ระบายปัญหาครอบครัวนิดหน่อย
ผมกับน้องสาวทำงานอยู่คนละจังหวัด ผมอยู่หาดใหญ่ น้องอยู่กทม. บังเอิญได้ว่างตรงกันในรอบหลายปี
เลยกลับมาเจอกันช่วงปีใหม่ที่บ้านพ่อแม่ นครศรี
กลับบ้านรอบนี้ผมวางแผนจะพาครอบครัวแฟนที่กำลังจะแต่งงานไปเที่ยวนครศรีด้วย
ทำให้ที่บ้านจะมี พ่อแม่ผม น้องผม รวม 4 คน และอีกฝั่ง พ่อแม่แฟน พี่ชายแฟน รวม 4 คน = 8 คน
พอรู้ล่วงหน้าว่าจะมาเจอกันเลยจัดทริป ไปเที่ยวพูลวิลล่ากันสองบ้าน หวังว่าจะสานสัมพันธ์สองบ้านให้สนิทกัน
-----------------------------------------------------------------------------------
ตัวผมตั้งใจวาดฝันไว้ว่า ทั้งสองบ้านจะสนุกกัน ร้องคาราโอเกะ แทงพูลกัน ผมกับน้องหารเงินกันจองบ้านพัก
หาที่เที่ยว
พอไปถึงวันจริงๆ สองบ้านเราขับรถกันไปบ้านละคัน เจอที่เที่ยวที่ไหนก็แวะที่นั่น ไปคาเฟ่ ไปสปาเท้า บรรยากาศดูเหมือนจะสนุกดีแต่สิ่งที่มันแอบเป็นปัญหาอยู่เล็กๆคือ ผมแทบไม่ได้ไปเดินกับแฟนผมเลย
ผมอยู่แต่กับน้องผมเพราะไม่ได้เจอกันนาน ตัวผมเองก็รับรู้อยู่บ้างว่าไม่ได้ไปเดินกับแฟนผมเลย แต่จะให้ทิ้งน้องสาว ไปอยู่กับแฟนก็กลัวน้องสาวน้อยใจ เพราะมันก็มาไกลจาก กทม ส่วนแฟนเจอกันอยู่ทุกวัน เรื่องนี้มันแอบสะสมเป็นปัญหาเล็กๆในวันนั้น
พอถึงพูลวิลล่าช่วงเย็น พ่อผมก็ดันชวนแทงพูอีก ผมเองไม่เคยมีกิจกรรมร่วมกับพ่อ กลัวพ่อเหงาก็มาแทงพูกับพ่ออีก แฟนผมก็มาเวียนๆจะเล่นด้วยแต่พอเล่นไม่เป็นก็ปลีกตัวไปอยู่ กับพ่อแม่เขาแถวสระน้ำ
เคมีของทั้งสองบ้านเหมือนเกร็งๆกันเพราะเป็นการเจอกันแค่ครั้งที่ 3 เอง จากที่ตั้งใจจะให้มาสานสัมพันธ์กันกลายเป็นเหมือนเขินๆ อึดอัดกันทั้งสองบ้าน
ผมเองรับรู้ถึงสถานการณ์แล้ว แต่ไม่อยากให้งานมันกร่อย ผมเดินไปทุกจุดที่เขานั่งเลย แวะไปห้องเกะ แวะไปที่แฟน แวะไปที่พ่อแม่ผม พ่อแม่แฟน เดินวนรอบบ้าน เพื่อ Pretend ว่าบรรยากาศมันสนุกสนาน
แต่ในใจผมทั้งเหนื่อย ทั้งเสียใจที่มันดูกร่อยๆ ผมคาดการณ์ผิดไปเยอะเลยว่ามันจะออกมาดูดีกว่านี้
พอตอน 2 ทุ่มน้องผมมันก็ทะเลาะกับพ่ออีก เพราะพ่อชอบไปแซวมันว่าไม่หยิบไม่จับอะไรเลย (ทั้งๆที่มันก็ช่วยเยอะมากๆ แต่พ่อเป็นคนชมคนไม่เป็น จะชมอีกบ้านนึงว่าเก่งจังช่วยกันล้างจาน แต่ชมเสร็จก็ต้องแวะมาแซะลูกตัวเองจนได้ )
น้องผมมันเลยพูดว่า พูดอยู่นั่นแหละทั้งวัน แล้วก็วิ่งขึ้นห้องไป
บรรยากาศยิ่งไปกันใหม่ ผมเพิ่งได้มีโอกาสอยู่คุยกับแฟน สองคนเงียบๆ ต้องปลีกจากแฟนไปง้อน้องสาวแทนพ่ออีก
พอง้อน้องสาวเสร็จก็อยากให้มันครึกครื้นเลยลากมันมานัั่งร้องเกะ แบบฝืนๆ พยายามทำให้มันสนุก
แต่มันฝืนไม่ไหวปิดทีวี ปิดคาราโอเกะเดินออกมา ทุกคนไปนอนหมดแล้ว
ผมทักไปหาแฟนว่า ขอโทษนะที่ไม่มีเวลาให้เลย แฟนผมไม่ตอบไม่อ่านแล้ว น่าจะงอนที่ผมเอาแค่แคร์ทุกคนไปหมด ไม่สนใจเขาเลย
บรรยากาศตอนนั้นผมนั่งอยู่คนเดียวในโถงโซฟา แบบเงียบๆ เวลาเพิ่ง 4 ทุ่ม ผมแม่งร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไม่รู้ทำไมมันอึดอัด มันผิดหวังไปหมด ผมหมดไปเป็นหมื่น ทริปนี้ผมออกเงินเป็นส่วนใหญ่ แต่ทุกอย่างมันดูพังไปหมด
ผมพลาดเองด้วยที่รีบจัดทริปในตอนที่สองบ้านเพิ่งจะรู้จักกัน ผมคาดหวังไปไกลว่าทุกคนจะสนุกจะปาร์ตี้กันจนดึกๆ
ห้วงเวลานั้นที่ไม่มีใครแล้วผมดิ่งมากๆ จู่ๆก็เปราะบางขึ้นมา
วันรุ่งขึ้นบ้านแฟนผมและตัวแฟนเองก็แยกตัวกลับบ้านต่างจังหวัด โดยที่แฟนผมคุยกับผมแค่ถามคำตอบคำ
ผมโทรไปง้อแฟน มีงอลๆกันนิดหน่อย ตัวผมก็เลยบอกว่า
ตัวผมอยากให้แฟนมองภาพรวมหน่อย ผมตั้งใจมากๆเพื่อให้ครอบครัวเราสนิทกัน เหนื่อยมากๆที่ต้องแบ่งเวลาเอาใจทุกคน
น้องสาวก็ต้องโอ๋ พ่อแม่ก็กลัวแกเหงาไปเล่นกับแก พี่ชายแฟนก็นั่งไม่พูดจากับใคร กลัวแกเหงา ผมก็ต้องเดินไปดูไปชวนกินน้ำ กินเหล้ากัน แกก็ไม่ค่อยคุยด้วย
---------------------------
คือจริงๆผมอาจจะผิดเองด้วยที่ไม่ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ คนมันจะสนิทกัน มันก็จะสนิทเองไม่ใช่มาเร่งรัด มาบังคับให้เขาสนิทกัน
ผลลัพธ์ที่ได้ ณ ตอนนี้คือ แฟนผมน้อยใจ เผลอๆจะพาลไม่ชอบน้องสาวผมมั้ยก็ไม่รู้ น้องผมก็ทะเลาะกับพ่อ
เพราะพ่อเอาแต่ชมแฟนผมว่าขยันทำงานบ้านแล้วไม่วายจะมาแซะลูกตัวเองว่าไม่ทำไรเลย (ซึ่งในความเป็นจริงน้องผมช่วยเยอะมาก เตรียมอาหาร แต่พ่อเป็นคนไม่ชอบชมลูกตัวเองอยู่แล้ว)
ทริปก็ออกมากร่อย ไม่สนุกเลย ถ้าเป็น The Sims ค่าความสนิทคงเป็นตัวแดง ลบๆ อยู่บนหัว
----------------------------
ผมไม่รู้ว่าตัวผู้ใหญ่เขาคิดแบบผมไหม หรือจริงๆเขาสนุกตามประสาเขาอยู่แล้ว แค่ผมไม่รู้
หรือเค้าอาจจะไม่ได้คิดมาเหมือนผม ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป มันก็แค่ทริปต่างจังหวัด ทริปพูลวิลล่าอันนึง
----------------------
อาจจะมีแค่ผมที่ประสามอยู่คนเดียว ผมคิดวนไปวนมา แอบร้องไห่ไปหลายรอบ เป็นปีใหม่ที่คิดว่าจะดีสุดในชีวิต กลายเป็น ดิ่งซะงั้น