นักเตะตำบล
Status:

: 0 ใบ

: 0 ใบ
เข้าร่วม: 19 Sep 2024
ตอบ: 208
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Sun Jan 11, 2026 16:05
ตรวจสุขภาพประจำปี อันไหนจำเป็นบ้าง
พอดีวันก่อนมีเพื่อนสมาชิกถามเรื่องการตรวจสุขภาพประจำปีมา ว่าแต่ละ รพ ก็มีแพกเกจต่างๆกันไป เลยได้เป็นไอเดียมาแชร์ข้อมูลครับ หลักๆคงเป็นคำถามที่คนมักจะถามกัน จะพยายามเขียนให้ไม่ยาวเกินไป
1. เราจำเป็นต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ ถ้าไม่มีอาการอะไรเลย
2. ตรวจสุขภาพประจำปี ควรตรวจอะไรบ้าง
- สารบ่งชี้มะเร็ง ควรต้องตรวจไหม
- วิ่งสายพาน จำเป็นไหม
- CT calcium score คืออะไร จำเป็นไหม
3. ตรวจแล้วผลปกติดี สบายใจได้แค่ไหน
4. X-ray หรือ CT Scan บ่อยๆอันตรายไหม จะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่า
1. เราจำเป็นต้องตรวจสุขภาพหรือไม่ ถ้าไม่มีอาการอะไรเลย
จริงๆแล้วอันนี้คือหลักการของการตรวจสุขภาพเลยครับ เพราะวัตถุประสงค์ของการตรวจก็คือ "Early detection" ของโรคไม่ติดต่อ (Non-communicable disease) ก็คือโรคหลายๆโรคในระยะแรกจะยังไม่แสดงอาการ แต่จะสามารถตรวจเจอได้ ดังนั้นถ้าไม่ตรวจก็จะไม่รู้ว่าเป็นครับ ยกตัวอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง บางคนวัดความดันได้สูง 160 แต่สบายดี ไม่มีอาการใดๆ แต่ถ้าไม่ตรวจก็จะไม่รู้ว่าเป็น ไม่ได้รักษา และนำไปสู่โรคอื่นๆที่ร้ายแรงตามมา
2. ควรตรวจอะไรบ้าง
ไม่ได้มีคำแนะนำตายตัว แต่โดยหลักการก็คือจะเน้นโรคที่มีโอกาสเจอเพิ่มขึ้นตามกลุ่มอายุ ดังนั้น ในเด็กๆเราก็จะไม่ได้ตรวจมะเร็ง เบาหวาน กันเป็นหลัก เพราะกลุ่มนี้มักจะเจอตอนอายุเยอะกว่า
ดังนั้นพวกนี้จะกำหนดโดยความคุ้มค่าทางนโยบายสาธารณสุขเป็นหลักครับ อันไหนราคาถูก หรือคนเป็นเยอะ ก็จะอยู่ในรายการที่ควรตรวจ
จะมีค่าพื้นฐานที่ควรตรวจทุกเพศทุกวัย ได้แก่ ความดัน น้ำหนัก ส่วนสูง คำนวณออกมาเป็น BMI ตรวจร่างกายพื้นฐาน (ฟังปอด ฟังหัวใจ) ทั้งหมดที่กล่าวมา ทำได้ฟรี เลยอยู่ในแพกเกจพื้นฐานให้ดูเยอะๆ
นอกจากนี้ก็มีเจาะเลือดดูค่า เม็ดเลือด (CBC), เอกซเรย์ปอด เป็นต้น
แบ่งตามอายุ ยิ่งอายุมากก็จะตรวจของพวกอายุน้อยๆรวมกับของช่วงอายุตัวเองไปด้วยนะครับ
อายุ 20-30 ปี ก็จะมีพวก
- โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ไวรัสตับ B,C
- มะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง
- ค่าตับพื้นฐาน (SGOT SGPT)
- ค่าไต (BUN Creatinine)
- เอกซเรย์ปอด
อายุ 30-40 ปี เพิ่มพวกโรคเรื้อรัง เช่น
- น้ำตาลในเลือด
- ไขมันในเลือด
- บาง รพ อาจจะเพิ่มการตรวจรังสีวินิจฉัยในช่องท้อง เช่น ultrasound ดูตับไต รวมถึงทางนรีเวช
อายุ 40-50 ปี เป็นวัยที่ร่างกายเริ่มเสื่อม เริ่มมีความเสี่ยงพวกโรคหัวใจ มะเร็งมากขึ้น ดังนั้นก็อาจจะเพิ่มการตรวจพวก
- คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (EKG หรือ ECG)
- อัลตราซาวน์หัวใจ (echocardiography) อันนี้ไม่อยู่ใน standard ส่วนใหญ่จะทำถ้าตรวจร่างกายเจอเสียงหัวใจผิดปกติมากกว่า
- CT calcium score เฉพาะในรายที่มีปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจ
- Mammogram ในผู้หญิง
- ถ้ามีประวัติมะเร็งลำไส้ในครอบครัว ก็จะแนะนำให้ส่องกล้องดูมะเร็งลำไส้ตั้งแต่ช่วงอายุนี้เลย
อายุ 50+ ร่างกายเริ่มเสื่อมชัดเจน จะเน้นตรวจพวกโรคเกี่ยวกับความเสื่อมและมะเร็ง
- วัยนี้ควรต้องตรวจส่องกล้องคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ (ในทางปฏิบัติทำได้น้อย)
- ตรวจพวกมวลกระดูก (Bone mineral density; BMD) โดยเฉพาะผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน ผลจากฮอร์โมนจะทำให้กระดูกบางลง หรืออาจจะกลายเป็นกระดูกพรุนได้
- ในผู้ชายอาจเริ่มตรวจต่อมลูกหมากโตจากค่าเลือด PSA ได้คร่าวๆ (ไม่ได้แม่นยำมาก)
สารบ่งชี้มะเร็ง (Tumor marker) จำเป็นต้องตรวจไหม
หลายๆ รพ เริ่มเอาการตรวจสารบ่งชี้มะเร็ง เช่น AFP (มะเร็งตับ), CEA (มะเร็งลำไส้), PSA (มะเร็งต่อมลูกหมาก) มารวมอยู่ในแพกเกจ ถ้าพูดโดยภาพรวม ถ้าไม่เป็นโรคและไม่มีอาการ ไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสารบ่งชี้มะเร็งทั้งหลาย เพราะมีความแม่นยำต่ำครับ เช่น เราอาจจะเป็นมะเร็งตับโดยที่ค่า AFP ยังปกติก็ได้ ในทางกลับกัน ค่า AFP ก็ขึ้นได้โดยไม่ได้จำเป็นต้องเป็นมะเร็งตับ
ค่าสารบ่งชี้มะเร็งพวกนี้มีที่ใช้คือใช้ติดตามระดับในคนไข้ที่เป็นมะเร็งไปแล้วมากกว่าครับ
แต่มันแพง เพิ่มรายได้ให้ รพ ได้ดี 555
มีข้อยกเว้นคือ PSA ที่ยังพอมีความแม่นยำกับมะเร็งต่อมลูกหมากและโรคต่อมลูกหมากโตบ้างครับ อาจจะพอตรวจตัวนี้ได้
วิ่งสายพาน (Exercise Stress Test) จำเป็นไหม
จากงานวิจัย การวิ่งสายพาน ไม่ได้ช่วยลดอัตราการเสียชีวิต และอาจให้ผลบวกลวง
ทำให้ต้องตรวจต่อด้วยการสวนหัวใจหรือ CT หัวใจโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น ถ้าไม่มีอาการ เช่น เจ็บหน้าอก เหนื่อยง่าย ออกแรงแล้วเหนื่อย ไม่จำเป็นต้องตรวจครับ
ส่วนใหญ่จะเป็นการตรวจเมื่อมีอาการเล็กน้อยหรืออาการไม่ชัดเจนมากกว่า
CT calcium score คืออะไร จำเป็นไหม
กำลังเป็นที่นิยมในแพกเกจตรวจสุขภาพครับ หลักการคือเป็นการทำ CT scan เพื่อวัด ปริมาณแคลเซียมที่เกาะในหลอดเลือดหัวใจ ยิ่งมีแคลเซียมมาก แสดงถึงโอกาสมีหลอดเลือดหัวใจตีบ และความเสี่ยงโรคหัวใจในอนาคต
การตรวจนี้มีข้อดีคือ ไม่ต้องฉีดสี ใช้รังสีในระดับต่ำ และใช้เวลาไม่นาน
เหมาะสำหรับคนที่มีความเสี่ยง "ปานกลาง" เช่น อายุเกิน 40 ตรวจเจอไขมันสูง มีประวัติครอบครัวมีคนเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ "แต่เจ้าตัวยังไม่มีอาการ"
กล่าวคือ ถ้าอายุน้อย ไม่มีความเสี่ยง ก็ไม่ต้องตรวจ หรือถ้ามีอาการเหนื่อยง่าย/เจ็บหน้าอกไปแล้ว ก็ไปตรวจอย่างอื่นไปเลย
3. ตรวจแล้วผลปกติ สบายใจได้แค่ไหน
พูดตามตรง สบายใจได้กลุ่มโรคเรื้อรังที่ดำเนินช้า อย่างเช่น เบาหวาน ความดันทั่วๆไป ถ้าตรวจไม่เจอก็รอตรวจปีหน้าได้เลย โอกาสจะมาเป็นฉับพลันค่อนข้างน้อย แต่อย่างโรคร้ายแรงบางอย่างก็มีโอกาสตรวจไม่เจอได้ครับ เช่น มะเร็งสมอง เพราะเราไม่ได้ตรวจคัดกรองสมองกันเป็นพื้นฐาน หรืออย่างมะเร็งปอดบางชนิดตอนก้อนเล็กๆในระยะแรก เอกซเรย์ก็อาจจะไม่เจอ หรือตัวโรคดำเนินเร็วภายในไม่กี่เดือนก็ลุกลามแล้วก็มี บอกได้คำเดียวว่า "แล้วแต่ดวง" บทจะซวย ต่อให้สแกนทั้งตัวอีกสามเดือนต่อมาก็เป็นมะเร็งได้อยู่ดี
4. เอกซเรย์ (X-ray) หรือ สแกนคอมพิวเตอร์ (CT Scan) บ่อยๆอันตรายไหม จะกลายเป็นมะเร็งหรือเปล่า
เอกซเรย์ปอด (Chest X-ray) ในการตรวจสุขภาพประจำปีมี "ปริมาณรังสีน้อยมาก" ครับ น้อยกว่ารังสีที่เราได้รับจากธรรมชาติเวลานั่งเครื่องบินไปต่างประเทศด้วยซ้ำ ดังนั้นการตรวจปีละ 1-2 ครั้ง ถือว่าปลอดภัยและไม่อันตรายครับ
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) มีปริมาณรังสีสูงกว่าเอกซเรย์ธรรมดาหลายเท่า จึงไม่แนะนำให้ทำพร่ำเพรื่อ หรือทำเพื่อตรวจสุขภาพทั่วไป (ยกเว้นมีข้อบ่งชี้ทางการแพทย์จริงๆ หรือเป็นการตรวจคัดกรองมะเร็งปอดแบบใช้รังสีต่ำในกลุ่มคนสูบบุหรี่จัด) ดังนั้นควรตรวจเท่าที่จำเป็นครับ[/b]
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ