48 ทีมเดือด! 'ฟ้าขาว' กันแชมป์บอลโลกเปิดกว้าง
ฟุตบอลโลกหนนี้ถูกวางฉากไว้เรียบร้อยแล้วกับรูปแบบ 48 ทีมที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ และดูท่าจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่เดายากสุด ๆ เมื่อ อาร์เจนตินา ของ ลิโอเนล เมสซี่ เตรียมลงป้องกันแชมป์ที่เคยซิวมาได้ในกาตาร์
โควตาสุดท้ายได้รับการยืนยันในเดือนมีนาคม โดย สวีเดน, ตุรกี, เช็ก และ บอสเนียฯ คว้าตั๋วจากยุโรป ส่วน อิรัก กับ ดีอาร์ คองโก ลิ่วผ่านเพลย์ออฟข้ามทวีป ทำให้เวทีที่อเมริกาเหนือพร้อมเปิดฉากแบบเต็มสูบ
กลุ่มตัวเต็งยังแน่นเหมือนเดิม “ตราไก่” ฝรั่งเศสมีขุมกำลังเกมรุกพอไปถึงนัดชิง 3 สมัยติด, “กระทิงดุ” สเปนกำลังมั่นใจหลังคว้าแชมป์ยูโร 2024 ขณะที่ โปรตุเกส ของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ อาจมองว่านี่คือโอกาสทองครั้งสุดท้ายในการไล่ล่าถ้วยใหญ่ใบเดียวที่ยังขาดหาย
เยอรมนีภายใต้ ยูเลียน นาเกลส์มันน์ ก็เริ่มเข้าฝักอีกครั้ง ส่วน อังกฤษ ที่ให้ โธมัส ทูเคิ่ล เข้ามารับงานใหญ่ มีภารกิจชัดเจนคือพา “สิงโตคำราม” ยุติความเจ็บปวดในเวทีทีมชาติที่ลากยาวมานาน 60 ปี
ฝั่งเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา, เม็กซิโก และ สหรัฐฯ ก็ไม่ควรถูกมองข้าม โดยเฉพาะเมื่อได้เล่นในทวีปตัวเอง ขณะที่ ญี่ปุ่น, เซเนกัล และ โมร็อกโก ถูกจับตาในฐานะทีมม้ามืดที่มีศักยภาพพอฝากแผลให้ทีมใหญ่ได้ทุกเมื่อ
อีกด้านหนึ่ง เรื่องราวของทีมรองบ่อนก็ชวนติดตามไม่แพ้กัน คูราเซากลายเป็นชาติที่เล็กที่สุดทั้งด้านพื้นที่และประชากรที่เคยผ่านเข้าฟุตบอลโลก แม้จะอยู่ร่วมกลุ่มกับ เยอรมนี, เอกวาดอร์ และ ไอวอรี่โคสต์ ส่วน ปานามา, นิวซีแลนด์, จอร์แดน, กาตาร์, อิรัก และ เฮติ ต่างมีเป้าหมายสำคัญคือพิสูจน์ว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อเป็นแค่ไม้ประดับ
ทั้งหมดนี้ทำให้ฟุตบอลโลกครั้งนี้ไม่ได้มีแค่คำถามว่า เมสซี่จะพา “ฟ้าขาว” ป้องกันแชมป์ได้หรือไม่ แต่ยังรวมถึงว่า ทีมใหญ่ทีมไหนจะสะดุด และทีมไหนจะฉวยจังหวะผงาดขึ้นมาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่
ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก
Goal