ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: "Being captian is great for me personally" Cr.Ryan
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2014
ตอบ: 130
ที่อยู่: 大连海事大学
โพสเมื่อ: Tue Dec 29, 2015 15:57
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 20 : ลิชชี่ บอร์เดน
ช่วงนี้มีเวลาว่างเลยได้ลงสองเรื่องติดกัน ตอนนี้ก็มาถึงสุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลกคนที่ 20 แล้วนะครับ อันที่จริงผมไม่นึกว่าจะมีความมานะ อดทน มาลงบทความได้ถึงตอนที่ 20 เลย ความจริงคือเคยถอดใจไปหลายครั้งแล้ว แต่เพราะความที่ชอบประวัติศาสตร์ ได้อ่านเรื่องราวมากมายของคนรุ่นหลังแล้วแล้วมันรู้สึกว่า "สนุก" คำเดียวสั้นๆ เลยอยากให้เพื่อนๆได้รู้สึกสนุกกับประวัติศาสตร์ เช่นเดียวกันกับผมนะครับ

ติดตามเรื่องราวชั่วร้ายของบุคคลต่างๆที่มีเรื่องราวและชีวิตจริง!! ได้ใน LINK ทางด้านล่างนะครับ ผมได้ลงไว้ให้ท่านได้ติดตามกันตั้งแต่ตอนแรกกันเลย ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามนะครับ แผล่บให้กำลังใจผมด้วยนะครับ ผมจะได้นำมาลงเรื่อยๆให้อ่านเล่นกันครับ



ลิชชี่ บอร์เดน





ลิชชี่ บอร์เดน ชื่อเต็มๆของเธอคือ แอนดรูว์ ลิซซี่ บอร์เดน เกิดวันที่ 9 กรกฎาคม 1860 ในครอบครัวที่ร่ำรวย แห่งเมือง ฟอล์ ริเวอร์ รัฐแมสซาซูเสทท์

ในสหรัฐอเมริกา มีเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้นทุกๆครึ่งชั่วโมง แต่การฆาตกรรมอันน่าสยดสยองของครอบครัวบอร์เดนยังคงเป็นปริศนาและเป็นที่จดจำกันตลอดไป จนเด็กๆ ชาวอเมริกันถึงกับมีกลอนออกมาร้องเล่นว่า...

"ริชชี่ บอร์เดน ถือขวานมา
ฟันแม่เลี้ยงตั้ง สี่สิบครา
เมื่อได้เห็น ผลงานนี้
ก็จามพ่ออีก สี่สิบเอ็ดที"





คดีนี้ถือเป็นตำนานบทหนึ่งของคดีฆาตกรรมที่โหดเหี้ยมที่สุดของอเมริกาในปี ค.ศ.1892 ทำไมถึงได้กล้ารับประกันถึงขนาดนี้ คำตอบอยู่ในกลอนที่เด็กๆอเมริกันออกมาร้องเล่นอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นแหละ แม้กลอนจะฟังดูน่ารัก ไพเราะ แต่แฝงไปด้วยความสยดสยองและโหดเหี้ยมภายในกลอนบทนี้

กลอนที่ทิ้งไว้แต่คำพูดที่บ่งบอกถึงบาดแผลของผู้ที่ได้รับ!!!
กลอนที่ทิ้งไว้แต่คำพูดที่บ่งบอกถึงฐานะของผู้กระทำและผู้ถูกกระทำ และ...........
กลอนที่บ่งบอกถึงจิตใจอันโหดเหี้ยมของผู้ที่อยู่ในฐานะที่เรียกว่าลูก

หากจะกล่าวว่านี้คือเรื่องจริงหรือไม่ ไม่มีใครทราบ เพราะคดีนี้ถูกปิดไปแล้วโดยตัดสินให้คนที่เป็นผู้ต้องสงสัยสองคนพ้นผิด แต่ชาวอเมริกันหลายคนก็ยังเชื่อว่า ในสองคน ต้องมีสักคนที่เป็นฆาตกรรมและสยดสยองต่อการกระทำอันโหดร้ายของฆาตกร เนื่องจาก เหยื่อถูกจามเข้าที่ศีรษะถึงสี่สิบครั้งทีเดียว และหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือ ลิชชี่ บอร์เดน ลูกสาวของพวกเขานั่นเอง ดังนั้น จึงขอกล่าวจุดเริ่มต้นของคดีฆาตกรรมนี้เลย

ณ เมือง ฟอลล์ ริเวอร์ สหรัฐอเมริกา ค.ศ.1892 กล่าวได้ว่า ตระกูลบอร์เดน เป็นตระกูลที่สำคัญๆตระกูลหนึ่งของเมืองฟอลล์ริเวอร์ พวกเขาอยู่ที่นั่นมานับร้อยปี แม้กระนั้น พวกเขาก็ไม่ได้อยู่หรูหราแต่อย่างใดเลย นายแอนดรูว์ บอร์เดน เจ้าของบ้านออกจะเป็นคนที่ตระหนี่จนเกินไป ในปีนั้น ค.ศ.1892 ชายชราผู้เย็นชา มีอายุได้70ปีพอดี แต่เขาไม่มีโอกาสอยู่ถึง 71 ปี..................



ครอบครัวบอร์เดน

ในบ้านหลังนั้นมีผู้หญิงด้วยกันถึง 4 คน คือ เอ็มมาและริชชี่ บอร์เดน ทั้งสองเป็นบุตรีของนาย เเอนดรูว์ , แอบบี้ บอร์เดน แม่เลี้ยงของสองสาวและภรรยาคนที่สองของนายแอนดรูว์ และ หญิงรับใช้ที่ชื่อบริดเจ็ท ในปีเดียวกัน ค.ศ.1892 นางแอบบี้ บอร์เดนมีอายุได้ 63 ปี แต่หล่อนไม่มีโอกาสอยู่ถึงอายุ 64 ปี

มีเรื่องเล่าออกมาว่า นางแอบบี้ บอร์เดน นั้นมีเรื่องขัดกับลูกสาวแท้ๆทั้งสองของนายแอนดรูว์ บอร์เดน มานานแล้ว ในเรื่องของการแบ่งทรัพย์สมบัติ และนาง แอบบี้ ก็มิได้ทำตนเป็นแม่ที่ดีเลย

วันหนึ่ง นางแอบบี้ บอร์เดน ได้ถามริชชี่ถึงเรื่อง แมว ของหล่อนที่หายไปนานแล้ว แต่ ริชชี่ กลับบอกว่าเห็นอยู่บ่อยๆ ในห้องใต้ดิน แต่พักหลัง เธอไม่ค่อยได้เดินไป แต่เมื่อนางบอร์เดน ลงไปดูข้างในกลับพบแมวตัวนั้นของเธอ... ร่างของมันพาดอยู่กับลังใส่ฟืน บนหัวของมันถูกปักด้วยขวานขนาดพอดีมือเข้าที่หัวของมัน คราบเลือดเเลเศษสมองไหลออกมา กลิ่นเหม็นตลบอบอวนในห้องนั้น ซึ่งคาดว่ามันตายมาไม่ต่ำกว่า 2-3วัน แล้ว

แต่ทว่า...เรื่องนั้นยังเทียบไม่ได้กับเหตุการณ์ในวันที่ 4 สิงหารคม 1892 ซึ่งวันนั้นเป็นวันที่ร้อนอบอ้าวมากที่สุด แสงแดดเจิดจ้ามาก แม้จะเป็นเวลาเพียง 6:15 น. เท่านั้น สาวใช้ บริทเจ็ท เดินโซซัดโซเซลงมาบันไดไปก๋กองไฟในครัว เธอรู้สึกไม่สบาย คนทั้งบ้านไม่สบายมานานแล้ว อาจเป็นเพราะอากาศร้อนทำให้อาหารเสียเร็ว และที่ร้ายที่สุด นางแอบบี้ บอร์เดน กลับใช้งานสาวน้อยบริทเจ็ท ให้เช็ดหน้าต่างทุกบานภายในบ้านหลังนั้นอีกต่างหาก

จนกระทั่งความอดทนถึงจุดสิ้นสุด บริทเจ็ททนสภาพไม่ไหวจึงขอหยุดทำงานไปพักผ่อนก่อน ซึ่งลิชชี่เองแม้จะมีนิสัยตระหนี่ขี้เหนียวเหมือนกับพ่อของหล่อน แต่เธอก็ยัง พอที่จะตอบรับคำขอของบริทเจ็ทได้ เธออนุญาติบริทเจ็ทให้ไปพักได้ในเวลา 11.00 น. บริทเจ็ทนอนอยู่อีก 10 นาทีต่อมาก็ได้ยินเสียงลิชชี่ร้องตะโกนออกมา ร้องเรียกให้บริทเจ็ทลงมา จนกระทั่ง ลิชชี่ บอกว่า นายแอนดรูว์ เสียแล้ว พร้อมกับแม่เลี้ยงของเธอ นางเชอร์ชิล ผู้เป็นเพื่อนบ้านจึงเข้ามาดู หวังเพื่อช่วย ในขณะนั้น นางเชอร์ชิลได้เห็นบางอย่างต่อหน้าต่อตา ศพ!!!ของนาย แอนดรูว์นั่นเอง



ภาพสถานที่เกิดเหตุ ศพในภาพคือนายแอนดรูว์

โดยสภาพศพของนายแอนดรูว์ นอนเคว้งอยู่กับเก้าอี้นวม เท้าห้อยอยู่กับพื้น ศีรษะของเขาพิงอยู่กับที่เท้าแขน เป็นศีรษะซึ่งใครๆก็ดูไม่ออก ที่ข้างแก้มมีรอยฟันถึง 11 แผล แผลหนึ่งถูกฟันเข้าที่กลางดวงตา อีกแผลหนึ่งตัดถูกจมูกจนเกือบหลุดออกไป เลือดกระจายเต็มพื้น ผนัง โซฟา แต่ภายรอบไม่มีการเคลื่อนไหว แสดงว่าฆาตกรฆ่าเขาตอนที่ยังหลับ ส่วน ลิชชี่ ขอให้ บริทเจ็ทขึ้นไปดูที่ห้องนอนของนาง แอบบี้ บอร์เดน ซึ่งแน่นอนว่า บริทเจ็ทไม่ยอมขึ้นไปแน่นอน แต่นางเชอร์ชิล เพื่อนบ้านผู้แสนดีกลับอาสาจะไปด้วย บริทเจ็ท จึงยอมไป ทั้งสองขึ้นไปที่ห้องนอน แต่ก็พบว่าบานประตูห้องนอนถูกแง้มเปิดออกมา กลิ่นของคาวเลือดโชยออกมาจากห้องในนั้น ทั้งสองคนคิดไว้ใจเดียวกันแน่นอนว่า ต้องเกิดเรื่องร้ายๆขึ้นแน่นอน

ในที่สุด นางเชอร์ชิลเข้าไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นประกอบกับความกลัว จึงพาบริทเจ็ทเข้าไปด้วยกัน พบกับภาพอันสยดสยอง สภาพศพของ นางแอบบี้ ที่ศีรษะและกลางหลังมีรอยบาดแผลโดนฟันถึง19 แผล แต่รอยเลือดนั้นดูแห้งและเริ่มคล้ำ ท่าทางเธอจะเสียชีวิตก่อนสามีเธอสักครู่หนึ่งได้แล้ว

เมื่อตำรวจมาตรวจสอบสถานที่จึงได้ตั้งคำถามว่า ลิชชี่อยู่ที่ไหนในตอนเกิดเหตุ เธอไปอยู่ที่ไหนมา ซึ่งลิชชี่ก็ตอบว่า อยู่ในโรงนา แต่จากการสอบถามบริทเจ็ท และคนรอบๆบ้านของเธอ ปรากฎว่า ลิชชี่ไม่เคยเข้าโรงนาเลย และโรงนาก็ร้างคนมานาน ประกอบกับเมื่อตำรวจไปตรวจในโรงนา กลับไม่มีร่องรอยการเดินและย่ำในที่นั้นๆเลย แสดงว่า ลิชชี่ต้องโกหกแน่นอน..........



สภาพศพของนายแอนดรูว์และนางแอบบี้

ดังนั้น ในทันที ลิชชี่ ถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยทันที แต่ก็มีคำกล่าวหลายคำออกมาแก้ต่างให้เธอว่า เธอเป็นสุภาพสตรีจากตระกูลที่ผู้คนนับหน้าถือตามากที่สุดในเมืองฟอลล์ริเวอร์ และเป็นหนึ่งในตระกูลบอร์เดน คงไม่มีวันใช้ขวานกระทำการโหดเหี้ยมอย่างการจามศีรษะบิดาและมารดาเลี้ยงของเธออย่างทารุณเช่นนี้ หรือว่า.......... อาจจะเป็นเธอ เพราะขนาดที่เห็นร่างจมกองเลือดของบิดาผู้ให้กำเนิด เธอยังมีสีหน้าที่เย็นชา และเธอยังพูดอย่างเรียบๆว่า "ดิชั้น อยากให้สัปเหร่อ วินวู้ด เป็นคนฝังร่างของท่าน" และในคืนถัดมา ลิชชี่ลงประกาศในหน้าของหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นว่า

"รางวัล ห้าพัน เหรียญ ให้รางวัลผู้ใดก็ได้ที่สามารถจับตัว ผู้ฆาตกรรมนายแอนดรูว์ เจ.บอร์เดน และภรรยาได้"





เมื่อถึงวันศุกร์ ตำรวจเมืองฟอลล์ริเวอร์ได้พบกับความจริงที่น่าตกตะลึง เมื่อลิชชี่ บอร์เดน ไปที่ร้านขายยา และขอซื้อกรดไซยาไนด์จำนวนหนึ่ง...มันคือพิษที่ร้ายแรงที่สุดในขณะนั้น!!! พิธีศพ นายแอนดรูว์ บอร์เดนและภรรยา เกิดขึ้นในวันเสาร์

หลังจากการฆาตกรรมได้ 1 สัปดาห์ ตำรวจเมืองฟอลล์ริเวอร์ก็เข้าจับกุมริชชี่ บอร์เดน ในข้อหา ฆาตกรรม การพิจารณามีขึ้นอีกเกือบหนึ่งปีหลังจากนั้น วันนั้นอากาศร้อน อากาศนอกห้องพิจารณาสูงถึง 93 องศาฟาเรนไฮต์ แต่ข้างในห้องพิจารณาคดีกลับร้อนยิ่งกว่า ถุงใบหนึ่งถูกวางบนโต๊ะ คลุมด้วยกระดาษทิชชู่ อัยการโยนหลักฐานชิ้นหนึ่ง นั่นคือ เสื้อของ ลิชชี่ เสื้อตัวนั้นกระทบเข้ากับถุงดันกระดาษทิชชู่ให้ปลิวไป ลิชชี่มองเห็นสิ่งที่อยู่ในถุงนั่นคือ เศษกระโหลกศรีษะของพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงของเธอนั่นเอง! เธอตกใจจนแทบสิ้นสติ แต่นั่นก็ไม่ทำให้เธอสารภาพผิดได้



กระโหลกศรีษะของนายแอนดรูว์

เธอนิ่ง เงียบจนกระทั่งวันสุดท้ายของการพิจารณา ทนายของเธอวิงวอนขอให้เธอเป็นอิสระ หรือไม่พวกเขาจะต้องได้รับการประนามว่าจับถือแขวนคอ เขาบอกคณะลูกขุนว่า เมื่อตอนแอนดรูว์ บอร์เดน จากไปนั้น เขายังสวมแหวนที่ลิชชี่ให้เป็นของขวัญวันเกิดเสียด้วย "ถ้าท่านคิดว่าเธอผิด ดูสิครับ ว่าหน้าแบบนี้หรือครับ ที่จะเป็นใบหน้าของฆาตกรใจโหด"

ในระหว่างนั้น คณะลูกขุนทั้ง 12 ท่าน มองดูลูกสาวคนเล็กของแอนดรูว์ บอร์เดน ดวงตาที่เลื่อนลอย ดวงตาที่ไม่เคยมีน้ำตาสักหยดให้กับพ่อและแม่เลี้ยงที่ตาย เหมือนดังที่ทนายของเธอกล่าวว่า

"ดวงตาที่ไม่ร้องไห้ คือดวงตาที่เศร้าที่สุด"

ในขณะนั้นเอง ท่านผู้พิพากษาหันมามองที่ริชชี่แล้วถามว่า "มีอะไรจะกล่าวต่อคณะลูกขุนอีกไหม คุณ ลิชชี่ บอร์เดน" เธอลุกขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมกับ คำนับให้ผู้พิพากษา สายตาจับจ้องที่คณะลูกขุนทั้ง 12 คน "ดิชั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ ขอให้ทนายพูดแทนดิชั้นด้วย" นี่คือคำพูดเดียวของริชชี่ บอร์เดน กล่าวในการพิจารณาคดี

คณะลูกขุนหันไปประชุมลงคะแนน เมื่อเสมียนศาลเอ่ยถามขึ้นเพื่อถามถึงคำพิพากษาคดีว่าจะเอาอย่างไร

"ได้ออกมาแล้ว"
"ผลการตัดสินเป็นอย่างไร?"
"เธอ...บริสุทธิ์!"

เสียงโห่ร้องดังก้องในห้องพิพากษาคดี ลิชชี่ทรุดตัวนั่งแล้วเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งใจที่ไม่ถูกแขวนคอ
"พา......พาชั้นกลับบ้านที" ลิชชี่พูดอย่างโล่งใจ กับพี่สาวของเธอ เอ็มมา บอร์เดน
"พาดิชั้นกลับไปบ้านทีเถอะ"

และแล้ว............ริชชี่ก็กลับไปอยู่ในบ้านเก่ามรณะของเธอ อันที่มีวิญญาณพ่อและแม่เลี้ยงเธออยู่หลังจากนั้น เธอเสียชีวิต ใน ค.ศ.1927 เป็นเวลา 37 ปีหลังจากเกิดคดีฆาตกรรมสยองขวัญ และพี่สาวของเธอ เอ็มม่า ตายลงหลังจากเธอตายไปประมาณ 9 ปี

ลิชชี่ บอร์เดน ทิ้งเงินมหาศาลกว่าหลายล้านดอลล่าร์ไว้ในพินัยกรรมของเธอ ใครหลายคนก็เชื่อกันว่า เธอได้มันมาจากการฆาตกรรม



ขวานที่ใช้ในการฆาตกรรม

6 ประเด็นหลักที่ทำให้ประชาชนรวมถึงนักสืบแห่งนิวยอร์คหลายท่านเชื่อมากที่สุด มีอยู่ 6 ประการ นั่นเอง

1.ลิชชี่เกลียดชังพ่อของเธอที่โอนกรรมสิทธิ์ที่นาให้กับญาติของแม่เลี้ยงเมื่อปี 1891 ซึ่งเป็นสิ่งที่ที่ยอมรับไม่ได้และจะไม่มีวันให้อภัยพ่อและแม่เลี้ยงของเธอ จนวันอังคารที่ 2 สิงหาคม 1892 ความอดทนถึงขีดสุด เธอได้ไปซื้อกรดไซยาไนด์ ในตัวเมือง ซึ่งคนขายยาไม่ยอมขายให้เธอแน่นอน แต่เธอกก็ซื้อมาจนได้ในร้านอื่น

2.วันพุธที่ 3 สิงหาคม 1892 เธอแอบโรยยาพิษในอาหาร และใส่จำนวนเลกน้อยให้กับบริทเจ็ทและเธอเป็นจำนวนน้อยด้วย เพื่อกันไม่ให้คนอื่นสงสัย แต่ยาไม่รุนแรงพอที่จะทำให้พวกเขาตายได้ รวมถึงเธอด้วย

3.เช้าวันที่ 4 สิงหาคม เมื่อพ่อของเธอจากบ้านไป เธอได้นำขวานจากห้องใต้ถุนย่องขึ้นไปชั้นบน ฟันแม่เลี้ยงจนถึงแก่ความตาย เธอมีเวลากว่าชั่วโมงในการทำความสะอาดพื้น

4.เมื่อพ่อของเธอกลับมาถึงบ้านแล้วนอนพัก เธก็ฆ่าเขาด้วย เธอมีเวลา 10 กว่านาที ในการล้างรอยเลือดและซ้อนขวานก่อนที่จะเรียก บริทเจ็ทว่า พ่อของเธอตายแล้ว เมื่อบริทเจ็ทถามถึงแม่เลี้ยงของเธอ ลิชชี่เกิดกลัวจึงกุ เรื่องขึ้นว่า มีจดหมายชวนนางบอร์เดนไปเยี่ยมเพื่อนที่ป่วย ลิชชี่ยืนกรานกับเรื่องสมมตินี้ในศาล แม้ในภายหลังจะปรากฏว่า แม่เลี้ยงตายแล้วนานกว่าครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่จดหมายจะมา

5.เมื่อนางเชอร์ชิล เพื่อนบ้าน เห็นว่า ลิชชี่ ควรจะตามนางแอบบี้ บอร์เดน หรือ แม่เลี้ยงกลับมา ลิชชี่ก็เริ่มสร้างเรื่องขึ้นมาว่า เธอได้ยินเสียงแม่เลี้ยงกลับมาบ้าน เธอทราบดีว่าเธอไม่ได้ล้างคราบเลือดจากการฆ่าคราวแรก เธอจึงเผามันเสีย

6.เธอได้ท้าคณะลูกขุนว่าคงไม่อยากถูกประนามเพราะจับผู้หญิงแขวนคอตาย และด้วยดวงตาที่สุกใส เย็นชา กับคำพูดของทนายว่า
"แววตาที่ไม่ร้องไห้ คือแววตาที่เศร้าโศกที่สุด"
เพียงประโยคนี้เพียงประโยคเดียว ก็สามารถทำให้คณะลูกขุนใจอ่อน แล้วทำให้เธอได้รับคำตัดวินว่า เธอ...บริสุทธิ์

สุดท้ายแล้ว แม้คำตัดสินจะออกมา แต่ก็สร้างความตื่นตระหนกให้แก่ผู้คนในรัฐฟอลล์ริเวอร์ เป็นเวลานานมากพอควร ริชชี่ บอร์เดน เธอคือตำนาน ขุนขวานฆาตกร ผู้ฆ่าชีวิต พ่อและแม่เลี้ยง หรือว่าเธอคือผู้บริสุทธิ์กันแน่ หากเธอคือฆาตกรที่แท้จริง แสดงว่าเธอต้องเป็นคนเลือดเย็นและโหดเหี้ยมแน่แท้

หลายคนในรัฐฟอลล์ริเวอร์ยังคงเชื่อว่าเธอคือผู้ต้องสงสัยที่สำคัญที่สุด



"แววตาที่ไม่ร้องไห้ คือแววตาที่เศร้าโศกที่สุด"





ชอบไม่ชอบอย่างไรช่วยกดแผล่บและโหวตกระทู้ผมให้ด้วยนะครับ อยากให้เพื่อนๆได้อ่านกันทุกคนครับ แล้วคุณจะหลงรักประวัติศาสตร์ เหมือนกับผม "เราไม่ได้เรียนรู้อะไรเลยจากประวัติศาสตร์ แต่เราไม่สามารถหนีประวัติศาสตร์พ้น" จอร์จ วิลเฮล์ม เฟรดดริช เฮเกล และ อับบราฮัม ลินคอล์น ได้กล่าวไว้






Credit : http://board.postjung.com/489609.html





สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 19 : สมเด็จพระเจ้าเลออปอลที่ 2
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1313516
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 18 : รานาวาโลนาที่ 1
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1290881
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 17 : วิลเลียม แฮร์ และ วิลเลียม เบอร์ค
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1289857
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 16 : ชากา ซูลู
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1287322
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 15 : มักซีมีเลียง รอแบ็สปีแยร์
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1208346
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 14 : เอ็ดเวิร์ด ทีช
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1208107
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 13 : โอดะ โนบุนากะ
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1206624
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 12 : ซาร์ อิวาน
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1206143
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 11 : กิลส์ เดอ เรยส์
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1188908
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 10 : ฟรานซิสโก ปิซาร์โร
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1184080
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 9 : วลาด ดรากูล
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1183485
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 8 : คริสโตเฟอร์ โคลัมบัส
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1183322
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 7 : ติมูร์มหาราช
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1182902
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 6 : เจงกิสข่าน
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1182420
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 5 : พระเจ้าเบซิลที่ 2
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1182304
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 4 : บูเช็กเทียน
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1182134/1
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 3 : อัตติลา เดอะ ฮั่น
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1153400
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 2 : พระเจ้าเฮโรดมหาราช
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1152716
สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 1 : กษัตริย์อัสเชอร์บานิปาล
http://www.soccersuck.com/boards/topic/1152578
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
แข้งลีกเอิง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 10050
ที่อยู่: อยู่ตรงนั้นเธอคิดถึงฉันสักเท่าไหร่
โพสเมื่อ: Tue Dec 29, 2015 16:12
[RE: สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 20 : ลิชชี่ บอร์เดน]
มาเพิ่มเติมเผื่อใครสน เรื่องของลิชชี่ เบอร์เด็น ถูกนำมาสรา้งเป็นซีรีย์ด้วยครับ แต่มันไม่จบแค่สองศพเพราะในซีรีย์หลังจากเธอถูกตัดสินว่าไม่ผิด เธอก็เริ่มลงมือฆ่าคนเรื่อยๆ โดยพยายามทำให้ตัวเองไม่ได้รับความผิด ซีรีย์แนวเลือดสาดเลย

http://www.imdb.com/title/tt4145760/


2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Release My Soul
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Jan 2011
ตอบ: 43380
ที่อยู่: Ark Cradle - Digital World
โพสเมื่อ: Tue Dec 29, 2015 17:10
[RE: สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 20 : ลิชชี่ บอร์เดน]
ขอบคุณมากครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: รักเธอเสมอ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 May 2011
ตอบ: 29789
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Dec 29, 2015 18:40
[RE: สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 20 : ลิชชี่ บอร์เดน]
สาระ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 287
ที่อยู่: คลองหก
โพสเมื่อ: Fri Jan 01, 2016 13:04
[RE: สุดยอดดาวร้ายในประวัติศาสตร์โลก ตอนที่ 20 : ลิชชี่ บอร์เดน]
แว๊กกกก!!! หน้าตาตาโคตรโรคจิตเลย คณะลูกขุนเค้าเอาตรงใหนมาสงสารวะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel