[RE: "ปัญหาอัตราการเกิดน้อย" ในฐานะแคนดิเดท นายกรัฐมนตรี ท่านจะเสนอนโยบายอะไรในการหาเสียง]
purena พิมพ์ว่า:
Greenappleplay3693 พิมพ์ว่า:
ผมว่ามันไม่ได้เกี่ยวสาธารณสุขอย่างเดียวหรอก ปัจจัยอื่นๆด้วยอะ
2509-2512 ช่วงเกิดของพ่อแม่ผม
คุณปู่ คุณย่า คุณตา คุณยาย สมัยนั้น ทำงานใช้แรงงาน ประมง พ่อค้าแม่ค้า
แต่สามารถซื้อที่ดินได้หลายแปรง ปลูกบ้าน ส่งลูก 5-6 คน เรียนได้ ซื้อทรัพย์สินขยายหน้าที่การงานได้ สมัยสาธารณสุขอาจยังไม่ดีเท่าสมัยนี้
คนรอบตัวรุ่น 30 ต้นๆ 10 กว่าคน ได้เด็กเกิดใหม่แค่ 1 ทารก รายได้เฉลี่ย 30k-45k ในกทมยังไม่มั่นคงเลย เงินมันเฟ้อเร็วมาก โลกมันหมุนเร็วมาก
พูดแบบน้ำๆเลยนะ แก้เศรษฐกิจคอรรัปชั่น ปฎิรูปทหารตำรวจสถาบันคิง กระจายอำนาจ สวัสดิการที่ดี
นึกภาพ เรียนจบทำงานได้ 4 ปี แล้วมีความมั่นคง ทำให้อยากปั๊มลูกมากขึ้นแน่ๆ
แต่ๆๆๆ แต่ต้องไม่ลืมว่าประเทศเป็นประเทศรายได้ปานกลาง มันก็ไม่ได้ทำให้ปั๊มลูกได้รัวๆหรอก แต่ก็ดีกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้อะ
ผมมองแค่มุมนี้แหละขี้เกียจคิดมุมอื่น
อันดับอัตราการเกิดน้อยที่สุด พอดุแต่ละชาติที่ติดอันดับไทยไปอยู่ตรงนั้นได้ยังไง
อัตราเจริญพันธุ์รวม (TFR) พ.ศ. 2567
เกาหลีใต้ 0.72
สิงคโปร์ 0.94
ประเทศไทย 1.03*
จีน 1.00
อิตาลี 1.20
ญี่ปุ่น 1.21
สวีเดน 1.43
เยอรมนี 1.44
อังกฤษ 1.56
สหรัฐอเมริกา 1.62
ไทยติดกับดักรายได้ปานกลางนานเกินไป นึกภาพรถออฟโร๊ดไต่หน้าผาแต่ไม่ยอดเร่งเครื่องให้พ้นหน้าผาไป ค่อยๆไต่ขึ้นไปก็ไหลลง
อีกความหมายเศรษฐกิจถดถ่อยแบบไทยนี้แหละ
พอเป็นรายได้ปานกลางสิ่งที่จะหายไปคือเงินลงทุนจากต่างชาติ เพราะฉนั้นคือเราต้องมีของเป็นของตัวเองอะ นวัตกรรม R&D บลาๆ
ประเทศพวกนั้นพอเข้าสู่ได้รายได้ปานกลางเขาเร่งเครื่องเพื่อให้ผ่านกับดักสูงชันนี้มันคืออะไรก็ที่ใช่แข่งขันกับต่างประเทศได้อะไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมหรือการเป็นฮัปในด้านต่างๆหรืออื่นๆ
วิธีหลุดกับดักรายได้ปานกลางจาก AI