ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: คิดดี พูดดี ทำดี
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 2765
ที่อยู่: ทางตอนเหนือของอิตาลี
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:14
5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล
เชื่อว่าเพื่อนๆหลายๆคน คงจะชอบเรื่องราวเกี่ยวกับ ตำนานใรสมัยพุทธกาล เพราะมีทั้งเรื่องแปลกและความเป็นมาต่างๆมากมาย ที่ทำให้เห็นถึงบาป บุญ คุณโทษ และนี่ก็คือ 5 ผู้ต้องธรณีสูบ เนื่องจากได้ทำบาปอันมิควรไว้



1.พระเทวทัต


พระเทวทัต เป็นพระเชษฐาของพระนางยโสธราพิมพา ชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ ตามพระพุทธประวัติกล่าวว่า พระเทวทัตตามล้างตามผลาญพระพุทธองค์มาแล้วหลายชาติ

แรกเริ่มนั้น เมื่อครั้งพระเทวทัตเกิดเป็นพ่อค้า พระพุทธองค์เสวยชาติเป็นพ่อค้าเช่นกัน ได้มีหญิงชราเป็นผู้ดีตกยากนำถาดทองสมบัติเก่าที่ยังเหลืออยู่ไปขายพระเทวทัต เพื่อจะหาเงินยังชีพ ด้วยนิสัยพ่อค้าที่คดด้วยเล่ห์ พระเทวทัตจึงบอกว่าถาดนั้นไม่ได้ทำด้วยทองแท้และตีราคาให้ต่ำ หญิงชราทราบดีว่าสมบัติเก่าของนางนั้นเป็นของมีค่า จึงไม่ยอมขายให้ พอดีกับพระพุทธองค์ขณะเสวยชาติเป็นพ่อค้าเสด็จผ่านมา หญิงชราจึงนำถาดทองเสนอขาย พระพุทธองค์เห็นว่าเป็นถาดที่ทำด้วยทองแท้ จึงให้ราคาสมกับค่าของถาด หญิงชราจึงได้ขายสมบัติชิ้นสุดท้ายนั้นให้พระพุทธองค์

เรื่องนี้สร้างความโกรธแค้นแก่พระเทวทัตมาก เพราะถ้าไม่มีพระพุทธองค์ หญิงชราก็จำต้องขายให้ตนเพราะความยากจนบีบบังคับ พระเทวทัตจึงกำทรายขึ้นมา 1 กำมือ แล้วหว่านออกไปพร้อมกับประกาศว่า จะขอจองล้างจองผลาญพระพุทธองค์ไปทุกชาติ เท่ากับเม็ดทรายเม็ดละชาติ

จากนั้นพระเทวทัตก็ติดตามจองเวรกับพระพุทธองค์มาหลายชาติ ชาติสุดท้ายก่อนเกิดเป็นพระเทวทัตจนถูกธรณีสูบ ได้เกิดเป็นชูชกขณะที่พระพุทธองค์เสวยชาติเป็นพระเวสสันดร

ในชาติที่พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ พระเทวทัตก็มีจิตริษยาอาฆาตพระพุทธองค์มาแต่เยาว์วัย เมื่อพระพุทธองค์ทรงผนวช พระเทวทัตก็ออกผนวชด้วย และเมื่อพระพุทธองค์บรรลุพระโพธิญาณ พระเทวทัตก็สำเร็จโลกีย์ญาณ ได้อภิญญาสามารถแปลงกายและเหาะเหินเดินอากาศได้

นายขมังธนูซึ่งพระเทวทัตส่งไปฆ่าพระพุทธองค์ ปลงอาวุธ ฟังธรรม สำเร็จมรรคผล

แม้จะสำเร็จถึงขั้นนี้แล้ว พระเทวทัตก็ยังมุ่งประกอบการชั่วจองล้างจองผลาญพระพุทธองค์ตลอด ครั้งหนึ่งได้ส่งนายขมังธนูไปปลงพระชนม์ เพื่อจะตั้งตนเป็นพระศาสดาเสียเอง เมื่อไม่สำเร็จก็ยุยงให้พระเจ้าอชาติศัตรูที่เคยเลื่อมใสพระพุทธองค์ จนหลงผิดถึงขั้นปลงพระชนม์บิดาของตัวเอง และยังยุให้มอมเหล้าช้างนาฬาคีรีให้เมามันดุร้ายไปทำร้ายพระพุทธเจ้า ทั้งยังยุยงหมู่สงฆ์สาวกของพระพุทธองค์ว่าพระองค์ยังพัวพันกับกิเลส มัวหมองในพรหมจรรย์ ฉันพระกระยาหารที่ปรุงด้วยเนื้อสัตว์ ขณะที่พระเทวทัตหันไปฉันมังสวิรัติ และโอ้อวดว่ามีพรหมจรรย์ที่เหนือกว่า

ความชั่วร้ายต่างๆ ที่พระเทวทัตสะสมมาหลายชาติ ก็ได้บันดาลให้แผ่นดินลงโทษ เพราะไม่อาจจะแบกความชั่วไว้ได้ต่อไป แยกตัวออกสูบพระเทวทัตตกลงขุมนรกอเวจี หมกไหม้ไม่ได้ผุดได้เกิดอีกต่อไป

พิธีอภิเษกสมรส พระสิทธัตถะ กับ พระนางยโสธราพิมพา



2.สุปปะพุทธ


สุปปะพุทธะ ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระเทวทัตและพระนางยโสธราพิมพา พระชายาของเจ้าชายสิทธัตถะนั่นเอง เมื่อรู้ว่าพระเทวทัตถูกธรณีสูบเพราะจองล้างจองผลาญพระพุทธองค์ แทนที่สุปปะพุทธะจะสำนึกในบาปบุญคุณโทษ กลับมีจิตโกรธแค้นอาฆาต ทั้งยังโกรธแค้นเจ้าชายสิทธัตถะที่ทอดทิ้งธิดาของตนออกผนวช จึงนำอำมาตย์ข้าราชบริพารไปนั่งดื่มสุรา ขวางทางที่พระพุทธองค์จะออกโปรดเวไนยสัตว์ ทำให้พระพุทธองค์เสด็จดำเนินไม่ได้เพราะมีทางออกอยู่ทางเดียว ถึงกับต้องอดพระกระยาหารไป 1 วัน

เมื่อพระอานนท์ทูลถามถึงความผิดของสุปปะพุทธะที่กระทำเช่นนั้น พระพุทธองค์ซึ่งทราบด้วยญาณ จึงตรัสว่า

“ดูก่อนอานนท์ หลังจากนี้ไปได้เจ็ดวัน สุปปะพุทธะจะลงอเวจีตามเทวทัตไป”

เมื่อสุปปะพุทธะทราบถึงพุทธดำรัส จึงขึ้นไปประทับบนชั้น 7 ของปราสาท ทั้งยังให้นายทวารคอยขัดขวางไว้ไม่ให้พระองค์ออกจากปราสาทใน 7 วัน

สุปปะพุทธะประทับอยู่ในปราสาทชั้น 7 จนถึงวันที่ 7 ก็ได้ยินเสียงม้าแก้ว ซึ่งเป็นม้าที่ทรงโปรดร้องก้อง ด้วยความเป็นห่วงม้า สุปปะพุทธะจึงวิ่งลงมา เหล่านายทวารก็คิดว่าครบ 7 วันตามกำหนดแล้ว จึงไม่มีผู้ใดขัดขวางไว้

พอสุปปะพุทธะก้าวพ้นปราสาท เหยียบพระบาทลงบนพื้น ธรณีก็เปิดออก สูบสุปปะพุทธะลงสู่ขุมนรกอเวจีตามพุทธดำรัสที่ทรงรู้ด้วยญาณ พระอุบลวรรณาเถรี




3.นันทมานพ


นันทมานพ แม้จะมิได้ทำร้ายต่อพระพุทธเจ้าโดยตรง แต่ก็ได้ทำผิดขั้นร้ายแรงต่อพระอรหันต์

เหยื่อของนันทมานพ ก็คือ ท่านอุบลวรรณาเถรี สตรีผู้มีโฉมงดงาม เป็นที่หมายปองของชายผู้พบเห็นตั้งแต่พระราชาและเศรษฐี คหบดีทั่วไป แต่ท่านอุบลวรรณาเถรีเบื่อหน่ายในโลกีย์สุข ต้องการหาความสงบตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า จึงออกบรรพชาเป็นภิกษุณีตั้งแต่อายุได้ 16 ปี ในที่สุดก็ได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์

แม้ท่านอุบลวรรณาเถรีจะก้าวไปอยู่ในโลกแห่งความสงบ ปราศจากกิเลสใดๆ แล้ว แต่นันทมานพก็ยังฝังใจด้วยกิเลสตัณหา ปรารถนาจะลิ้มรสสวาทจากนางให้ได้ วันหนึ่งจึงไปแอบซุ่มอยู่ในป่าข้างกระท่อมที่ท่านอุบลวรรณา จำพรรษาอยู่ เมื่อเห็นว่าออกจากกระท่อมไปบิณฑบาตแล้ว นันทมานพก็เข้าไปซ่อนอยู่ใต้เตียง และเมื่อท่านอุบลวรรณฯ กลับมานันทมานพก็เข้าปลุกปล้ำ แม้ท่านอุบลวรรณฯ จะร้องให้คนช่วยก็ไม่มีใครได้ยิน เพราะอยู่ในป่าเปลี่ยววิเวก พระอรหันต์อุบลวรรณาเถรีจึงได้กล่าวกับนันทมานพหวังจะเตือนสติให้เขาสำนึกในการกระทำว่า

“จงอย่าทำเช่นนี้เลย ความหายนะจะมาสู่ท่าน”

นันทมานพก็หาฟังไม่ ปลุกปล้ำท่านอุบลวรรณฯ จนสำเร็จดังใจปรารถนา แต่พอเขาก้าวลงจากแคร่ ธรณีก็เปิดอ้าสูบลงไปในขุมนรกอเวจี เพราะกรรมที่เขาก่อกับพระอรหันต์นั้นหนักหนาสาหัสนัก

การที่ท่านอุบลวรรณฯ ถูกกระทำเช่นนี้ เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของภิกษุ ภิกษุณี และพุทธบริษัททั้งปวงว่า เมื่อท่านอุบลวรรณฯ ได้รับการสัมผัสเช่นนี้ ย่อมจะฝืนความยินดีให้คล้อยตามไปด้วยยาก พระพุทธองค์จึงตรัสบอกกับพุทธสาวกว่า

“พระอรหันต์นั้นเป็นเช่นเดียวกับไม้ผุ ไม่มีกิเลสและไม่มีความยินดีในกิเลส เฉกเช่นตุ๊กตาที่ไม่มีความปรารถนาในการสัมผัสฉันใด พระอรหันต์ก็เป็นฉันนั้น…”



4.นางจิญจมาณวิกา


เป็นหญิงรายเดียวใน 5 รายที่ถูกธรณีสูบ ซึ่งได้ทำบาปกรรมต่อพระพุทธองค์โดยตรง นางนี้มีนามว่า จิญจมาณวิกา หลงผิดไปรับอาสาจากพวกปริพพาชก ผู้เชื่อถือศรัทธาในนิกายหนึ่ง ซึ่งเกิดความอิจฉาริษยาที่เห็นคนไปเคารพเชื่อถือในคำสอนของพระพุทธองค์ จึงว่าจ้างให้นางจิญจมาณวิกาแกล้งทำเป็นหญิงมีครรภ์ โดยเอาไม้กลึงนูนไปผูกรัดไว้ที่หน้าท้องในเสื้อผ้า ให้ดูเหมือนนางกำลังมีครรภ์ แล้วไปเต้นร้องต่อหน้าพระพุทธองค์ขณะที่กำลังเทศนาแก่สาวกว่า

“ท่านสมณะโคดม จะมัวมาเทศน์หน้านวลอยู่ไย ทำให้ฉันมีครรภ์เช่นนี้มิดูแล อย่ามัวเทศน์โปรดสัตว์อยู่เลย จงไปตัดฟืนไว้ให้ฉันดีกว่า เมื่อเวลาคลอดลูกจะมิลำบาก”

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสดับจึงหยุดเทศนา กล่าวกับนางจิญจมาณวิกาด้วยท่าทีสงบว่า

“ดูก่อนภักคินี เรื่องที่เธอกล่าวนั้น คนอื่นเขาไม่รู้ด้วยหรอก จะมีเธอกับฉันสองคนเท่านั้นที่รู้”

พระอินทร์แปลงร่างเป็นหนู ไปกัดเชือกที่หน้าท้องของนางจิญจมาณวิกา

เหล่าพุทธบริษัททั้งหลายที่ได้ฟังต่างก็สงสัย ด้วยพระพุทธองค์ก็มิได้ทรงปฏิเสธ ร้อนถึงพระอินทร์ต้องแปลงร่างเป็นหนู ไปกัดเชือกที่หน้าท้องของนางจิญจมาณวิกา เมื่อเชือกขาดไม้ที่ทำให้ท้องนูนเหมือนคนท้องจึงหลุดลงท่ามกลางสายตาของพุทธบริษัท นางตกใจวิ่งหนีไปแต่พอลับตา ธรณีก็สูบเอาลงขุมนรกอเวจีไปอีกราย

นางจิญจมาณวิกาผู้นี้ เมื่อชาติก่อนเกิดเป็นนางอมิตตา ภริยาชูชก หรือพระเทวทัตที่จองเวรพระพุทธองค์มาหลายชาติ

นันทยักษ์ เหาะขึ้นกลางอากาศแล้วใช้กระบองซึ่งเป็นอาวุธประจำตน ฟาดลงมาหมายเศียรของพระสารีบุตร



5.นันทยักษ์


ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นยักษ์ มีนามว่า นันทยักษ์ ซึ่งมีฤทธิ์เดชมาก วันหนึ่ง นันทยักษ์ได้เหาะเหินเดินอากาศมากับเหมตายักษ์ ผู้เป็นสหาย ครั้นผ่านมาถึงที่พระสารีบุตร สาวกของพระพุทธองค์กำลังเข้านิโรธสมาบัติอยู่ ทำให้อากาศธาตุในบริเวณนั้นว่างเปล่า ยักษ์สองสหายไม่สามารถเหาะผ่านไปได้ นันทยักษ์ผู้มีนิสัยพาล ชาติก่อนก็อาฆาตผูกพยาบาทพระเถระไว้ จึงทำปาณาติบาต ต่อพระสารีบุตรด้วยสันดานพาล เหมตายักษ์ ได้ทัดทาน แต่นันทยักษ์ก็ไม่ฟัง เหาะขึ้นกลางอากาศแล้วใช้กระบองซึ่งเป็นอาวุธประจำตน ฟาดลงมาหมายเศียรของพระสารีบุตร ความแรงของอิทธิฤทธิ์นันทยักษ์ทำให้ภูเขาระเนระนาดไปถึง 100 ลูก แต่พระสารีบุตรซึ่งอยู่ในสมาธิหาเป็นอันตรายอย่างใดไม่ ยิ่งทำให้นันทยักษ์เกิดเร่าร้อนในอารมณ์ ตะโกนก้องไปทั่วทิศว่า

“เราร้อน….เราร้อน”

ทันใดก็ตกลงมาจากอากาศ พลันแผ่นดินก็เปิด สูบเอานันทยักษ์ลงขุมนรกอเวจีไปอีกราย นับเป็นรายที่ 5 ในสมัยพุทธกาล

มาถึงยุคนี้แผ่นดินคลายความศักดิ์สิทธิ์ลง ไม่ได้สูบใครลงขุมนรกอเวจีอีก ไม่งั้นคนที่ทำลายพระศาสนา เช่น ตัดเศียรพระพุทธรูป ปล้นฆ่าพระสงฆ์คากุฏิ หรือว่าหรอกเงินพุทธบริษัทที่ศรัทธาเอาไปมีเมีย เคลมผู้หญิงในกุฏิ ก็คงถูกธรณีสูบลงขุมนรกอเวจีหมด หรือว่าธรณีจะมีวิธีลงโทษให้ตกนรกหมกไหม้ในวิธีอื่นก็ได้นะ



ที่มา : palungdham , flagfrog
แก้ไขล่าสุดโดย IL Pinturicchio เมื่อ Tue Jul 07, 2015 17:18, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ


ออฟไลน์
นักบอลลีกภูมิภาค
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 11 Nov 2010
ตอบ: 4570
ที่อยู่: เหนือเหงียน
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:25
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
สงสัยแถวเมื่อก่อน แถวนั้นใช้น้ำบาดาลเยอะ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2009
ตอบ: 3969
ที่อยู่: internet cafe
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:26
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
ผู้รับเหมาสมัยนั้นคงยังไม่มีรถบด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Sep 2008
ตอบ: 962
ที่อยู่: บ้าน
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:27
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
แถวนั้นอาจจะเป็น แนวรอยเลื่อนของแผ่นเปลือกโลก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 31 Jan 2014
ตอบ: 6661
ที่อยู่: ...
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:32
ถูกแบนแล้ว
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
ขอบคุณครับ ผมอ่านหมดเลย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะพรีเมียร์ลีก
Status: "SS ไม่ใช่สถานที่แต่มันคือผู้คน"
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Mar 2009
ตอบ: 9792
ที่อยู่: บอร์ดวาไรตี้
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:41
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
นายท่าน III พิมพ์ว่า:
ขอบคุณครับ ผมอ่านหมดเลย  
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: The sands of time were eroded byThe river of con
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 37510
ที่อยู่: The Gates of Delirium
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:45
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
ทวีปเคลื่อนพอดี
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน


facebook.com/ProgSurround

ออฟไลน์
นักเตะอบจ.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 416
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 16:53
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
ธรณีสงสัยจะชอบบุหรี่ ไม่ก็ กัญชา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: แม้ไม่ใช่ดินที่หนักแน่น แต่หวังให้ดอกไม้ได้งดงาม
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Feb 2009
ตอบ: 5832
ที่อยู่: วัน เวลา ผ่านไป อะไรหลาย ๆ อย่างก็เปลี่ยนตาม
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 17:03
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
สาธูครับ

อ่านนันทมานพแล้ว มาเจอข่าวเรื่องความรักของดาราคนหนึ่ง


แว็บบบมาเลย รักแล้วขาดสติ อะไรเสียหายจะตามมาเสมอสินะ





0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
บางครั้งเราอาจไม่เข้าใจการกระทำของตัวเอง ฉะนั้น จึงไม่ควรตัดสินการกระทำของคนอื่น
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Feb 2014
ตอบ: 199
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 17:08
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
ในบทสวดมนต์พาหุง(พระพุทธเจ้าชนะมาร) มี บทของนางจิญจมาณวิกา กับ นันทยักษ์ ใช่ปะครับ เหมือนจะคุ้นๆ แต่ก่อนตอนบวช รองเจ้าอาวาส บอกให้หับทนี้ไว้ก่อน เพราะต้องสวดทุกวันพระ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 08 Dec 2005
ตอบ: 3087
ที่อยู่: Carrington
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 18:24
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
tumssmu พิมพ์ว่า:
ในบทสวดมนต์พาหุง(พระพุทธเจ้าชนะมาร) มี บทของนางจิญจมาณวิกา กับ นันทยักษ์ ใช่ปะครับ เหมือนจะคุ้นๆ แต่ก่อนตอนบวช รองเจ้าอาวาส บอกให้หับทนี้ไว้ก่อน เพราะต้องสวดทุกวันพระ  
นางจิญจาน่ะใช่ครับ แต่นันทยักษ์ไม่ใช่
มีแปดบท บทแรกเป็น สหัสวตีมาร ขี่ช้างคีรี หวังมุ่งทำร้ายพระพุทธเจ้า
บทที่สอง อาฬวกะยักษ์
บทที่ทีสาม ช้างนาฬาคีรี ที่ถูกพระเทวทัตปล่อยมาทำร้าย
บทที่สี่ องคุลีมาร
บทที่ห้า นางจิญจมานวิกา
บทที่หก สัจจะนิครนถ์ ผู้เป็นเลิศในทางเจรจา หมายมุ่งใช้ปัญญาเอาชนะพระพุทธองค์
บทที่เจ็ด การใช้ฤทธิ์(พระโมคคัลลาน์) ปราบพญานาค นันโทปนันทะ
บทที่แปด ท้าวผกาพรหม ผู้เย่อหยิ่งเต็มไปด้วยทิฐิ
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Oct 2006
ตอบ: 337
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 20:11
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
คาถาดินครับ(ขำๆน่ะ)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status: อย่าคาดหวังอะไรใหม่ๆจากการกระทำเดิมๆ...
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Mar 2009
ตอบ: 22051
ที่อยู่: Hueco Mundo Castle
โพสเมื่อ: Tue Jul 07, 2015 20:17
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
มันสูบได้จิงๆเหรอ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Feb 2014
ตอบ: 199
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jul 08, 2015 15:47
[RE: 5 ผู้ถูก “ธรณีสูบ” ในสมัยพุทธกาล]
bingos พิมพ์ว่า:
tumssmu พิมพ์ว่า:
ในบทสวดมนต์พาหุง(พระพุทธเจ้าชนะมาร) มี บทของนางจิญจมาณวิกา กับ นันทยักษ์ ใช่ปะครับ เหมือนจะคุ้นๆ แต่ก่อนตอนบวช รองเจ้าอาวาส บอกให้หับทนี้ไว้ก่อน เพราะต้องสวดทุกวันพระ  
นางจิญจาน่ะใช่ครับ แต่นันทยักษ์ไม่ใช่
มีแปดบท บทแรกเป็น สหัสวตีมาร ขี่ช้างคีรี หวังมุ่งทำร้ายพระพุทธเจ้า
บทที่สอง อาฬวกะยักษ์
บทที่ทีสาม ช้างนาฬาคีรี ที่ถูกพระเทวทัตปล่อยมาทำร้าย
บทที่สี่ องคุลีมาร
บทที่ห้า นางจิญจมานวิกา
บทที่หก สัจจะนิครนถ์ ผู้เป็นเลิศในทางเจรจา หมายมุ่งใช้ปัญญาเอาชนะพระพุทธองค์
บทที่เจ็ด การใช้ฤทธิ์(พระโมคคัลลาน์) ปราบพญานาค นันโทปนันทะ
บทที่แปด ท้าวผกาพรหม ผู้เย่อหยิ่งเต็มไปด้วยทิฐิ  



ใช่ๆครับ จำได้ว่ามียักษ์ แต่จำไม่ค่อยได้ ผมไปเอา นันโทปนัน กับ อาฬวกะยักษ์ปนกัน 55+
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel