ทรัมป์ ใช้หลักมอนโรเล่นมาดูโร่ นโยบายคุมประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาอย่างไร?
ทรัมป์กล่าว "ย้อนกลับไปถึงหลักการมอนโร และหลักการมอนโรนั้นสำคัญมาก แต่เราได้ก้าวข้ามมันไปแล้วมาก มากจริงๆ ตอนนี้พวกเขาเรียกมันว่าหลักการดอนโร"
มานูเอล อันโตนิโอ โนริเอกา เผด็จการทหารปานามา และ นิโคลัส มาดูโร่ อดีตผู้นำเวเนซุเอลา ที่โดนอเมริกาจับกุมไป ในระหว่างมีอำนาจในประเทศตนเอง
เช เกบารา นักปฏิวัติชาวอาร์เจนไตน์ชื่อดัง ที่ถูกจับกุมโดยทหารโบลิเวีย ที่เป็นสายของ CIA ถูกสังหารจนเสียชีวิต
หลักการมอนโรคืออะไร? หรือเรียกอีกอย่างว่า "หลักการดอนโร"?
หลักการมอนโร (Monroe Doctrine) ซึ่งตั้งชื่อตามอดีตประธานาธิบดีเจมส์ มอนโร ผู้ริเริ่มในปี 1823 เป็นหนึ่งในนโยบายต่างประเทศที่มีความสำคัญมากที่สุดของประเทศ ในศตวรรษที่ 19 เริ่มต้นจากการเป็นเอกสารเชิงสัญลักษณ์ที่แสดงถึงการต่อต้านของอเมริกาที่มีต่อการแทรกแซงหรือการขยายอิทธิพลของยุโรปในทวีปอเมริกา
หลักการดังกล่าวระบุว่า รัฐบาลอเมริกา มองว่าอเมริกาใต้และอเมริกากลางเป็น "สนามหลังบ้าน" ทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่ควรอยู่ภายใต้อิทธิพลของอเมริกา มากกว่ายุโรป
ในปี ค.ศ. 1904 ประธานาธิบดีธีโอดอร์ รูสเวลต์ ได้เพิ่มสิ่งที่เรียกว่า " หลักการเสริมของรูสเวลต์ " ซึ่งระบุว่าอเมริกามีสิทธิที่จะแทรกแซงในทวีปอเมริกาภายใต้สถานการณ์บางประการ โดยประกาศว่ารัฐบาล สามารถ "ใช้อำนาจตำรวจระหว่างประเทศ"
หลักการดังกล่าวได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในรัฐบาลรุ่นต่อๆ มา ในปี ค.ศ. 1904 ประธานาธิบดีธีโอดอร์ รูสเวลต์ ได้เพิ่มสิ่งที่เรียกว่า " หลักการเสริมของรูสเวลต์ " ซึ่งระบุว่าอเมริกามีสิทธิที่จะแทรกแซงในทวีปอเมริกาภายใต้สถานการณ์บางประการ โดยประกาศว่ารัฐบาลอเมริกาสามารถ "ใช้อำนาจตำรวจระหว่างประเทศ" เพื่อยุติสิ่งที่รูสเวลต์เรียกว่า "ความไม่สงบหรือการกระทำผิดเรื้อรัง" ของชาติยุโรป

แผนที่ประเทศอเมริกาในยุค เจมส์ มอนโร่ ประธานาธิบดีคนที่ 5 ของ อเมริกา
นโยบายมอนโร่
1.ไม่ให้ยุโรปเข้ามาตั้งอาณานิคมในทวีปอเมริกาอีก
2.ห้ามยุโรปเข้ามาแทรกแซงผู้ใต้อาณานิคม
3.ทวีปอเมริกาถือว่าเป็นเขตอิทธิพลอเมริกา รวมทั้งทะเลแคริเบียน
4.อเมริกาจะไม่ยุ่งกิจการภายในยุโรป
เนื่องด้วยในตอนนั้น อเมริกายังเป็นชาติที่พึ่งเริ่มสร้างชาติได้ไม่นาน ยังไม่แกร่งพอในด้านกองทัพแต่ก็ระแวงพวกชาติตะวันตกเข้ามาแทรกแซงยุ่งวุ่นวายอเมริกา จึงประกาศนโยบายมอนโรให้พวกชาติยุโรปรู้
เมื่ออเมริกาเริ่มแกร่งขึ้น ก็จึงทำการช่วยผู้ใต้อาณานิคมอย่าง คิวบา เปอร์โตริโก ฟิลิปปินส์ เกาะกวม ปลดแอกเอกราชจากสเปน จึงได้มีเกิดสงครามระหว่าง สเปน และ อเมริกา ผลคืออเมริกาชนะ
ผู้ใต้อาณานิคมบางส่วนก็ดีใจที่สามารถปลดแอกจากเจ้าอาณานิคมได้ ที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อทรัพยากรไปมากมาย กดขี่คนท้องถิ่น โดยสเปน โปรตุเกส ฝรั่งเศส อังกฤษ เน้นสูบเลือดสูบเนื้อมากกว่าพัฒนาความเป็นอยู่คนในพื้นที่ ที่เริ่มอ่อนแรงลงในทวีปอเมริกาจนหมด แต่ก็มีระแวงว่า มหาอำนาจตัวใหม่อย่างอเมริกา จะเข้ามาควบคุมกิจการภายในประเทศตนเองแทนสเปน ซึ่งไม่ใช่รูปแบบเจ้าอาณานิคม
อ้าวแล้วทำไมอเมริกาต้องแทรกแซง ในเมื่อเจ้าอาณานิคมหายหัวไปหมดแล้ว?
สิ่งที่อเมริกาต้องการดำเนินการทำคือ เป็นมหาอำนาจขั้วเดียวในทวีปอเมริกาแล้ว ก็คือสามารถควบคุมประเทศทุกประเทศในทวีปอเมริกาได้ ตั้งแต่เม็กซิโก ประเทศทางทะเลแคริเบียน ไปจนถึงใต้สุดของทวีปอเมริกา คือ ชิลีกับอาร์เจนติน่า สามารถสั่งหันซ้ายได้สั่งขวาหันได้ แต่ยกเว้นประเทศแคนาดาเท่านั้นที่อเมริกาจะไม่เข้าไปยุ่งกิจการภายในเท่าไหร่ เนื่องจากแคนาดาเป็นแองโกลแซกซอน เหมือนกับอเมริกา ยังไงก็ญาติกันพูดภาษาเดียวกัน เป็นคนผิวขาวเหมือนกัน ไม่เป็นภัยความมั่นคง อย่างมากก็แค่ขอให้เป็นญาติที่ดีต่อกับอเมริกาก็เพียงพอแล้ว
ความคิดทฤษฎีต่างๆของ ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอเมริกาสาเหตุอเมริกาเข้าไปแทรกแซงประเทศทางภูมิภาคลาตินอเมริกาจนถึงทวีปอเมริกาใต้ดังนี้
1.ทรัพยากรใต้ดิน เช่น แร่ธาตุ น้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ ทองแดง เหล็ก ป่าไม้ ฯลฯ เนื่องจากทวีปอเมริกามีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์มากๆ ในใต้ดิน แม้เจ้าอาณานิคม จะสูบไปเยอะ แต่ก็ยังเหลือพอควร รวมทั้งแร่หายาก ที่อเมริกาส่งกลุ่มทุนเข้าไปสัมปทาน เนื่องจากโลกยุคใหม่ ความต้องการทรัพยากรใต้ดินสูงมาก และอเมริกาจะได้ไม่ต้องแคลนขาดทรัพยากร ในยามบริโภค อุปโภค ยามสงคราม
2.ลงทุนในด้านเกษตรกรรม เนื่องจากประเทศทางทวีปอเมริกา เป็นประเทศที่อยู่ติดเส้นศูนย์สูตร เป็นเขตป่าร้อนชื้นใหญ่ เช่น ป่าอะเมซอน ที่อุดมสมบูรณ์ พื้นที่เหมาะสมแก่การเพาะปลูก มีความอุดมสมบูรณ์ด้านอาหาร เพื่อป้อนกลับมายังประเทศแม่อเมริกา ในรูปแบบนายทุน เช่น น้ำตาล กล้วยหอม เป็นต้น โดยบริษัทจากอเมริกาจะเข้าไปลงทุน เนื่องจากอเมริกาเป็นประเทศที่บริโภคเยอะ รวมทั้งสินค้าที่ใช้บริโภค อุปโภค ราคาก็จะไม่แรงเท่าที่ควร แล้วจะได้ไม่ขาดแคลนอาหาร ในยามสงคราม
3.ไม่ให้ประเทศเหล่านี้ขึ้นมางัดข้อกับอเมริกาได้ จึงคอยแทรกแซงเพื่อให้ได้ผู้นำประเทศเหล่านั้นเป็นคนของอเมริกาเอง ถ้าต่อต้านจุดจบก็แบบ มานูเอล อันโตนิโอ โนริเอกา เผด็จการทหารปานามา และ นิโคลัส มาดูโร่ ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ที่พึ่งโดนไป
4.ไม่ให้มหาอำนาจขั้วอื่น เช่น ยุโรปเข้ามาแทรกแซง แต่ปัจจุบันก็นับถึง พวก จีน รัสเซีย ด้วย จะทำให้อเมริการู้สึกว่าตัวเองปลอดภัยจากภัยความมั่นคงใกล้บ้าน ไม่มีฐานทัพมหาอำนาจขั้วอื่นมาตั้งฐานทัพได้ในทวีปอเมริกา ก็ปลอดภัยนอนหลับได้สนิทตา ก็สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ง่ายดายสบาย ขนาดยุโรปแม้ในปัจจุบันเป็นพันธมิตรอเมริกา ก็ไม่มีอิทธิพลในทวีปอเมริกาแล้วในปัจจุบัน อย่างมากก็แค่วัฒนธรรม
5.เมื่ออเมริกาส่งกองกำลังทหารออกนอกแผ่นดินแม่อเมริกา จะได้ไม่ต้องระแวงว่าประเทศเหล่านี้จะหันมาโจมตีอเมริกา ในยามที่อเมริกาส่งกองกำลังทหารออกแผ่นดินแน่อเมริกา ไม่ต้องระแวงการโจมตีจากประเทศเหล่านี้ จึงสามารถทำสงครามนอกทวีปได้ อย่างเช่น สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม อเมริกาบุกอิรัก
6.มีคลองปานามาอยู่ที่เป็นจุดยุทธศาสตร์ ที่อเมริกาต้องควบคุมอย่างยิ่ง
7.ไม่ต้องการให้มีสุญญากาศการเมืองเกิดขึ้นในภูมิภาคประเทศเหล่านี้ แบบอิรัก ซีเรีย ที่ทำให้อเมริกาเข้าไปควบคุมไม่ได้ ยกเว้นเฮติที่ไม่เป็นภัยต่ออเมริกา
8.อีกสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญมองไว้ว่า อเมริกาไม่ต้องการให้เหล่าประเทศนี้เจริญขึ้นมาอย่างมาก หรือเป็นประเทศพัฒนาขึ้นมาได้ ทำให้ต้องจำใจต้องพึ่งเศรษฐกิจจากอเมริกา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกคว่ำบาตรจากอเมริกา หรือกองทัพไม่แกร่งพอที่จะต้านอเมริกาได้ จึงเอาไว้เป็นบริวารให้ได้ตลอดกาล
จริงๆแล้วมันก็คือมุมมองผมมุมมองหนึ่งนะ แต่ไม่มีมหาอำนาจตัวไหนดี 100% ไม่ว่าจะ อเมริกา จีน รัสเซีย อินเดีย หรือ แก๊งยุโรป ยิ่งประเทศที่เป็นมหาอำนาจชั้นสูงอย่าง อเมริกา จีน รัสเซีย จะระแวงเรื่องหลังบ้านตัวเอง
อเมริกาอาจจะไม่ได้ต้องการไม่ให้ประเทศทางทวีปอเมริกาไม่เจริญขึ้นมาพัฒนาขึ้นมาก็อาจจะได้ เพราะในภูมิภาคนี้การเมืองไม่เสถียรภาพอยู่แล้ว เพราะขัดแข้งขัดขากันเอง สเปน โปรตุเกสไม่ได้พัฒนาอะไรไว้เลย มีแต่สูบเลือดสูบเนื้อ ปกครองไม่ดี ก็ส่งวัฒนธรรมที่ไม่ดีมายังผู้ใต้อาณานิคม
รวมทั้งระบบเจ้าพ่อ ระบบมาเฟีย แล้วโคเคน ที่วกัดจากต้นโคคา ที่เป็นพืชท้องถิ่นทวีปอเมริกาใต้ ทำให้มียาเสพติดระบาดไปทั่วภูมิภาค ที่อยู่ในมือเจ้าพ่อ ที่คอยเป็นปรปักษ์กับภาครัฐของประเทศทางอเมริกาใต้ไว้อยู่ เนื่องจากทวีปอเมริกาใต้ ป่าอะเมซอน ใหญ่มาก เวลาหลบภัยก็หนีเข้าป่า ทำให้ภาครัฐตามจับได้เลย แต่ไปๆมาๆ พวกข้าราชการ ภาครัฐ ดันจับมือกับมาเฟียค้ายาเอง ทีนี้ความฉิบหายก็เลยหนักขึ้นไปกว่าเดิมอีก
เม็กซิโก ทะเลแคริเบียน ไปยังใต้สุดอย่าง ชิลี อาร์เจนติน่า ต่อให้ไม่มีอเมริกามันก็ไม่เจริญอยู่ดี หรือแคนาดาให้ไม่มีอเมริกา ก็เป็นประเทศที่เจริญแล้วอยู่ดี เนื่องจากคนอพยพจากยุโรปเน้นเข้ามาพัฒนามีความรู้ เป็นญาติกันเป็นแองโกลแซกซอนเหมือนกัน อเมริกาเองก็ไม่ได้ขัดขาไม่ให้เจริญขึ้นมาอะไร ถ้าอเมริกาจะขัดขาก็ทำได้ทุกเมื่อ
บางประเทศอย่าง เม็กซิโก ทางอเมริกาก็ไม่ได้แทรกแซงภายในมากเท่าไหร่ เนื่องจากอยู่ติดบ้านมีโอกาสกระทบกระทั่งได้ง่ายและเป็นประเทศใหญ่ แต่ขอแค่ยังคบค้ากันได้ก็พอ
แต่เรื่องแทรกแซงเนี่ยทางอเมริกาพูดเองตรงๆเลยนะ เวลาแทรกแซงประเทศทางภูมิภาคนี้ ถ้ามีประเทศเดียวรอดคือแคนาดา ซึ่งก็เหมือนรัฐที่ 51 ของอเมริกาอยู่ละ