อยก็ดีนะครับ แล้วเรียบเรียงใหม่ พิมพ์ผิดเยอะอยู่

อ่านหลายเรื่องแล้วบางทีงงๆมั่วๆ จับใจความลำบาก


ปล. ขอบคุณครับที่หามาให้อ่าน
0
0
ลูกหลานก็จะให้เชียร์หงส์ต่อไป
เข้าร่วม: 12 Nov 2008
ตอบ: 75
ที่อยู่: ใกล้ๆๆ Emirates Stadium
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 11:06 am
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
ตอนแรกดู Fight Club มันมีฉากขโมยไขมันมนุษย์มาจากคลีนิคความงาม นึกว่าเป็นมุกตลกร้ายของหนัง จนได้มาอ่านเรื่องนี้!!
0
0
รักแท้ก็เหมือนผี หลายคนเชื่อว่ามีจริง แต่น้อยคนนักที่จะได้เจอ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 195
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Jan 08, 2016 12:25 pm
[RE: " สบู่เนื้อมนุษย์" !!]
อยากอ่านเรื่องของ จอห์น แบบติส เกรนูอีลเล่ ครับ เคยดูหนังแต่ไม่รู้ว่ามันมีจริงไหม
0
0