ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
ผู้ตั้ง
ข้อความ
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: The sands of time were eroded by The river of constant change.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 21388
ที่อยู่: The Gates of Delirium
โพสเมื่อ: Mon Jun 09, 2014 19:06
"หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"
ภาคแรกใช้ชื่อว่า "The Garden of Eden" ซึ่งเป็นการเลือก 10 เพลงของวง Genesis ส่วนภาคสองนี้ใช้ชื่อว่า "Spiritual Guidance"
ให้ทายกันเล่นๆจากชื่อของภาค คือคำว่า "Spiritual Guidance" คิดว่า น่าจะหมายถึงวงโพรเกรสซีฟไหนเอ่ย
Mojo บอกว่า "Free your inner yogi with these 10 wonderous Yessongs"

วงโปรดผมเอง

1.) Beyond and Before - Yes (1969)

เพลงเปิดอัลบั้มของอัลบั้มเปิดตัววง Yes ที่ Mojo บอกว่าเป็น "A delicious statement of intent" คนที่ฟังเพลงนี้ คงจำเสียง riff กีตาร์ของ Peter Banks ที่เปืดเพลงนี้ได้ว่าเริ่มได้น่าสนใจพอควร แต่ที่เด่นที่สุดน่าจะเป็นการเล่นเบสของ Chris Square ที่ได้แสดงถึงเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน ส่วน Bill bruford ก็เล่นได้แน่นดี เสียงของ Adnerson นั้นในเพลงนี้ออกแหบๆไปหน่อย แต่การประสานเสียงระหว่าง Jon กับ Chris ที่ถือว่าเป็นอีกเอกลักษณ์ของวง ก็สามารถฟังจากเพลงนี้เลย

โดยรวมแล้วอัลบั้มชุดแรกของวง แม้ว่าจะไม่ยิ่งใหญ่อย่างของ King Crimson หรือ Pink Floyd แต่ผมว่า Yes แสดงถึง สไตล์ และ ซาวด์ ของวงออกมาได้ชัดพอสมควร ซึ่งจะเห็นได้ว่า ในอัลบั้มต่อๆมา จะได้มีการพัฒนาไปได้ให้ดีขึ้นเรื่อยๆ

ซึ่ง Mojo ตบท้ายว่า หนังสือดนตรี Melody Maker ในสมัยนั้นบอกถึงเพลงของ Yes ในชุดนี้ว่า "Much more than the usual wallpaper sound" ถูกต้อง

Spoil
 


2.) Starship Trooper - The Yes Album (1971)

เพลงในแบบ Suite แรกของวงจากอัลบั้มที่สาม สำหรับข้อมูลทั่วไปของอัลบั้มชุด คุณ Winston ได้เขียนไว้ได้น่าอ่านมากๆ ที่นี่เลยครับ http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=music&group=6&month=10-2005&date=15&blog=1

เพลง Starship Trooper ถิอว่าเป็น เพลงแรกในแบบ Suite และแฟน Yes ก็ถือว่าเป็นเพลงคลาสสิคของวง โดย Mojo บอกว่า "Squire's booming bass and the tune's three distinct sections help define their new prog-rock approach" บางคนถึงกับยกย่องว่า arrangement ในภาคที่ 3 ของเพลงนี้อาจจะเป็นเพลงแรกๆที่มีการใช้ลักษณะการ build up ที่ค่อยๆนำไปสู่ไคลแม็กซ์

ทั้ง Squire และ Howe เด่นพอๆกันเลยในเพลงนี้เลย โดยเฉพาะ Howe ที่เล่นกีตาร์หลากหลายแบบ ส่วนตัวผมชอบภาคที่ 3 ของเพลงคือ Wurm ที่สุด น่าจะเป็น 1 ใน 5 ของสุดยอดท่อนปิดเพลงร็อคของผมได้เลย

Spoil
 


3). I've Seen All Good People - The Yes Album (1971)

จริงๆแล้วอัลบั้ม The Yes Album มีเพลงเอกของวงมากพอควร แต่ Mojo เลือกเพลง I've Seen All Good People โดยบอกว่า "Beginning with an impressive a cappella section, another two-part gem with woodwind and a rollicking prog-meets-50's-rock'n'roll section. An early example of Anderson'smellifluous vocals"

โดยรวมเพลงนี้ค่อนข้างทำออกมาให้ "ง่าย" ถ้าเทียบกับเพลงอื่นๆในอัลบั้มชุดนี้ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลว่าทำไมอัลบั้มนี้สามารถติดอันดับสูงได้ แต่ผมว่า แม้ว่าจะทำออกให้ติดหู ความเป็นโพรเกรสซีฟในเพลงนี้ยังคงมี แม้ว่าจะไม่เต็มตัวเหมือนเพลงอื่นๆก็ตาม

แน่นอน การประสานเสียงในเพลงนี้เด่นมากๆ Yes เป็นอีกวงที่ให้ความสำคัญของเสียงประสานมากๆ และพวกเค้าก็ทำออกมาได้ซะด้วย อ้อ ผมยังชอบเสียง recorder ในภาคแรกขอเพลง แปลกดีครับ

ส่วนตัวผมคงไม่เลิอกเพลงนี้ให้เป็น 1 ใน 10 เพลงเอกของวง Yes

Spoil
 



4). Roundabout - Fragile (1971)

เพลงที่ดังที่สุดของ Yes ในยุค 1970 เคยอ่านมาว่า Anderson แต่งเพลงนี้จากการรับท้าพนันจาก Bill briford ที่ว่า ตัวเค้าสามารถแต่งเพลงเกี่ยวกับอะไรก็ได้ พอดีตอนนั้นวงนั่งรถผ่านวงเวียนพอดี ไม่รู้จริงๆหรือเปล่า แต่ที่แน่เพลงนี้ทำให้ Yes กลายเป็นวงระดับพรีเมียร์ลีกในยุคนั้น

แม้ว่าจะเป็นเพลงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในชาร์ท แต่เพลงนี้ไม่ได้ลดความหนักแน่นของการเล่นโพรเกรสซีฟเลย ตรงกันข้ามสมาชิกทุกคนเล่นออกมาได้ยอดเยียมมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคริทึ่มที่แน่นจริงๆ หรือการโซโลคีย์ยอร์ดของ Rick Wakeman ที่สอดไส่มาอย่างได้เหมาะเจาะ รวมไปถึง vacal-harmoy ที่เป็นเอกลักษณ์ของวง

สมควรกับ 1 ใน 10 เพลงเอกของวงจริงๆ

Spoil
 


5). Heart of The Sunrise - Fragile (1971)


เพลงที่ปิดอัลบั้ม Fragile ด้วยความยาวเกือบ 11 นาที เพลงนี้แสดงถึงความเป็นโพรเกรสซีฟได้อย่างเหลือล้น โดย Mojo บอกว่า "Yes push the envelope to magnificent effect, flitting between schizophrenic rock and moments of pastoral serenity."

ไม่แปลกใจเลยที่ Mojo บอกอย่างงั้น เพลงประกอบด้วยท่อนต่างๆมากมาย ทั้งหนักแน่น อ่อนหวาน หรือแจมกันแบบบ้าคลั่ง ทั้งหมดในเพลงเดียว คนที่ชอบเพลงที่มีการเปลี่ยนแปลงจังหวะตลอดเวลา (time-shifting) ต้องฟังนี้ให้ได้ แล้วคุณจะรู้ว่า 11 นาทีทำไมมันสั้นนัก !!

ที่น่าสนใจคือท่อนต่างๆเหล่านี้ มันเรียงร้อยไปด้วยกันแบบไม่สะดุดเลย ผมว่าภาคริทึ่มของ Squire กับ Bruford เด่นมากๆ ประมาณเป็นการดวลกันของคนทั้งคู่ เสียงของ Anderson ก็สุดยอกเช่นกัน โดยเฉพาะตอนที่ร้องท่อน "SHARP - DISTANCE" อีกอย่าง ผมชอบเสียงเมโลตรอนในช่วงนาทีแรกมากๆ

อีกเพลงเอกของ Yes อย่างแท้จริง


Spoil
 


5
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
โหวตเป็นกระทู้แนะนำ

And when he had opened the seventh seal, there was silence in heaven about the space of half an hour


ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: The sands of time were eroded by The river of constant change.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 21388
ที่อยู่: The Gates of Delirium
โพสเมื่อ: Mon Jun 09, 2014 19:06
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
6). Close to Edge - Close to the edge (1972)

ผมฟังเพลงนี้ครั้งแรกจากเทปพีค็อคจากชุด Yessongs แล้วพูดกับตัวเองว่า "อะไรของแม่มว่ะ" โดยเฉพาะท่อนหลังจากเสียงนกค่อยๆหายไป แต่ตอนนี้ผมว่ามันคือ 1 ใน 10 เพลงโพรเกรสซีฟยอดเยี่ยมเท่าที่มาเลย เผลอๆถ้าให้เลือกแค่เพลงโพรเกรสซีฟเดียว อาจจะเป็นเพลงนี้หล่ะครับ

เพลงเปิดอัลบั้มที่แฟนๆ Yes ส่วนใหญ่บอกว่าคือมาสเตอร์พีซของวง โดย Mojo บอกว่า "Argubly the marker for Rush's Xanadu and the like; a sidelong suite with birdsong, frentic instrumental interplay and more time-signature changes than you can shake a metronome at" เห็นด้วยทั้งหมดเลยครับ

ท่อน I get up, I get down ทำให้ผมนึกถึงตอนที่ยังเป็นหนุ่ม ไปนั่งบนหลังคาบ้านตอนเย็นๆกับน้องๆ แล้วเอาวิทยูใส่เทปนี้ขึ้นไปฟัง มันให้อารมณ์จริงๆ

allmusic.com บอกว่า "Close to the Edge was a flawless masterpiece" ผมก็เชื่อยังงั้น


Spoil
 



7). Siberian Khathu - Close to the edge (1972)

เพลงปิดอัลบั้ม Close to the edge ถ้าสังเกตุดีๆจะพบว่าก่อนเพลงนี้คือ And you and I จะค่อนข้างออกช้าๆเศร้าๆ วงเลยหาทางปิดอัลบั้มในแบบโจ้ะๆหน่อย หลายคนเลยใช้คำว่า Yes go funky กับเพลงนี้เลย โดย Mojo บอกว่า "Steve Howe's best riff? Either way, this saw Yes get funky intermittently." และตัว Steve Howe เองก็บอกว่า "The Power of Siberian Khathu sums up my feelings about Yes" ก็น่าอยู่หรอกเพราะเฮียแกเล่นได้เด่นมากๆในเพลงนี้

จริงๆคนอื่นๆไม่ได้ด้อยไปกว่าเลย ไม่ว่าจะเป็น การเล่นเบสที่ไหลลื่นของ Squire หรือการโซโล Harpsichord ของ Rick เพียงแต่กีตาร์ของ Howe มันส่งให้เพลงเด่นมากๆเท่านั้นเอง ไม่น่าแปลกใจที่วงจะเลือกเพลงนี้เป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ทอย่างในชุด Yessongs

เพลงคลาสสิคอีกเพลงของ Yes ที่แสดงถึงความสามารถในการเล่นโพรเกรสซีฟที่สามารถเต้นตามไปด้วย


Spoil
 


8). Going For The one - Going for the one (1977)

เพลงแรกจากชุดชื่อเดียวกันกับเพลงจากอัลบั้มที่ Rick Wakeman ได้กลับมาร่วมวงอีกครั้งหลังจากออกจากวงไป ในช่วงการทำอัลบั้มชุดนี้คือราวๆปี 1976 เป็นปีที่ดนตรีแนวอื่นๆเริ่มเข้ามา โดยเฉพาะ Punk เลยทำให้ soubnd ของชุดนี้เปลี่ยนไปมากพอควร เพลงนี้แทบจะเป็นการบอกแฟนๆว่า ทางวงไม่ได้อยากจะทำผลงานในแบบอัลบั้มก่อนหน้านี้มากนัก ซึ่งใน Mojo บอกว่า "Punk it ain't, but this pedal-steel-appointed rockerproves that the now tax-exiled Yes still had some bite"

อย่างไรก็ตาม ความเป็น Yes ยังคงไม่หาย แม้ว่าจะเพลงจะออกแปร่งๆไปหน่อย ผมว่า Mojo เลือกเพลงนี้เพื่อจะให้เห็นว่า ในช่วงหนึ่งการเพลงของวง ได้มีการทำตามแฟชั่นของยุคสมัยด้วย แต่วงก็ดีพอที่จะไม่สูญเสียความเป็นตัวเองมากนัก

ส่วนตัวผมชอบเพลง Parallels มากกว่า

Spoil
 


9). Wonderous Stories - Going for the one (1977)

เพลงหวานๆในแบบฉบับของ Yes เหมาะกับเสียงของ Jon anderson มากๆ และการแต่งเติมสีสันของ Rick Wakeman ทำให้เพลงนี้ดูล่องลอยไปไกล โดย Mojo บอกว่า "Too popy foor some progheads, this dreamlike concoction boasts magical PolyMoog from Wakeman and typically quitar run from Howe."

เพลงหวานที่ใช้ได้ แต่ผมชอบเวอร์ชั่นแสดงสดใน Yesshows มากกว่า โดยเฉพาะเสียงคีย์บอร์ด เยี่ยมจริงๆ

Spoil
 



10). Owner Of The Lonley Heart - 90125 (1983)

จุดพีคของ yes ในแง่ความสำเร็จทางด้านการค้า เพลงอันดับหนึ่งของ Billbaord ใครจะเชื่อว่าวงอย่าง Yes จะทำได้ โดย Mojo บอกว่า "A US Number 1dazzlingly produced by short-lived singer Trevor Horn. With its insistent riff and Travor Rabin's startling quitar solo, helped reinvigorate a band many deemed over"

ผมไม่ถึงกับเกลียดอัลบั้มนี้เหมือนแฟนฮาร์ดคอของวงบางคนที่ถึงกับสาปส่งอัลบั้มนี้

ก็เข้าใจว่า เพลงนี้มีความสำคัญในแง่ของประวัติศาสตร์ของวง

Spoil
 


ส่วนตัวผมโคตรชอบ Close to the edge สมกับเป็น masterpiece จริงๆ
epic

เครดิต : http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2006/08/C4606639/C4606639.html
5
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

And when he had opened the seventh seal, there was silence in heaven about the space of half an hour


ออนไลน์
ฆ่าไม่ตาย
Music Lover SS
ซุปตาร์ออกทะเล
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 14 Aug 2012
ตอบ: 23091
ที่อยู่: In a town full of rubber plans
โพสเมื่อ: Mon Jun 09, 2014 19:11
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
อย่าเล่นมุกนี้เชียวนะ

Spoil
 
แก้ไขล่าสุดโดย sukiojenny เมื่อ Mon Jun 09, 2014 19:13, ทั้งหมด 1 ครั้ง
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status:
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 22 Oct 2012
ตอบ: 156
ที่อยู่: The Milky Way
โพสเมื่อ: Mon Jun 09, 2014 20:27
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
ทำไมผมกดเข้าไปดูกระทู้ต้นฉบับในพันดิฟไม่ได้
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: The sands of time were eroded by The river of constant change.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 21388
ที่อยู่: The Gates of Delirium
โพสเมื่อ: Mon Jun 09, 2014 21:37
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
TuAbLe พิมพ์ว่า:
ทำไมผมกดเข้าไปดูกระทู้ต้นฉบับในพันดิฟไม่ได้  

http://topicstock.pantip.com/chalermkrung/topicstock/2006/08/C4606639/C4606639.html ลองดูครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

And when he had opened the seventh seal, there was silence in heaven about the space of half an hour


ออฟไลน์
กำเนิดดาวรุ่ง
Status: ฟุตบอล เพลงสากล ภาพยนตร์ และ เกมส์ HON
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 24 Sep 2006
ตอบ: 453
ที่อยู่: อยู่ตรงไหนก็ได้ที่ความสุขและสันติภาพ
โพสเมื่อ: Wed Jul 16, 2014 21:44
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
อ๋อ ๆ เคยอ่านนานละครับ
Yes เป็น 1 ใน โปรเกรสซีพ ที่ชอบมากที่สุดในชีวิตผมเลยครับ

ว่าง ๆ คุยกันได้นะครับ ผมชอบมาก ๆ คุยกันนานแน่นอนครับ
1
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน
I Love Real Madrid Bayern Munich Aresenal & AC Milan
Rock & Roll Never Die , Heavy Metal Never Growth.
Rock & Roll Outside Box , Rock & Roll Is My Life.
ออฟไลน์
แข้งดัทช์ลีก
Status: The sands of time were eroded by The river of constant change.
: 0 ใบ : 0 ใบ
เข้าร่วม: 05 Sep 2013
ตอบ: 21388
ที่อยู่: The Gates of Delirium
โพสเมื่อ: Wed Jul 16, 2014 22:02
[RE: "หยิบสิบ" เพลงเอกของ 10 วงโปรเกรสซีฟร็อค : ภาค 2 "Spiritual Guidance"]
Shawn Crahan พิมพ์ว่า:
อ๋อ ๆ เคยอ่านนานละครับ
Yes เป็น 1 ใน โปรเกรสซีพ ที่ชอบมากที่สุดในชีวิตผมเลยครับ

ว่าง ๆ คุยกันได้นะครับ ผมชอบมาก ๆ คุยกันนานแน่นอนครับ  

ได้ครับ
0
0
หากโดน 40 เรื้อน จะถูกแบน

And when he had opened the seventh seal, there was silence in heaven about the space of half an hour


ไปหน้าที่ 1
ไปที่หน้า
GO
ตั้งกระทู้ใหม่
กรุณาระบุเหตุผลที่จะแจ้งความ
ผู้ต้องหา:
ข้อความ:
Submit
Cancel
กรุณาเลือก Forum และ ประเภทกระทู้
Forum:

ประเภท:
Submit
Cancel