ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
03 February 2019 12:57 by Narueta
ไทยลีก “คลุกฝุ่น” กับธุรกิจ “หลักร้อย” แต่รายได้ “หลักสิบ”




เรียบร้อยโรงเรียนบุรีรัมย์สำหรับถ้วยโหมโรงก่อนเปิดฤดูกาลใหม่ หลังจากขุนพล “ปราสาทสายฟ้า” ทวงแค้นคืนจากเจ้าพ่อบอลถ้วย “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ได้สำเร็จ

แต่รายการนี้ถือเป็น “การกุศล” ไม่มีเงินรางวัลขวัญถุงให้กับแชมป์หรือช้ำ

เมื่อพูดถึงการทำธุรกิจลูกหนังไทย ถ้าเงินไม่ถึง เงินไม่หนา ก็มีโอกาสโบกมือลา หรือถอดใจได้

เพราะการทำทีมฟุตบอล ก็เหมือนการทำธุรกิจ ต้องมีการลงทุน และมีความเสี่ยง โดยเฉพาะการทำสโมสรฟุตบอลอาชีพไทย ยิ่งมีความเสี่ยงสูงลิบ

เพราะ “รายได้” ในการทำสโมสรฟุตบอลอาชีพของไทย ไม่ได้มากมายถึงขั้นตั้งตัวได้

โดย “รายได้” ของสโมสรฟุตบอลอาชีพของไทย หลักๆ จะมาจาก 4 ส่วน

1.เงินสนับสนุนจากสมาคมฯ (ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด+โครงการพัฒนาทีม)
2.เงินรางวัลตามผลงาน
3.ค่าตั๋วเข้าชม และยอดขายสินค้าที่ระลึก
4.เงินจากสปอนเซอร์

อย่างไรก็ตาม เงินจากส่วนที่ 1 นั้น “ตายตัว” อยู่เพียงแค่ “หลักสิบล้าน” เท่านั้นสำหรับสโมสรในไทยลีก 1 และไม่กี่ล้านบาทสำหรับสโมสรในลีกรองลงไป

ในปี 2562 ที่ใกล้จะมาถึง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ได้แจกแจงรายได้ในส่วนที่ 1 ออกมาเรียบร้อยแล้ว

สโมสรฟุตบอล ไทยลีก 1 (โตโยต้า ไทยลีก) มีทั้งหมด 16 ทีม จะได้รับเงินทีมละ 25 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด ทีมละ 20 ล้านบาท และเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาทีม (FA Development Program) เพิ่มเติมอีก ทีมละ 5 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 400 ล้านบาท

สโมสรฟุตบอล ไทยลีก 2 (เอ็ม-150 แชมเปี้ยนชิพ) มีทั้งหมด 18 ทีม จะได้รับเงินทีมละ 4 ล้านบาท แบ่งเป็น ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสด 3 ล้านบาท และเงินสนับสนุนโครงการพัฒนาทีม (FA Development Program) เพิ่มเติมอีก 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 72 ล้านบาท

สโมสรฟุตบอล ไทยลีก 3 (ออมสิน ลีก โปร) มีทั้งหมด 28 ทีม จะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 28,000,000 ล้านบาท

และสโมสรฟุตบอล ไทยลีก 4 (ออมสิน ลีก) มีทั้งหมด 59 ทีม แต่จะได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 49 ทีม (โดย ทีมบี ของสโมสรในระดับ T1 และ T2 จะไม่ได้รับเงินสนับสนุนตามข้อบังคับของระเบียบการจัดการแข่งขัน) จะได้รับเงินสนับสนุนทีมละ 1 ล้านบาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 49 ล้านบาท

จะเห็นได้ชัดเจนว่า เงินในส่วนนี้ รวมถึงเงินรางวัลตามผลงาน ไม่เพียงพอต่อการทำธุรกิจฟุตบอลในแต่ละปีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะทีมในลีกสูงสุดต้องมีงบไม่ต่ำกว่า “หลักร้อยล้าน”

เมื่อเทียบกับรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็น ค่าตัวและค่าเหนื่อยนักฟุตบอล, ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานต่างๆ, ค่าต้นทุนสินค้า, ค่าใช้จ่ายในการขาย, ค่าใช้จ่ายในการบริหาร และอื่นๆ

นั่นทำให้สโมสรต้องหวังพึ่ง “รายได้” หลักจากการขายตั๋ว, ของที่ระลึก และ “สปอนเซอร์”

แน่นอนว่า การหวังเงินจาก 2 ส่วนนี้ ทำให้เกือบทุกสโมสรประสบปัญหา ไม่ว่าจะทีมใหญ่หรือทีมเล็ก
ยิ่งช่วงเศรษฐกิจคลุกฝุ่นแบบนี้ ยิ่งทำให้หาสปอนเซอร์ยาก จนผู้บริหารหลายสโมสรต้องยอมจำนนถอนตัวหรือขายทีม

ดังนั้น “ธุรกิจลูกหนัง” จึงมี “ความเสี่ยงสูง” ตราบใดที่สโมสรยังยืนด้วยขาของตัวเองไม่ได้ ถึงจะมี “ใจ” แต่ “เงิน” นั้นสำคัญที่สุด


เช็คโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ สรุปผลบอลเมื่อคืน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 10 Nov 2018
ตอบ: 292
ที่อยู่: Manchester United
โพสเมื่อ: Sun Feb 03, 2019 14:17
[RE: ไทยลีก “คลุกฝุ่น” กับธุรกิจ “หลักร้อย” แต่รายได้ “หลักสิบ”]
แค่คิดก็ยังหนักใจแทนแต่ละสโมสรเลย ค่าจ้างนักเตะก็แพง ไหนจะค่าจ้างพนักงานอีก แต่ละเดือนหมดไปกี่สิบล้านก็ไม่รู้นะนั่น
2
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel