คือคนมันตาสว่างได้อะ อาจารย์แกจะ gatekeeping คนทำไมผมไม่เข้าใจ
แล้วนี่มันตำแหน่งรมต.ไม่ใช่ลงเลือกตั้งสส. ถ้าสมมติได้เป็นรัฐบาลแล้วอยู่ดีๆแนวคิดไม่ตรงกับแนวทางพรรคก็แค่ปลดออก หาคนอื่นมาแทน มันไม่ได้ยากอะ ทำไมแกต้องตีฝุ่นขนาดนั้น
คือโอเคถ้าเป็นแบบสส.เขตหรือบัญชีรายชื่อนี่ผมเข้าใจนะว่ามันตะขิดตะขวงใจ แต่นี่มันยังเป็นแค่ "ว่าที่" อะ

กว่าที่คนที่ว่าจะได้นั่งเก้าอี้จริงๆแม่งอีกยาวไกลมาก ไหนจะต้องรวบรวมเสียงให้ได้เป็นรัฐบาล ต้องไม่โดนสั่งยุบพรรคก่อน ต้องไม่โดนรัฐประหารก่อน ต้องไม่โดนเอาข้อหาอะไรยัดก่อน ต้องผ่านศาลรัฐธรรมนูญและกกตที่จะโยนข้อหาอะไรก็ตามมาให้ได้ก่อน แล้วถึงตอนนั้นค่อยได้เป็นรมต
แม่มไกลมากกกกกก แต่คือแกเป็นอะไรขนาดนั้นไม่เข้าใจ สมัยเป็นทูตก็เคยบอกว่าตัวเองก็ไม่ได้ตาสว่าง ทำงานให้หลวงไปวันๆเหมือนพวกทำงานราชการหรืออาจารย์อะ เพิ่งมาตาสว่างเอาตอนโดนไล่ล่าตอนวิจารณ์เจ้า
แล้วทูตคนนี้เขาต่างยังไงอะ เขาก็ต้องทำหน้าที่ทูตเขา จะให้เขาไปหักบอกว่าเนี่ย แม่งรัฐบาลรปห.อย่าไปทำงานกับมันเลยงี้อ่อ? ตัวเองยังไม่กล้าหักหน้าประเทศตัวเองขนาดนั้นเลยสมัยเป็นทูตอะ
ส่วนเรื่องส่วนตัวนั้น ก็ต้องถามว่าทำไมกับพิธาเขาไม่ออกมาไฟไหม้ขนาดเบอร์นี้?
นอกใจกับทำร้ายร่างกายก็ต้องยอมรับว่าเบอร์ไม่ต่างกันเท่าไหร่ (Adultery vs Domestic Violence) แต่ปวินยอมปล่อยพิธาไปเป็นแคนดิเดตนายกง่ายๆ แต่กับหัวหน้าตัวเอง (อันนี้เห็นพูดเอง) ดันไม่ยอมงี้หรอ?
ก็อย่างที่บอก คือหลายๆเรื่องเลิกทำข่าวแกได้แล้วมั้ง? แกเก่งในเชิงวิจารณ์เจ้า ความสัมพันธ์ทางการทูต อะไรที่อยู่ใน field งานและการศึกษาของแกอะฟังไปเหอะ แต่เรื่องวิจารณ์เชิงบุคคลนี่ นิสัยแกออกมาชัดเจนเกิน นี่ก็ไม่กล้าพิมพ์เพราะเดี๋ยวโดนไปนอนห้องขังอีกข้อหาเหยียดเพศ