ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:11
ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2
สงครามเสียกรุงครั้งที่ 2 หลายท่านอาจจะรับรู้มาคล้ายๆผม ประมาณว่า พม่าไม่ได้ตั้งใจมาตีเราหรอก แต่ด้วยมาตีเมืองทางเหนือ แล้วทราบข่าวว่าทางอยุธยา หรือไทย กำลังมีปัญหาภายใน จึงสบโอกาสเข้ามาตีอยุธยา ในรูปแบบกองโจร ด้วยในพระราชสำนักอยุธยาเกิดความแตกแยก ผู้นำอ่อนแอ และเกียจคร้าน จึงเป็นเหตุให้พ่ายแพ้สงครามแก่พม่าไป

ทีนี่ลองมาพิจารณาเหตุการณ์ใหม่ โดยใช้หลักฐานบันทึกของฝั่งพม่า ไทย มอญ และชาวต่างชาติ ตั้งแต่แรกจนจบสงครามดูนะครับ


Part1 มวลเหตุแห่งสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2

ฝั่งพม่า
หลังสิ้นยุครุ่งเรืองของพระเจ้าบุเรงนอง พม่าก็เสื่อมถอยอ่อนแอมาโดยตลอด ในขณะที่มอญกลับแข็งแกร่ง ไล่กวาดล้างพม่า อังวะแทบสิ้นแผ่นดิน จากนั้น พม่าได้มีผู้นำคนใหม่นามว่า อลองพญา (ว่ากันว่า ไม่ได้เป็นเชื้อวงศ์แต่อย่างใด บางก็ว่าเป็นพรานป่าด้วยซ็ำไป) พระองค์ได้ สถาปนาราชวงศ์ขึ้นมาใหม่(คองบอง) พร้อมทั้งรวบรวมกองกำลัง เข้าต่อสู้กับทัพมอญ รามัญ อย่างดุเดือด

**ชาวพม่า ถือว่าพระเจ้าอลองพญา เป็น 1 ใน 3 มหากษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของพม่า

พระเจ้าอลองพญา ทรงใช้นโยบายทางทหารที่ดุดัน เด็ดขาดในการสู้รบกับมอญ ฝั่งที่อยู่ตรงข้ามกับพระองค์ จะถูกสังหารเรียบ ทำให้ชาวมอญบางส่วน ซึ่งถือว่าเป็นศัตรูหมายเลข1ของพม่า หนีเข้ามาขอพึ่งร่มพระบรมโพธิสมภาร ของพระมหากษัตริย์ไทย

ด้วยทางอยุธยาอาจจะอยากใช้ชาวมอญเป็นกันชน ระหว่างเรากับพม่า จึงให้การสนับสนุนมอญในหลายทาง ซึ่งจุดนี้ พม่าถือว่าเป็นภัยต่อความมั่นคงของราชอาณาจักรพม่าอย่างยิ่ง จึงเป็นมวลเหตุหลักให้พม่ายกทัพมารุกรานไทย ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2นี้

ส่วนอีกเหตุผล ด้วยทางอยุธยามักจะคอยกีดกันเส้นทางการค้าทางทะเลของพม่า โดยการดักจับเรือสินค้าที่ผ่านไปมาบริเวณเมืองมะริด ซึ่งสมัยก่อนเป็นเมืองขึ้นของเรา ทำให้พม่าเกิดความไม่พอใจในส่วนนี้ด้วย



**พระเจ้าอลองพญา ใช้เมืองย่างกุ้งเป็นเมืองท่าสำคัญของพม่าในขณะนั้น

จากนั้นพระเจ้าอลองพญา ทำพิธียกฉัตรที่มหาเจดีย์ชเวดากอง ประกาศนโนบายที่พระองค์ทรงจะปฏิบัติในอนาคต ซึ่งการที่จะกำราบไทยเป็นหนึ่งในนโยบายที่พระองค์ประกาศด้วย

โดยปกติเส้นทางเคลื่อนทัพที่พม่าใช้เข้ามาตีกับไทย จะมี 2 เส้นทาง คือ

1 เส้นทางตรงด่านพระเจดีย์สามองค์ กาญจนบุรี โดยหากพม่ายกขนาดใหญ่มา หรือมีปัญหาเรื่องเสบียงมักจะใช้เส้นทางนี้ เนื่องจากระยะการเดินทางสั้น ไม่ค่อยมีหัวเมืองต่อต้าน โดยมักจะบุกในลักษณะไม่ให้ทางไทยได้ตั้งตัว (Surprise attack) แต่เส้นนี้มีข้อจำกัดด้านภูมิประเทศ

2 เส้นทางด่านแม่ละเมา ผ่านระแหงแขวงเมืองตาก เส้นทางนี้สั้นก็จริง แต่มีเมืองต่อต้านค่อนข้างเยอะ โดยเฉพาะตั้งแต่กำแพงเพชร เรื่อยมาจนถึงอยุธยา



**พม่าจะนัดรวมพล เตรียมเสบียงก่อนเข้ามาตีไทยตรงเมืองเมาะตะมะ


ในปี พศ 2303 พระเจ้าอลองพญาทรงได้เปิดเส้นทางการรบเส้นใหม่ คือเส้นทางด่านสิงขร โดยที่พระองค์ได้ยกทัพตีไล่มาตั้งแต่เมืองเย เมืองทวาย เข้ายึดเมืองมะริด แล้วข้ามฟากเข้าตีกุยบุรี เมืองปราน แล้วตีตะลุยย้อนขึ้นอยุธยา (**จุดนี้สำคัญ เพราะภายหลังเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางสำคัญในเคลื่อนทัพพม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2)


**จะเห็นได้ว่าเส้นทางการรบใหม่นี้ เป้าประสงค์น่าจะต้องการตัดความช่วยเหลือของหัวเมืองทางใต้ต่ออยุธยาไปในตัว

แต่ท้ายที่สุดพระเจ้าอลองพญาทรงมาสิ้นพระชนม์ระหว่างล้อมกรุงศรีอยุธยา ตามพงศาวดารไทยแจงว่าพระองค์โดนปืนใหญ่แตกใส่ขณะยืนคุมการยิง แต่หลักฐานพม่ากล่าววาพระองค์ทรงป่วยจนสิ้นพระชนม์ (ว่ากันว่าทัพพระเจ้าอลองพญาเข้ายึดบริเวณวัดหน้าพระเมรุ ก่อหอปืนใหญ่ยิงยอดปราสาทของเราหักโค่นลงมา นี่ถ้าพระเจ้าอลองพญาไม่สิ้นพระชนม์ไปก่อน ทางเราคงจะลำบากแน่)


**จากในแผนที่แสดงให้เห็นว่า ค่ายป้อมปืนของพระเจ้าอลองพญา ตรงวัดหน้าพระเมรุตั้งประชิดพระบรมมหาราชวังมาก มีเพียงแค่น้ำลพบุรีกั้นไว้


หลังจากพระเจ้าอลองพญาสิ้นประชนม์ ก็เกิดการแย่งชิงราชบัลลังก์กันพักใหญ่ ทำให้ทางไทยได้มีเวลาหายใจหายคอเตรียมความพร้อมในการสู้ศึกใหญ่ที่จะตามมาในอีกไม่นาน พอสมควร

และผู้นำที่จะทำการรุกรานไทยในกาลต่อมา ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นหนึ่งในแม่ทัพที่ยกทัพมาตีไทยในศึกพระเจ้าอลองพญาครั้งนี้ด้วย และเป็นพระราชโอรสองค์หนึ่งของพระเจ้าอลองพญา นามว่า พระเจ้าช้างเผือกเซงพะยูเชง หรือที่เรารู้จักกันดีในนาม " พระเจ้ามังระ องค์มหากษัตริย์แห่งพม่า"





ฝั่งไทย

หลังจากสิ้นยุคพระนเรศวร เราก็แทบไม่ได้รบศึกใหญ่อีกเลยร่วม 100 ปี โดยเฉพาะ ศึกที่เราเป็นฝ่ายตั้งรับ (Defensive Warfare) ด้วยพม่าแค่เจอมอญก็แทบแย่ จะมารุกรานไทยคงจะลำบาก ส่วนทางเราก็ยกทัพไปตีเขมรบ้าง ไปตีทางใต้แถบมลายูบ้าง หรือยกทัพไปตีทางเหนือแถวเชียงใหม่ ล้านช้างบ้าง แต่ถือว่าไม่เป็นสงครามใหญ่แต่อย่างใด (แถมทางไทยมักจะเกิดกบฏแย่งชิงอำนาจมาตลอด เรียกว่าหนักไปทางโซ๊ยกันเองซ่ะมากกว่า) การที่ไทยขาดการทำศึกใหญ่มาเนิ่นนาน ทำให้ทางเราขาดความพร้อม ความชำนิชำนาญในการรับศึกกับพม่าไปด้วย


**ในราชสำนักอยุธยามักจะเกิดการแย่งชิงราชสมบัติกันเอง โดยเฉพาะช่วงราชวงค์บ้านพลูหลวง


อาณาจักรอยุธยา ในราชสมัยของพระเจ้าเอกทัศ จะเตรียมการณ์รับศึกใหญ่ที่จะอุบัติขึ้นในอีกไม่ช้านานได้ดีแค่ไหน แผนการรบของพระเจ้ามังระผู้สืบทอดเจตนารมณ์ในการกำราบไทยของพระเจ้าอลองพญาพระราชบิดาจะเป็นเช่นไร......โปรดตามตอนต่อไป



ขอบคุณที่สละเวลาอ่าน ผิดพลาดประการขออภัย
เรียบเรียงให้อ่านโดยผม ข้อมูลอ้างอิง จากซีดีบรรยาย คุยเฟื่องเรื่องอยุธยา โดย ดร สุเนตร ชุตินธรานนท์ และ อาจารย์ วีระ ธีรภัทร

ศึกครานี้ใหญ่หลวงนัก.....


แก้ไขล่าสุดโดย jofromhell เมื่อ Tue Jun 16, 2015 13:19, ทั้งหมด 1 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: ทีมดาวิใบเฟิร์น
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 53150
ที่อยู่: สเปอร์ส&ชมรมคนรักหนัง&เนย
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:15
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
ตอนผมไปกินหมูกระทะเจอพม่าบ่อยมากครับ

Spoil
ย่างกุ้ง  
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 31 Jan 2014
ตอบ: 6661
ที่อยู่: ...
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:17
ถูกแบนแล้ว
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
อ้างอิงจาก:
ในปี พศ 2503 พระเจ้าอลองพญาทรงได้เปิดเส้นทางการรบเส้นใหม่ คือเส้นทางด่านสิงขร โดยที่พระองค์ได้ยกทัพตีไล่มาตั้งแต่เมืองเย เมืองทวาย เข้ายึดเมืองมะริด แล้วข้ามฟากเข้าตีกุยบุรี เมืองปราน แล้วตีตะลุยย้อนขึ้นอยุธยา (**จุดนี้สำคัญ เพราะภายหลังเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางสำคัญในเคลื่อนทัพพม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2)  


พ.ศ.ผิดป่าว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:18
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
kalakasong พิมพ์ว่า:
ตอนผมไปกินหมูกระทะเจอพม่าบ่อยมากครับ

Spoil
ย่างกุ้ง  
 

มุขหรือหอยกาบ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:19
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
นายท่าน III พิมพ์ว่า:
อ้างอิงจาก:
ในปี พศ 2503 พระเจ้าอลองพญาทรงได้เปิดเส้นทางการรบเส้นใหม่ คือเส้นทางด่านสิงขร โดยที่พระองค์ได้ยกทัพตีไล่มาตั้งแต่เมืองเย เมืองทวาย เข้ายึดเมืองมะริด แล้วข้ามฟากเข้าตีกุยบุรี เมืองปราน แล้วตีตะลุยย้อนขึ้นอยุธยา (**จุดนี้สำคัญ เพราะภายหลังเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางสำคัญในเคลื่อนทัพพม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2)  


พ.ศ.ผิดป่าว  
2303 ขอบคุณครับ แก้แป๊บ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 1480
ที่อยู่: Satan City
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:23
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
นายท่าน III พิมพ์ว่า:
อ้างอิงจาก:
ในปี พศ 2503 พระเจ้าอลองพญาทรงได้เปิดเส้นทางการรบเส้นใหม่ คือเส้นทางด่านสิงขร โดยที่พระองค์ได้ยกทัพตีไล่มาตั้งแต่เมืองเย เมืองทวาย เข้ายึดเมืองมะริด แล้วข้ามฟากเข้าตีกุยบุรี เมืองปราน แล้วตีตะลุยย้อนขึ้นอยุธยา (**จุดนี้สำคัญ เพราะภายหลังเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางสำคัญในเคลื่อนทัพพม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2)  


พ.ศ.ผิดป่าว  


ช่าย เพราะ 2503 ไทยตีกันเองอยู่




2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:25
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
Kagawa@7 พิมพ์ว่า:
นายท่าน III พิมพ์ว่า:
อ้างอิงจาก:
ในปี พศ 2503 พระเจ้าอลองพญาทรงได้เปิดเส้นทางการรบเส้นใหม่ คือเส้นทางด่านสิงขร โดยที่พระองค์ได้ยกทัพตีไล่มาตั้งแต่เมืองเย เมืองทวาย เข้ายึดเมืองมะริด แล้วข้ามฟากเข้าตีกุยบุรี เมืองปราน แล้วตีตะลุยย้อนขึ้นอยุธยา (**จุดนี้สำคัญ เพราะภายหลังเส้นทางนี้ จะเป็นเส้นทางสำคัญในเคลื่อนทัพพม่าเข้าล้อมกรุงศรีอยุธยา ในสงครามเสียกรุงครั้งที่ 2)  


พ.ศ.ผิดป่าว  


ช่าย เพราะ 2503 ไทยตีกันเองอยู่




 

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: แรงน้อยทะยอยแทงมีแรงตะแคงซอย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Jun 2007
ตอบ: 4847
ที่อยู่: ชายละเบื่อไม่อยากจะพูด
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:27
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
พม่ารบไทย
ผมชอบแม่ทัพอยู่คนเดียว ชอบมากๆ

ก็คืออะแซหวุ่นกี้
รบทั้งชีวิตไม่เคยแพ้ใคร
แถมยันทัพจีนจากตอนเหนือได้ด้วย
โคตรเก่งเลย



ขอบคุณมาก เอามาให้อ่านอีกนะครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:32
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
JatukamRamaInW พิมพ์ว่า:
พม่ารบไทย
ผมชอบแม่ทัพอยู่คนเดียว ชอบมากๆ

ก็คืออะแซหวุ่นกี้
รบทั้งชีวิตไม่เคยแพ้ใคร
แถมยันทัพจีนจากตอนเหนือได้ด้วย
โคตรเก่งเลย



ขอบคุณมาก เอามาให้อ่านอีกนะครับ  

คนนี้เก่งครับ ศึกอะแซหวุ่นกี้นี่เราเกือบเสร็จเหมือนกัน ถ้าแม่ทัพอะแซหวุ่นกี้ไม่ต้องรีบกลับเพราะกษัตริย์พม่าขณะนั้นสิ้นพระชนม์ เราคงจะลำบากเหมือนกัน แถมตอนจบคุ้นๆวาจะจบไม่ดีด้วย ถ้าจำไม่ผิดจะกลับไปโดนจับประหารหรือยังงัยนี่แระ
แก้ไขล่าสุดโดย jofromhell เมื่อ Tue Jun 16, 2015 13:33, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ง.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 May 2010
ตอบ: 4640
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:36
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
แต่ผมว่าไทยไม่อ่อนแอหรอกนะ แค่ไม่พัฒนาเท่านั้นเอง เห็นมีข้อมูลผ่านตาแวบๆว่ากันเมืองได้ตั้ง 14 เดือน แสดงว่าป้องกันไว้ได้นานเหมือนกัน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: แรงน้อยทะยอยแทงมีแรงตะแคงซอย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Jun 2007
ตอบ: 4847
ที่อยู่: ชายละเบื่อไม่อยากจะพูด
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:37
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
jofromhell พิมพ์ว่า:
JatukamRamaInW พิมพ์ว่า:
พม่ารบไทย
ผมชอบแม่ทัพอยู่คนเดียว ชอบมากๆ

ก็คืออะแซหวุ่นกี้
รบทั้งชีวิตไม่เคยแพ้ใคร
แถมยันทัพจีนจากตอนเหนือได้ด้วย
โคตรเก่งเลย



ขอบคุณมาก เอามาให้อ่านอีกนะครับ  

คนนี้เก่งครับ ศึกอะแซหวุ่นกี้นี่เราเกือบเสร็จเหมือนกัน ถ้าแม่ทัพอะแซหวุ่นกี้ไม่ต้องรีบกลับเพราะกษัตริย์พม่าขณะนั้นสิ้นพระชนม์ เราคงจะลำบากเหมือนกัน แถมตอนจบคุ้นๆวาจะจบไม่ดีด้วย ถ้าจำไม่ผิดจะกลับไปโดนจับประหารหรือยังงัยนี่แระ  


ตอนกลับไปพิทักษ์บัลลังค์ บ้างว่าไปเก็บส่วยเก็บภาษีอยู่ทางใต้สุขสบายจนตาย
บ้างก็ว่าถูกประหาร ไม่รู้อันไหนมีมูลมากกว่ากัน
แก้ไขล่าสุดโดย JatukamRamaInW เมื่อ Tue Jun 16, 2015 13:38, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:42
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
kingseal พิมพ์ว่า:
แต่ผมว่าไทยไม่อ่อนแอหรอกนะ แค่ไม่พัฒนาเท่านั้นเอง เห็นมีข้อมูลผ่านตาแวบๆว่ากันเมืองได้ตั้ง 14 เดือน แสดงว่าป้องกันไว้ได้นานเหมือนกัน  

เห็นด้วยครับ ไทยก็ไม่ได้อ่อนแอ พม่าก็ไม่ได้อาศัยจังหวะทีเผลอ จริงๆเตรียมการณ์ดีมาทั้งคู่ เดียวจะเล่าให้ฟังในตอนต่อไป
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวเตะลา ลีกา
Status: แก้มสั่นไหว หน้าอกก็สั่นไหว
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 10802
ที่อยู่: Olympus
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 13:49
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
เค้าน่าจะตั้งชื่อตามพงศวดารว่า อยุธยารบอังวะ มากกว่านะครับ
สมัยนั้นยังไม่ได้เรียกว่า ไทยและพม่าเลย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

"once a gooner, always a gooner"
ออฟไลน์
นักบอลถ้วย ก.
Status: No comment เน้น combo
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 02 Nov 2005
ตอบ: 3668
ที่อยู่: ถามซ่อกแซ่ก!!
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 14:06
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
แต่ครั้งนี้ชนะ 3-0นะครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอลไทยพรีเมียร์ลีก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 2926
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 16, 2015 14:09
[RE: ไทยvsพม่า ในสงครามเสียกรุงครั้งที่2]
noat พิมพ์ว่า:
เค้าน่าจะตั้งชื่อตามพงศวดารว่า อยุธยารบอังวะ มากกว่านะครับ
สมัยนั้นยังไม่ได้เรียกว่า ไทยและพม่าเลย
 
ที่เรียกไทย กับพม่า จะให้เกิดความเข้าใจตรงกันง่ายๆ น่ะครับ เอาจริงๆในตอนนั้นก็ไม่น่าเรียกอังวะด้วย เพราะไม่ใช่ราชวงค์อังวะแล้ว เป็นราชวงศ์อลองพญา หรือคองบองมากกว่า แถมเมืองหลวงก็ไม่ใช่เมืองรัตนปุระอังวะด้วย เพราะเจ้าอลองพญาสถาปนาเมืองชะเวโบเป็นราชธานีแทน
แก้ไขล่าสุดโดย jofromhell เมื่อ Tue Jun 16, 2015 14:15, ทั้งหมด 2 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel