ไว้คราวหน้า X
ไว้คราวหน้า X
ไม่ต้องแสดงข้อความนี้อีกเลย
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ฝากรูป
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 2038
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:04
(Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด
Simon Phillips เป็น blogger ชื่อดังของแฟนเชลซี ได้เป็นตัวแทนเข้าพบกับ "ผู้มีอำนาจตัดสินใจ" ของทีมเรา และขอคำตอบเกี่ยวกับสิ่งที่แฟนเชลซีหลายคนคาใจ และได้เขียนลง blog ให้เราได้อ่านกัน

Spoil


ผมอ่านแล้วคิดว่าคงมีประโยชน์กับเพื่อนๆ เลยแปลจาก AI มาแปะให้อีกทีครับ

เริ่มเลย



EXCLUSIVE: เจาะลึกภายในเชลซี: ความจริงเบื้องหลังโปรเจกต์

เมื่อเร็วๆ นี้ ผมมีโอกาสได้จับเข่าคุยกับทีมผู้บริหารฝ่ายกีฬาของเชลซี เพื่อพูดคุยถึงโปรเจกต์ของสโมสร หยิบยกประเด็นที่น่ากังวลขึ้นมาถกกัน และทำความเข้าใจให้ชัดเจนยิ่งขึ้นเกี่ยวกับกลยุทธ์ระยะยาว ผมหวังว่าบทความชิ้นนี้จะช่วยฉายภาพเบื้องลึกเบื้องหลังการทำงานของเชลซี และอธิบายว่าทำไมผมถึงยังคงมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับทิศทางของสโมสร หากพวกเขา "ทำ" ได้ตามแผนที่วางไว้

ประเด็นความกังวลที่พูดถึง

ประเด็นหลักๆ ที่ผมเน้นย้ำไปมีดังนี้:

* กลยุทธ์การเสริมทัพที่เน้นแต่นักเตะอายุน้อย จนส่งผลให้ฟอร์มการเล่นขาดความสม่ำเสมอ
* ความอ่อนประสบการณ์ที่มีอยู่ทั่วทั้งสโมสร
* รอยรั่วในขุมกำลังผู้เล่น
* คำถามที่ว่าโปรเจกต์นี้จะพาทีมคว้าแชมป์รายการใหญ่ได้จริงหรือ
* ความทะเยอทะยานของเชลซีตกลงอยู่ที่การเป็นแชมป์ หรือแค่การเกาะกลุ่มท็อปโฟร์ให้ได้เท่านั้น

ทำไมต้องใช้กลยุทธ์นี้?

ก่อนอื่น สิ่งสำคัญคือต้องทำความเข้าใจที่มาที่ไปของกลยุทธ์นี้ และเหตุผลที่เชลซีเชื่อว่ามันเป็นเรื่องจำเป็น สโมสรตระหนักดีว่ามีทีมในยุโรปอยู่ราวๆ 5 ทีม ที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไปแข่งด้วยตรงๆ ในเรื่องการเงิน ทั้งด้วยเหตุผลเรื่องรายได้รวม รายรับจากสนาม และความเป็นเจ้าของโดยรัฐ (State Ownership) ได้แก่ เปแอสเช, บาเยิร์น, บาร์ซ่า, เรอัล มาดริด และแมนฯ ซิตี้

การพยายามจะไปแข่งด้วยวิธีการเดิมๆ ในระยะยาวจะทำให้เชลซีตกอยู่ในความเสี่ยง เอาเข้าจริง วิธีการทำงานแบบนั้นเริ่มส่งสัญญาณให้เห็นถึงปัญหามาตั้งแต่ยุคของ โรมัน อับราโมวิช แล้ว แม้จะประสบความสำเร็จในบอลถ้วย แต่ฟอร์มในลีกของเชลซีกลับแกว่งเอามากๆ สโมสรได้แชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งล่าสุดในฤดูกาล 2016/17 และในฤดูกาลที่เหลือภายใต้ยุคของโรมัน เชลซีจบอันดับเฉลี่ยอยู่ที่ 4 โดยมีแต้มตามหลังทีมแชมป์ห่างถึงราวๆ 25 คะแนน

ยอมรับตามตรงว่า เชลซียังหาจุดสมดุลระหว่างสองสิ่งนี้ไม่เจอ ซึ่งส่งผลให้ฟอร์มการเล่นไม่สม่ำเสมอ และทำแต้มหล่นหายไปเยอะมากทั้งที่อยู่ในสถานการณ์ที่น่าจะชนะ แม้ความอ่อนประสบการณ์ของทีมคนหนุ่มจะมีส่วนในเรื่องนี้ แต่มันไม่ใช่ปัจจัยเดียวอย่างแน่นอน เพราะความสามารถในการแก้เกมข้างสนามที่ยังมีจำกัดของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ก็มีส่วนทำให้เกิดปัญหาเหล่านี้เช่นกัน

เชลซีเข้าใจดีว่าฟุตบอลรายการน็อกเอาต์อย่าง เอฟเอ คัพ, ลีก คัพ หรือแม้แต่ แชมเปี้ยนส์ ลีก นั้น สามารถคว้าแชมป์ได้หากผลการจับสลากเป็นใจและฟอร์มเข้าฝักถูกเวลา ดูอย่างรายการชิงแชมป์สโมสรโลกช่วงซัมเมอร์เป็นตัวอย่างสิ! แต่ทว่า บทพิสูจน์ของจริงคือฟุตบอลลีก คุณไม่สามารถพึ่งความฟลุ๊คตลอดทั้ง 38 เกมได้ คุณจำเป็นต้องยอดเยี่ยมให้ได้ตลอดรอดฝั่ง



การผ่าตัดทีมและความคาดหวัง



ความจริงที่ว่านี้แหละ คือแรงผลักดันให้สโมสรตัดสินใจเดินหน้า ผ่าตัดทีมครั้งใหญ่ อย่างเต็มตัว ทั้งการลดค่าเฉลี่ยอายุผู้เล่น ปรับโครงสร้างเพดานค่าเหนื่อย และสร้างอนาคตที่ยั่งยืน โดยที่ยังต้องรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันในปัจจุบันเอาไว้ด้วย

ที่สำคัญ ความคาดหวังขั้นต่ำของเชลซียังเหมือนเดิมครับ การไปเล่นแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้ทุกฤดูกาลคือ บรรทัดฐาน" (Baseline) งานรื้อโครงสร้างส่วนใหญ่ทำเสร็จไปแล้ว และชุดผู้เล่นปัจจุบันควรจะดีพอสำหรับการจบ 5 อันดับแรกในซีซั่นนี้และปีต่อๆ ไป

แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเชลซีจะหยุดลงทุนนะครับ แค่รากฐานสำคัญๆ มันถูกวางไว้เกือบหมดแล้วมากกว่า

กฎ PSR, ข้อจำกัดจากยูฟ่า และอิสระในตลาด

ต้องโน้ตไว้หน่อยว่า เชลซีไม่ได้ขยับตัวในตลาดซื้อขายได้อิสระขนาดนั้นในปี 2024 เพราะติดล็อกกฎ PSR (กฎการเงิน) และยังโดนยูฟ่าคาดโทษเมื่อซีซั่นก่อน ทำให้ความยืดหยุ่นน้อยลง แต่ตอนนี้ปัญหาเรื่องยูฟ่าเคลียร์จบแล้ว และการปรับเปลี่ยนกฎ PSR ใหม่น่าจะทำให้สโมสรหายใจหายคอคล่องขึ้น และมีพื้นที่ให้ขยับตัวได้มากกว่าเดิม

นี่ไม่ใช่การเปลี่ยนกลยุทธ์แบบหน้ามือเป็นหลังมือ แต่มันจะทำให้อนาคตเราทำงานได้คล่องตัวขึ้นครับ

ลดช่องว่างและยืนระยะความสำเร็จ



โจทย์ต่อไปของเชลซีคือการลดช่องว่างกับทีมกลุ่มหัวตาราง แล้วก้าวขึ้นไปลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและแชมเปี้ยนส์ ลีก ให้ได้สม่ำเสมอ ประเด็นสำคัญคือ สโมสรต้องการ ยืนระยะ ให้ได้เมื่อไปถึงจุดนั้น ไม่ใช่พุ่งขึ้นไปวูบเดียวแล้วร่วงลงมา

จะเปรียบเทียบกับขาขึ้นของอาร์เซนอลช่วงหลังก็ได้ แต่เป้าหมายของเชลซีคือต้อง ไปให้สุดทาง ไม่ใช่แค่เกือบถึง

ทุกอย่างที่เชลซีทำคือมองผลประโยชน์ระยะยาวเป็นที่ตั้ง สโมสรไม่อยากเอาอนาคตมาจำนองไว้เพียงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ระยะสั้น แต่นั่นไม่ได้แปลว่าจะไม่ซื้อนักเตะอายุเยอะ หรือพวกที่ขายต่อไม่ได้เลยนะ สโมสรไม่ได้มีกฎห้ามซื้อคนอายุเกิน 23 ปีเสียหน่อย แต่ดีลนั้นมันต้องสมเหตุสมผลในภาพรวมต่างหาก

จนถึงตอนนี้ ภายใต้ทีมบริหารชุดนี้ โอกาสที่ "ใช่" ยังมาไม่ถึงต่างหาก

ยกตัวอย่างเคสของ อองตวน เซเมนโย่ ค่าตัว 65 ล้านปอนด์ บวกค่าเหนื่อยเกิน 2 แสนปอนด์ต่อสัปดาห์ มันจะไปพังโครงสร้างค่าเหนื่อยโดยที่ไม่ได้ยกระดับฟอร์มการเล่นของทีมซีซั่นนี้ได้แบบเห็นน้ำเห็นเนื้อ แต่ถ้าในอนาคตมีนักเตะสักคนที่เข้ามาแล้วจะเป็น จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้าย เพื่อลุ้นแชมป์ สโมสรก็ไม่ลังเลที่จะทุ่มแน่นอน

ความรับผิดชอบและแรงกดดันภายใน



สิ่งหนึ่งที่ผมจับได้จากการประชุมคือ สโมสรมีการประเมินตัวเองและมีความรับผิดชอบสูงมาก แม้สื่อจะเล่นข่าวไปทางไหน แต่ทีมงานฝ่ายกีฬารู้ดีว่าพวกเขาแบกความกดดันมหาศาลที่ต้องทำผลงานให้ได้ แต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ได้รับความคุ้มครองและอำนาจในการตัดสินใจที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ระยะยาวของสโมสร

ถ้าไม่มีโครงสร้างแบบนี้ ทีมคงหน้ามืดตามัวทุ่มซื้อเพื่อหวังผลด่วน (Win-now) จนพังระยะยาว

ตัวอย่างก็มีให้เห็น เช่น การทุ่มซื้อกองหน้าเจ็บง่ายในราคา 125 ล้านปอนด์ ทั้งที่มีตัวเลือกศักยภาพสูงอย่าง อิซัค (Isak) หรือ เอกิติเก้ (Ekitike) อยู่แล้ว หรือการไปทุ่มค่าจ้างมหาศาลให้กองหน้าที่ไม่ใช่ระดับ Elite แถมขายต่อยาก นักเตะอย่าง ฮาแวร์ตซ์ หรือ เกียวเคเรส ที่รับค่าเหนื่อยระดับ 2.5 แสนปอนด์ขึ้นไป มันทำให้ตลาดที่จะขายต่อได้แคบลงเหลือแค่ไม่กี่ทีมในโลก

อีกอย่างที่ผมอยากบอกคือ พวกเขารู้ตัวว่าไม่ได้เพอร์เฟกต์ รู้ว่าเคยพลาด และมีกระบวนการป้องกันไม่ให้พลาดซ้ำรอยเดิม

สถานการณ์ผู้จัดการทีม



ไม่มีประโยชน์ที่จะไปฟูมฟายเรื่อง มาเรสก้า ตอนนี้เขาไปแล้ว แต่ชัดเจนว่าความสัมพันธ์มันแตกหักจนต้องเปลี่ยนแปลง

นอกเหนือจากปัญหาอื่นๆ ตามที่ผมเคยพูดใน *The Blues Feed* เชลซีควรเป็น จุดหมายปลายทาง ไม่ใช่ทางผ่าน ถ้าผู้จัดการทีมหรือนักเตะคนไหนเริ่มมีใจออกห่างไปอ่อยทีมอื่น ก็ควรย้ายออกไป ความทุ่มเทเต็มร้อยเป็นสิ่งที่ต่อรองไม่ได้ครับ

การจัดการทีมและอำนาจทีมแพทย์

ตรงข้ามกับข่าวลือ เชลซีปฏิเสธเสียงแข็งเรื่องการแทรกแซงการจัดตัวผู้เล่น นอกเหนือจากเรื่องสวัสดิภาพนักเตะและการป้องกันอาการบาดเจ็บ ทีมแพทย์และทีม Performance ของเชลซีถือว่าระดับท็อปของวงการ พวกเขาแค่ให้คำแนะนำตามความเสี่ยงเรื่องอาการบาดเจ็บและสภาพร่างกาย

การตัดสินใจสุดท้ายอยู่ที่ผู้จัดการทีม ถ้าหมอบอกเล่นได้แค่ 45 นาที โค้ชต้องเลือกเองว่าจะให้สตาร์ทตัวจริงหรือเป็นสำรอง

เอาจริงๆ ถ้ามีความโปร่งใสในกระบวนการนี้มากกว่านี้ แฟนบอลคงไม่โวยวายหนักในสถานการณ์อย่างตอนเปลี่ยนตัว **โคล พาลเมอร์** ออก ถ้าแฟนๆ รู้แต่แรกว่าเขาวิ่งได้ไม่ครบ 90 นาที ปฏิกิริยาคงต่างออกไปเยอะ

การซื้อขายและการมีส่วนร่วมของโค้ช

ข้อกล่าวหาที่ว่า มาเรสก้า ไม่มีส่วนรู้เห็นเรื่องซื้อขายนั้น ไม่จริง เขาอนุมัตินักเตะใหม่ทุกคนช่วงซัมเมอร์ และมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ

จริงอยู่ที่เขาอยากได้เซ็นเตอร์แบ็ก แต่เขาไม่ยอมปล่อยใครออกเพื่อเปิดที่ว่าง และพอดีว่าไม่มีตัวเลือกที่เหมาะสมหลังจากพลาด ดีน ฮุยเซ่น (ซึ่งลิเวอร์พูลก็เจอสถานการณ์คล้ายกัน)

โมเดลการซื้อตัวของเชลซีคือการทำงานร่วมกัน (Partnership) ไม่มีการซื้อโดยโค้ชคนเดียว หรือสโมสรจิ้มเองคนเดียว เพราะทั้งสองแบบมันพังระยะยาวทั้งคู่ครับ


เฮดโค้ชป้ายแดง: เลียม โรซีเนียร์ (Liam Rosenior)




เลียมไม่ใช่คนหน้าใหม่สำหรับเชลซี สโมสรรู้จักมักจี่กับเขามาหลายปี และเขาเองก็ทำงานคลุกคลีอยู่ในโครงสร้างของสโมสรมา 18 เดือนแล้ว แถมยังมีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกับทีมงานฝ่ายกีฬามาอย่างยาวนาน

เขาได้รับการนิยามว่าเป็นคนขยัน ถ่อมตัว ฉลาดหลักแหลม และพูดจาฉะฉานชัดเจน เป็นสไตล์ที่ทั้งนักเตะและแฟนบอลน่าจะเข้าถึงได้ง่าย ผลงานในอดีตของเขาแสดงให้เห็นว่าเขามักจะทำทีมได้ "เกินเป้า" (Overperformance) เสมอ และโดดเด่นเรื่องการพัฒนานักเตะ

ในเชิงแทคติก เขาเคยโชว์ของให้เห็นมาแล้วในการดวลกับยอดโค้ชอย่าง หลุยส์ เอ็นริเก้ และ โอลิเวอร์ กลาสเนอร์ ทั้งที่คุมทีมซึ่งมีค่าเฉลี่ยอายุน้อยที่สุดในยุโรป มันจึงน่าติดตามมากว่าเมื่อเขาได้มาจับนักเตะคุณภาพสูงขึ้น เจอคู่แข่งที่เขี้ยวขึ้น เขาจะพาทีมไปได้ไกลแค่ไหน

คำถามสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้คือ เขาพร้อมรับแรงกดดันมหาศาลกับงานที่เชลซีหรือยัง? เรื่องนี้เวลาเท่านั้นที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่ถ้าดูจากบุคลิกและความเป็นผู้นำ สัญญาณต่างๆ ถือว่าน่าพอใจครับ

เรื่องซื้อขาย: คาดหวังอะไรได้บ้าง?

คาดว่าเชลซีจะเดินหน้าล่าตัวรุกระดับ อีลีท(Elite) อีกสักคนในช่วงซัมเมอร์นี้ ซึ่งนั่นอธิบายได้ว่าทำไมก่อนหน้านี้ถึงมีข่าวทาบทาม อองตวน เซเมนโย่ ก่อนจะตัดสินใจถอยออกมา

สโมสรยังตระหนักดีว่าทีมเราขาดเรื่องความแข็งแกร่งทางร่างกาย (Physicality) เมื่อเทียบกับคู่แข่ง และจะจัดการอุดจุดอ่อนตรงนี้ในตลาดรอบต่อๆ ไป โดยจะไม่ยอมลดทอนคุณภาพเชิงเทคนิคลงเด็ดขาด

ตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็กและกองหน้ายังคงอยู่ในลิสต์ที่ต้องจับตามอง โดยสโมสรก็กำลังพิจารณาเส้นทาง (Pathways) สำหรับนักเตะที่มีอยู่ในมือแล้วด้วย ไม่ว่าจะเป็น จอช อาเชียมพง (Josh Acheampong), มามาดู ซาร์ (Mamadou Sarr), อารอน อานเซลมิโน (Aaron Anselmino), เอมานูเอล เอเมก้า (Emanuel Emegha) และ ดาสตาน สัตปาเยฟ (Dastan Satpayev)

---

บทสรุป



อย่างที่เกริ่นไว้ตอนต้น ผมเดินเข้าห้องประชุมนี้ไปด้วยความกังวล แต่หลายๆ ข้อสงสัยได้รับการแก้ไข และผมรู้สึกมั่นใจมากขึ้นกับทิศทางระยะยาวของเชลซี สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนมากสำหรับผมคือ ทั่วทั้งสโมสรมีความกระหายที่จะประสบความสำเร็จ และมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวอย่างแท้จริง แบบที่เราเห็นกันในเกมเสมอ แมนฯ ซิตี้ 1-1 ทั้งนักเตะ โค้ช และผอ. ทุกคนรวมพลังกันในช่วงเวลาแห่งความไม่แน่นอน เพื่อให้มั่นใจว่าผลงานในสนามจะไม่ได้รับผลกระทบ

มีประโยคหนึ่งที่ใครบางคนพูดกับผมแล้วมันกระแทกใจผมมาก ในฐานะคนเชลซีที่รู้สึกแบบนี้มานาน
พวกเรากำลังทำสงคราม (WAR) กับทุกสโมสรในพรีเมียร์ลีกและยุโรป เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายของเรา

อย่างไรก็ตาม พูดไปก็เท่านั้น บทพิสูจน์ที่แท้จริงอยู่ที่การลงมือทำและผลลัพธ์ที่ออกมา ลำพังแค่กลยุทธ์มันการันตีอะไรไม่ได้หรอกครับ

หวังว่าบทความนี้จะช่วยสร้างความกระจ่างและความมั่นใจให้พวกเราได้บ้าง ฝากคอมเมนต์บอกความรู้สึกของคุณเกี่ยวกับทิศทางของเชลซีให้เรารู้หน่อยนะครับ

แดนนี่ วินด์เซอร์ (Danny Windsor)

---

โน้ตเพิ่มเติมจากผม ไซม่อน ฟิลลิปส์ (Simon Phillips)

ผมอยู่ในที่ประชุมนี้กับ แดนนี่ และ ลุค ด้วย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเสริมและอาจจะขัดกับความเชื่อของใครหลายคนคือ สมาชิกในทีมบริหารกีฬชุดนี้มีความรู้เรื่องฟุตบอลดีมาก และพวกเขามีแพสชันกับสโมสรแบบสุดๆ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าพวกเขาทำงานหนักแค่ไหนและ "บ้าคลั่ง" (Obsessed) กับสโมสรแห่งนี้ขนาดไหน

ผมยอมรับว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมอาจจะไม่ได้โพสต์เชียร์เจ้าของทีมบน X (Twitter) มากเท่ากับที่แดนนี่เขียนในนี้ แต่ผมได้รับกำลังใจเยอะมากจากการได้ไปเจอพวกเขา รวมถึงการได้กลับมาอ่านประเด็นต่างๆ ที่แดนนี่ถ่ายทอดออกมาได้อย่างยอดเยี่ยมในบทความนี้

สิ่งที่ผมกำลังทำคือการเปิดใจกว้างรับฟังทุกอย่าง ผมไม่เคยสงสัยในความทะเยอทะยานของพวกเขา แม้ว่าอารมณ์ในฐานะแฟนบอลของผมอาจจะพุ่งพล่านจนเดือดดาลไปบ้างในบางที และถึงแม้ตอนนี้สถานการณ์ดูเหมือนจะมืดมน และผมก็คิดว่าแฟนบอลทำถูกแล้วที่ออกมาเคลื่อนไหวส่งเสียงให้สโมสรได้ยิน แต่ในมุมลึกๆ มันก็ยังมีหลายสิ่งที่น่าให้กำลังใจครับ

เวลาจะเป็นคำตอบของทุกอย่าง เหมือนที่แดนนี่บอก สำหรับผม ซัมเมอร์นี้และสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป มันคือจุดชี้ขาด (CRUCIAL) จริงๆ

ไซม่อน ฟิลลิปส์

--------

ความเห็นของผมเองบ้าง

ผมเห็นด้วยกับไอเดียของกลยุทธ์นะ ผมคิดว่าเป็นวิธีที่ยั่งยืนในการลุ้นแชมป์ในระยะยาว ไม่ใช่ปีเดียวแล้วรูดลงมาเหมือนแต่ก่อน

ปัญหาดันไม่ใช่ไอเดียของกลยุทธ์ แต่เป็นกระบวนการและกลุ่มคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจ
ไอเดียที่ดีจะสำเร็จได้ต้องมีกลุ่มคนที่ยอดเยี่ยมดำเนินการอยู่เบื้องหลัง

ผมไม่ติดที่ 2 ผอ มาจากแมวมอง แต่ถ้า performance ไม่ได้ ก็ต้องไปเหมือนกัน องค์กรมันจึงจะเดินหน้าต่อไปได้ เอาคนที่เก่งกว่าเข้ามาแทนเพื่อทำให้ idea นี้สำเร็จ

ตอนนี้คงรอเวลาวัดผลกับการตัดสินใจครั้งใหญ่ในการปลด Maresca และแต่งตั้ง Rosenior ว่านี่คือการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าครั้งนี้ยังผิดอีกก็ต้องเปลี่ยน ไม่ใช่แค่โค้ช แต่ผู้มีอำนาจตัดสินใจด้วย
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Sep 2007
ตอบ: 15173
ที่อยู่: สมาคมคนรักครอบครัว
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:42
Top Comment [RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
อ่านจนจบ เหมือนเข้าข้างตัวเองเลย เกือบเคลิ้มละ แต่พอมองจริงๆก็ตอแหลไปวันๆ

ถ้ามันทะเยอทะยานจริงๆ ไม่จ้างโค้ชอ่อนประสบการณ์มาทำทีมหรอก
มันแค่จะเอาคนไม่มีปากมีเสียงมาทำทีม ปีแรกยังชมมาเรสก้าอยู่เลย
พอปีที่สองเขาเริ่มทำงานดีขึ้น เริ่มมีไอเดียการทำทีม และน่าจะมีอีโก้มากขึ้น
ก็เรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับจากบอร์ด กลายเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้ซะงั้น

ผมก็ไม่ได้ชื่นชอบแผนดัดแปลงพันธุกรรมนักเตะของมาเรสก้านะ
แต่เวลาเจ้าตัวไม่อินดี้ แล้วใช้นักเตะลงตามตำแหน่ง มันรีดศักยภาพนักเตะออกมาได้จริงๆ แล้วผลงานคือ Masterpiece เลยแหละ

ปีก่อนได้แชมป์นี่รู้สึกเหมือนได้หน้ากันเลยนะ
ผมให้เครดิตนักเตะ และมาเรสก้ามากกว่าพวกบอร์ดเส็งเคร็งนะ



ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 45769
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:20
Top Comment [RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว
ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 45769
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:20
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 2038
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:32
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
Nakkii พิมพ์ว่า:
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว  


มีหลายประโยคเลยที่ผมคิดว่าเข้าข้างตัวเองจุง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 27 Sep 2007
ตอบ: 15173
ที่อยู่: สมาคมคนรักครอบครัว
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:42
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
อ่านจนจบ เหมือนเข้าข้างตัวเองเลย เกือบเคลิ้มละ แต่พอมองจริงๆก็ตอแหลไปวันๆ

ถ้ามันทะเยอทะยานจริงๆ ไม่จ้างโค้ชอ่อนประสบการณ์มาทำทีมหรอก
มันแค่จะเอาคนไม่มีปากมีเสียงมาทำทีม ปีแรกยังชมมาเรสก้าอยู่เลย
พอปีที่สองเขาเริ่มทำงานดีขึ้น เริ่มมีไอเดียการทำทีม และน่าจะมีอีโก้มากขึ้น
ก็เรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับจากบอร์ด กลายเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้ซะงั้น

ผมก็ไม่ได้ชื่นชอบแผนดัดแปลงพันธุกรรมนักเตะของมาเรสก้านะ
แต่เวลาเจ้าตัวไม่อินดี้ แล้วใช้นักเตะลงตามตำแหน่ง มันรีดศักยภาพนักเตะออกมาได้จริงๆ แล้วผลงานคือ Masterpiece เลยแหละ

ปีก่อนได้แชมป์นี่รู้สึกเหมือนได้หน้ากันเลยนะ
ผมให้เครดิตนักเตะ และมาเรสก้ามากกว่าพวกบอร์ดเส็งเคร็งนะ



ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 45769
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:50
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
dewlovecfc พิมพ์ว่า:
Nakkii พิมพ์ว่า:
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว  


มีหลายประโยคเลยที่ผมคิดว่าเข้าข้างตัวเองจุง  


ในมุมเขาก็ต้องสื่อสารแบบนั้นแหละ รักษาภาพลักษณ์องค์กร

แต่คนที่ติดตามการทำงานของทีมบริหาร ( เอาเฉพาะฝ่ายกีฬาก็ได้ ) มาอ่านบทความนี้จะค่อนข้างรู้สึกว่า แหมมมมม เอาซะหล่อเลยนะ

ผมอ่านตั้งแต่เมื่อคืนละ กะว่าจะแปลแล้วตั้งกระทู้ด้วย แต่พออ่านไปเรื่อยๆก็รู้สึกไม่สมควรเสียเวลาแปลเลยไม่แปลดีกว่า
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 2038
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:51
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
แพะแดกโฟม พิมพ์ว่า:
อ่านจนจบ เหมือนเข้าข้างตัวเองเลย เกือบเคลิ้มละ แต่พอมองจริงๆก็ตอแหลไปวันๆ

ถ้ามันทะเยอทะยานจริงๆ ไม่จ้างโค้ชอ่อนประสบการณ์มาทำทีมหรอก
มันแค่จะเอาคนไม่มีปากมีเสียงมาทำทีม ปีแรกยังชมมาเรสก้าอยู่เลย
พอปีที่สองเขาเริ่มทำงานดีขึ้น เริ่มมีไอเดียการทำทีม และน่าจะมีอีโก้มากขึ้น
ก็เรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับจากบอร์ด กลายเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้ซะงั้น

ผมก็ไม่ได้ชื่นชอบแผนดัดแปลงพันธุกรรมนักเตะของมาเรสก้านะ
แต่เวลาเจ้าตัวไม่อินดี้ แล้วใช้นักเตะลงตามตำแหน่ง มันรีดศักยภาพนักเตะออกมาได้จริงๆ แล้วผลงานคือ Masterpiece เลยแหละ

ปีก่อนได้แชมป์นี่รู้สึกเหมือนได้หน้ากันเลยนะ
ผมให้เครดิตนักเตะ และมาเรสก้ามากกว่าพวกบอร์ดเส็งเคร็งนะ



 


กับโค้ชยังมีรีวิวทุกสิ้นฤดูกาล
กับบอร์ดไม่รู้มีรึเปล่า จริงๆควรมีซัก 3 ปีครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 26 Feb 2011
ตอบ: 2038
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:54
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
Spoil
Nakkii พิมพ์ว่า:
dewlovecfc พิมพ์ว่า:
Nakkii พิมพ์ว่า:
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว  


มีหลายประโยคเลยที่ผมคิดว่าเข้าข้างตัวเองจุง  


ในมุมเขาก็ต้องสื่อสารแบบนั้นแหละ รักษาภาพลักษณ์องค์กร

แต่คนที่ติดตามการทำงานของทีมบริหาร ( เอาเฉพาะฝ่ายกีฬาก็ได้ ) มาอ่านบทความนี้จะค่อนข้างรู้สึกว่า แหมมมมม เอาซะหล่อเลยนะ

ผมอ่านตั้งแต่เมื่อคืนละ กะว่าจะแปลแล้วตั้งกระทู้ด้วย แต่พออ่านไปเรื่อยๆก็รู้สึกไม่สมควรเสียเวลาแปลเลยไม่แปลดีกว่า  
 


จริง ยิ่งหลังๆผมว่าคุณภาพคอลัมม์ของ Matt Law ก็ทะแม่งๆหมือนกัน
เขียนเหมือนกลัวเสียแหล่งข่าวไป ทำไมภาพลักษณ์มันดูดีแปลกๆ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Jan 2009
ตอบ: 29228
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 13:58
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
ตอบแบบ PR สโมสร Critical Crisis Management สุด ๆ
3
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 06 Apr 2023
ตอบ: 3299
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:06
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
กระแสโจมตีเยอะ ก็เลยเรียกไปบรีฟหน่อย
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 45769
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:11
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
dewlovecfc พิมพ์ว่า:
แพะแดกโฟม พิมพ์ว่า:
อ่านจนจบ เหมือนเข้าข้างตัวเองเลย เกือบเคลิ้มละ แต่พอมองจริงๆก็ตอแหลไปวันๆ

ถ้ามันทะเยอทะยานจริงๆ ไม่จ้างโค้ชอ่อนประสบการณ์มาทำทีมหรอก
มันแค่จะเอาคนไม่มีปากมีเสียงมาทำทีม ปีแรกยังชมมาเรสก้าอยู่เลย
พอปีที่สองเขาเริ่มทำงานดีขึ้น เริ่มมีไอเดียการทำทีม และน่าจะมีอีโก้มากขึ้น
ก็เรียกร้องสิ่งที่ควรได้รับจากบอร์ด กลายเป็นอยู่ด้วยกันไม่ได้ซะงั้น

ผมก็ไม่ได้ชื่นชอบแผนดัดแปลงพันธุกรรมนักเตะของมาเรสก้านะ
แต่เวลาเจ้าตัวไม่อินดี้ แล้วใช้นักเตะลงตามตำแหน่ง มันรีดศักยภาพนักเตะออกมาได้จริงๆ แล้วผลงานคือ Masterpiece เลยแหละ

ปีก่อนได้แชมป์นี่รู้สึกเหมือนได้หน้ากันเลยนะ
ผมให้เครดิตนักเตะ และมาเรสก้ามากกว่าพวกบอร์ดเส็งเคร็งนะ



 


กับโค้ชยังมีรีวิวทุกสิ้นฤดูกาล
กับบอร์ดไม่รู้มีรึเปล่า จริงๆควรมีซัก 3 ปีครั้ง  


ออนสตรีน เคยรายงานไว้ตั้งแต่ช่วงยุคพอชคุมแล้วว่าแผนรีบิ๊วทีมของ เชลซี จะใช้เวลา 4 ตลาดซื้อขาย ( ไม่นับตลาดทูเคิ่ล ) ก็คือ ตลาดมกราพ็อตเตอร์ ตลาดซัมเมอร์พอช ตลาดมกราพอช ตลาดซัมเมอร์มาเรสก้าปีแรก หลังจากนั้นจะประเมินว่าแผนการซื่อขายประสบความสำเร็จมั้ย

จริงๆมันควรต้องวัดผลแผนการซื้อขายตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว แต่ไม่รู้นะอาจจะวัดผลแล้วก็ได้ แล้วโล้นดันทำทีมปีนั้นประสบความสำเร็จเกินเป้า ท็อป 4 + 2 ถ้วย อาจทำให้ภายในมองว่าแผนการสร้างทีมใหม่ 4 ตลาดของทีมบริหารฝั่งกีฬาประสบผลสำเร็จก็ได้


แก้ไขล่าสุดโดย Nakkii เมื่อ Wed Jan 07, 2026 14:13, ทั้งหมด 1 ครั้ง
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
หัวหน้าแมวมอง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 30 Oct 2014
ตอบ: 45769
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:15
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
dewlovecfc พิมพ์ว่า:
Spoil
Nakkii พิมพ์ว่า:
dewlovecfc พิมพ์ว่า:
Nakkii พิมพ์ว่า:
แค่ประโยคนี้ Another thing I want to point out is they know they haven’t been perfect, they know they have made mistakes and they have processes in place to ensure the same mistakes aren’t made.

ก็รู้สึกว่าตอบหล่อในหลักการแต่ไม่ได้ทำให้เห็นจริงแล้ว  


มีหลายประโยคเลยที่ผมคิดว่าเข้าข้างตัวเองจุง  


ในมุมเขาก็ต้องสื่อสารแบบนั้นแหละ รักษาภาพลักษณ์องค์กร

แต่คนที่ติดตามการทำงานของทีมบริหาร ( เอาเฉพาะฝ่ายกีฬาก็ได้ ) มาอ่านบทความนี้จะค่อนข้างรู้สึกว่า แหมมมมม เอาซะหล่อเลยนะ

ผมอ่านตั้งแต่เมื่อคืนละ กะว่าจะแปลแล้วตั้งกระทู้ด้วย แต่พออ่านไปเรื่อยๆก็รู้สึกไม่สมควรเสียเวลาแปลเลยไม่แปลดีกว่า  
 


จริง ยิ่งหลังๆผมว่าคุณภาพคอลัมม์ของ Matt Law ก็ทะแม่งๆหมือนกัน
เขียนเหมือนกลัวเสียแหล่งข่าวไป ทำไมภาพลักษณ์มันดูดีแปลกๆ  


ไม่รู้เกี่ยวกับที่ โบลี่ย์ จะซื้อ เทเลกราฟ มั้ย แต่ก็ไม่น่ามั้ง ตอนนี้ยังไม่มีข่าวว่าปิดดีลได้แล้วเลย มีแต่ข่าวว่าเจรจาขะซื้ออยู่
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะหมู่บ้าน
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 2537
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:16
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
ผมมองว่าแกนหลักของทีมมี ทีมบริหาร, โค้ช, นักเตะ
คือถ้าทีมบริหารประสบการณ์น้อย
มันก็ควรมีโค้ชที่มีประสบการณ์ หรือ
นักเตะทีมีประสบการณ์พร้อมใช้งานในทีม(แกนหลัก 6-7 คน)
หรือ ไม่ก็เปลี่ยน DOF ใหม่ที่มีประสบการณ์มา
ไม่ใช่ทั้ง ทีมบริหาร, โค้ช, นักเตะ
รอพัฒนาลองผิดลองถูกกันไปแบบนี้
อย่าง Rosenior ถ้าทำไม่ได้ตามเป้า
ไม่เกิน 3 ปีเดี๋ยวก็ปลดอีกและเริ่มใหม่อีก
ถ้าดีหน่อยอาจได้แชมป์บอลถ้วยแบบ Maresca
แต่อย่าหวังจะลุ้นแชมป์ลีค รากฐานทีม
ห่างไกลจาก Arsenal, Man City เยอะ




1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
สายลม แสงแดด
ออฟไลน์
นักเตะกลางซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Apr 2025
ตอบ: 335
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:29
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
ผมสรุปให้สั้นๆ "ตอแหล"
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออนไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 12 Aug 2016
ตอบ: 23540
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:42
[RE: (Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด]
เซงไอ่นโยบายอายุเกิน27 ไม่เอา ไอ่ซื้อดาวรุ่งไม่ว่าหรอก แต่มันควรมีตัวเก๋า ไม่ว่าจะนักเตะหรือโค้ชที่เก๋าประคองนักเตะหน่อย
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะท้ายซอย
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Feb 2010
ตอบ: 2114
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Wed Jan 07, 2026 14:52
[RE](Chelsea) Simon Phillips เป็นตัวแทนแฟนบอลเข้าพบบอร์ด
เรื่องโค้ชนี่ชัด กะเอาเด็กปั้นของคัวเองมาทำต่อเรื่อยๆ ไม่เคยจะมิงโค้ชเบอร์ใหญ่เลย แล้วจะไปแชมป์ลีคได้ไง
แม่งต้องใช้เวลานานมากๆ จนกว่ามันจะเก่งเอง
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel