‘สุริยะ’ ฟาดกลับบนเวทีปราศรัยใหญ่ ‘เพื่อไทย’ จะทำให้หลานมันดู
‘สุริยะ’ ฟาดกลับบนเวทีปราศรัยใหญ่ ‘เพื่อไทย’ จะทำให้หลานมันดู ลั่นแก่ แต่แก่ประสบการณ์ โวของจริงอยู่นี่ เปิดนโยบายใหม่ ‘เพื่อไทย’ มีมากกว่า ‘คนละครึ่ง’ รัฐจ่าย 70 % ปชช. 30 %
วันที่ 8 ม.ค.69 พรรคเพื่อไทย จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ”ยกเครื่องชีวิตคนไทย เพื่อไทยทำได้ เลือก เพื่อไทยให้ชนะขาด“ ณ ลานคนเมือง กทม. นำโดยแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้แก่ นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในฐานะหัวหน้าพรรค และนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งพรรค พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ, นายจักรภพ เพ็ญแข, นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์, นายศึกษิษฏ์ ศรีจอมขวัญ, นายญาณกิตติ์ ห่วงทรัพย์, นายเดวิด มกรพงศ์, นางสาวบุญยกร ดำรงรัตน์, นายภูร์ผา ไทยแท้ และนางสาวเสาวณีย์ คงวุฒิปัญญา
เริ่มต้นการปราศรัยตั้งแต่เวลา 17.00 น. ไล่เรียงนโยบายสนับสนุนการสร้างอาชีพ ด้านสาธารณสุข พื้นที่สาธารณะ การจัดการผังเมือง การทำให้ประชาชนมีค่าครองชีพต่ำลง โดยการทำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย และนโยบายหวยเกษียณ
ต่อมา เวลา 17.45 น. นางสาวแพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าครอบครัวเพื่อไทย เดินทางถึงเวทีใหญ่ของพรรคเพื่อไทย โดยได้สวมเสื้อแจ็คเก็ตสีขาวพรรคเพื่อไทย หมายเลข 9 มาร่วมให้กำลังใจผู้สมัคร สส. ในการเปิดเวทีปราศรัยครั้งแรก โดยถือเป็นครั้งแรกที่มาร่วมกิจกรรมในการรณรงค์หาเสียงกับพรรคเพื่อไทย
จากนั้น แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คน ได้ขึ้นเวทีปราศรัย รวมถึงนางสาวแพทองธาร ได้ขึ้นเวทีไป พร้อมรับดอกไม้ และถ่ายภาพร่วมกันกับแคนดิเดต และผู้สมัคร สส. บนเวที
แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ที่ขึ้นเวทีปราศรัยคนแรกคือ นาย สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ
นาย สุริยะ กล่าวว่า วันนี้ได้ไปยืนอยู่บนเวทีได้ยินเสียงฮือฮา ทำให้คึกมาก ซึ่งตนมาอยู่ที่นี่เพื่อจะบอกว่า ขอให้ความเชื่อมั่นกับประชาชนว่า ถ้าผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทยได้รับการเลือกตั้ง เกิน 200 คน เรายกเครื่องประเทศไทยได้แน่นอน
วันนี้ประเทศไทยต้องเดินหน้า ทั้งปากท้อง
และโครงสร้างพื้นฐาน ไปพร้อมกัน และนี่คือสิ่งที่พรรคเพื่อไทยทำได้ คือ
1.คมนาคมที่ต้องทั่วถึง ปลอดภัย และราคาถูก รถไฟฟ้า 20 บาท และ Feeder รถเมล์แอร์ 10 บาท จะเกิดขึ้นภายใน 3 เดือน
2.บ้านต้องราคาถูกลง เข้าถึงได้จริงโครงการ บ้านเพื่อคนไทย เริ่มต้น เดือนละ 4,000 บาทไม่มีดาวน์
3.เส้นเลือดใหญ่โอกาสใหม่ รถไฟรางคู่ ท่าเรือ สนามบินใหม่ เส้นทางมอเตอร์เวย์ดี ๆ เดินหน้าต่อ และทั้งหมดนี้ก็เพื่อแก้ปัญหาปากท้อง และการทำมาค้าขายที่ติดขัดให้คนไทยกลับมามีกำลัง มีโอกาส และ คนไทยจะรวยขึ้น
“ตลอดเส้นทางการเมืองมา 25 ปี ผมเป็น “นักทำ” แต่เป็นนักทำที่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะเป็น “นักทำงานยาก” ซึ่งเป็นงานที่ท้าทาย หากเป็นงานง่ายๆ ผมไม่ทำ และทุกงานที่ผมตั้งใจ ไม่เคยล้มเหลว ซึ่งทำการเมืองมา 25 ปี นอกจากทำเพื่อชาติบ้านเมือง ผมก็ทำให้หลานมันดูครับ“ นายสุริยะ กล่าว
นายสุริยะ ยังกล่าวอีกว่า สนามบินสุวรรณภูมิ คือ ความภาคภูมิใจของตน สร้างสำเร็จในยุคที่ ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสมัยแรก และนายทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ได้เปิดให้บริการวันที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2549 ใช้เวลาประมาณ 4 ปี 9 เดือน เท่านั้น เพราะว่านายทักษิณ ได้ไปคุมก่อสร้างเอง ไปนอนที่สถานที่ เพื่อทำให้มั่นใจ ซึ่งตอนสร้างเสร็จติดอันดับ 10 สนามบินที่ดีที่สุดในโลก แต่น่าเสียดายว่า ในปี 2549 ได้มีการปฏิวัติรัฐประหาร ไม่เช่นนั้นสุวรรณภูมิคงได้ดำเนินการต่อไปตามแผน และเราคงไม่แพ้สิงคโปร์ หรือฮ่องกงในการเป็นศูนย์กลางการบินในทุกวันนี้
นายสุริยะ กล่าวอีกว่า ตนไม่ได้มาขายของเก่า แค่อยากบอกว่า ตน และพรรคเพื่อไทยทำได้จริง หลายคนชอบบอกว่า ตนแก่แล้วควรวางมือ แต่ตนแก่ขึ้น แต่แก่ขึ้นทั้งประสบการณ์ และองค์ความรู้ เพราะคนแก่ลงได้ แต่พรรคไม่ได้แก่ด้วย ยิ่งเวลาผ่านไปพรรคยิ่งใหญ่ขึ้น มีคนหน้าใหม่มาสานต่ออุดมการณ์ด้วย ทำให้รู้จักคนมากขึ้น ทำงานเร็วขึ้น และเก่งขึ้น โดยตนเองเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ว่า ตนและ พรรคเพื่อไทย สามารถทำได้ดีกว่านี้ แต่มีเงื่อนไขว่า ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 พี่น้องต้องเลือกพรรคเพื่อไทยให้ถึง 200 คน จากนั้นมีแฟนคลับตะโกน 300 ที่นั่ง ทำให้นายสุริยะกล่าวขอบคุณ พร้อมบอกว่า แต่ตนกลัวว่า จะไม่มีเพื่อน
นายสุริยะ กล่าวว่า เราจะผลักดันการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานครั้งใหญ่ได้จริง แผนการเราพร้อมไว้แล้วที่จะปฏิรูปเส้นทางคมนาคมในทุกทางทั้งทางบก ทางราง ทางอากาศ และทางน้ำ โดยทางบก เราจะเปิดเมกะโปรเจกต์ 11 โครงการ ตัวอย่างเช่น โครงการทางพิเศษ จังหวัดภูเก็ต ช่วง เมืองใหม่–เกาะแก้ว–กะทู้ ลดความแออัดบนถนนได้อย่างดี มอเตอร์เวย์สายนครปฐม–ชะอำ เส้นทางตรงไปสู่หัวหิน ซึ่งถ้าสร้างเสร็จก็จะใช้เวลาในการเดินทางน้อยลง
ทางราง เราจะขยายรถไฟรางคู่ จากเดิมที่มีเพียง 993 กิโลเมตร เพิ่มอีก 1,132 กิโลเมตร ครอบคลุมทั้งทางใต้, เหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เพื่อเปลี่ยนการขนส่งสินค้าจากถนนมาสู่ราง ผลลัพธ์คือ รถไฟเร็วขึ้น รถไฟไทยที่ว่า ไม่ค่อยตรงเวลา จะตรงเวลา ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ต้นทุนโลจิสติกส์ของประเทศลดลง เพิ่มเส้นทางเลือกในการเดินทางของประชาชน -สะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย ตนขอสัญญาว่า รถไฟทุกโบกี้ทั้งหมดต้องติดแอร์
ส่วนรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ–หนองคาย จากกรุงเทพไปโคราช ต่อไปขอนแก่น จนถึงหนองคาย ต้องเร่งรัดให้เสร็จโดยรวดเร็ว ซึ่งหากก่อสร้างเสร็จจะเดินทางจาก กรุงเทพ-โคราช 1 ชั่วโมง 40 นาที ไปขอนแก่น 3 ชั่วโมง ไปหนองคาย ไม่เกิน 4 ชั่วโมง ซึ่งเร็วกว่าถ้าต้องใช้เวลาเดินทางโดยเครื่องบิน
นอกจากนี้ยังมี 2 นโยบาย คือ 1. นโยบายแรก รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งมีหลายคนพยามจะเลียนแบบ แต่ทำไม่ได้เพราะของจริงอยู่ที่นี่ ขอยืนยันว่า ถ้าได้กลับมาเป็นรัฐบาลจะทำได้จริงภายใน 3 เดือน และเพื่อให้เส้นเลือดใหญ่ทำงานเต็มที่ เราเตรียมรถเมล์แอร์ 10 บาท เป็นเส้นเลือดฝอยพาคนเข้าสู่ระบบราง
นโยบายที่ 2 ‘บ้านเพื่อคนไทย’ มี 4 โครงการนำร่อง พร้อมดำเนินการ แต่หลังการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง โครงการนี้ถูกดองไว้ ทั้งที่เป็นโครงการที่มีประโยชน์ คนไทยสามารถมีบ้านในทำเลที่ดีได้จริง ใกล้คมนาคม ใกล้งาน ใกล้เมือง ใกล้บริการ และที่สำคัญ “จ่ายไหว”
เพื่อไทยยืนหลักง่าย ๆ อะไรดีต่อประชาชนทำต่อทันที ไม่เอาการเมืองมาขวางความเดือดร้อน เช่น โครงการ “คนละครึ่ง” ยังทำต่อกันได้ ซึ่งนโยบายที่ช่วยคนไทยจริงๆ เราก็พร้อมเดินหน้าต่อ และวันนี้นักท่องเที่ยวหาย ร้านค้าเงียบ หลายบ้านถึงขั้น “ครึ่งหนึ่งก็ยังไม่ไหว” เพราะฉะนั้นเพื่อไทยยกระดับครับ จาก “คนละครึ่ง” เป็น รัฐช่วย 70% พี่น้องจ่าย 30%
ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำได้จริง ถ้ามี สส. เกิน 200 คน เพราะฉะนั้นวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทยทั้งคนและพรรค ยืนยันเพื่อไทยทำได้