เทศกาลภาพยนตร์ Cannes 2026 จบแล้ว ขอตั้งมู้สรุปให้คร่าว ๆ
เปิดมู้ด้วยภาพท้องฟ้า เต็มไปด้วยหมู่ดาว เอาไว้เลือกเรื่องดูกรณีเวลาน้อยหรืออะไรก็ว่ากันไป แต่อย่าไปยึดโยงคุณค่าความดีงามเป็นตัวเลขหรือดาวอะไร ของพวกนี้มันไม่แน่นอน ที่สำคัญกว่าคือดูแล้วได้อะไรกลับมาบ้าง
ฝากกดโหวตเรื่องที่อยากดูและโหวตกระทู้แนะนำด้วยนะครับ
เทศกาลภาพยนตร์ Cannes ที่ถ้าจะออกเสียงให้ถูกน่าจะเป็น กาน แต่เอาเถอะ ตอนนี้เทศกาลก็จบไปเรียบร้อย ภาพรวมปีนี้ค่อนข้างแห้งแล้ง อาจจะมองว่าด้วยสงครามที่เกิดขึ้นทั้งใกล้และไกลตัว ด้วยเรื่องการเมืองเบื้องหน้าเบื้องหลัง หรือเพราะภาพรวมของหนังปีที่แล้วมันดีจน spoil เราเกินไปรึเปล่า ก็ว่ากันไป เดี๋ยวจะลองเขียนถึงเรื่องที่ได้ข่าวมา เรื่องที่น่าสนใจ เรื่องที่เป็นของคนไทย หรือเรื่องที่อาจจะได้เข้าฉายในไทย ลองอ่านแล้วเลือก ๆ หาดูกันถ้ามีโอกาส
เริ่มที่สายประกวดหลักก่อน
-
Fatherland หนังของ Paweł Pawlikowski (Ida, Cold War) หนังโปแลนด์/ฝรั่งเศส เห็นงานเก่าแล้วก็รู้ได้เลยว่าเรื่องนี้ถ่ายสวยแน่นอน เรื่องเกี่ยวกับคนเยอรมันลี้ภัยไปอเมริกากับลูกสาว พอกลับมาบ้านเกิดก็โดนทุกฝ่ายรุมทึ้ง เป็นก้อนเค้กที่ทุกคนอยากแย่งมาเป็นตัวแทนอุดมคติในฝั่งของตัวเอง ตัวลูกสาวเล่นโดย Sandra Hüller ซันดรา ฮึลเลอร์ (Anatomy of a Fall) ซึ่งถามหน่อยว่าใครเป็นคนเลือกเหรอว่าจะไปเล่นหนังอะไรบ้าง คือเล่นหนังดีทุกเรื่องจริง ๆ
-
Parallel Tales จาก Asghar Farhadi ชื่อนี้คนไทยคุ้นเคยกันดี เรื่องนี้โดนสับเละเลย หนักมาก เลยพาลขี้เกียจหาเรื่องย่อหาอะไรมาด้วย นี่ที่อยากเขียนถึงเพราะชอบหนังที่แกเคยทำเลยนะ จริงอยู่ว่าไม่อยากให้ยึดถือคะแนนหรืออะไรพวกนี้นัก แต่พอเกือบทุกคนเห็นตรงกันหมดแบบนี้มันก็แน่นอนว่าต้องมีมูลแหละ
-
All of a Sudden เรื่องใหม่ของริวซูเกะ ฮามางูจิ (Drive My Car) หนังฝรั่งเศส/ญี่ปุ่น ที่ดูมีความฝรั่งเศสสูงทีเดียว เดาว่าอาจเป็นเพราะเรื่องทุนสร้าง เรื่องผู้อำนวยการบ้านพักคนชราผูกสัมพันธ์กับผู้กำกับละคร เท่าที่อ่านมา เรื่องนี้มีแววจะเป็นหนึ่งในเรื่องที่ผมชอบที่สุด แต่ได้ข่าวมาว่าดูยากนะ โอกาสเข้าไทยน่าจะสูงมาก ๆ
-
Hope หนังใหม่จากนาฮงจิน เป็นหนังไคจู คือถ้าถูกเลือกมาฉายแบบนี้มันควรจะมีนัยยะแอบแฝงบางอย่าง แต่เท่าที่หามาคือก็เป็นหนังสู้กับสัตว์ประหลาดโล้น ๆ เลย ก็แปลกดี
-
Fjord หนังใหม่ของ Cristian Mungiu (น่าจะอ่านว่ามุนจิว) รายนี้เป็นขาประจำของเทศกาล เคยได้ปาล์มมาแล้ว และคราวนี้ก็ได้ไปอีกรอบ หนังเกี่ยวกับการย้ายประเทศแล้วก็ต้องเผชิญกับแนวคิดที่ไม่ตรงกัน (ฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวา) นำหญิงเล่นโดย Renate Reinsve เรอนาเตอ ไรน์สเวอ (Sentimental Value, The Worst Person in the World) นี่ก็เป็นอีกคนที่เล่นเรื่องไหนก็ดีทุกเรื่อง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ถือว่าเรื่องนี้ม้ามืด เพราะทรงทีแรกนึกว่าจะไปออกที่ Fatherland ไม่ก็ All of a Sudden
-
Minotaur หนังของ Andrey Zvyagintsev ชาวรัสเซีย (Loveless, Leviathan) ที่ตัวผู้กำกับได้รับผลกระทบจากสงครามโดยตรง เรื่องนี้ก็ตรงตัวเลย เป็นหนังโจมตีการทำสงครามรัสเซียกับยูเครน โจมตีรัฐบาลประเทศตัวเอง ผู้กำกับคนนี้โหดมาก เคยโคม่าอยู่ 40 วัน แต่ยังกลับมาทำหนังได้ แล้วยังทำหนังแบบนี้อีก ต้องคารวะ
-
Coward หนังจาก Lukas Dhont (Girl, Close) รายนี้ชัดเจนตั้งแต่เรื่องก่อนหน้าว่าทำหนังเควียร์ ตัวผลงานเก่า ๆ จะมีความอึดอัด เน้นสำรวจความคิดตัวละคร แต่เรื่องนี้เหมือนจะปลดปล่อยออกมาเต็มที่ มีความเอาใจคนดู ไม่แน่ใจได้ผลกระทบจากการดูละคร BL เยอะไปรึเปล่า 555 แต่ได้ข่าวว่าใช้ได้นะ เป็นหนังเน้นบันเทิง
-
The Dreamed Adventure กำกับโดย Valeska Grisebach เป็นหนังเยอรมัน/ฝรั่งเศส เรื่องนี้เหมือนจะเป็นกระแสในหมู่นักดูหนังต่างประเทศ ได้คะแนนในกริดสูงมาก แล้วก็ได้ข่าวว่ามีคนเดินออกในเทศกาลเยอะเหมือนกัน ผมเองจากตอนแรกไม่รู้อะไรเลยก็เลยสนใจขึ้นมา เรื่องของอดีตคนรู้จักกันสองคนคือคนขายอุปกรณ์รถยนต์และนักโบราณคดี แล้วก็ไปทำเรื่องผิดกฏหมายที่ชายแดนซึ่งเป็นฉากหลังของเรื่อง
-----
ต่อไปเป็นหนังไทยที่ได้เข้ามาฉายด้วย ปีนี้ไม่ได้รางวัลแต่ก็ไม่ได้น่าเสียดายหรือเสียใจอะไร เพราะแค่ได้มาก็ถือว่าโหดมาก ๆ แล้ว
-
9 วัด สู่สวรรค์ (9 Temples To Heaven) จากสาย Directors' Fortnight ผู้กำกับคือ โบ๊ต สมพจน์ ชิตเกษรพงศ์ (หมอนรถไฟ) หนังไทยขนาดยาวเรื่องเดียวที่ได้มาในปีนี้ เรื่องคือครอบครัวพาย่าซึ่งสุขภาพแย่เต็มทีไปทำบุญเก้าวัดเพื่อต่ออายุ ซึ่งระหว่างนั้นสุขภาพของย่าก็แย่ลงไปเรื่อย ๆ เรื่องนี้คำวิจารณ์ดีมาก แม้จะเป็นบริบทที่ตะวันตกไม่น่าจะเข้าใจเลยก็ตาม
-
หาอะไร? (What Do You Seek in the Dark?) กำกับโดย มีน ทศพร เหรียญทอง เรื่องนี้อยู่ในสาย Critics' Week ส่วนของหนังสั้น เรื่องเกี่ยวกับโรงภาพยนตร์เก่าที่ดึงดูดผู้คนแปลกหน้าเข้ามา แต่ว่าแทบทุกคนที่เข้ามากลับใช้ที่นี่เป็นสถานที่บำบัดความใคร่ เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่อยากดู เพราะมันน่าจะหาดูยาก โอเคแหละคือถ้ามันได้ฉายจริงก็อาจไม่ได้หาดูยากเย็นขนาดนั้น แต่มันเหมือนกับว่าถ้าเผลอลืมตามข่าวไปสักพักก็อาจจะแบบ "อ้าว ฉายไปแล้วเหรอ" อะไรแบบนี้ไปเลย
-----
ปีนี้อย่างที่บอกว่าค่อนข้างธรรมดา แม้แต่เรื่องที่ได้ปาล์มก็เหมือนจะขาด ๆ เกิน ๆ แต่ก็นั่นแหละ จะได้รู้ข่าวคราวรู้ความเป็นไป ทั้งในโลกภาพยนตร์แล้วก็โลกความเป็นจริงด้วย แต่ปีนี้เหมือนโลกความจริงมันจะรั่วไหลเข้ามาเยอะหน่อย ไหนจะเรื่องการเมืองฝรั่งเศส การเมืองเยอรมันรวมไปถึงประเด็นสงครามซึ่งเผ็ดร้อนมาตั้งแต่เทศกาลที่เบอร์ลิน (ประเด็นนี้เดือดทีเดียว ไปตามกันเอาเองได้) เรื่องพวกนี้ส่งผลกับคนในวงการไม่รู้เท่าไร ถือว่าน่าเศร้า แต่จะมองพลิกด้านก็ได้ หมายถึงโลกมันปั่นป่วนขนาดนี้แล้วแต่เรายังต้องมาใส่ใจกับเทศกาล การกินหรูดูหนัง พรมแดง ฯลฯ มันก็ซ้อนทับกันไปเรื่อย ๆ
ถ้าจะดูรายชื่อภาพยนตร์ทั้งหมดในเทศกาลก็เปิดวิกิพีเดียดูได้เลย
https://en.wikipedia.org/wiki/2026_Cannes_Film_Festival
ฝากกดโหวตเป็นกระทู้แนะนำด้วยนะครับ ให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นเยอะ ๆ
สุดท้าย ดูหนังให้สนุก และ Long Live Cinema! ไชโย!