[RE: เรื่องอเมริกากับกรีนแลนด์]
แก่นนคร พิมพ์ว่า:
ถ้ายุโรปฉลาด ควรเลือกข้างรัสเซ๊ย ได้ทั้งน้ำมัน ปุ๋ย แร่ ข้าวสาลี และพื้นที่ในอนาคต
แต่ผมมองว่า มันเป็น"เกม" อะไรสักอย่างที่ลึกกว่านั้น
สังเกตว่าพออเมริกาจะ"ล้มกระดาน" เรื่องเปโตรดอลลาร์แข่งกับจีน คือบูทระบบสงคราม ทำทองให้แพงเพื่อเงินเฟ้อ จากนั้นเอาทองสำรองออกมาผูกกับน้ำมัน เพื่อเสถียรภาพของดอลลาร์
ทำไมต้องตีกับรัสเซียแล้วแบนไปก่อน?
ตรงนี้น่าคิดว่า มันมีการ"กันความเสียหาย" ที่จะมีต่อรัสเซียไปก่อนไหม ไม่ต้องค้ายขายกับใคร ตัดการ support ทรัพยากรก่อน เพราะเงินเฟ้อมันจะขึ้นไม่สุดถ้ารัสเซียยังเป็นอู่ข้าวอู่น้ำอยู่
เรามองประเทศว่าต้องเกลียดชังกัน แต่ผมว่าตอนนี้มันเป็น deep state war ระหว่างทุนยิวกับทุนจีนมากกว่า อเมริกากับรัสเซียอาจจะเป็นยิวทุนใกล้กันก็ได้ พอเห็นจีนเริ่มโหดก็อยากตัดกำลัง เพราะคนละ race คนละเผ่าพันธุ์
เอาง่ายๆคือ ถ้าทุนอเมริกากับรัสเซียเป็นยิวพวกเดียวกัน แล้วเกิดสงครามโลกแบบ total war อมเริกาแมร่งทวีปเกาะ ยังไงก็ไม่ล้ม การ sanction รัสเซียรอบนี้ก็เหมือนให้รัสเซียติดเกาะ
ระบบการเงินที่วุ่นวายตอนนี้มีอยู่ใหญ่ๆสองที่คือยุโรปกับจีน ซึ่งพอจะดันหยวนมาพี่อเมริกาก็ขู่ว่าใครเข้ากลุ่มด้วยจะแบน
ยุโรปที่เคยมีเงินเยอะแต่ทรัพยากรน้อย ต้องพึ่งรัสเซีย มันถึงอ่วมไง และยุโรปนี่แหละจะเป็นตัวจุดชนวนเงินเฟ้อครั้งใหญ่ที่สุดใน ปวศ โลกในอีกไม่กี่ปี(เผลอๆปีนี้แหละ) ผมคิดว่างั้นนะ
น่าสนใจ โดยเฉพาะมุมมองเรื่องเกมการเงิน
แต่ส่วนตัวมองต่างออกไปนิดหน่อย ตรงที่ทุนทั้งโลกอาจไม่ใช่คู่ขัดแย้งกันจริงๆ แต่คือ "ก้อนเดียวกัน" ทั้งหมด มีกลุ่ม Deep State อยู่ไม่กี่ร้อยคนที่ปกครองชี้นำโลกนี้อยู่
สงครามเป็นแค่ "กลไก" ย้ายเงินทุนและปรับสมดุลหนี้ เหมือน Script ที่ Elite/Deep State เขียนบทไว้แล้ว ย้อนไปยุค Nixon จับมือจีน ก็ทุนหน้าเดิมจากตะวันตกนี่แหละเข้าไปวางรากฐาน ส่วนตอนนี้ที่จีนโดนเล่นงาน เพราะ "เงินออม" ในระบบมันสูงจนล่อใจ ทุนโลกเลยต้องหาเรื่องทุบหม้อข้าวเพื่อดึงเงินออกมาหมุน
หลักฐานชัดสุดคือ "แคนาดา" ถ้าดู Timeline ดีๆ จะเห็นบทละครอย่างชัดเจน
ตอนแรก Pierre Poilievre ฝั่ง Conservative คะแนนนำโด่ง นอนมาแน่ๆ แต่พอ Mark Carney (เด็กปั้น Goldman Sachs/Bank of England) ก้าวเข้ามาเป็นหัวหน้าพรรค Liberal แทน Trudeau... จู่ๆ ทรัมป์ก็เล่นบท "ตัวร้าย" ทันที ทั้งขู่ภาษี ขู่ยึดประเทศ
ผลคือคนแคนาดาแพแตก เทคะแนนให้ Carney เพราะภาพลักษณ์และแนวทางเป็น Global Elite ที่น่าจะดีลกับโลกได้ ส่วนฝั่ง Conservative ที่เคยแข็งแกร่ง ถูกสถานการณ์บีบโจมตีจนหัวหน้าพรรคถึงกับแพ้คะแนนแม้แต่เก้าอี้ในสภายังไม่มี
นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือการ "ต้อนแกะ" ให้ Carney เข้ามาทำภารกิจ (เช่น วิ่งไปซบจีน) แบบไร้เสี้ยนหนาม ลองดู Profile :
* อดีตผู้บริหาร Goldman Sachs
* อดีตผู้ว่าการ Bank of Canada
* อดีตผู้ว่าการ Bank of England
นี่คือ "นายธนาคาร" ที่ถูกวางตัวมาคุมรัฐบริวาร สรุปแล้วผมว่าสงครามมันไม่ใช่เรื่องความเกลียดชังหรืออะไร แต่มันคือ "นโยบายทางการเงิน" ที่ใช้ความรุนแรงก็เท่านั้น