ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: ลาก่อย ss
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7696
ที่อยู่: เทือกเขาอากินะ
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 11:51
“วิถีแบบไทยๆ”
“วิถีแบบไทยๆ” กับคำตอบว่าทำไมความคิดใหม่ๆ ถึงเกิดขึ้นได้ยากบนแผ่นดินนี้

--ข้อความข้างต้นฟังดูแล้วอาจแทงใจดำ แต่นี่คือความจริงที่คนไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ (และไม่มีใครกล้าที่จะออกมาบอก)

--หัวข้อนี้ผมได้มาจากการไปฟังเสวนา “Very Thai: Cultural Filter” โดย Philip Cornwel-Smith ผู้เขียน “Very Thai” หนังสือที่ว่าด้วยวัฒนธรรม “แบบไทยๆ” ที่เราเองก็ไม่เคยสงสัย หาความหมาย หรือ ตั้งคำถามกับพวกมันมาก่อน เช่น การเอาทิชชู่สีชมพูมาห่อช้อนส้อม หรือ ทำไมไฮโซต้องตีกระบัง

--จากความรู้ที่ได้รับตลอดเกือบสองชั่วโมงจากหนึ่งในคนที่มองสังคมไทยแบบถึงกึ๋นที่สุด
ประโยคที่ผมฟังแล้วถึงกับต้องหยิบสมุดมาจดในทันที (และเป็นที่มาของ blog นี้) คือ


Foreign Designers of ‘Thai Style’ were more Freedom
นักออกแบบชาวต่างชาติที่เล่นกับ ‘ความเป็นไทย’ มีอิสระมากกว่า (คนไทย)


--และ ตัวอย่างที่เขายกมาก็ล้วนแต่คนที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยทั้งสิ้น เช่น
จิม ทอมป์สัน เจ้าพ่อแห่งไหมไทย หรือ จิโร เอนโดะ ศิลปินเลือดปลาดิบที่กำลังมาแรง เป็นต้น

--หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นแบบนี้
เพราะเขาเป็นคนต่างชาติ? เพราะเขารู้จักคนมากกว่า? เพราะเขาดังอยู่แล้ว? ฯลฯ
จริงๆ แล้ว คำตอบที่เราค้นหาอยู่ในสไลด์แผ่นที่อยู่ก่อนหน้านี้




--Deconstruct = Discrete?
การล้มแนวคิดเดิมแล้วสร้างใหม่ = การลบหลู่?

--และตัวอย่างที่เขายกมาก็ล้วนแต่เป็น “ความเป็นไทยแท้” ที่ทำให้ไอเดีย แนวคิด หรือผลงานบางอย่างในไทยไม่อาจเกิดได้ (หรือตายไปด้วยความน่าเสียดาย)
ทีนี้เราลองมาดูกันทีละหัวข้อกัน


--1. ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ – ไม่เชื่อไม่ว่าแต่อย่ามายุ่ง

--ผี / ขอหวย / ไสยศาสตร์ / น้ำมนต์ / เกจิ / GT200 / ฯลฯ
คนที่เชื่อในสิ่งเหล่านี้ ต่างก็เชื่ออย่างสุดใจ และพร้อมเป็นกำแพงที่คอยกั้นคนที่อยากจะเข้าไปพิสูจน์อย่างสุดชีวิต

--ทั้งๆ ที่ทำในความเป็นจริง (และที่ทำกันอยู่ทั่วโลก)​ คือการ “ไม่เชื่อต้องลบหลู่”
เพื่อที่จะได้เห็นกันชัดๆ ว่า แนวคิดที่มีอยู่แต่เดิมนี้มีข้อบกพร่องตรงไหน หรือ สามารถนำมาต่อยอด ตีความใหม่ หรือ แตกย่อยออกมาเพิ่มเติมตรงไหนได้บ้าง


--2. ไม่มีการกระตุ้นให้ตั้งคำถาม (โดยเฉพาะกับคนที่อยู่ในขั้นเหนือกว่า)

--ลองนึกภาพว่า ถ้ามีเด็กไทยคนหนึ่งยกมือถามครูในวิชาสังคมว่า
“ไทยไม่เคยเป็นเมืองขึ้นของใคร แล้วที่ไทยแพ้พม่านี่นับไหมครับ?”
แล้วห้องเรียนจะเป็นอย่างไร (และ ชะตากรรมของเด็กคนนี้จะเป็นแบบไหน)

--ผมคิดว่าคำถามที่สร้างสรรค์มีคุณค่ามากกว่าคำตอบตามตำราอยู่หลายเท่านัก
เพราะการตั้งคำถามที่ดีจะก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนกันระหว่างผู้ถาม และ ผู้ถูกถาม อย่างเอนกอนันต์

--แต่บรรยากาศเหล่านี้กลับถูกปิดกั้นด้วยแนวคิดแปลกๆ ทำนองว่า จะรู้ไปทำไม / น่ารำคาญ / เด็กอวดฉลาด / ปีนเกลียว และอื่นๆ อีกมากมายจากคนที่อยู่ในระดับสูงกว่า
ระบบแบบนี้ทำให้เด็กไทยเริ่มขี้เกียจที่จะถาม ขี้เกียจที่จะกล้าคิดแหวกแนว
เพราะไม่อยากแส่หาเรื่องให้เป็นที่เหม็นขี้หน้าของอาจารย์ (และผู้รู้ในแขนงอื่นๆ ) เสียเปล่าๆ
และแน่นอนว่า ไอเดียดีๆ ก็อาจจะตายไปพร้อมกับใจอันห่อเหี่ยวของคนๆ นั้น


--3. ความอาวุโสเป็นใหญ่เหนือกว่าความสวยงามและวิธีการ

--รู้จัก พิเชษฐ กลั่นชื่น ไหมครับ?
ในสายตาชาวโลก เขาคือศิลปิน นักเต้นโขนที่คนทั่วโลกปรบมือชื่นชม
ในสายตาของกรมศิลปากรและคนโขนของไทย เขาคือคนทำลายศิลปะโขน และ ไม่มีใครยอมรับเป็นพวก

--เพราะ พิเชษฐนำโขนที่ถือว่าเป็นวัฒนธรรมดั้งเดิมของไทยมาแยกส่วนและตีความใหม่
เช่น การแสดงโขนขาวดำ หรือ การแสดงโขนที่ตัดทอนความสวยงามของชุดเพื่อเน้นที่ท่วงท่าการรำโดยการสวมแค่หัวโขน และ กางเกงใน!

--พิเชษฐ เป็นหนึ่งในคนที่ Philips ยกตัวอย่างในการเสวนาครั้งนี้
สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจในแวดวงศิลปะ (และอีกหลากหลายวงการ)​ ของบ้านเรา คือ
‘ความงดงามหรือคุณค่าในชิ้นงาน คือ สิ่งที่ศิลปินอาวุโสเห็นชอบแล้วว่าดี’
แทนที่เราจะอนุรักษ์วัฒนธรรมโดยการนำลงมาต่อยอดและให้ทุกคนเข้าถึง
แต่เรากลับเลือกการนำมันไปเก็บไว้บนหิ้ง เพราะแปะป้ายว่า “ห้ามจับโดยเด็ดขาด”

--ดังนั้น จึงไม่แปลกใจที่หลายๆ คนจึงเลือกช่องทางเผยแพร่ผลงานของตัวเองโดย “การส่งไปเมืองนอก”​ เป็นตัวเลือกแรก เพราะมั่นใจว่า ถ้าโลกยอมรับ คนในประเทศไทยถึงจะยอมรับ (แม้ว่าตอนแรกจะด่าซะสาดเสียเทเสียก็ตาม)


--4. ‘เรื่องบางเรื่อง’ คนธรรมดาห้ามแตะ
เคยเห็นภาพนี้ไหมครับ




--“ภิกษุสันดานกา” ภาพนี้เคยเป็นข่าวโด่งดัง มีพระสงฆ์หลายรูปออกมาต่อต้านให้นำภาพนี้ออกจากการแสดงโชว์ เพราะ ทำให้หมิ่นศาสนาพุทธ ดูหมิ่นสถาบันสงฆ์ เป็นการบอกว่าพระสงฆ์มีพฤติกรรมลุ่มหลงในไสยศาสตร์ดั่งพฤติกรรมของพระในภาพ

--ทั้งๆ ที่ภาพนี้ชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทองประเภทจิตรกรรม จากการประกวดผลงานศิลปกรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 53 ประจำปี 2550 และ ที่มาของภาพนี้ก็ยกมาจากในพระไตรปิฎกเองด้วยซ้ำ!

--บ้านเรายกเรื่องศาสนาพุทธเป็นเรื่องที่ห้ามแตะต้อง
ถ้าใครเข้าไปวิพากย์วิจารณ์(แม้ว่าจะเป็นเจตนาดี) ก็จะโดนตราหน้าว่าเป็นคนชั่ว คนบาป คนไร้ศาสนาโดยทันที

--ทั้งๆ ที่เราต่างก็เห็นกันอยู่ตำตาว่าตอนนี้หนึ่งในสถาบันของประเทศเรานั้นเละตุ้มเป๊ะกันมากขนาดไหน
‘ข้อห้าม’ ประมาณนี้ก็เป็นอีกหนึ่งอุปสรรคในการสร้างสรรค์ชิ้นงานใหม่ๆ ในประเทศนี้เช่นกัน

--(ตัวอย่างที่น่าสนใจในหัวข้อนี้ที่ Philips ยกมา คือ
การเปรียบเทียบระหว่าง พระพุทธรูปบนชุดว่ายน้ำของฝรั่ง กับ หุ่นฮิตเลอร์ในร้านขายเสื้อยืดของไทย – เรื่องบางอย่างที่เราเห็นว่าธรรมดา อาจจะเป็นเรื่องที่เซ็นสิทีฟกับอีกคนหนึ่ง)


--พอฟังสไลด์หน้านี้จบ ผมก็ได้แต่ขำแห้งๆ ในใจ
เพราะผมเอง เป็นคนไทยที่มานั่งฟังฝรั่งมาอธิบายเรื่องวัฒนธรรมไทยๆ
โดยไม่โดนคนรอบข้างถากถางว่า “จะอยากรู้ไปทำไม” หรือ “มึงบ้าหรือเปล่า” หรือ “ลบหลู่ความเชื่อทำไม”

--เพราะว่าเขาไม่ได้ติดอยู่ในบ่วงสี่ข้อที่กล่าวมาข้างต้น
เพราะว่าเขาเป็น นักออกแบบชาวต่างชาติที่เล่นกับ ‘ความเป็นไทย’ มีอิสระมากกว่า (คนไทย)


เครดิต https://geekjuggler.wordpress.com/2014/03/10/deconstruct-is-descrete/

บทความนี้ผมว่าน่าสนใจนะ การพัฒนาตัวเองควรจะก้าวข้ามสิ่งเก่าๆ แต่ไม่ใช่ทำลาย เพียงแต่เอาสิ่งเก่าๆนั้นเป็นฐาน กล้าที่จะล้อเล่นกับมันบ้าง แต่ไม่ลบหลู่ นั่งจับเข่าคุยกันด้วยเหตุผลไม่อคติบ้าง ผมว่าก็น่าจะดีไม่น้อยนะ
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 28 Oct 2013
ตอบ: 1424
ที่อยู่: อยากอยู่ใกล้ๆเอม
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 11:52
ถูกแบนแล้ว
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
สุดยอด
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status: รู้เพื่อละ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Sep 2005
ตอบ: 810
ที่อยู่: ป่าหิมพานต์
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:06
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
คนไทยสมัยนี้ชอบใช้อารมณ์และอคติเข้าว่า เหมารวมไปเสียทุกอย่างจนสร้างความเข้าใจผิดๆให้แก่สังคม กระเทยบวชพระแล้วมาทำเสื่อมก็โทษว่าพระไปทำชั่วนั่นนี่.. พวกนั้นมันไม่ใช่พระโว้ย!! มันแค่สัตว์นรกห่มผ้าเหลือง นี่เราต้องแก้ไขวิธรคิดกันใหม่ ต้องเริ่มแยกแยะกันให้ถึงแก่น เลิกพฤติกรรมการเหมารวมกันสักที ผู้ใหญ่ต้องทำเป้นตัวอย่างให้เด็กเห็น นี่ผู้ใหญ่ก็เติบโตมาในสังคมที่เหลวแหลกตั้งแต่แรก เด็กโตขึ้นมารุ่นหลังๆมันจึงนิสัยใจคอแย่หนักกว่าเดิม ไม่เชื่ออย่าหลบหลู่ นี่คือคำจริง หากไม่เชื่อต้องพิสูจน์ด้วยเหตุและผล ทุกคนต่างมีเหตุผลของตน หากตนไม่เคารพความคิดเห็นของผู้อื่นซะก่อน ก็ยากนักที่จะมีผุ้รับฟังอย่างจริงใจ คนเราขาดความจริงใจนี่เอง ชอบทำอะไรเอามันส์เข้าว่า แทนที่จะทำเพื่อความดี ทำเพื่อความเจริญแก่ตนและคนรอบข้าง
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
plu
ผู้เยี่ยมชม
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Jan 2007
ตอบ: 17177
ที่อยู่: ร้านขายยาร้านหนึ่ง
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:09
ถูกแบนแล้ว
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]

parachiw ตัวปลอมป่าว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: ลาก่อย ss
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7696
ที่อยู่: เทือกเขาอากินะ
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:12
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
plu พิมพ์ว่า:

parachiw ตัวปลอมป่าว  
ผมตัวจริงนะ บางเรื่องก็สาระมั่งฮี่
แก้ไขล่าสุดโดย parachiw เมื่อ Tue Mar 11, 2014 12:41, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวฟุตบอลโลก
Status: "I'm GUNNER"
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Aug 2008
ตอบ: 18880
ที่อยู่: ปาปัวนิวกีนี
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:13
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
ไอ้ "ไม่เชื่ออย่าลบหลู่" นี่แหละที่ผมเห็นว่า เป็นกำแพงที่ขวางกั้นการพัฒนาของเรามากๆเลย...


ส่วนงานของอ.พิเชษฐ ผมเคยไปดูครั้งนึง ไม่น่าเชื่อว่าผมจะร้องไห้เวลาดูโขน แต่ว่ามันสุดยอดจริงๆ มันตื้นตัน ตื่นเต้น จนน้ำตามันไหลออกมาเอง...
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 29 Oct 2010
ตอบ: 2733
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:21
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
เห็นด้วยทุกประการ

0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Jun 2010
ตอบ: 1397
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:32
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
โลกสวยไง ไม่กล้าวิพากษ์
ประเพณี ศีลธรรม กล้ามั้ย?
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status: เพราะชีวิตขาดหวานไม่ได้
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Nov 2009
ตอบ: 1791
ที่อยู่: Anywhere The Heart Goes
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 12:55
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]

เด็กไม่กล้าวิจารณ์ ผู้ใหญ่ไม่ใกล้ารับความจริง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: หื้มมมม !!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Sep 2010
ตอบ: 443
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 13:04
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
ผมว่าระบบของประเทศเราถูกสร้างมาอย่างนี้ครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
◢◤ICII

ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status: ลาก่อย ss
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 04 Sep 2013
ตอบ: 7696
ที่อยู่: เทือกเขาอากินะ
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 13:41
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
n4pst3r พิมพ์ว่า:
ผมว่าระบบของประเทศเราถูกสร้างมาอย่างนี้ครับ  
แบบเชื่อฟังผู้อวุโสป่าวฮะ ไม่ผิดนะถ้าจะเชื่อฟัง แต่ใช่ว่าจะค้านไม่ได้ เพียงแต่ผู้อวุโสทั้งหลายต่างก็เคยเห็นมาก่อนเรา

อาจจะด้วยความเป็นห่วงหรืออะไรก็ตาม แต่เราอย่าไปหยุดคิดคำถามแล้วก็หยุดหาคำตอบ หาหลักฐานแล้วทำให้ประสบความสำเร็จก่อน แล้วเอามาชี้แจงให้ฟังพวกเค้าฟัง ถ้าคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ผมว่าใครก็ไม่เถียงหรอกนะ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: หื้มมมม !!
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Sep 2010
ตอบ: 443
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Tue Mar 11, 2014 14:22
[RE: “วิถีแบบไทยๆ”]
parachiw พิมพ์ว่า:
n4pst3r พิมพ์ว่า:
ผมว่าระบบของประเทศเราถูกสร้างมาอย่างนี้ครับ  
แบบเชื่อฟังผู้อวุโสป่าวฮะ ไม่ผิดนะถ้าจะเชื่อฟัง แต่ใช่ว่าจะค้านไม่ได้ เพียงแต่ผู้อวุโสทั้งหลายต่างก็เคยเห็นมาก่อนเรา

อาจจะด้วยความเป็นห่วงหรืออะไรก็ตาม แต่เราอย่าไปหยุดคิดคำถามแล้วก็หยุดหาคำตอบ หาหลักฐานแล้วทำให้ประสบความสำเร็จก่อน แล้วเอามาชี้แจงให้ฟังพวกเค้าฟัง ถ้าคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น ผมว่าใครก็ไม่เถียงหรอกนะ  


เรื่องนี้ผมว่าก็ใช่นะครับ ตามความเห็นผม เรื่องระหว่างเด็กกับผู้ใหญ่เนี่ย ที่เคยเจอมา ผู้ใหญ่โง่ๆ เดี๋ยวนี้มีเยอะแยะ ทำตัวอวดฉลาด ทั้งที่ความจริงไม่มีความรู้อะไรเลย แค่ไปฟังคนนั้นคนนี้มาอีกที แต่กับบางคนที่มีความรู้หน่อย ก็ไม่ค่อยจะยอมรับฟังความคิดเห็น อาจจะด้วยเพราะมั่นใจตัวเองเกินไป หรือ ฯลฯ ก็ว่าไป แต่มันก็แค่ส่วนนึงของระบบที่สร้างมาแบบให้วิถีชีวิตในสังคมของเราอยู่แต่ในกะลา (คหสต.)
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
◢◤ICII

ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel