อีกมุมที่คนไม่ค่อยพูดถึง นัดนี้แมนยูเล่นกำแพงสองชั้น 4-4-2
https://greatdriffieldradio.co.uk/sports/man-utds-derby-win-over-man-city-masterminded-by-michael-carrick-reminds-gary-neville-of-clubs-dna/?hl=th-TH
ถึงจะเป็นพรี่เนฟที่ตอนเป็นนักเตะแล้วทุกคนรัก แต่พอเป็นนักวิจารณ์แล้วทุกคนเกลียดก็เถอะ เห็นใจแกหน่อยสื่ออังกฤษส่วนใหญ่มันก็ Toxic แบบนี้แหละ แกก็ไปรับวัฒนธรรมมา
เพิ่มเติมคือ ผมเห็นด้วย ถ้าง่ายๆก็ให้นึกถึงระเบียบในเกมรับของพวกเกาหลีกับยุโรปตะวันออก ที่แต่ก่อนผมเรียกว่า "แผนหัวหอม" เท่าที่เห็นเกมนี้อาจจะเป็น 442 หรือ 451 มีหน้าเป้าคนเดียว บรูโน่เป็นหน้าต่ำ แต่ลงมาล้วงไกลด้วย
จะว่าไปแม้แต่หน้าเป้าก็ยังลงมาล้วงเลย
ส่วนเกมรับ มีเกมรับสองชั้น จากแผง Back four 1 และ แผงกองกลาง 4 ตัวอีก 1 ช่องว่างระหว่างกองหลังและกองกลางคือ Dead Zone ที่ใช้การเพรสซิ่งได้มีประสิทธิภาพมากที่สุด และสามารถเปลี่ยนรับเป็นรุกได้
และปีกสองข้างไม่ใช่ปีกโบราณคอยรับบอลริมเส้นที่เคยทำให้ระบบนี้หายไปในช่วงมูรินโญ่ แต่มันคือปีกผสมผสานที่รับได้แล้วเปลี่ยนรับเป็นรุกได้ทันที
มันอยู่ใน DNA

ขอโม้หน่อย
เอาให้ง่ายอีก ท่านปลัดแกกะจะเล่นแบบ ออตโต้ เรฮาเกล ที่พาเทพนิยายกรีกเป็นแชมป์ยูโร ใช้การรับแบบสองชั้น ใช้กองกลางตัวกลางเป็นตัว pivot ให้ปีกหรือกองหน้าเลี้ยงไปเอาฟาวล์แล้วลุ้นจากฟรีคิก
แต่เผอิญหลังเรือเมื่อคืนมันยุ่ยเข้าขั้นบรรลัยเลย ที่แย่มากคือเกม Build up จากแนวหลังที่เป็นจุดแข็งของเรือ ดันโดนดักตลอด
ผีก็เลยไม่ต้องเอาฟาวล์แมร่งละ ลุยเลยดีกว่า แต่ก็ต้องบอกตามตรงนะ กับดักล้ำหน้า การปิดมุมยิงของลูกทีมเป๊ปที่ซ้อมมา ก็ยังถือว่าใช้ได้ ไม่งั้นอาจจะโดนเยอะกว่านี้ แล้วก็แสดงให้เห็นว่าแนวรุกของแมนยูเอง ขนาดเจอส้มหล่นระดับนี้ยังปิดสกอร์กันไม่คม ก็มีจุดให้แก้อีกเยอะ
อีกอย่าง แผนนี้ใช้ไปตลอดไม่ได้นะ เพราะผมมองว่ามันเป็นแผนของทีมเล็กที่ผู้เล่นมีศักยภาพด้อยกว่าเอาไว้ counter hook ใส่ทีมใหญ่ เดี๋ยวผมรอดูท่านปลัดนัดอื่นก่อนดีกว่า