ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: Something in the way, mmm...
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 26307
ที่อยู่: In a town full of rubber plans
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 08:43
Nirvana - Nevermind


ในปี 1989 ใครจะไปรู้ว่า วงดนตรีเล็กๆ จาก Aberdeen วงหนึ่งในสังกัดเล็กๆ อย่าง Sub Pop จะประสบความสำเร็จ อย่างเกินที่พวกเขาคาดหมายไว้ วงเล็กๆ ที่ตระเวนทัว เล่นดนตรี ในรถตู้ เก่าๆ และกลายมาเป็น ทัว ยุโรป ที่พวกเขา ไม่เคยคิด มาก่อน

Nirvana ตอนนั่นยัง เป็นวงรุ่นน้อง ในแวดวง Punk ฝั่ง west coast ที่ยังตามรุ่นอย่าง Tad ,Melvins อยู่ แต่การที่พวกเขาได้ ไปทัว ยุโรป ที่ถือว่า ยังไม่มี punk band จาก USA วงไหน หาญกล้าไป เล่นเย้ย เมืองหลวงแห่ง punk ใน London ได้

ผลพวงครั้งนั่น พวกเขาได้ถูกจับตามมอง จากสังกัดใหญ่ๆ ที่กำลังต้องการ วงดนตรี punk จากใต้ดิน หนึ่งในนั่นคือ David Geffen ผู้ก่อตั้ง Geffen record ในคลือ DGC





หลังจาก จบทัวที่ยุโรป และชื่อ Nirvana ได้เป็นที่รู้จักมากขึ้นแล้ว พวกเค้ากลับมาเพื่อเตรียมตัว ทำอัลบั้มชุดใหม่ โดยได้รับการทาบทามจาก David Geffen ให้มาเซ็นสัญญา กับ Geffen record แม้ว่า Kurt จะยัง ค่อนอยากจะเข้าร่วนในสังกัด ใหญ่ๆ เท่าใดนัก แต่สุดท้าย ทางวงก็ได้ ร่วมเซ็นต์สัญญากับทาง Geffen เพื่อปูทาง สู่ ก้าวต่อไปของวง





แต่ในวันหนึ่ง Kurt ได้บอกกับ Krist ว่า พวกเราน่าจะ ได้มือกลองคนใหม่นะ เนื่องจาก Chad Channing ไม่สามารถ ที่จะเข้ากับ Nirvana ได้ดีพอ และ ความรู้สึกต่อดนตรี ที่หลังๆ มาออกจะเข้ากันไม่ค่อนได้ ในต้นปี 1990 Chad จึงได้ออกจากวงไป แต่ความเป็นเพื่อน ยังคงมีอยู่

ทาง Nirvana เริ่มมองหา มือกลองคนใหม่





ณ เวลานั่น ต้นปี 1990 แฟนเพลงของ Nirvana คนหนึ่ง เขาเป็นมือกลอง ที่ตีกลองให้กับวง Hardcore-Punk นามว่า Scream แต่เมื่อ Scream ไปไม่รอด และรู้ว่า Nirvana กำลังมองหามือกลองใหม่อยู่

แฟนเพลงผู้นี้ ไม่รีรอ ที่จะโทรไปหา krist Novoselic เพื่อ ขอโอกาสให้เขาได้ audition กับทาง Nirvana และ ต่อมา แฟนเพลงคนนี้ ก้กลายมาเป็นหนึ่งในสมาชิกของ Nirvana ในที่สุด เขาคนนั่นชื่อว่า Dave Grohl





Dave เดินทางมาถึง Seattle เพื่อเริ่มต้นกับการเป็นมือกลองให้กับ Nirvana แต่.............งานเพลง และวัตถุดิบหลายๆ อย่างกับ ไม่ได้มีความคืบหน้า เพราะ Kurt เพิ่งอกหัก จากแฟนสาวมา Kurt มกตัวอยู่ในห้องตลอดทั้งวัน ไม่พุดไม่จา กับใคร ไม่สนใจกับงานบันทึกเสียงที่กำลังจะเริ่มขึ้น

Dave ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับ Kurt โดยที่ Kurt ไม่แม้แต่จะพูดจาใดๆ ด้วย ตลอดสองสัปดาห์ในห้วงแห่งอาการอกหัก วันๆ Dave สังเกตุเห็นแต่ Kurt นั่งเหม่อลอย กับจดบันทึกอยู่คนเดียว

จนมาเช้าวันหนึ่ง หลังจากที่ซึมเศร้ามา สอง สัปดาห์เต็มๆ Kurt เดินมาบอกกับ Dave ว่า 'มึงรู้มั้ย กูก็เป็นแบบนี้บ่อยๆว่ะ' จากนั่นทั้งสอง จึงเดินทางไปพบ Krist และเริ่มซ้อมกับบทเพลงใหม่ๆ ที่กำลังจะเริ่มบันทึกเสียง





ในที่สุด Kurt กลับมามีชีวิต ชีวาอีกครั้ง วัตถุดิบในการบันทึกเสียงก็เพิ่ม Nirvana กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้า อีกก้าว และเป็นก้าวที่ใหญ่ มากๆ ด้วย

Dave ใช้เวลา ร่วมเล่น concert กับ Nirvana ในช่วง สามเดือน เพื่อปรับตัว ให้เข้ากับเพลงของ Nirvana ที่ต่อมา พวกเขาก็ได้รู้ว่า พวกเขาได้มือกลองที่ สุดวิเศษ ที่มาเติมเต็มให้พวกเขาแล้ว และ Dave ก็มี ความสามารถ ในการร้องเพลงอยู่ด้วย ที่สามารถร้อง backup ให้ Kurt ได้





show แรก ของ Dave Grohls กับทาง Nirvana ในปี 1990

Track : Love Buzz





ทางวง Nirvana ได้ถูกแนะนำให้รู้จักกับ Butch Vig Producer ผู้ที่ฝากข้องาน produce ให้กับวง Punk/Alternative หลายวง รวมทั้ง Gish อัลบั้มชุดแรกของ The Smashing Pumpkins





เมื่อทุกอย่างพร้อม Nirvana จึงมุ่งหน้าสู่ Sound City Studio ในเมือง Los Angeles เพื่อทำการเริ่มต้นบันทึกเสียงอัลบั้มชุดใหม่





ในอัลบั้มแรก Bleach ใช้งบประมาณในการบันทึกเสียง $600

แต่ในอัลบั้มใหม่ที่กำลังจะเริ่มบันทึกเสียงนั่น ทางวงได้ งบประมาณมา $65,000 บางที มันมากจน ทางวงก็ไม่รู้จะเอาไปทำอะไรมั่ง

ในภาพ : Dave Grohl และ Butch Vig กำลังช่วยกัน set กลองชุด ที่จะนำมาใช้ในการบันทึกเสียง





Track แรกในอัลบั้ม Smells Like Teen Spirit จริงๆ Kurt เกือบจะเขี่ยเพลงนี้ออกจาก อัลบั้ม แล้ว เพราะ ความไม่ลงตัวของ ทำนอง และเนื้อร้อง ที่เมื่อ Kurt เริ่มเล่นเพลงนี้ ครั้งไหน มันก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆ และ หาทางจบไม่ได้

Kurt เขียนเพลงนี้ ขึ้นมาไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่จะเริ่มบันทึกเสียงด้วยซ้ำ เพราะ ทีแรก In Bloom คือ single ของทางวง

เมื่อ Kurt เริ่มเล่น riff ของ smells like teen spirit ในช่วงพักของการบันทึกเสียง Butch Vig ได้ยินแล้วถึงกลับ บอกว่า '' เฮ้ย!!! เพลงนี้เจ๋งว่ะ พวก, ทำไมนายไม่ลองเล่นให้จบ ล่ะ '' จากนั่น ทั้ง Kurt ,Krist และ Dave ก็ช่วยกัน เรียบเรียง ในส่วนของท่อนต่างๆ Kurt จัดการเรื่องของเนื้อร้องใหม่ จนเสร็จสมบูรณ์

smells like teen spirit เป็นเพลงแรกที่ สมาชิกทั้งสาม มี credit ในการแต่งและเรียบเรียง





ที่มาของ smells like teen spirit คงมาจากเธอคนนี้ Kathleen Hanna นักร้องนำแห่งวง Bikini Kill เธอคือเพื่อนสนิทของ Kurt

ในปี 1990 เธอได้ไปร่วมปาร์ตี้กับ Kurt และช่วงที่กำลังเมาๆนั่นเอง เธอหยิบ สีสเปรย์ ขึ้นมาพ่นลงบนกำแพง ว่า "Kurt smells like teen spirit"

ความหมายมันมีแค่เพียง Kurt ใช้น้ำยาดับกลิ่นตัว ยี่ห้อ Teen Spirit





น้ำยาดับกลิ่นตัว ''Teen Spirit''





smells like teen spirit





บรรยากาศในการบันทึกเสียง

Butch Vig กล่าวไว้ว่า การทำงานกับ Nirvana ค่อนข้างเรียบง่าย มันเรียบง่ายกว่า ทำงานกับ The Smashing Pumpkins ซะด้วย แต่ในความเรียบง่ายนั่น มันเต็มไปด้วยความยากเย็น อย่างสุดขั้ว

เพลงใหม่ๆ ของ Nirvana เกิดขึ้นมาสดๆ จากการแจม กันเล่นๆ หลายเพลง Kurt ซ้อมไลน์กีตาร์ของเขากับ กีตาร์โปร่ง 12 สาย ที่เหลือสายเพียง 5 สาย และเขาไม่เคยตั้งสายเลยสักครั้ง

เมื่อเหนื่อยจากการซ้อม และบันทึกเสียง พวกเขาจะ relax ด้วยการเล่น cover วงโปรดของพวกเขาเอง





In Bloom เพลงนี้ Kurt เขียนไว้ตั้งแต่ปี 1990 ในครั้งแรกมันเป็นเพลงเร็ว ติดกลิ่น punk สุดขั้ว แต่ Krist แย้งว่า มัน sound ใกล้เคียง Bad Brains เกินไป Kurt จึงเปลี่ยนมาเป็นเพลงที่ช้าลง และใส่ท้วงทำนอง ที่ pop มากขึ้น

ในทีแรก Butch Vig ได้ฟัง demo เพลงนี้ที่บันทึกในปี 1990 เขาถึงกับโยนมันทิ้งทันที และ กล่าวว่า เพลงนี้ ต้องเรียบเรียงใหม่ซะ หรือไม่ก็ตัดมันทิ้งเสีย

Kurt ปฏิเสธ ที่จะทำการบันทึกเสียงแบบ overdub และการร้องประสานเสียง ที่ Butch Vig แนะนำ ฉนั่น สิ่งที่ Butch Vig จะทำได้คือ คอยแอบบันทึกเสียง เวลา พวกเขาซ้อมกัน แล้วเอามาเลือกเอา track ที่ดีที่สุด ส่วนเสียงประสานของ Dave Grohl ในเพลงนี้นั่น แอบให้ Dave ช่วย โดยไม่ให้ Kurt รู้ และเมื่อเพลงนี้ บันทึกเสียงเสร็จ Kurt ได้ยิน เสียงของเขา ที่มีเสียงร้องประสานอยู่ ข้างหลัง เขาจึงถาม Butch Vig ว่า ''นี้เสียงของใคร'' Butch Vig จึงบอกกับ Kurt ว่า มันคือเสียงของ John Lennon





In Bloom





Kurt Cobain เหนื่อยๆ จากการบันทึกเสียง ก็ออกมา พบปะ พูดคุย กับแฟนเพลง





เบื่อๆ หน่อยก้ party





party เสร็จ เมาแล้วก็ นอน........





Lithium..............เพลงนี้ Kurt ไม่ได้แต่งขึ้นมาเพื่อ สิ่งใดเป็นพิเศษ แต่มันเกิดมาจาก การที่ Kurt ชอบแต่งบทกวี เมื่อกวีของเขา หลายๆ บทมารวมกัน มันจึงเกิดเป็นเนื้อเพลงๆ หนึ่ง ที่ใช้ชื่อว่า Lithium

มันคือหนึ่งใน เพลง ที่ใช้เวลาในการบันทึกเสียง มาก Kurt ทอลอง ใช้ Big Muff ในเสียงกีตาร์ของเพลงนี้ แต่สิ่งที่เป็นปัญหา ของเพลงนี้คือ timing ที่ไม่ว่าจะเล่นกี่ครั้งๆ พวกเขาก็เล่น ช้าลงๆ

Butch Vig ให้ทางวงบันทึก เพลงนี้หลายครั้งมาก เนื่องจาก ยังไม่มี track ไหน ที่โดน จริงๆ สักที Kurt หัวเสียกับเพลงนี้ พอสมควร แต่มันก็สำเร็จในที่สุด





Lithium : Denmark 1992





ขอพัก ดูดบุหรี่ ก่อน แปป





Come As You Are เพลงนี้ เป็นเพลงหนึ่งที่ เรียบง่าย การบันทึกเสียงไม่มีปัญหาใดๆ จะมีสะดุด ตรงหลังจาก solo ในช่วงท้ายของเพลง Kurt ดันร้องผิดท่อน "And I don't have a gun" ก่อนที่จะถึงท่อนร้อง จริงๆ ในช่วงท่อนที่เขาร้องว่า "memoria" Kurt เลือกที่จะเก็บ ท่อนที่ผิดพลาดนี้ไว้ โดยไม่แก้ไข ใดๆ

Come As You Are มันคงไม่ได้มีความหมายอะไรมากมาย ในสิ่งที่ Kurt ต้องการสื่อ ถึง ตัวตนที่แท้จริง ของตัวคุณ คุณควรจะเป็นในสิ่งที่คุรควรจะเป็น ทำในสิ่งที่ควรจะทำ ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกิน ไป





Come As You Are : 1991





Kurt กับ Krist ที่ป้ายทางเข้าเมือง Aberdeen ในปี 1988





ส่วนนี่ป้ายทางเข้าเมือง Aberdeen ในปัจจุบัน





Polly เพลง ที่บอกเล่าเรื่องราวที่แสนเศร้า Kurt เขียนเพลงนี้ขึ้นมาในปี 1987 หลังจาก เขียนเพลง About a Girl เสร็จ

เพลงนี้เดิมที ใช้ชื่อว่า 'Hitchhiker' ผู้โดยสารร่วมทาง ที่อาศัยยการโบกรถริมทาง ต่อมาใช้ชื่อว่า "Cracker" และสุดท้าย มาลงที่นามสมมติ ''Polly''

เพลงนี้บันทึกเสียงครั้งแรกแบบ เต็มวง ซึ่งใน ทีแรก Butch Vig ก็เห็นด้วย กับการที่จะบันทึกเพลงนี้แบบเต็มวง กีตารื เบส กลอง แต่ วันหนึ่ง Kurt หยิบ กีตาร์โปร่ง 5 สาย ตัวเดิมขึ้นมา และเล่น Polly เค้าเลล่น คนเดียวซ้ำไป ซ้ำมา Butch Vig ได้ยิน ที่ Kurt เล่น เขาจึงเอาเครื่องบันทึกเสียงไปวาง ไว้ใกล้ๆ Kurt และปล่อยให้ Kurt ไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้ว Butch Vig เห็นว่า Polly ควรจะเป็นเพลง acoustic มากกว่า และ Kurt ก็เห็นด้วย

เนื้อหาหลักๆ ของ Polly ที่ Kurt เขียนขึ้นจากข่าว ที่มีเด้กผู้หญิงคนหนึ่ง ถุกจี้ และลักพาตัว เธอถุกข่มขืน และกักขัง อย่างทรมาน





กีตาร์โปร่ง Stella 12 สาย ที่เหลือเพียง 5 สาย ที่ Kurt ใช้บันทึกเสียง Polly





Polly





Something in The Way อีกเพลงหนึ่ง ที่น่าสนใจ ในการบันทึกเสียงใน Nevermind

เชื่อมั้ยว่า เพลงที่มีเพียง 2 คอร์ด เพลงนี้ เป็นเพลงที่บันทึกเสียงยากที่สุดในอัลบั้ม

จากเดิมที เพลงจะบันทึกเสียงแบบเต็มวง แต่ก็ยังหาข้อสรุปในการวาง สัดส่วน และการเล่น ได้สักที ในการบันทึก ไลนืกีตาร์ ของเพลงนี้ Kurt ถึงกับ ฟาดกีตาร์ทิ้ง ไปหนึ่งตัว เนื่องจาก เสียงและจังหวะที่ออกมา มันไม่ตรงกับที่เขาตั้งใจเอาไว้

Butch Vig กล่าวว่า เพลงนี้ ใช้ หลาย take มากๆ เขาให้ Nirvana เริ่มเล่น และสั่งหยุด เป็นหลายสิบครั้ง แต่ก็ยัง ไม่ได้ track ที่ใช้ได้ สักที

ถึงแม้จะซ้อมกันหลายสิบรอบ แต่ผลที่ออกมามันก็ ยังไม่น่าพอใจนัก Butch Vig ปล่อยให้ ทาง วง relax สักพัก Kurt เลือกที่จะฟังเพลงโปรดของตัวเอง เงียบๆ Krist หลบมุมสูบกัญชา Dave เมากับไวน์ ทั้งวัน ทั้งคืน

จนมาถึงวันหนึ่ง Kurt เดินมาหา Butch Vig เขาหยิบ กีตาร์ stella 12 สาย ที่เหลือเพียง 5 สาย ขึ้นมา โดยที่กีตาร์ตัวนี้ สายเพี้ยนมาก แต่ Kurt ก้ไม่คิดจะตั้งสายมัน จากนั่น Kurt บรรจงเล่น something in the way ขึ้นมา กับกีตาร์สายเพี้ยนตัวนั่น

Kurt ร้อง คลอเบาๆ จนแทบจะไม่ได้ยินเสียง Butch Vig รีบไปหยิบ เสียงบันทึกเสียง และสั่งปิดตาย studio ทุกทาง เพื่อให้ได้ยินเสียง ที่ Kurt เล่นอย่างชัดเจนที่สุด เพราะนี้อาจจะ เป็นโอกาสเดียว เท่านั่น ในการบันทึกเสียงเพลงนี้

เมื่อ Kurt เล่นจบ เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า Butch Vig ได้บันทึกเสียงที่เขาเล่นเมื่อกี้ไว้หมดแล้ว และนี้ กลายมาเป็น สิ่งที่ใช้ที่สุดสำหรับเพลง something in the way เสียงกีตาร์โปร่งสายเพี้ยน กับเสียงร้องที่แผ่วเบา มันบ่งบอกถึงอารมร์ที่แสน เศร้า หดหู่ ของเนื้อในเพลงได้ ชัดเจน





something in the way เพลงที่ Kurt เขียนขึ้น ถึงช่วงหนึ่งของชีวิต ที่ต้องเป็นคนไร้บ้าน ระหกระเหิน ไปอาศัยอยู่ใต้สะพาน ข้ามแม่น้ำ wishkah

เขาต้องประทังชีวิตด้วยกับจับปลาในแม่น้ำ มากิน นอนทนกับอากาศที่หนาวเหน็บ ไร้บ้าน ไร้คนมาสนใจ

แต่โชคดีเหลือเกิน ที่ แม่เลี้ยงใหม่ ที่มาแต่งงานกับ พ่อเขานั่น ได้ นำ ปืน หลายกระบอก มาทิ้งลงที่แม่น้ำแห่งนี้ Kurt ได้งมเอาปืนทั้งหมด ขึ้นมา และนำไปขาย เงินที่ได้มา มันมากพอที่จะให้เขาไปหาห้องเช่าถูกๆได้ และกีตาร์ Univox ตัวแรกในชีวิต





Something In The Way






25 กันยายน 1991 Nirvana ก็วางแผงออกจัดจำหน่ายวันแรก

ภายใน สัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย Nevermind ทำยอดขายได้ 250,000 copies ซึ่งมากเกินกว่าที่ทาง Geffen rocord คาดหวังไว้

และยอดจำหน่ายก็ ขึ้นสูงขึ้นเรื่อยๆ ในเดือนแรก ยอดจำหน่ายได้ถึง 5 ล้าน copies และปีต่อมา 1992 ยอดจำหน่ายทะลุ 10 ล้าน copies และ เพิ่มเป็น 30 ล้าน copies





ในช่วงต้นปี 1992 ทาง DGC ต้นสังกัด จัดงานฉลองยอดจำหน่าย 10 ล้าน copies ให้กับทางวง

ในวันนั้น ทั้ง Kurt ,Krist และ Dave ต่างเมาปลิ้น ได้ที่ พวกเขาให้ DJ เปิดเพลง Disco ยุค 80 แทนที่จะเปิดเพลงของ ทางวง และ พวกเขาเริ่มเอา อาหารมาขว้างใส่กัน จน ผู้จัดงานต้องใน รปภ. มาลากทั้งสาม ออกจากงาน





Nevermind สำหรับผมแล้ว มันคือประตูบานใหญ่ ที่เปิดให้ผม ได้ สัมผัสกับ attitude อีกแบบหนึ่งของ คำว่า ดนตรี พวกเค้ามอบ ทัศนะคติ ใหม่ๆ ให้ผมได้รู้จักความสุขของ ดนตรีในอีกแบบ หนึ่ง มันไม่จำเป็นต้อง ซับซ้อน หรือมีทฤษฎีอะไรมากมาย มันใช้ แค่ หัวใจ สิ่งเดียว เท่านั่น ที่สามารถสัมผัสมัน ได้ อย่างเต็มที่ .....





รูปเด็กทารกที่ดำน้ำตามแบ๊งค์บนปกชุด never mind ตอนนี้โตแล้วนะครับ
เค้าชื่อ สเปนเซอร์ เคนเน็ธ รอยซ์ เอลเดน



-----

credit : sickboy(guitarthai.com)



โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Sep 2009
ตอบ: 505
ที่อยู่: ดาวนาเม็ค
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 09:06
[RE: Nirvana - Nevermind]
ขอบคุณมากครับผม
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: Cute without the e
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Oct 2009
ตอบ: 488
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 09:11
[RE: Nirvana - Nevermind]
สุดยอดเลยครับ nirvana
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: ติดบุหรี่เป็นมะเร็ง ติดมะเส็งเป็นมะโรง
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 25 Apr 2006
ตอบ: 415
ที่อยู่: ซุ้ม......ซุ้มมือปืน?.......ซุ้มยาดอง...ผ่างงง!!
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 09:40
[RE: Nirvana - Nevermind]
smell นี่ เล่นในห้องซ้อมมันมาก
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
...ดังแต่ท่อ ล้อไม่หมุน...
ออฟไลน์
นักเตะตำบล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 18 Jan 2011
ตอบ: 2616
ที่อยู่: Eliminate
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 09:44
[RE: Nirvana - Nevermind]


เจ๋ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน



ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status: รุ่งนภาเองค่ะ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 21 Oct 2013
ตอบ: 812
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 10:08
[RE: Nirvana - Nevermind]
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
DVS
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 01 Jan 2014
ตอบ: 559
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Jun 10, 2014 11:16
[RE: Nirvana - Nevermind]
thank you.
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
http://media2.ftbpro.com/post_image/image/2087504/488465319-robin-van-persie-of-manchester-united-celebrates.jpg" alt="" />

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel