5 เหตุผลบอลโลก 2026 อาจมันส์เกินคาด
แม้ฟุตบอลโลก 2026 จะโดนตั้งคำถามหนัก ทั้งเรื่องรูปแบบ 48 ทีม, โปรแกรมแน่น, สภาพอากาศ และการจัดการของฟีฟ่า แต่สุดท้ายมันยังคือทัวร์นาเมนต์ที่รวมแข้งระดับโลกมาชิงความเป็นหนึ่งของเกมลูกหนัง และอาจมีมุมให้แฟนบอลได้เฮมากกว่าที่คิด
เหตุผลแรกคือทีมหน้าใหม่ที่จะช่วยเติมสีสันให้รายการนี้ จอร์แดน, อุซเบกิสถาน, คูราเซา และเคปเวิร์ด จะได้สัมผัสเวทีฟุตบอลโลก ซึ่งแม้รูปแบบ 48 ทีมจะถูกมองว่าบวมเกินจำเป็น แต่การเห็นชาติเล็กได้คว้าตั๋วและมีลุ้นลิ่วรอบน็อกเอาต์ ย่อมเพิ่มกลิ่นอายใหม่ให้ทัวร์นาเมนต์
อีกจุดที่น่าสนใจคือการคัมแบ็กของหลายชาติที่หายหน้าไปนาน นอร์เวย์และสกอตแลนด์กลับมาในรอบ 28 ปี, ออสเตรียครั้งแรกตั้งแต่ปี 1998, เฮติและดีอาร์ คองโกตั้งแต่ปี 1974 รวมถึงอิรัก, ตุรกี, เช็ก, นิวซีแลนด์, ปารากวัย และแอฟริกาใต้ ที่กลับมาให้แฟนบอลได้เห็นอีกครั้ง
ขณะเดียวกัน บรรดากุนซือก็จัดว่าแน่นไม่แพ้นักเตะ ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีทั้ง โธมัส ทูเคิ่ล, เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่, ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์, มาร์เซโล่ บิเอลซ่า และคาร์โล อันเชล็อตติ ที่คุมทัพ "แซมบ้า" บราซิล รวมถึง ลิโอเนล สกาโลนี่ ที่พา "ฟ้าขาว" อาร์เจนตินา มาป้องกันแชมป์
อีกอารมณ์หนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้, ลิโอเนล เมสซี่ และลูก้า โมดริช หรือแม้แต่ กีเยร์โม่ โอชัว นายด่านจอมเก๋าของเม็กซิโก ซึ่งทำให้แฟนบอลต้องเก็บทุกโมเมนต์ไว้ให้ดี
ปิดท้ายคือช่วงน็อกเอาต์ที่อาจเป็นของจริง แม้รอบแบ่งกลุ่มจะอัดถึง 72 นัดใน 17 วันจนแฟนบอลอาจมึน แต่ตั้งแต่ 28 มิถุนายน ถึง 19 กรกฎาคม จะมีเกมแพ้คัดออก 32 นัดตลอด 22 วัน นั่นคือช่วงที่ฟุตบอลโลก 2026 อาจพลิกจากทัวร์นาเมนต์น่ากังวล กลายเป็นช่วงเวลาลูกหนังที่เดือดและน่าจดจำที่สุดก็ได้
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Football365