ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
12 October 2018 11:47 by แร๊ปเตอร์
วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก






เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว เปิดใจหลังมีโอกาสสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก ในเกมกระชับมิตร ที่ชนะ ฮ่องกง 1-0 ว่าเป็นหนึ่งในวันที่จะจดจำไปตลอดชีวิต

กัปตันทีมอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ รวมถึงรองกัปตันทีมอย่าง ธีรศิลป์ แดงดา และ ธีราทร บุญมาทัน ไม่ได้อยู่ในทีมชุดนี้ ทำให้ มิโลวาน ราเยวัช มอบหน้าที่ให้กับ กองหลังจาก นครราชสีมา เอฟซี เป็นครั้งแรก ซึ่ง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว กล่าวว่า “เป็นเกมที่ไม่ง่ายเลยครับ ฮ่องกง มีผู้เล่นสูงใหญ่ ทำให้เราเล่นยาก รวมถึงเรื่องพื้นสนามด้วย ก็ถือเป็นบททดสอบที่ดีครับ และ ดีใจครับที่เราช่วยกันผ่านมาได้”

“ส่วนเรื่องกัปตันทีม เป็นเกียรติมากๆ ครับ การติดทีมชาติ ก็ถือว่าภาคภูมิใจแล้ว มาวันนี้ เรามีโอกาสสวมปลอกแขนด้วย ก็ไม่รู้จะพูดความรู้สึกจากข้างในยังไงดี แต่แน่นอนว่า นี่จะเป็นหนึ่งในวันที่ผมจดจำไปตลอดชีวิต”

เมื่อถูกถามว่าแตกต่างจากการทำหน้าที่กัปตันทีม นครราชสีมา เอฟซี มากน้อยแค่ไหน เฉลิมพงษ์ บอกว่า “มันแตกต่างอยู่แล้ว อย่างการทำหน้าที่ให้สโมสร ความรู้สึกเหมือนเรารับใช้คนแค่ในจังหวัด แต่การเป็นกัปตันทีมชาติ เหมือนเราต้องแบกรับอะไรที่มากกว่านั้น ก็ดีใจครับ ที่เราผ่านมาได้ และผมก็พยายามทำให้ทุกคนในทีมอุ่นใจมากที่สุด”

“ส่วนหลังจากนี้ ผมยังไม่ได้คาดหวังเป็นกัปตันทีมต่อไปครับ เป้าหมายหลัก ผมแค่อยากลงไปในสนาม และช่วยทีมให้ได้มากที่สุดเท่านั้น”

“สุดท้ายอยากขอบคุณแฟนบอลครับ ที่ตามมาเชียร์ถึงฮ่องกง รวมถึงอยู่ที่ไทยด้วย เรายืนยันว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดครับ” กัปตันช้างศึก ปิดท้าย

หลังจากนี้ ทีมชาติไทย จะได้ ธีรศิลป์ แดงดา , ธีราทร บุญมาทัน และ ชนาธิป สรงกระสินธ์ เข้ามาสมทบกับทีมในเกมอำลาสนามอย่างเป็นทางการของ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ที่เตรียมพบกับ ทีมชาติตรินิแดด แอนด์ โตเบโก วันที่ 14 ตุลาคมนี้ ณ สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี เวลา 18.00 น. จำหน่ายบัตรที่ ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ http://bit.ly/Thelastsave ถ่ายทอดสดทาง ไทยรัฐทีวี


เช็คโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ สรุปผลบอลเมื่อคืน
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Sep 2013
ตอบ: 637
ที่อยู่: จุดยืน
โพสเมื่อ: Fri Oct 12, 2018 13:19
[RE: วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก]
กัปตันเหลิม ปีหน้าไปเมืองทองหรือเปล่า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 13 Mar 2018
ตอบ: 645
ที่อยู่: เก็ตเฮ้าส์
โพสเมื่อ: Fri Oct 12, 2018 13:28
[RE: วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก]
ไปบุรีรัมย์แน่...
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Sep 2018
ตอบ: 126
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 12, 2018 14:51
[RE: วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก]
ไปแบ็กค็อกชัวร์
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ดาวซัลโวยุโรป
Status: Once a blue, always a blue
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 May 2014
ตอบ: 7818
ที่อยู่: Goodison Park
โพสเมื่อ: Fri Oct 12, 2018 15:23
[RE: วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก]
32 ปีที่แล้ว เขากำเนิดขึ้นบนโลกที่จังหวัดลพบุรี (7 ตุลาคม 1986)
พ่อของเขาเป็นทหาร และเป็นนักฟุตบอลของกองทัพที่จังหวัดลพบุรี
ดีเอ็นเอความบ้าบอล ถูกถ่ายทอดจากพ่อสู่ลูก

“บอล” คือ ชื่อเล่นจริงๆ ของเขา
บอลไม่ได้บ้า แต่บอลนั้นบ้าบอล

ชีวิตของเขาเรียบง่ายตามนิสัยของตัวเอง
เขาเรียนที่โรงเรียนกำจรวิทย์ ในชั้นประถมศึกษา
ก่อนย้ายมาอยู่ที่โรงเรียนพระนารายณ์ ตั้งแต่ ม.1 - ม.6

เขาก็ยังเล่นฟุตบอลนั่นแหละ
แต่ไม่หวือหวา ไม่มีอะไรซับซ้อน ไม่มีอะไรแปลกใหม่
กิน นอน เรียน เตะบอล กลับบ้าน กิน นอน เรียน เตะบอล กลับบ้าน
ชีวิตของเขา วนลูปแบบนี้นานเกินสิบปี

แม้ว่า “บอล” จะเก่งใช้ได้ เขาเคยติดทีมจังหวัดด้วยนะ และพาบ้านเกิดจบที่สาม ในกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ที่จังหวัดสุโขทัย ตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี แต่เขาก็มักจะปิดโอกาสตัวเองในการไปอยู่กับโรงเรียนกีฬาชั้นนำที่เข้ามาทาบทาม ทั้งโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณบุรี และ สถาบันการพลศึกษาวิทยาเขตกรุงเทพ

เพราะด้วยความติดบ้าน ไม่อยากอยู่ไกลครอบครัว กังวลในเรื่องของสถานที่ใหม่ สังคมใหม่ สภาพแวดล้อมใหม่ๆ นั่นทำให้เขายังไม่ถึงเวลาฉายแสงสักที

ครั้นพอจบ ม.6 เขาตัดสินใจเดินทางมาคัดตัวที่กรุงเทพฯ พร้อมเพื่อนๆ แล้วก็ติดที่มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต (อาร์แบค) ในฐานะนักกีฬาฟุตบอลของมหาวิทยาลัย
แต่ก็เรียนไปเพียงสัปดาห์เดียวเท่านั้น เขาก็หนีกลับบ้าน
เพราะไม่ชอบความวุ่นวายของเมืองศิวิไลซ์

เขาพูดน้อย เขารักสันโดษ เขาติดบ้าน และเขาไม่อยากห่างไกลครอบครัว
ชีวิตของเขา มี Comfort Zone ในตัวเอง

ราชภัฏเทพสตรี ในจังหวัดลพบุรี จึงตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์แสนสโลว์ของเขาได้มากกว่า ในระดับการเรียนชั้นอุดมศึกษา แถมยังได้เล่นฟุตบอลที่เขารัก ในระดับ ถ้วย ค. และ ถ้วย ข. ไปด้วย

ปี 2007 ในวัย 20 ปี จังหวัดลพบุรี ลงแข่งโปรวิลเชียลลีก โดยใช้นักเตะจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี เป็นส่วนใหญ่ และเขาก็เป็นส่วนหนึ่งของทีมเมืองละโว้ที่คว้าแชมป์โปรลีก

ปี 2008 เขาตัดสินใจหนีกรอบที่ตัวเองเคยตีเส้นเอาไว้ ด้วยการมาคัดตัวกับสโมสรการไฟฟ้าฯ ซึ่งมีนักเตะล่าฝันอีกนับร้อยมาคัดพร้อมเขา ก่อนจะได้สัญญาฉบับแรกในชีวิต พร้อมรับเงินเดือนเริ่มต้น 10,000 บาท และเบี้ยเลี้ยงซ้อมอีกวันละ 500 บาท

เขาได้อยู่ทีมเดียวกับนักเตะดีกรีทีมชาติไทย ระดับแม่เหล็กทั้ง อภิเชษฐ์ พุฒตาล, ภานุพงศ์ วงศ์ษา, โชคทวี พรหมรัตน์, ปฏิภาณ เพ็ชรพูล, อองรี โจเอล, รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค, พิพัฒน์ ต้นกันยา, รณชัย รังสิโย, ณรงค์ชัย วชิรบาล ฯลฯ

เขาคว้าแชมป์ไทยลีกทันทีตั้งแต่เล่นฤดูกาลแรก แม้จะเป็นตัวสำรอง ด้วยอายุที่ยังดาวรุ่งอยู่

เขามาไกลเกินกว่าจะหันหลังกลับ เขาลืมความคิดถึงบ้าน เขาอยากไปต่อให้ไกลที่สุด
คอมฟอร์ทโซนของเขาถูกพังทลายลง

ปี 2010 บุรีรัมย์ เข้ามาเทคโอเวอร์ สโมสรการไฟฟ้าฯ นั่นทำให้เขาต้องลงไปเล่นในศึกดิวิชั่น 2 ให้กับ บุรีรัมย์ เอฟซี
แต่เขาไม่สนใจหรอกว่า จะได้อยู่ทีมเล็กทีมใหญ่ ขอแค่ได้ลงสนาม และทำให้เต็มที่

ปี 2010 เขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 กับ บุรีรัมย์ เอฟซี
ปี 2011 เขาคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 กับ บุรีรัมย์ เอฟซี

ในรอบ 4 ปี เขาคว้าแชมป์ลีกได้ครบทั้งสามดิวิชั่น (ในสมัยนั้น)
และเป็นการคว้าแชมป์ครบทุกลีก ตั้งแต่อายุ 25 ปี

แต่พอหลังพ้นวัยเบญจเพสไป มันก็เป็นช่วงเดียวกับที่มีการถือกำเนิดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งทำให้เขาต้องโบกมือลาจากถิ่นอีสานใต้ ตามวิถีฟุตบอล

ปี 2012 เขาย้ายไปอยู่ ชัยนาท ฮอร์นบิล
ปี 2014 เขาต้องย้ายไปอยู่กับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ในลีกรอง (ดิวิชั่น 1 เดิม) ซึ่งแน่นอน ด้วยวัยเกือบ 30 ปีแล้ว เขาไม่เคยคิดถึงเรื่องการติดทีมชาติแล้วแหละ แม้จะเป็นความฝันในวัยเด็กก็ตาม

แต่เพียงปีเดียวเท่านั้น เขาก็คว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง (ดิวิชั่น 1) และพา นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุดได้สำเร็จ ในซีซั่น 2015 ภายใต้การคุมทีมของ ซูกาโอะ คัมเบะ

เลกสองของปี 2015 เขาได้รับโอกาสที่สำคัญที่สุดในชีวิตครั้งหนึ่ง นั่นคือการได้เป็นกัปตันทีม ของทีมที่เล่นในลีกสูงสุดของเมืองไทย ซึ่งน่าจะเป็นกัปตันทีมที่เรียบง่าย และโนเนมที่สุดคนหนึ่ง

เขามีความเป็นผู้นำ เขามีความนิ่งจากผลงานในลีก เขามีความทุ่มเท เขาดุดันในบางครั้ง และอ่อนโยนในบางกรณี
เขามีจุดเด่นเรื่องการอ่านเกม นั่นเป็นเพราะอายุที่มากขึ้น และตัดบอลเด็ดขาด ไม่ค่อยเล่นมากจังหวะเวลารับ

อาจจะเป็นเพราะ มิลอส โจซิค เป็นชาวเซอร์เบีย เหมือนกับ มิโลวาน ราเยวัช แทคติกต่างๆ ในเกมรับแบบฉบับยุโรปตะวันออก อาจจะใกล้เคียงกัน
อาจจะเป็นเพราะความนิ่ง แต่ดุดันของเขา
อาจจะเป็นเพราะฟอร์มในสนาม ในศึกไทยลีกกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี
อาจจะเป็นเพราะความกล้าในการออกจาก คอมฟอร์ทโซนครั้งนั้น

ปี 2017 วัยย่าง 31 ปี เขาติดทีมชาติไทย ครั้งแรก ในแบบที่เขาไม่เคยคิดเคยฝันมาก่อน
ปี 2018 วัย 32 ปีเต็ม เขาได้เดินลงสนามให้ทีมชาติไทย ในฐานะกัปตันทีมครั้งแรกในชีวิต และเป็นส่วนหนึ่งของแนวรับที่เก็บคลีนชีตได้ที่ มงก๊ก สเตเดี้ยม

… นักเตะที่เคยอยู่แต่คอมฟอร์ทโซนคนนั้น ที่เพิ่งกลายเป็นกัปตันทีมชาติไทย คนใหม่ (แม้จะเป็นเพียงชั่วคราวก็ตาม)

เขามีชื่อว่า “เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว”


https://www.facebook.com/KajohnyosChoketanasret/posts/2250173625228708?__tn__=K-R
6
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

ออฟไลน์
นักบอล ดิวิชั่น 1
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 15 Jan 2009
ตอบ: 11103
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Fri Oct 12, 2018 20:41
[RE: วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก]
เล่นดีสมปลอกแขน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: ทุกสิ่งล้วนเป็นเรื่องสมมติ
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Jan 2009
ตอบ: 5197
ที่อยู่: รู้แล้วจะหนาว
โพสเมื่อ: Sat Oct 13, 2018 08:13
[RE]วันที่ต้องจดจำ! “เฉลิมพงษ์” สุดปลื้มสวมปลอกแขนกัปตันช้างศึกครั้งแรก
ชอบมากมาย ผมว่าแกเล่นกองหลังสายคลาสสิกมาก คิดถึงพวกกองหลังทีมชาติไทยรุ่นเก่าๆเลย
โพสต์บนแอป Soccersuck บน iOS
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel