หงส์สุดตีน!บุกถล่มผี10ตัว4-1จี้เหลือ4
"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลหักปากกาเซียนทุกสำนักหลังทำท่าจะงานเข้าถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยิงนำตั้งแต่ต้นเกมก่อนค่อยๆไล่แซงจนเช็กบิล 4-1 แถมเนมันย่า วิดิชกองหลังหมายเลขหนึ่งของโลกงิ้วแตกหมดฟอร์มทำพลาดและถูกใบแดงไล่ออกทำให้ตอนนี้เด็กราฟาไล่เข้ามาเหลือ 4 แต้มแต่ยังเตะมากกว่าหนึ่งนัดเช่นเดิมรวมทั้งเอาชนะยูไนเต็ดไปกลับ 6 แต้มเต็มในซีซั่นนี้อีกด้วย
พรีเมียร์ลีก
แมนฯยูฯ 1-4 ลิเวอร์พูล
สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 โรนัลโด้ น.24 (จุดโทษ),1-1 ตอร์เรส น.28,1-2 เจอร์ราร์ด น.44(จุดโทษ),1-3 ออเรลิโอ น.77,1-4 ดอสเซน่า น.90+1
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันใช้แผนเด็ดที่ได้ผลมาตลอดนั่นคือการส่งอันแดร์สันลงเล่นในแดนกลางเพราะมักตัดเกมลิเวอร์พูลได้ดีโดยเฉพาะตามบี้สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดจนเล่นไม่ออกมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการดร็อปดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟรวมทั้งไรอัน กิกส์และพอล สโคลส์
ด้าน"หงส์แดง"อาการไม่ค่อยดีเพราะชาบี้ อลอนโซ่เจ็บจากเกมชนะเรอัล มาดริดจนฟิตไม่ทันทำให้ลูคัส เลว่าลงมาสยองแทนส่วนไรอัล บาเบิ้ลปีกตัวเก่งที่เล่นดีนัดกลางสัปดาห์ต้องหลีกทางให้คนสเปนอย่างอัลเบิร์ต ริเอร่าตามความคาดหมาย
แต่ข่าวร้ายอาร์เบลัวมาเจ็บตอนวอร์มทำให้มาร์ติน สเคอร์เทลลงแทนและโยกเอาเจมี่ คาร์ราเกอร์มายืนเป็นแบ็คขวา
ครึ่งแรก
เริ่มเกมมา 40 วินาทียูไนเต็ดได้เตะมุมก่อนเลยหลังคาร์ราเกอร์ตามรูนีย์ตรงปีกซ้ายก่อนสกัดการเปิดเข้ามาจากนั้นเกมช่วงต้นเหมือนจะตกเป็นของเจ้าถิ่นจน"หงส์แดง"ต้องถอยลงไปช่วยเกมรับกันแล้ว
ทีมเยือนยังคงสไตล์เดิมเพราะเมื่อเล่นกล้าๆกลัวๆก็เลยต้องกดดันตัวเองปล่อยให้ถูกนวดจนโงหัวไม่ขึ้นและนาที 3 โรนัลโด้กระชากตรงปีกขวาก่อนดึงทั้งออเรลิโอและริเอร่าเข้ามาก่อนตบเข้าในบอลเลยมาถึงปาร์คล้มตัว
วอลเลย์ยังดีที่คาร์ราเกอร์ล้มตัวบล็อกไม่งั้นอาจเหนื่อยเรน่าแน่นอน
ลิเวอร์พูลเริ่มตั้งเกมได้บ้างแล้วแต่การจ่ายบอลยังไม่แม่นยำนักนาทีที่ 8 ริเอร่าฝากบอลให้เจอร์ราร์ดที่แปะต่อให้ลูคัสทำชิ่งกับเคาท์ที่อาจจะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ก็ยังทะลุไปถึงหน้าเขตโทษแต่จังหวะที่แข้งบุตรบุญธรรมจะแทงให้เข้ากรอบหลังเหลือบเป็นเจอร์ราร์ดยืนอยู่ด้านข้างแต่ติดกองหลังจนถูกเคลียร์ทิ้งออกมาก่อน
อีก 4 นาทีต่อมาทีมเยือนได้เสียวอีกครั้งหลังออเลริโอแทงบอลจากปีกซ้ายให้เจอร์ราร์ดวิ่งแล่บตีคู่มากับวิดิชก่อนแตะบอลด้วยข้างเท้าล็อกหนีแต่อยู่ในมุมอับเลยเสียเปรียบตำแหน่งเจอบังแต่ก็ยังยื้อสู้จนฟาน เดอร์ ซาร์ออกมาสไลด์ตะครุบไม่อยู่บอลทะลักล้นยังดีที่เคาท์ฉกไม่ได้เลยรอดพ้นการเสียประตูไป
ยูไนเต็ดยังขึ้นบอลทางปีกขวาที่โรนัลโด้ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนักเพราะเจอดับเบิ้ลทีมทั้งออเรลิโอกับลูคัสหรือบางทีริเอร่าก็มาร่วมแจมด้วยแต่ลิเวอร์พูลเองก็ขึ้นบอลได้แค่ปีกซ้ายอย่างเดียวเพราะเดิร์ก เคาท์ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
แต่แล้วเกมที่ทีมเยือนเริ่มครองได้มากขึ้นเรื่อยๆก็มาเสียจุดโทษแบบโง่ๆหลังเตเบแซแทงบอลทะลุเข้ากรอบเป็นปาร์ควิ่งควบมาเอาและเรน่าวิ่งออกมาสไลด์แม้จะหุบมือแต่ตัวไปเกี่ยวปาร์คจนร่วงซึ่งจังหวะแบบนี้กรรมการไม่ลังเลที่จะให้เลยก่อนที่"โด้จิ๋ว"จะรับหน้าที่สังหารผ่านมือเรน่าที่พุ่งถูกแต่บอลแรงเสียบตาข่ายไม่มีเหลือ "ปิศาจแดง"นำแล้ว 1-0
พอโดนเข้าไปทีนี้เกมลิเวอร์พูลลำบากแน่เพราะราฟาจัดทัพมารับรอสวนเพราะมิดฟิลด์อย่างลูคัสและมาสเคราโน่ไม่น่าจะสร้างสรรค์เกมเพื่อเจาะแนวรับของเจ้าถิ่นได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้ยูไนเต็ดเก็บบอลครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวและรอให้ลิเวอร์พูลวิ่งเข้าไล่แต่แล้วนาที 28 ทีมเยือนมาตีเสมอได้อย่างไม่น่าเชื่อหลังสเคอร์เทลเคลียร์บอลเกือบๆเส้นหลังในกรอบโทษตัวเองแท้ๆบอลโด่งยาวเลยกลางสนามมาเป็นวิดิชที่กระโดดโขกว่าวและอุตสาห์วิ่งกลับมาบังบอลแต่ดันเงอะงะจนตอร์เรสโถมมาฉกทั้งตัวจนแข้งเซอร์เบียกลิ้งคลุกหญ้าก่อนหลุดไปดวลเดี่ยวกับฟาน เดอร์ ซาร์แล้วยิงผ่านตัวบอลเฉียดเสาเสียบข้างตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม วิดิชเสียท่าและต้องกุมหัวต่อความผิดพลาดที่ต้องรับไปเต็มๆคนเดียวและนี่เป็นประตูแรกของลิเวอร์พูลภายใต้การทำทีมของเบนิเตซที่โอลด์แทรฟฟอร์ดหรือในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว
นาที 34 โรนัลโด้ใจถึงสุดๆหลังยิงฟรีคิก 35 หลาบอลพุ่งแล้วย้อยตกพื้นแต่มันไกลไปจนเรน่ามองเห็นวิถีและยืนรอรับเข้าซองแต่ดันแตกกระฉอกนิดนึงยังดีที่ล้มตัวตระครุบจังหวะที่เตเบซวิ่งมาแหย่ซ้ำพอดี
พอตีเสมอได้คราวนี้ลิเวอร์พูลหันมาประครองเกมรับอีกครั้งทำให้ตอนนี้ฟาน เดอร์ ซาร์ยังไม่ค่อยได้ทำงานอะไรมากนักแต่ที่แน่ๆคือเจ้าถิ่นได้เตะมุมถี่มากและเป็นสัญญาณที่ไม่คอยดีเท่าไหร่เลย
ก่อนหมดเวลา 3 นาทีหลังไล่บอลอยู่พักนึงคาร์ริคพลิกบอลหลอกลูคัสที่เข้าพรวดจนหลุดมาส่องไกล 30 หลาบอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมแบบน่าเข้าสุดๆ ปั้นไม่ขึ้นแน่นอนเหลี่ยมบอลไม่มีเลยสำหรับลูคัส
แต่แล้วนาที 43 ทีมเยือนมาได้จุดโทษบ้างหลังตอร์เรสแทงทะลุตัดหลังเอวร่าให้เจอร์ราร์ดวิ่งมาแตะบอลเข้าเขตโทษจนเจอแบ็คฝรั่งเศสรวบกรรมการให้จุดโทษแบบไม่ลังเลและเป็น"หัวขิง"ที่ลุกมายิงเองและแปเล่นทางและฟาน เดอร์ ซาร์พุ่งถูกทางแต่สุดเอื้อมเข้าไปแบบเสียวสันหลัง ลิเวอร์พูลพลิกนำเหลือเชื่อ 2-1 น้าเอ็ดเจอใบเหลืองด้วยสงสัยเข้าไปประท้วงตอนให้จุดโทษ หมดครึ่งแรกลิเวอร์พูลนำ 2-1
ครึ่งหลัง
เริ่มเขี่ยแป๊บเดียวทีมเยือนวางยาวให้เคาท์วิ่งออกปีกแต่เอวร่ากระโดดโหม่งคืนให้ฟาน เดอร์ ซาร์ไม่ดีเสียเตะมุมยังดีที่จังหวะต่อมาไม่มีอะไร
จากนั้นยูไนเต็ดขึงเกมดันกันขึ้นมาราวกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางไหนและนาที 48 เรน่าที่วันนี้เหมือนคนจิตตกเกือบเสียประตูง่ายๆหลังโรนัลโด้เปิดบอลจากปีกซ้ายแป๊กพุ่งเข้าซองนายทวารสเปนที่ยืนรอจะรับเข้าซองเข้าเสาแต่กะจังหวะผิดบอลชนเสาดังสนั่นต้องวิ่งออกมาตระครุบจากเท้ารูนีย์อีกครั้ง
"หงส์แดง"ไม่เอาแล้วเกมรุกหันมาช่วยกันรับเต็มตัวเพราะเป็นทางเดียวที่จะต่ออายุการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ลูคัสยังเป็นตัวอันตรายสำหรับข้างเดียวกันเมื่อไปเข้าพรวดฟาว์ลรูนีย์เสียฟรีคิกให้โรนัลโด้ส่องซะงั้นแต่ระยะไกลไป 30 หลาทำให้เรน่ายังไม่พลาด
นาที 56 "ปิศาจแดง"ยังนวดไม่เลิกและฟรีคิกอีกครั้งของโรนัลโด้คราวนี้ไม่ยิงแต่แทงให้เตเบซบังบอลในเขตโทษแล้วกระชากมาเปิดตรงริมกรอบโทษฝั่งซ้ายบอลย้อยข้ามหัวเรน่าที่ต้องถอยไปปัดก่อนเสียบใต้คานและจังหวะเตะมุมก็เกือบโดนอีกเมื่อเตเบซมายืนเบียดด้านหน้าเรน่าจนนายทวารหัวเหม่งชนกระโดดรับชนกับสเคอร์เทลจนบอลหลุดมือแต่ยังดีตามมาตระครุบบนเส้นไม่งั้นงานเข้าแน่
อีก 3 นาทีเศษเกมรับลิเวอร์พูลปั่นป่วนสุดๆหลังปาร์ควิ่งสอดทะลุมาควบเอาบอลหน้าเขตโทษคนเดียวยังดีที่เรน่าอ่านเกมทันวิ่งออกมาเคลียร์ก่อน
นาที 63 ยูไนเต็ดไม่ได้ประตูตีเสมอได้อย่างไรหลังโรนัลโด้หลุดมาเปิดบอลตรงกรอบโทษฝั่งขวาเป็นรูนีย์สอดมาดีดบอลที่เสาสองแต่ไม่ตรงกรอบแถมเตเบซที่วิ่งปรี่มาซ้ำพร้อมกับสเคอร์เทลถลำไปทั้งคู่จนบอลค่อยๆกลิ้งผ่านออกหลังไปแบบน่าเข้าเหลือเกิน
ตอนนี้เกมรุกของลิเวอร์พูลไม่เอาแล้วเรียกว่าแทบไม่เห็นฟาน เดอร์ ซาร์เซฟเลยแต่นาที 65 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดเกือบแตกหลังจังหวะสวนกลับของทีมเยือนเป็นริเอร่าเปิดบอลจากปีกซ้ายถูกเคลียร์ล้นออกมานอกเขตโทษก่อนที่ลูคัสจะยิงไกลด้วยอีซ้ายบอลเด้งพื้นเข้ามือฟาน เดอร์ ซาร์ที่เกือบเป็นเหยื่อยคุณยายซะแล้ว
นาที 72 เกือบมีลูกปัญหาซะแล้วหลังคาร์ริคชิพบอลตรงระยะ 25 หลาข้ามหัวกองหลังลิเวอร์พูลเป็นเตเบซกลับตัววอลเลย์ตามน้ำบอลบดออกหลังไปและจากภาพช้าล้ำหน้าชัดเจน
นาที 75 วิดิชวันนี้เสียท่าอีกแล้วเมื่อปล่อยให้เจอร์ราร์ดมาแย่งบอลตรงหน้ากรอบโทษทั้งๆที่เป็นตัวสุดท้ายเลยจำใจต้องดึงและรวบไม่งั้นเข้าไปล่อเป้าฟาน เดอร์ ซาร์แนนอนก่อนที่อลัน ไวลีย์จะเรียกมาชักใบแดงให้ทันที เฟอร์กูสันเพิ่งเปลี่ยนตัวครบหมดแล้วด้วย
และกลายเป็นสองเด้งเมื่อออเรลิโอรับหน้าที่สังหารปั่นฟรีคิกบอลไซด์พุ่งข้ามกำแพงเบียดเสาเสียบตาข่ายชนิดที่น้าเอ็ดดี้ได้แต่ยืนดู วินนิ่งชัดๆ ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1
ก่อนหมดเวลา 5 นาทีลิเวอร์พูลพลาดได้ลูกสี่อย่างไม่น่าเชื่อหลังดอสเซน่าเปิดบอลจากปีกซ้ายเข้ากลางเอวร่าหวดสกัดไม่ดีทำให้ไปตกที่บาเบิ้ลก่อนดีดส้นตั้งให้เจอร์ราร์ดยืนโล่งๆได้ยิงเหมือนซัดจุดโทษแต่โล่งไปหน่อยทำให้ยิงเหินข้ามคานแบบน่าเกลียด
แต่แล้วช่วงทดเจ็บลิเวอร์พูลมายิงลูกสี่ใส่ยูไนเต็ดจากลูกเตะเปิดเกมธรรมดาของเรน่าแต่แนวรับเจ้าถิ่นปล่อยให้บอลตกทำให้ดอสเซน่าวิ่งแซงโอเชก่อนกระดกบอลข้ามหัวฟาน เดอร์ ซาร์เข้าไปอย่างสุดยอด
ช่วงเวลาที่เหลือลิเวอร์พูลต้านทานเกมรุกของเจ้าถิ่นเอาไว้ได้หมดก่อนบุกมาชนะท่วมท้น 4-1 เหลือเชื่อกันไปก่อนไล่จามเหลือ 4 แต้แต่เตะมากกว่าหนึ่งนัดและยังเป็นชัยชนะในถิ่นโอลด์แทฟฟอร์ดที่ถล่มทลายที่สดในรอบ 17 ปีอีกด้วย
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนฯยูฯ : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 5.5
,จอห์น โอเช 6.5,ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5.5
,เนมันย่า วิดิช 4
,ปาทริซ เอวร่า 5,ไมเคิ่ล คาร์ริค 5.5(กิกส์ น.74,4),อันแดร์สัน 5.5(สโคลส์ น.74,4),คริสติอาโน่ โรนัลโด้ 5.5,ปาร์ค จี ซอง 6.5(เบอร์บาตอฟ น.74,4),เวย์น รูนีย์ 7.5
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม : ฟอสเตอร์,อีแวนส์,นานี่,เฟลทเชอร์
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า 5.5,เจมี่ คาร์ราเกอร์ 6
,มาร์ติน สเคอร์เทล 7
,ซามี่ ฮูเปีย 6.5,ฟาบิโออ ออเรลิโอ 7,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ 6.5
,ลูคัส เลว่า 7,เดิร์ก เคาท์ 5.5,สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 8.5 *(เอล ซาร์ น.90),อัลเบิร์ต ริเอร่า(ดอสเซน่า น.68,7),เฟร์นานโด ตอร์เรส 8(บาเบิ้ล น.81)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม : คาวาเลียรี่,อินซัว,เอ็นก็อก
_________________
##### ได้รู้ความจริง ได้ยิ่งกว่าฟุตบอล อ่าน SoccerSuck #####
แก้ไขล่าสุดโดย เบน ฟรีคิก เมื่อ Sun Mar 15, 2009 5:18 am, ทั้งหมด 18 ครั้ง
"หงส์แดง"ลิเวอร์พูลหักปากกาเซียนทุกสำนักหลังทำท่าจะงานเข้าถูกแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยิงนำตั้งแต่ต้นเกมก่อนค่อยๆไล่แซงจนเช็กบิล 4-1 แถมเนมันย่า วิดิชกองหลังหมายเลขหนึ่งของโลกงิ้วแตกหมดฟอร์มทำพลาดและถูกใบแดงไล่ออกทำให้ตอนนี้เด็กราฟาไล่เข้ามาเหลือ 4 แต้มแต่ยังเตะมากกว่าหนึ่งนัดเช่นเดิมรวมทั้งเอาชนะยูไนเต็ดไปกลับ 6 แต้มเต็มในซีซั่นนี้อีกด้วย
พรีเมียร์ลีก
แมนฯยูฯ 1-4 ลิเวอร์พูล
สนาม : โอลด์แทรฟฟอร์ด
ประตู : 1-0 โรนัลโด้ น.24 (จุดโทษ),1-1 ตอร์เรส น.28,1-2 เจอร์ราร์ด น.44(จุดโทษ),1-3 ออเรลิโอ น.77,1-4 ดอสเซน่า น.90+1
เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันใช้แผนเด็ดที่ได้ผลมาตลอดนั่นคือการส่งอันแดร์สันลงเล่นในแดนกลางเพราะมักตัดเกมลิเวอร์พูลได้ดีโดยเฉพาะตามบี้สตีเฟ่น เจอร์ราร์ดจนเล่นไม่ออกมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ต้องแลกมาด้วยการดร็อปดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟรวมทั้งไรอัน กิกส์และพอล สโคลส์
ด้าน"หงส์แดง"อาการไม่ค่อยดีเพราะชาบี้ อลอนโซ่เจ็บจากเกมชนะเรอัล มาดริดจนฟิตไม่ทันทำให้ลูคัส เลว่าลงมาสยองแทนส่วนไรอัล บาเบิ้ลปีกตัวเก่งที่เล่นดีนัดกลางสัปดาห์ต้องหลีกทางให้คนสเปนอย่างอัลเบิร์ต ริเอร่าตามความคาดหมาย
แต่ข่าวร้ายอาร์เบลัวมาเจ็บตอนวอร์มทำให้มาร์ติน สเคอร์เทลลงแทนและโยกเอาเจมี่ คาร์ราเกอร์มายืนเป็นแบ็คขวา
ครึ่งแรก
เริ่มเกมมา 40 วินาทียูไนเต็ดได้เตะมุมก่อนเลยหลังคาร์ราเกอร์ตามรูนีย์ตรงปีกซ้ายก่อนสกัดการเปิดเข้ามาจากนั้นเกมช่วงต้นเหมือนจะตกเป็นของเจ้าถิ่นจน"หงส์แดง"ต้องถอยลงไปช่วยเกมรับกันแล้ว
ทีมเยือนยังคงสไตล์เดิมเพราะเมื่อเล่นกล้าๆกลัวๆก็เลยต้องกดดันตัวเองปล่อยให้ถูกนวดจนโงหัวไม่ขึ้นและนาที 3 โรนัลโด้กระชากตรงปีกขวาก่อนดึงทั้งออเรลิโอและริเอร่าเข้ามาก่อนตบเข้าในบอลเลยมาถึงปาร์คล้มตัว
วอลเลย์ยังดีที่คาร์ราเกอร์ล้มตัวบล็อกไม่งั้นอาจเหนื่อยเรน่าแน่นอน
ลิเวอร์พูลเริ่มตั้งเกมได้บ้างแล้วแต่การจ่ายบอลยังไม่แม่นยำนักนาทีที่ 8 ริเอร่าฝากบอลให้เจอร์ราร์ดที่แปะต่อให้ลูคัสทำชิ่งกับเคาท์ที่อาจจะตะกุกตะกักไปบ้างแต่ก็ยังทะลุไปถึงหน้าเขตโทษแต่จังหวะที่แข้งบุตรบุญธรรมจะแทงให้เข้ากรอบหลังเหลือบเป็นเจอร์ราร์ดยืนอยู่ด้านข้างแต่ติดกองหลังจนถูกเคลียร์ทิ้งออกมาก่อน
อีก 4 นาทีต่อมาทีมเยือนได้เสียวอีกครั้งหลังออเลริโอแทงบอลจากปีกซ้ายให้เจอร์ราร์ดวิ่งแล่บตีคู่มากับวิดิชก่อนแตะบอลด้วยข้างเท้าล็อกหนีแต่อยู่ในมุมอับเลยเสียเปรียบตำแหน่งเจอบังแต่ก็ยังยื้อสู้จนฟาน เดอร์ ซาร์ออกมาสไลด์ตะครุบไม่อยู่บอลทะลักล้นยังดีที่เคาท์ฉกไม่ได้เลยรอดพ้นการเสียประตูไป
ยูไนเต็ดยังขึ้นบอลทางปีกขวาที่โรนัลโด้ได้ไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วยนักเพราะเจอดับเบิ้ลทีมทั้งออเรลิโอกับลูคัสหรือบางทีริเอร่าก็มาร่วมแจมด้วยแต่ลิเวอร์พูลเองก็ขึ้นบอลได้แค่ปีกซ้ายอย่างเดียวเพราะเดิร์ก เคาท์ยังทำอะไรไม่ได้เช่นกัน
แต่แล้วเกมที่ทีมเยือนเริ่มครองได้มากขึ้นเรื่อยๆก็มาเสียจุดโทษแบบโง่ๆหลังเตเบแซแทงบอลทะลุเข้ากรอบเป็นปาร์ควิ่งควบมาเอาและเรน่าวิ่งออกมาสไลด์แม้จะหุบมือแต่ตัวไปเกี่ยวปาร์คจนร่วงซึ่งจังหวะแบบนี้กรรมการไม่ลังเลที่จะให้เลยก่อนที่"โด้จิ๋ว"จะรับหน้าที่สังหารผ่านมือเรน่าที่พุ่งถูกแต่บอลแรงเสียบตาข่ายไม่มีเหลือ "ปิศาจแดง"นำแล้ว 1-0
พอโดนเข้าไปทีนี้เกมลิเวอร์พูลลำบากแน่เพราะราฟาจัดทัพมารับรอสวนเพราะมิดฟิลด์อย่างลูคัสและมาสเคราโน่ไม่น่าจะสร้างสรรค์เกมเพื่อเจาะแนวรับของเจ้าถิ่นได้อย่างแน่นอน
ตอนนี้ยูไนเต็ดเก็บบอลครองบอลอยู่ฝ่ายเดียวและรอให้ลิเวอร์พูลวิ่งเข้าไล่แต่แล้วนาที 28 ทีมเยือนมาตีเสมอได้อย่างไม่น่าเชื่อหลังสเคอร์เทลเคลียร์บอลเกือบๆเส้นหลังในกรอบโทษตัวเองแท้ๆบอลโด่งยาวเลยกลางสนามมาเป็นวิดิชที่กระโดดโขกว่าวและอุตสาห์วิ่งกลับมาบังบอลแต่ดันเงอะงะจนตอร์เรสโถมมาฉกทั้งตัวจนแข้งเซอร์เบียกลิ้งคลุกหญ้าก่อนหลุดไปดวลเดี่ยวกับฟาน เดอร์ ซาร์แล้วยิงผ่านตัวบอลเฉียดเสาเสียบข้างตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม วิดิชเสียท่าและต้องกุมหัวต่อความผิดพลาดที่ต้องรับไปเต็มๆคนเดียวและนี่เป็นประตูแรกของลิเวอร์พูลภายใต้การทำทีมของเบนิเตซที่โอลด์แทรฟฟอร์ดหรือในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว
นาที 34 โรนัลโด้ใจถึงสุดๆหลังยิงฟรีคิก 35 หลาบอลพุ่งแล้วย้อยตกพื้นแต่มันไกลไปจนเรน่ามองเห็นวิถีและยืนรอรับเข้าซองแต่ดันแตกกระฉอกนิดนึงยังดีที่ล้มตัวตระครุบจังหวะที่เตเบซวิ่งมาแหย่ซ้ำพอดี
พอตีเสมอได้คราวนี้ลิเวอร์พูลหันมาประครองเกมรับอีกครั้งทำให้ตอนนี้ฟาน เดอร์ ซาร์ยังไม่ค่อยได้ทำงานอะไรมากนักแต่ที่แน่ๆคือเจ้าถิ่นได้เตะมุมถี่มากและเป็นสัญญาณที่ไม่คอยดีเท่าไหร่เลย
ก่อนหมดเวลา 3 นาทีหลังไล่บอลอยู่พักนึงคาร์ริคพลิกบอลหลอกลูคัสที่เข้าพรวดจนหลุดมาส่องไกล 30 หลาบอลพุ่งเฉี่ยวสามเหลี่ยมแบบน่าเข้าสุดๆ ปั้นไม่ขึ้นแน่นอนเหลี่ยมบอลไม่มีเลยสำหรับลูคัส
แต่แล้วนาที 43 ทีมเยือนมาได้จุดโทษบ้างหลังตอร์เรสแทงทะลุตัดหลังเอวร่าให้เจอร์ราร์ดวิ่งมาแตะบอลเข้าเขตโทษจนเจอแบ็คฝรั่งเศสรวบกรรมการให้จุดโทษแบบไม่ลังเลและเป็น"หัวขิง"ที่ลุกมายิงเองและแปเล่นทางและฟาน เดอร์ ซาร์พุ่งถูกทางแต่สุดเอื้อมเข้าไปแบบเสียวสันหลัง ลิเวอร์พูลพลิกนำเหลือเชื่อ 2-1 น้าเอ็ดเจอใบเหลืองด้วยสงสัยเข้าไปประท้วงตอนให้จุดโทษ หมดครึ่งแรกลิเวอร์พูลนำ 2-1
ครึ่งหลัง
เริ่มเขี่ยแป๊บเดียวทีมเยือนวางยาวให้เคาท์วิ่งออกปีกแต่เอวร่ากระโดดโหม่งคืนให้ฟาน เดอร์ ซาร์ไม่ดีเสียเตะมุมยังดีที่จังหวะต่อมาไม่มีอะไร
จากนั้นยูไนเต็ดขึงเกมดันกันขึ้นมาราวกับโกรธแค้นมาแต่ชาติปางไหนและนาที 48 เรน่าที่วันนี้เหมือนคนจิตตกเกือบเสียประตูง่ายๆหลังโรนัลโด้เปิดบอลจากปีกซ้ายแป๊กพุ่งเข้าซองนายทวารสเปนที่ยืนรอจะรับเข้าซองเข้าเสาแต่กะจังหวะผิดบอลชนเสาดังสนั่นต้องวิ่งออกมาตระครุบจากเท้ารูนีย์อีกครั้ง
"หงส์แดง"ไม่เอาแล้วเกมรุกหันมาช่วยกันรับเต็มตัวเพราะเป็นทางเดียวที่จะต่ออายุการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกแต่ลูคัสยังเป็นตัวอันตรายสำหรับข้างเดียวกันเมื่อไปเข้าพรวดฟาว์ลรูนีย์เสียฟรีคิกให้โรนัลโด้ส่องซะงั้นแต่ระยะไกลไป 30 หลาทำให้เรน่ายังไม่พลาด
นาที 56 "ปิศาจแดง"ยังนวดไม่เลิกและฟรีคิกอีกครั้งของโรนัลโด้คราวนี้ไม่ยิงแต่แทงให้เตเบซบังบอลในเขตโทษแล้วกระชากมาเปิดตรงริมกรอบโทษฝั่งซ้ายบอลย้อยข้ามหัวเรน่าที่ต้องถอยไปปัดก่อนเสียบใต้คานและจังหวะเตะมุมก็เกือบโดนอีกเมื่อเตเบซมายืนเบียดด้านหน้าเรน่าจนนายทวารหัวเหม่งชนกระโดดรับชนกับสเคอร์เทลจนบอลหลุดมือแต่ยังดีตามมาตระครุบบนเส้นไม่งั้นงานเข้าแน่
อีก 3 นาทีเศษเกมรับลิเวอร์พูลปั่นป่วนสุดๆหลังปาร์ควิ่งสอดทะลุมาควบเอาบอลหน้าเขตโทษคนเดียวยังดีที่เรน่าอ่านเกมทันวิ่งออกมาเคลียร์ก่อน
นาที 63 ยูไนเต็ดไม่ได้ประตูตีเสมอได้อย่างไรหลังโรนัลโด้หลุดมาเปิดบอลตรงกรอบโทษฝั่งขวาเป็นรูนีย์สอดมาดีดบอลที่เสาสองแต่ไม่ตรงกรอบแถมเตเบซที่วิ่งปรี่มาซ้ำพร้อมกับสเคอร์เทลถลำไปทั้งคู่จนบอลค่อยๆกลิ้งผ่านออกหลังไปแบบน่าเข้าเหลือเกิน
ตอนนี้เกมรุกของลิเวอร์พูลไม่เอาแล้วเรียกว่าแทบไม่เห็นฟาน เดอร์ ซาร์เซฟเลยแต่นาที 65 สนามโอลด์แทรฟฟอร์ดเกือบแตกหลังจังหวะสวนกลับของทีมเยือนเป็นริเอร่าเปิดบอลจากปีกซ้ายถูกเคลียร์ล้นออกมานอกเขตโทษก่อนที่ลูคัสจะยิงไกลด้วยอีซ้ายบอลเด้งพื้นเข้ามือฟาน เดอร์ ซาร์ที่เกือบเป็นเหยื่อยคุณยายซะแล้ว
นาที 72 เกือบมีลูกปัญหาซะแล้วหลังคาร์ริคชิพบอลตรงระยะ 25 หลาข้ามหัวกองหลังลิเวอร์พูลเป็นเตเบซกลับตัววอลเลย์ตามน้ำบอลบดออกหลังไปและจากภาพช้าล้ำหน้าชัดเจน
นาที 75 วิดิชวันนี้เสียท่าอีกแล้วเมื่อปล่อยให้เจอร์ราร์ดมาแย่งบอลตรงหน้ากรอบโทษทั้งๆที่เป็นตัวสุดท้ายเลยจำใจต้องดึงและรวบไม่งั้นเข้าไปล่อเป้าฟาน เดอร์ ซาร์แนนอนก่อนที่อลัน ไวลีย์จะเรียกมาชักใบแดงให้ทันที เฟอร์กูสันเพิ่งเปลี่ยนตัวครบหมดแล้วด้วย
และกลายเป็นสองเด้งเมื่อออเรลิโอรับหน้าที่สังหารปั่นฟรีคิกบอลไซด์พุ่งข้ามกำแพงเบียดเสาเสียบตาข่ายชนิดที่น้าเอ็ดดี้ได้แต่ยืนดู วินนิ่งชัดๆ ลิเวอร์พูลนำห่าง 3-1
ก่อนหมดเวลา 5 นาทีลิเวอร์พูลพลาดได้ลูกสี่อย่างไม่น่าเชื่อหลังดอสเซน่าเปิดบอลจากปีกซ้ายเข้ากลางเอวร่าหวดสกัดไม่ดีทำให้ไปตกที่บาเบิ้ลก่อนดีดส้นตั้งให้เจอร์ราร์ดยืนโล่งๆได้ยิงเหมือนซัดจุดโทษแต่โล่งไปหน่อยทำให้ยิงเหินข้ามคานแบบน่าเกลียด
แต่แล้วช่วงทดเจ็บลิเวอร์พูลมายิงลูกสี่ใส่ยูไนเต็ดจากลูกเตะเปิดเกมธรรมดาของเรน่าแต่แนวรับเจ้าถิ่นปล่อยให้บอลตกทำให้ดอสเซน่าวิ่งแซงโอเชก่อนกระดกบอลข้ามหัวฟาน เดอร์ ซาร์เข้าไปอย่างสุดยอด
ช่วงเวลาที่เหลือลิเวอร์พูลต้านทานเกมรุกของเจ้าถิ่นเอาไว้ได้หมดก่อนบุกมาชนะท่วมท้น 4-1 เหลือเชื่อกันไปก่อนไล่จามเหลือ 4 แต้แต่เตะมากกว่าหนึ่งนัดและยังเป็นชัยชนะในถิ่นโอลด์แทฟฟอร์ดที่ถล่มทลายที่สดในรอบ 17 ปีอีกด้วย
รายชื่อนักเตะทั้งสองทีม
แมนฯยูฯ : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ 5.5
,จอห์น โอเช 6.5,ริโอ เฟอร์ดินานด์ 5.5
,เนมันย่า วิดิช 4
,ปาทริซ เอวร่า 5,ไมเคิ่ล คาร์ริค 5.5(กิกส์ น.74,4),อันแดร์สัน 5.5(สโคลส์ น.74,4),คริสติอาโน่ โรนัลโด้ 5.5,ปาร์ค จี ซอง 6.5(เบอร์บาตอฟ น.74,4),เวย์น รูนีย์ 7.5
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม : ฟอสเตอร์,อีแวนส์,นานี่,เฟลทเชอร์
ลิเวอร์พูล : โฆเซ่ เรน่า 5.5,เจมี่ คาร์ราเกอร์ 6
,มาร์ติน สเคอร์เทล 7
,ซามี่ ฮูเปีย 6.5,ฟาบิโออ ออเรลิโอ 7,ฮาเวียร์ มาสเคราโน่ 6.5
,ลูคัส เลว่า 7,เดิร์ก เคาท์ 5.5,สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด 8.5 *(เอล ซาร์ น.90),อัลเบิร์ต ริเอร่า(ดอสเซน่า น.68,7),เฟร์นานโด ตอร์เรส 8(บาเบิ้ล น.81)
ตัวสำรองไม่ได้ลงสนาม : คาวาเลียรี่,อินซัว,เอ็นก็อก
_________________
##### ได้รู้ความจริง ได้ยิ่งกว่าฟุตบอล อ่าน SoccerSuck #####
แก้ไขล่าสุดโดย เบน ฟรีคิก เมื่อ Sun Mar 15, 2009 5:18 am, ทั้งหมด 18 ครั้ง












