7 ม้ามืดบอลโลก! 'ซามูไร' นำขบวนลุ้นเขย่าทัวร์นาเมนต์
ฟุตบอลโลก 2026 ใกล้เปิดฉากเต็มที และเหมือนทุกครั้งก่อนทัวร์นาเมนต์ใหญ่ คำว่า “ม้ามืด” ถูกหยิบมาพูดกันสนุกปาก แม้หลายทีมจะเคยสะดุดตั้งแต่รอบแรก แต่บางชาติในลิสต์นี้มีของพอจะลุ้นเขย่าเส้นทางทีมเต็งได้เหมือนกัน
อันดับ 7 อุรุกวัย
อุรุกวัยของมาร์เซโล่ บิเอลซ่า ถูกปรับให้เล่นเพรสซิ่งจัดจ้านสไตล์ลีดส์ แต่ผลงานคัดเลือกไม่เนียนนัก ชนะเพียง 1 จาก 12 นัด และจบอันดับ 4 หลุยส์ ซัวเรซ อำลาไปแล้ว ขณะที่เฟเดริโก้ บัลเบร์เด้กลายเป็นหัวใจของทีม
ปัญหาใหญ่ของ “จอมโหด” คือแนวรุกยุคนี้ยังเทียบยุคซัวเรซกับเอดินสัน คาวานี่ไม่ได้ ดาร์วิน นูนเญซก็ยังไม่ตอบโจทย์ หากต้องใช้โอกาสน้อยแต่หวังประตูคม ๆ อุรุกวัยอาจเหนื่อยหนัก แถมอยู่กลุ่มเดียวกับสเปน และอาจเจออาร์เจนตินาตั้งแต่น็อกเอาต์แรก
อันดับ 6 โครเอเชีย
การเรียกโครเอเชียว่าเป็นม้ามืดอาจดูโหดไปหน่อย เพราะเพิ่งจบอันดับ 3 เมื่อปี 2022 และเข้าชิงเมื่อปี 2018 แต่ปัญหาคืออายุทีมเริ่มไล่ทัน ลูก้า โมดริชวัย 40 ปีใกล้แตะ 200 นัดทีมชาติ และมีรายงานว่านี่จะเป็นซัมเมอร์สุดท้ายของเขา
“ตาหมากรุก” ยังมีอิวาน เปริซิชวัย 37 ปี และอันเต้ บูดิเมียร์วัย 34 ปีเป็นตัวเลือกแดนหน้า ส่วนยอสโก้ กวาร์ดิโอลกับมาเตโอ โควาซิชยังต้องลุ้นความฟิต เกมรับดูแน่น แต่คำถามคือใครจะกดตุงให้ทีมได้ต่อเนื่อง
อันดับ 5 ตุรกี
ตุรกีกลับมาเล่นฟุตบอลโลกครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2002 พร้อมขุมกำลังที่น่าสนใจ อาร์ด้า กูแลร์ของเรอัล มาดริด และเคนัน ยิลดิซของยูเวนตุสคือดาวรุ่งตัวชูโรง ส่วนฮาคาน ชัลฮาโนกลูคอยประคองด้วยประสบการณ์
กลุ่มของพวกเขาดูมีช่อง เมื่อสหรัฐฯ อาจโดนความคาดหวังกดทับ ส่วนปารากวัยก็ไม่ได้เข้าฝักในรอบคัดเลือก หากตุรกีจบแชมป์กลุ่ม มีโอกาสเจอออสเตรียในรอบ 32 ทีม ก่อนอาจดวลเบลเยียมในรอบ 16 ทีม
อันดับ 4 โมร็อกโก
โมร็อกโกคือเซอร์ไพรส์ใหญ่ของปี 2022 และอาจกลับมาเล่นบทเดิมอีกครั้ง แผนของ “สิงโตแอตลาส” เน้นเกมรับแน่นกับลูกตั้งเตะ พวกเขาเก็บคลีนชีตมากสุด 5 นัดในแอฟคอนปีนี้ และทำประตูจากลูกนิ่งมากสุด 4 ลูก
อัชราฟ ฮาคิมี่คือซูเปอร์สตาร์ของทีม ส่วนบราฮิม ดิอาซอาจต้องอยู่ให้ไกลจากการดวลจุดโทษ เส้นทางของโมร็อกโกคงไม่ได้สวยงามสำหรับแฟนบอลสายบุกแหลก แต่ฟุตบอลแบบตั้งรับลึกแล้วรอจังหวะเฉือนคู่แข่ง เคยพิสูจน์แล้วว่าเอาเรื่อง
อันดับ 3 นอร์เวย์
นอร์เวย์ไม่ได้ไปฟุตบอลโลกมาตั้งแต่ปี 1998 แต่หนนี้พวกเขาอาจกำลังมีเจเนอเรชันทอง นำโดยเออร์ลิง ฮาแลนด์ หนึ่งในหัวหอกที่ดีที่สุดของโลก และเกมรุกคืออาวุธสำคัญของทีมชุดนี้
“ไวกิ้ง” ยิงไป 37 ประตู เสียเพียง 5 ลูกในรอบคัดเลือก แม้การทำแบบนั้นในทัวร์นาเมนต์จริงจะยากกว่าเดิม การอยู่กลุ่มเดียวกับฝรั่งเศสทำให้อันดับ 2 อาจเป็นเป้าหมายเหมาะสม และหากได้เจอเอกวาดอร์ในรอบ 32 ทีม พวกเขามีสิทธิ์ลิ่วต่อ
อันดับ 2 โคลอมเบีย
โคลอมเบียมักถูกมองเป็นม้ามืดอยู่เสมอ แม้ผลงานหลังยุค 2014 จะไม่หวือหวานัก พวกเขาตกรอบ 16 ทีมในปี 2018 และชวดไปฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือกหนนี้ก็ไม่ได้ง่าย จบตามหลังอาร์เจนตินา 10 แต้ม และเสียประตูมากสุดในกลุ่มทีมคอนเมบอลที่เข้ารอบอัตโนมัติ
แต่เกมรุกยังมีของ หลุยส์ ดิอาซยกระดับชัดเจนหลังย้ายจากเมอร์ซีย์ไซด์ไปบาวาเรีย และยิงในรอบคัดเลือกเป็นรองแค่ลิโอเนล เมสซี่ ส่วนหลุยส์ ซัวเรซอีกคนยิง 4 ลูกในรอบคัดเลือก และกด 28 ประตูให้สปอร์ติงในลีกโปรตุเกส ฤดูกาลนี้ ขณะที่ฮาเมส โรดริเกซยังจัด 7 แอสซิสต์ให้ทีมชาติ
อันดับ 1 ญี่ปุ่น
ญี่ปุ่นชุดนี้ถูกยกให้เป็นตัวแทนเอเชียที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาในฟุตบอลโลก ซึ่งเป็นคำชมที่กดดันไม่น้อย แต่คุณภาพเทคนิคของทีมถือว่าน่าจับตา แม้การเสียคาโอรุ มิโตมะจากอาการเจ็บจะเป็นข่าวร้ายก้อนโต ทาเคฟุสะ คุโบะ และไคชู ซาโนะ ยังพอช่วยเติมช่องว่างได้
“ซามูไรสีน้ำเงิน” แพ้แค่นัดเดียวจาก 16 เกมคัดเลือก และยังเคยบุกชนะอังกฤษถึงเวมบลีย์ในเกมอุ่นเครื่อง พวกเขาไม่เคยผ่านรอบ 16 ทีมสุดท้ายในฟุตบอลโลก แต่หนนี้มีลุ้นทำลายเพดานเดิม หากจบแชมป์กลุ่มที่มีเนเธอร์แลนด์, สวีเดน และตูนิเซีย ก็อาจเลี่ยงบราซิลไปเจอโมร็อกโกในรอบ 32 ทีม ก่อนฝันไกลถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Football365