เหตุผลที่ ทรัมป์ อยากได้ "กรีนแลนด์"
จริง ๆ แล้ว ย้อนกลับไปในปี 2019 ทรัมป์ก็เคยมีแนวคิดที่จะซื้อกรีนแลนด์ แต่กลับถูกปฏิเสธ ทั้งจากรัฐบาลเดนมาร์ก และกรีนแลนด์ โดยบอกว่า “กรีนแลนด์ไม่ได้มีไว้สำหรับขาย”
จนทำให้ทรัมป์ไม่พอใจ และได้ยกเลิกแผนเยือนเดนมาร์ก อย่างกะทันหันในตอนนั้น
แต่ในปี 2026 นี้ ท่าทีของเขาเปลี่ยนไป จากการขอซื้อ กลายเป็นการระบุว่าเป็น “ความจำเป็นเร่งด่วนทางความมั่นคง” ที่อาจต้องใช้มาตรการขั้นเด็ดขาด..
แต่รู้หรือไม่ ทรัมป์ไม่ใช่คนแรกที่สนใจซื้อเกาะแห่งนี้
เพราะก่อนหน้านี้ ในปี 1946 ประธานาธิบดีแฮร์รี ทรูแมน ก็เคยเสนอขอซื้อดินแดนแห่งนี้มาแล้ว
เกาะกรีนแลนด์ มีอะไรดี ทำไมประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถึงอยากได้?
กรีนแลนด์เป็นเกาะ ที่ตั้งอยู่ทางเหนือสุดของโลก อยู่ระหว่างมหาสมุทรแอตแลนติกและอาร์กติก มีพื้นที่ประมาณ 2,175,900 ตารางกิโลเมตร ใหญ่กว่าประเทศไทยถึง 4 เท่า
ข้อมูลล่าสุด กรีนแลนด์มีประชากรเพียงประมาณ 57,000 คนเท่านั้น ถือเป็นดินแดนที่มีความหนาแน่นของประชากรต่ำที่สุดในโลกแห่งหนึ่ง
ในอดีตกรีนแลนด์เป็นเมืองขึ้นของเดนมาร์ก ต่อมาได้รับสิทธิปกครองตนเองเมื่อปี 1979 แต่กลาโหม
และนโยบายต่างประเทศ ยังคงอยู่ในมือของเดนมาร์ก
ปัจจุบันเศรษฐกิจของกรีนแลนด์ มีมูลค่า GDP ประมาณ 104,200 ล้านบาท
โดยการประมง ยังเป็นรายได้หลักของกรีนแลนด์ คิดเป็นกว่า 90% ของการส่งออก
เช่น กุ้งน้ำเย็น, ปลาฮาลิบัต และปลาค็อด
ส่วนภาคการท่องเที่ยว เริ่มเติบโต จากกระแสการชมแสงเหนือและธารน้ำแข็ง
ซึ่งการท่องเที่ยวสร้างรายได้คิดเป็น 5% ของ GDP และมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก
นอกจากนี้ งบประมาณกว่าครึ่งหนึ่งของเกาะ ยังคงต้องพึ่งพาเงินช่วยเหลือ (Block Grant) จากรัฐบาลเดนมาร์ก ปีละประมาณ 23,000 ล้านบาท
แต่อีกสิ่งที่เป็นขุมทรัพย์มหาศาล คือ “ทรัพยากรธรรมชาติ”
กรีนแลนด์อุดมไปด้วยแร่มีค่า เช่น สังกะสี ทองแดง
และคาดว่ามีแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และแร่ธาตุอื่น ๆ ในปริมาณมหาศาล ที่เริ่มเข้าถึงได้ง่ายขึ้นจากการที่น้ำแข็งละลาย
และที่สำคัญคือ “แร่หายาก” (Rare Earth) ที่จำเป็นต่อแบตเตอรี่ รถ EV ชิป เทคโนโลยีสมัยใหม่ และเทคโนโลยีทางการทหาร
ซึ่งปัจจุบัน จีน เป็นผู้ควบคุมตลาดรายใหญ่
สหรัฐฯ จึงต้องการกรีนแลนด์เพื่อลดการพึ่งพาจีน
นอกจากนี้ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ยังเป็นจุดเด่นของกรีนแลนด์
ทั้งสหรัฐฯ จีน และรัสเซีย ต่างมองว่า กรีนแลนด์ เป็นที่ตั้งทางยุทธศาสตร์ที่สำคัญที่สุดในขั้วโลกเหนือ
เหตุผลคือ น้ำแข็งขั้วโลกกำลังละลาย เมื่อเส้นทางเดินเรือผ่านอาร์กติกเปิดขึ้น จะช่วยย่นระยะเวลาขนส่งสินค้าระหว่างเอเชีย-ยุโรปอย่างมาก โดยไม่ต้องอ้อมคลองสุเอซ หรือคลองปานามาเหมือนในอดีต
อีกทั้ง กรีนแลนด์ยังตั้งอยู่ใกล้รัสเซีย และเส้นทางบินข้ามขั้วโลก ทำให้เหมาะเป็นฐานทัพและศูนย์เตือนภัยขีปนาวุธพิสัยไกล
สหรัฐฯ จึงมองว่ากรีนแลนด์คือ ปราการด่านหน้า
ซึ่งสหรัฐฯ มีฐานทัพสำคัญที่กรีนแลนด์อยู่แล้ว คือ Thule Air Base ที่เป็นดวงตาหลักในการเฝ้าระวังอาวุธนิวเคลียร์
ดังนั้นการครอบครองกรีนแลนด์ จะหมายถึง การคุมอาร์กติกเหนือ, เพิ่มอำนาจต่อรองใน NATO, ลดการพึ่งพาเดนมาร์ก, สร้างฐานทัพและระบบเรดาร์เพิ่มเติมได้ง่าย
ส่วนจีน เคยพยายามเข้าไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและสนามบินในกรีนแลนด์ ซึ่งสหรัฐฯ มองว่าเป็นความเสี่ยงต่อความมั่นคง ที่ยอมไม่ได้
ทั้งนี้ เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก ได้ออกมาโต้ตอบในปี 2026 นี้ว่า
การที่สหรัฐฯ ข่มขู่จะยึดครองกรีนแลนด์ จะบ่อนทำลายรากฐานของนาโต (NATO)
อย่างไรก็ตาม ทรัมป์ไม่สนเสียงค้าน และมีรายงานว่า
เขากำลังหารือกับทีมงาน เกี่ยวกับตัวเลือกต่าง ๆ ที่จะใช้ในการผนวกกรีนแลนด์ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ
โดยหนึ่งในตัวเลือกที่มีการพูดคุยคือ การใช้กำลังทหาร.. หากการเจรจาไม่เป็นผล
แต่คำตอบที่ถูกต้องที่สุด
คงเป็นการถามความเห็นของประชาชนชาวกรีนแลนด์เอง
ว่าพวกเขาอยากเป็นอิสระจากเดนมาร์ก
และอยากเป็นส่วนหนึ่งของสหรัฐฯ หรือเปล่า..
ข้อมูลที่น่าสนใจ
รู้หรือไม่ สหรัฐฯ เคยซื้อ “อะแลสกา” จากรัสเซียในปี 1867 ด้วยราคาเพียง 7.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในวันที่ผู้คนหัวเราะเยาะว่าซื้อ “กล่องน้ำแข็ง”
แต่ในวันนี้ อะแลสกากลายเป็นแหล่งน้ำมัน ทองคำ และฐานทัพที่ประเมินค่าไม่ได้
นั่นอาจเป็นเหตุผลที่ทำให้ ทรัมป์ยอมทำทุกอย่างเพื่อได้ “กล่องน้ำแข็งใบใหญ่กว่าเดิม” อย่างกรีนแลนด์มาครอบครอง
Cr.ลงทุนแมน