ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
31 October 2016 15:04 by Zaine_R
ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู


หลังแทบจะเหมาปิ๊บกันหมดตลาดจากเกมพ่ายเชลซียับเยินถึง 4-0 ก็ดูเหมือนว่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจะฮึดกลับมาได้ในเกมดาร์บี้ แมตช์ แต่สุดท้ายแล้วมันก็เป็นอีกแค่ตัวอย่างของความไม่ลงตัวที่ทีมมีอยู่ในตอนนี้เท่านั้น

เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ โจเซ่ มูริญโญ่เจออดีตทีมเก่าต้อนรับด้วยการยำครั้งใหญ่และนับเป็นการพ่ายแพ้ด้วยจำนวนประตูที่สูงที่สุดในการคุมทีมบนเกาะอังกฤษของเขาเลยด้วย

เกมดังกล่าว “ปีศาจแดง” แพ้แบบชนิดที่ต้องเรียกเลยว่าหมดรูป หลังจากโดนยิงนำไปอย่างรวดเร็วตั้งแต่ 30 วินาทีแรก แผนที่วางไว้ล้มครืนไม่เป็นท่า ก่อนที่จะโดนเจ้าบ้านรัวไม่หยุดจนได้ผลลัพธ์ดังที่กล่าวไป ก่อนจะมามีลูกฮึดเบียดเอาชนะแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในเกมลีก คัพไปได้ 1-0 แม้ว่าจะมีตำหนิเล็กน้อยเพราะลูกทีมของเป๊บ กวาร์ดิโอล่าผสมเอาเด็กชุดสำรองลงมาเล่นด้วยจำนวนหนึ่ง เอาง่ายๆคือไม่ได้ฟูลทีม

มูริญโญ่สร้างความประทับใจให้กับเหล่า “เร้ด อาร์มี่” ด้วยการขอโทษขอโพยต่อหน้าแฟนบอลหลังเกมดังกล่าว แต่นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความจริงบางอย่างที่เกิดขึ้นในนับตั้งแต่ที่พ่ายเชลซียับเยินต่อเนื่องมาจนถึงเกมที่เสมอกับเบิร์นลี่ย์ในบ้านตัวเองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

ความจริงที่ว่าทีมของมูริญโญ่ยังอยู่ห่างไกลกับคำว่า ลงตัว และสิ่งเขาตัดสินใจนั้นมีข้อผิดพลาด …

ระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-1-3 ที่มูริญโญ่เลือกใช้นั้นยังไม่สามารถฉายฟอร์มเก่งออกมาได้ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของเกมรุกหรือเกมรับ ซึ่งปัจจัยหลักๆก็น่าจะมาจากการที่รายละเอียดของแผนการเล่นต่างๆยังไม่ได้ถูกซึมซับเข้าไปสู่ตัวนักเตะโดยตรง ประสิทธิภาพย่อมไปไม่ถึงขีดสุด อันนี้เป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้

แต่ก็มีบางจุดที่ยากจะเข้าใจได้เหมือนกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการวางระบบของการเล่นในแนวรุกึ่งถือว่าเป็นอาวุธหลักของทีมในการทิ่มแทงคู่แข่งให้แดดิ้น แต่ประสิทธิภาพกลับทื่อเสียนี่กระไร

ไลน์อัพตัวหลักของแมนฯยูฯในตำแหน่งหน้าเป้าคือซลาตัน อิบราฮิโมวิชที่ยืนเป็นตัวจริงมาเกือบทุกเกมและยังไม่เคยถูกเปลี่ยนตัวออกเลยแม้แต่เกมเดียว ขณะที่เกมริมเส้นสองข้างหน้าตาที่คุ้นเคยก็คือมาร์คัส แรชฟอร์ดในฝั่งซ้าย ส่วนเจสซี่ ลินการ์ดยืนกราบขวา ขณะที่ฆวน มาต้ามักจะได้ประจำการณ์ยืนเป็นตัวรุกด้านหลังดาวยิงสวีดีชอีกที หลังจากที่มูริญโญ่ตื่นจากภวังค์ เลิกดันทุรังส่งเวย์น รูนี่ย์ลงสนามในตำแหน่งที่ว่า

เอาตรงนี้ก่อน เกมรุกของแมนฯยูไนเต็ดจากทั้ง 4 คนนี้จะใช้มาต้าเป็นตัวเชื่อมในการวิ่งส่ายเอาบอลต่อขึ้นมาจากแดนกลาง ก่อนที่จะหาช่องเชื่อมกับอิบราฮิโมวิชหรือแทงออกข้างให้ หน้ากึ่งปีก ทั้งสองฝั่งได้โจมตี รูปแบบนี้เห็นได้จากทีมชั้นนำทั่วไปของยุโรปที่มักจะใช้กัน แต่ความยืดหยุ่นในการปรับเปลี่ยนให้เกิดความหลากหลายในการเข้าทำคือความแตกต่างอย่างยิ่งสำหรับ “ปีศาจแดง” ในยุคปัจจุบันกับทีมอื่นๆ หรือแม้กระทั่งในอดีต

ความแตกต่างที่ว่าคืออิบราฮิโมวิชในวัย 35 ปีไม่สามารถ “ชงกินเอง” ได้อีกต่อไปแล้วและตัวรุกด้านข้างของแมนฯยูไนเต็ดด้อยในเรื่องของการเล่น “บอลสุดท้าย”

ดูค่อนข้างย้อนแย้งกันสักเล็กน้อยไหมครับ ?

จริงๆแล้วการที่มีศูนย์หน้าในวัยขนาดนี้ ความคล่องตัวน้อยขนาดนี้ ควรจะต้องมีนักเตะที่สามารถส่งบอลสุดท้ายที่คมและเฉียบขาดไปให้ได้ มันถึงจะได้ประโยชน์สูงสุด จากนั้นจึงจะสามารถเลือกได้ว่าจะเลี้ยงตะลุยหรือจ่ายบอลก็ได้ เมื่อทางเลือกมีมากขึ้น โอกาสทำประตูที่ “จะแจ้ง” ก็จะมากขึ้นไปเหมือนเงาตามตัว

แต่สิ่งที่เป็นอยู่คือปีกทั้งสองข้างของแมนฯยูไนเต็ดไม่สามารถจ่ายบอลงามๆเข้าไปในพื้นที่สุดท้ายได้ แรชฟอร์ดอาจจะวูบวาบ ทักษะเกินวัย แต่เรื่องการตัดสินใจขั้นสุดท้ายในฐานะ “ผู้เล่นด้านข้าง” ยังถือว่าทำได้ไม่ดีพอ ถ้าไม่ติดบล็อก บอลก็มักจะไม่ตรงเพื่อน ขณะที่ลินการ์ดได้ความคล่องแคล่ว วิ่งหาพื้นที่ดี มีลูกยิงเซอร์ไพรส์ให้ได้เห็น แต่ถ้าเอาฟอร์มโดยรวมแล้วเขาไม่สามารถสร้างอิมแพ็คใดๆให้กับเกมของยูไนเต็ดได้เลย ไม่ว่าจะเรื่องการจ่ายบอล ครองบอลหรือจู่โจมแนวรับของคู่แข่งก็ตาม ใจจริงผมมองว่าเขาเหมาะเป็นสำรองเพื่อเปลี่ยนเกมมากกว่า

สุดท้ายบอลก็ไปไม่ถึงอิบราฮิโมวิช จนเจ้าตัวต้องถอยลงไปล้วงลึก หาช่องต่อบอลเองให้ได้หลายต่อหลายครั้ง ซึ่งผมว่ามันส่งผลกระทบไม่น้อยต่อกำลังขาของนักเตะในช่วงวัยโค้งสุดท้ายของอาชีพแบบเขา พูดง่ายๆว่าทีมไม่ได้เอื้อให้เขาได้แสดงฝีเท้าออกมาจัดๆ

นั่นคือรูปแบบการเล่น แต่มิได้หมายถึงฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวนะครับ จริงที่รูปแบบการเล่นอาจจะไม่ได้เอื้อให้ดาวยิงสวีดิชมากนัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าตอนนี้เขากำลังเท้าบอดอยู่เช่นเดียวกัน

เป็นเวลาถึง 7 เกมในลีกแล้วที่เขายังคลำหาเป้าประตูไม่เจอ หลังจากโชว์ฟอร์มฮอตรัวไป 4 ประตูจาก 5 เกมแรกที่ลงเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน 3 เกมหลังสุดแล้วนั้น อิบราฮิโมวิชมีโอกาสยิงเกินกว่า 10 ครั้งและมี 3-4 ครั้งที่เรียกว่าเหน่งๆพร้อมได้ประตูเลย แต่เจ้าตัวกลับพลาดไปซะนี่ ถ้าจะเอาให้ชัดและอัพเดตสุดก็คงจะเป็นจังหวะท้ายเกมกับเบิร์นลี่ย์ที่มีโอกาสวิ่งเจ้าฮอสจ่อๆที่เสาสองหน้าประตู แต่กลับยิงปลิ้นบอลหลังไปซะนี่

นับตั้งแต่เปิดฤดูกาลมารวมแล้ว 15 เกมทุกรายการที่แมนฯยูไนเต็ดลงเล่น อิบราฮิโมวิชเป็นตัวจริงและยืนอยู่ครบ 90 นาทีถึง 13 เกมด้วยกัน ฉะนั้นแล้วผมว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแย่หากมูริญโญ่จะตัดสินใจดร็อปอิบราฮิโมวิชบ้างเพื่อที่จะเติมความสดและเพิ่มความมุ่งมั่นให้กับเจ้าตัว พร้อมกับมองหา “แผนทางเลือก” เผื่อเอาไว้ในตัวด้วย

ขออนุญาตโยกไปที่ตำแหน่งกองหลังก่อน เพราะกองกลางนี่จะขอจัดหนักกันทีหลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเตะเจ้าของค่าตัวสถิติโลก

หากเอริค ไบญี่ไม่เจ็บไม่ไข้ ยังไงก็ยืนตัวจริงแน่นอนในตำแหน่งเซ็นเตอร์ ขณะที่คู่หูอย่างคริส สมอลลิ่งตอนนี้เริ่มจะกลับกลายเป็นสมอลลิ่งคนเดิม ผิดกับสมัยที่สวมฉายา “ไมค์ สมอลลิ่ง” ทำให้จุดนี้กลายเป็นข้อด้อยเล็กน้อยในแนวรับ ส่วนตัวสำรองอย่างมาร์กอส โรโฮก็ผีเข้าผีออก ขณะที่ดาลี่ย์ บลินด์ที่พักหลังมักจะถูกโยกไปเล่นแบ็คซ้ายก็ทำหน้าที่ได้แค่พอตัว หลังจากที่ต้องหุบมายืนตรงกลางอีกครั้ง เพราะสองรายแรกบาดเจ็บ ด้านลุค ชอว์หลังจากพลาดในเกมกับวัตฟอร์ดก็โดนดร็อปไปนาน กลับมาเล่นอีกทีก็ยังไม่เข้าที่เข้าทาง ต้องว่ากันใหม่

ที่ดูจะฝากผีฝากไข้ได้มากที่สุดในตำแหน่งแนวรับก็คงจะเป็นอันโตนิโอ วาเลนเซียที่เล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งเกมรับและเกมรุกและน่าจะเป็นคนเดียวในทีมที่สามารถโยนบอลเข้าไปลุ้นในพื้นที่สุดท้ายหน้าปากประตูคู่แข่งได้มากที่สุด แต่ก็นั่นแหละครับ เพราะเป็นคนเดียวที่ทำได้ในตอนนี้ก็เลยมักจะโดนปิดประตูตายอยู่เสมอยามลงสนาม ทำให้โอกาสการเติมไปเปิดของแบ็ครถด่วนก็น้อยลงไปตามสถานการณ์ ผิดกับ 2-3 เกมแรกที่เจ้าตัวค่อนข้างจะมีอิสระในการเติมเกมมากกว่า

ซึ่งก็แน่นอนว่าคงไม่มีคู่แข่งทีมไหนยอมปล่อยให้แมนฯยูไนเต็ดเล่นง่ายๆโดยไม่ทำการบ้านอยู่แล้วล่ะครับ ...

เอาล่ะครับ มาถึงตำแหน่งแดนกลางของทีมกันบ้าง ซึ่งนี่คือปัญหานานนมสั่งสมมานานของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด หลังสิ้นยุคเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันกันเลยก็ว่าได้

หลังจากทดลองใช้มารูยาน เฟลไลนี่ในช่วงต้นไปแล้วนั้นปรากฏว่าไม่เวิร์ค เพราะแข้งหัวฟูเชื่องช้าและเล่นไม่ค่อยฉลาดสักเท่าไหร่ มูริญโญ่ก็มาเจอกับผู้เล่นที่ลงตัวกว่าอย่างอันแดร์ เอร์เรร่าที่สถาปนาตัวเองจากมิดฟิลด์ตัวรุกกลายเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่ทั้งขยัน เล่นบอลฉลาดและมีลูกล่อลูกชนจนกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมไปแล้วในตอนนี้

ดาวเตะสแปนิชอาจจะไม่ได้เพอร์เฟ็คในตำแหน่งนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ทีมีอยู่แล้วก็ว่าได้

แต่ก็นั่นแหละครับ แค่คนเดียวจะไปทำอะไรได้ เพราะอีกคนนึงที่ยืนเล่นด้วยกันข้างๆดันผิดฟอร์มเสียจนตอนนี้แฟนๆหลายคนเริ่มจะรับไม่ได้กันแล้ว

ปอล ป็อกบาผู้นี้นี่เอง เอง เอง (เอาเสียงแบบทีวีแชมเปี้ยนส์เพื่อกลบเกลื่อนความขมขื่นในใจ)

หลังย้ายมาจากยูเวนตุสด้วยค่าตัวเป็นสถิติโลกถึง 89 ล้านปอนด์ แข้งจอมเต้นแด็ปดูเหมือนว่าจะทำได้ดีในเกมเปิดตัว มีส่วนให้กองกลางของแมนฯยูไนเต็ดลื่นไหลมากขึ้น เล่นได้แน่นขึ้น แต่นั่นมันแค่เริ่มต้น

เพราะเริ่มเล่นไปเล่นมากลายเป็นว่าป็อกบาดูจะสับสนกับตำแหน่งและหน้าที่ของตัวเอง จนทำให้ตอนนี้เจ้าตัวยิ่งเล่นยิ่งแย่ไปเสียอย่างนั้น

อย่างที่ผมเคยเอ่ยไว้ในคอลัมน์เมื่อเดือนก่อนหน้านี้ว่ามี 2-3 ครั้งจะๆที่ทีมเสียประตูจากตำแหน่งพื้นที่หน้ากรอบเขตโทษของตัวเองที่ผู้รับผิดชอบควรจะเป็นป็อกบาที่ต้องวิ่งตามตัวประกบจากกลางสนาม แต่กลับไม่ทำและจนถึงปัจจุบันนี้ … ก็ยังเหมือนเดิม

ป็อกบาอาจจะมีเทคนิคดี แข็งแกร่ง พาบอลไปข้างหน้าได้ แต่เกมโดยรวมของเขายังไม่ดีพอ จังหวะบุกขาดๆเกินๆ บางจังหวะคายบอลยาก บางครั้งจ่ายบอลเร่งเกินไป ด้วยตำแหน่งของเขาแล้วนั้นการคุมจังหวะของเกมเป็นเรื่องสำคัญมาก ซึ่งมันทำให้เขาไม่มีทีเด็ดทีขาดในการมีส่วนร่วมในเกมรุกกับเพื่อนร่วมทีม ทั้งที่เป็นแกนกลางสำคัญคนนึงในการขับเคลื่อน

ด้านเกมรุกก็อีกเรื่อง แต่อย่างที่เกริ่นไปข้างต้นว่าด้วยตำแหน่งมิดฟิลด์คู่กลางสองคนนั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวิ่งลงไปช่วยเกมรับด้วย แต่ดูเหมือนป็อกบาจะมีปัญหาเหลือเกินสำหรับเรื่องนี้ เพราะมีหลายจังหวะที่เขาเลือกที่จะยืนดักบอลแบบห่างๆ แทบที่จะบีบเข้าแย่งบอลเพื่อสร้างแรงกดดันให้กับเกมรุกฝั่งตรงข้าม

จริงๆแล้วถ้าได้ดูเกมการแข่งจะเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ถ้าจะให้เอาที่ทุกคนต้องนึกออกอยากให้ลองดูจังหวะการยิงของเฟลิปเป้ คูตินโญ่ในเกมเสมอลิเวอร์พูล 0-0 ที่ดาบิด เด เกอาสร้างช็อตเซฟบรรลือโลก ซึ่งจังหวะนั้นคูตินโญ่แต่งบอลอยู่หน้ากรอบเขตโทษ 2-3 ครั้งก่อนจะกดสูตรติดสับไกอย่างสวยงาม

ผมนั่งดูรีเพลย์อยู่ 3-4 รอบและมันชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่าป็อกบาซึ่งยืนอยู่หน้าแข้งบราซิลเลี่ยนไม่ยอมเข้าบอลและเลือกที่จะยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆจนสุดท้ายมุมเปิดกว้างมากพอจนโดนส่อง

ใครมีเบอร์ไบญี่สามารถโทรไปถามได้ เพราะจังหวะนั้นอดีตแข้งบีญาร์เรอัลก็โวยเพื่อนน่าดูเหมือนกันว่าปล่อยให้เขาหาโอกาสยิงง่ายๆแบบนั้นได้ยังไง

ทำให้ตอนนี้ดูเหมือนป็อกบาจะไม่สามารถฝากฝังความหวังไว้ได้ แถมมีบางจังหวะรีบร้อนตัดสินใจจนเสียของอีกด้วย ในฐานะแฟนบอลของ “ปีศาจแดง” ก็ได้แต่หวังว่าเจ้าตัวจะโชว์ฟอร์มที่ดีออกมาได้จริงๆเสียที เพราะถึงจะเป็นฤดูกาลแรกกับทีมแบบเต็มตัว แต่ที่เล่นได้ตอนนี้ก็ต้องยอมรับกันตรงๆว่าต่ำกว่ามาตรฐานเสียเหลือเกิน

หรือถ้ามูริญโญ่คิดว่าจะทุ่มซื้อป็อกบาเพื่อมาเล่นแค่นี้ ผมว่าควรแบ่งเงินออกเป็นสองส่วน หานักเตะตัวรุกและรับสองตัวใหม่เลยยังจะดีกว่า …

และตรงนี้เองแหละครับที่มาถึงจุดที่ว่าทำไมผมถึงคิดว่าสิ่งที่มูริญโญ่ตัดสินใจนั้นมีข้อผิดพลาด

ขออนุญาตยกตัวอย่างจากเกมที่เสมอเบิร์นลี่ย์ ซึ่งผมถือว่าค่อนข้างชัดเจนที่สุดในแง่ของการสร้างสรรค์เกมรุกและความสมดุลของทีม

เกมนี้ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด แมนฯยูไนเต็ดครองบอลได้เหนือกว่าอย่างขาดลอยตามเนื้อผ้าและมีโอกาสยิงมากมายถึง 37 ครั้ง แต่ไม่สามารถแปรเปลี่ยนให้เป็นประตูได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว !

จริง หากจะบอกว่าพวกเขาอับโชคเล็กน้อยเพราะยิงไปโดนเสาและคานอย่างละครั้ง บวกกับทอม ฮีตันอดีตเด็กปั้นองค์ลงเซฟอุตลุตยิงยังไงก็ไม่ผ่าน แต่ยังไงเสียเกมนี้ก็ควรมีอย่างน้อยหนึ่งประตู

ซึ่งหากจะกล่าวไปแล้วนั่นมันก็มาจากสาเหตุที่เกมรุกของทีม “ไม่ละเอียด” กันมากพอนั่นเอง เพราะจะว่าไปแล้วนี่เป็นหนึ่งในเกมที่มีความห่างชั้นกันมากที่สุดของคู่แข่งในยุคของมูริญโญ่ ซึ่งจะเป็นการวัดประสิทธิภาพเกมรุกของทีมอย่างแท้จริง

“ปีศาจแดง” สร้างสรรค์โอกาสที่สามารถเบิกร่องจนน่าจะเป็นประตูได้แค่ 2 ถึง 3 จังหวะจากทั้งหมดเกือบ 40 ครั้งที่ส่องไปเท่านั้น ซึ่งก็ถูกอิบราฮิโมวิชยิงทิ้งขวางไปอย่างที่เกริ่นก่อนหน้าไปแล้ว รวมทั้งการเซฟของนายด่านทีมเยือนด้วย แต่ด้วยเกมที่ครองบอลมากกว่าถึง 73% แล้ว โอกาสจะๆที่ว่ามันควรจะต้องมีมากกว่านี้

หลังจากที่เอร์เรร่าโดนใบเหลืองที่ 2 ในนาทีที่ 67 จนทำให้ทีมเสียเปรียบตัวผู้เล่น ยิ่งเป็นจุดที่จะแสดงให้เห็นถึงความละเอียดในเกมของแมนฯยูไนเต็ดมากขึ้นไปอีก เพราะสถานการณ์ในตอนนั้นของพวกเขาจำเป็นต้องเน้นทุกจังหวะเพื่อให้ได้ประตูและไม่โดนสวนกลับจนเสียประตูด้วยเช่นกัน

แต่ภาพที่ออกมาคือเราได้เห็นรูนี่ย์และเฟลไลนี่ลงมาในสนาม …

ณ นาทีนั้นผมเชื่อว่ามีแฟน “เร้ด อาร์มี่” หลายคนที่อุทานขึ้นมาในใจทันทีเลยว่า “Ship หายแล้ว!” ซึ่งมันก็เป็นไปตามนั้นจริงๆ

รูนี่ย์อยู่ในจุดที่แทบจะเรียกว่าหมดสภาพ พาบอลไปข้างหน้าไม่ได้ เปิดบอลพอตัวและเสียบอลง่ายเหมือนเคย ขณะที่เฟลไลนี่เชื่องช้าและอย่างที่บอกไปว่าเขาเล่นบอลไม่ฉลาด ฉะนั้นแล้วจึงมีแค่ลูกจ่ายสั้นๆป้ายไปมาแต่ไม่สามารถช่วยให้ทีมได้ประโยชน์อะไรมากมายนอกจากการพยายามดันขึ้นไปเล่นลูกโด่งในจังหวะบอมบ์ ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่าผู้เล่นของยูไนเต็ดแต่ละคนเปิดบอลได้ลุ้นเหลือเกิน (ประชด)

ขณะที่ช่วง 10 นาทีสุดท้าย ขวัญใจกองเชียร์(ฝั่งตรงข้าม)อย่างเม็มฟิส เดปายจะถูกส่งลงมาในสนามและแน่นอน ตามคาด ทำอะไรไม่เป็นชิ้นเป็นอัน แตะบอลไม่น่าเกิน 3 ครั้งและหายเข้าไปในกลีบเมฆ ซอกหญ้า ไร้ซึ่งประโยชน์ใดๆ

สถานการณ์ที่ต้องการประตู ในขณะที่เวลาและตัวผู้เล่นเหลือน้อย แต่ทีมกลับมีตัวสำรอง 3 คนที่รู้กันว่า “พึ่งไม่ได้” ลงสนาม แล้วมันจะไปคาดหวังอะไรได้

จะว่าผมโค้ชคีย์บอร์ดหรือเก่งหลังเกมก็ไม่เถียง แต่อยากให้ลองคิดกันเล่นๆดูนะครับว่า

ถ้าบนม้านั่งสำรองมีชื่อของบาสเตียน ชไวสไตน์เกอร์และเฮนริค มาคิทายานล่ะ ???

ผมกล้าพนันเลยว่าต่อให้ไม่ได้ดีมาก แต่ก็ไม่มีทางแย่ไปกว่าไอ้ 3 ตัวด้านบนแน่นอน !

“ชไวนี่” อาจจะช้า แต่เซ้นส์บอลยังเป็นเลิศ ไม่ต้องมากจังหวะ ขอแค่มีโอกาสได้สร้างเน้นๆสักดอกแล้วส่งผลถึงการลุ้นประตูก็เพียงพอแล้ว เช่นเดียวกันกับมาคิทายาน 15 แอสซิสต์จากฤดูกาลที่แล้วกับโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์การันตีได้ดีว่าเขามีของอยู่กับตัว ต่อให้ยังปรับตัวไม่ได้(ตามที่น้ามูอ้าง)ก็ตาม

คนนึงดีเกินกว่าจะนั่งอยู่แค่บนอัฒจันทร์ ส่วนอีกคนก็ดีเกินกว่าที่จะหมางเมิน ไม่ใยดี ตัดชื่อออกจากทีม ในขณะที่ฟอร์มการเล่นของนักเตะบางคนไม่ได้เฉียดใกล้กับการที่สมควรมีชื่อติดในทีมเสียด้วยซ้ำ

นี่เป็นจุดที่มูริญโญ่พลาดมหันต์ เขาจำกัดโอกาสในการพลิกแพลงแท็คติกของตัวเองด้วยอีโก้หรืออะไรก็ตามที่บงการที่เจ้าตัวตัดสินใจอย่างนั้น

ผมเชื่อครับว่าการตัดสินใจอะไรสักอย่าง จะดีหรือร้ายมันอยู่ที่ผลลัพธ์ ถ้าผลออกมาดี คนก็ชื่นชมว่าตัดสินใจได้ดี แต่ถ้าแย่ คำวิจารณ์ก็จะตามมาเป็นขบวน นั่นเป็นเรื่องธรรมดา

แต่ไอ้ที่มันไม่ธรรมดาคือเมื่อรู้ว่าผลมันไม่ดี มันไม่เวิร์ค แล้วยังดื้อดึงที่จะทำต่อไปต่างหาก ซึ่งตรงนี้เองที่มันตรงกับคาแร็คเตอร์ยอมหักไม่ยอมงอของมูริญโญ่

แน่นอนบางครั้งมันก็ช่วยได้ดีในแง่ของการเพิ่มความมั่นใจให้ยึดมั่นในแนวทางและความคิดของตัวเอง แต่ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันจะได้ผล

และที่สำคัญมันไม่ใช่ครั้งนี้ด้วยครับ …


------------------------------------------------------------------------------------



ปล.ใจจริงมีเรื่องอยากเขียนเยอะมากสำหรับแมนฯยูฯนะครับเพราะตอนนี้มีจุดที่ต้องปรับเยอะจริงๆ แต่พยายามรวมทุกจุดให้กระชับที่สุดเท่าที่จะทำได้ ครั้งนี้เลยค่อนข้างเขียนยาวหน่อย หวังว่าจะทุกท่านจะชอบนะครับ ติชมได้ครับ เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวผมเท่านั้นครับ ขอบคุณมากครับ

เช็คโปรแกรมฟุตบอลวันนี้ สรุปผลบอลเมื่อคืน
แก้ไขล่าสุดโดย Zaine_R เมื่อ Mon Oct 31, 2016 19:59, ทั้งหมด 2 ครั้ง
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15655
ที่อยู่: hakodate ,Japan
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:16
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
ผมเห็นด้วยนะ คือถ้าไม่อยากใช้ชไวนี่จริงๆ คาริคก็มีไม่ใช้
มาคิทายานก็ไม่เอามาสัมผัสเกมส์จริงเลยสักนิด ก็ไม่เข้าใจแกเหมือนกัน
แกบอกคาริคลงตลอดไม่ได้เพราะอายุเยอะแล้ว 35
แต่จริงๆคาริคอายุเท่าสลาตัน แต่สลาตันลงตลอดทุกนัด คืออะไร?
มูคงต้องลองเปลี่ยนบ้าง ปัญหาอย่างกองกลางผมเฉยๆนะ มันไม่แย่ขนาดนั้น
แต่อย่างกองหน้าเนี่ย เห้อ...
6
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 20 Sep 2013
ตอบ: 437
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:20
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
ทำไมท่านประธานมาตอบไวจังอะครับเนี่ยF5 รัวเปล่า
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Jan 2011
ตอบ: 73
ที่อยู่: BKK.
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:20
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
เขียนได้ดีมากเลยครับ ...ผมชอบอ่านงานแบบนี้
เขียนต่อไปเรื่อยๆนะครับ ...จะติดตามอ่าน
ผมเป็นแฟนหงส์....แต่ไม่ได้สนใจเรื่องความขัดแย้งใดๆ
ดูบอลเพื่อสนุก ดูเป็นกีฬาผ่อนคลาย..
ชอบอ่านบทวิเคราะห์วิจารณ์ ...ได้เห็นมุมมองแบบต่างๆ
ซึ่งบางทีก็ลองวิเคราะห์เอง แต่ไม่ค่อยกล้าเขียน
ชื่นชมท่านนะครับ...
7
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
" ภาพ " บางภาพ .. ถึงมันจะเก่า! แต่เรา... ก็ไม่เคย " ลบ "
" คน " บางคน .. ถึงจะเป็นแค่ 'คนเคยคบ!' แต่เรา... ก็ไม่เคย "ลืม" !!
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15655
ที่อยู่: hakodate ,Japan
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:21
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
doserror พิมพ์ว่า:
ทำไมท่านประธานมาตอบไวจังอะครับเนี่ยF5 รัวเปล่า  

ผมประธานจีนแดงครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: 4-3-3 is the best...
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Jul 2006
ตอบ: 4414
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:23
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
doserror พิมพ์ว่า:
ทำไมท่านประธานมาตอบไวจังอะครับเนี่ยF5 รัวเปล่า  


ดูให้ดีๆก่อน
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
(ทัณฑ์บนครั้งที่ 1)

ซุปตาร์ยูโร
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 7346
ที่อยู่: JJPEREZ คนเดิม ที่เพิ่มเติมคือความห่วงใย
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:23
ถูกแบนแล้ว
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
ส่อแววทีมกำลังจะแตก
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: CHELSEA F.C.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 17 Aug 2006
ตอบ: 742
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:25
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
JJPEREZ3 พิมพ์ว่า:
ส่อแววทีมกำลังจะแตก  

นี่สิ ของจริง
7
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

I am a slow walker, But I never walk backward.
ออนไลน์
ซุปตาร์โอลิมปิก
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 15655
ที่อยู่: hakodate ,Japan
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:30
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
4-3-3 พิมพ์ว่า:
doserror พิมพ์ว่า:
ทำไมท่านประธานมาตอบไวจังอะครับเนี่ยF5 รัวเปล่า  


ดูให้ดีๆก่อน  

ผมอยากเป็นท่าน 4-3-3 คนต่อไปแล้วหละครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status: Channel Spam Button Gaming กดติดตามขอให้มีเมียสวย
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Dec 2015
ตอบ: 2981
ที่อยู่: Fuwagamer
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:30
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
ปัญหา MK กับ บาสตี้ ยังกะเรื่องลี้ลับ รอการพิสูจน์
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ตัวไม่ไหว แต่หัวใจมันอยากแคส!!!
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 09 Sep 2009
ตอบ: 1993
ที่อยู่: FrozenStar
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:33
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
JJPEREZ3 พิมพ์ว่า:
ส่อแววทีมกำลังจะแตก  


มาตอบช้านะตัวปลอม ตัวจริงมาตอบคนแรกละจ้า
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน




ออฟไลน์
ปลายอาชีพค้าแข้ง
Status: 4-3-3 is the best...
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 03 Jul 2006
ตอบ: 4414
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:36
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
mscrown พิมพ์ว่า:
4-3-3 พิมพ์ว่า:
doserror พิมพ์ว่า:
ทำไมท่านประธานมาตอบไวจังอะครับเนี่ยF5 รัวเปล่า  


ดูให้ดีๆก่อน  

ผมอยากเป็นท่าน 4-3-3 คนต่อไปแล้วหละครับ
 


ไม่ดีๆ รูนี่ยไม่ลง

ผมไม่ต้องตั้งกระทู้แล้ว
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะเทศบาล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 07 Feb 2006
ตอบ: 1973
ที่อยู่: Theater of Dreams
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:41
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
ผมจะรอดูจนถึงธันวาคมครับ..ถ้ายังเป็นแบบนี้ก็คงลำบากใจ..

อยากให้จ่ามูให้โอกาสนักเตะที่น่าลองมากกว่า เดปาย รูนี่ ฟู...

ซึ่งรู้ๆกันว่าไม่สามารถเปลี่ยนเกมให้ทีมได้ (เปลืองโควต้าเปล่าๆ)
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
(ทัณฑ์บนครั้งสุดท้าย)

นักบอลถ้วย ก.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 16 Sep 2013
ตอบ: 2683
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:46
ถูกแบนแล้ว
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
เซ็นสัญญาโค้ชมาแล้ว

ก็ต้องให้เค้าทำงานตัวเองให้ดีที่สุด

ไม่งั้นก็จะมีแฮดโค้ช ของแฮดโค้ช ของแฮดโค้ช

สรุป ทีมน้ามู ห้ามไล่ อยู่จนครบสัญญา
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
นักเตะอบต.
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 873
ที่อยู่:
โพสเมื่อ: Mon Oct 31, 2016 15:52
[RE: ยอมหักไม่ยอมงอ ... ใช้ไม่ได้กับทุกสถานการณ์นะน้ามู]
อ้างอิงจาก:
จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องวิ่งลงไปช่วยเกมรับด้วย แต่ดูเหมือนป็อกบาจะมีปัญหาเรื่องเกินสำหรับเรื่องนี้  


อันนี้พิมพ์ผิดรึปล่าวคะ

ชอบบทความอันนี้มาก ปกติเป็นคนชอบอ่านข่าวของทุกๆ ทีม อันนี้วิเคราะห์ดี แยกโครงเรื่องน่าอ่าน ภาษาน่าอ่าน วิเคราะห์ครบเลย

 
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ไปหน้าที่ 1, 2, 3
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel