
ตอบจดหมาย E-mail ขยะ...
To ... คุณ เบนฟรีคิก
ที่ คุณ เขียนเกี่ยวกับเรื่อง E-mail ขยะ เขียนได้ถูกใจผมจริงๆครับ ไอ้พวกเมล์ชักชวนหารายได้พิเศษ ได้เงินเป็นแสนๆ เพียงแค่คุณทำงานที่บ้าน
ผมก็เคยเหมือนกับคุณเบนฟรีคิกนะครับที่เข้าไปชมบรรยากาศของงานพวกนี้ที่มันจัด ก็ตอนแรก ผมเห็นในเวปต่างๆ มันมีโฆษณาว่า ถ้าอยากรวยก็ลองคลิ๊กมาดู เด็กสาวอายุ17มีรายได้เป็นหลักหมื่น ตอนอายุ17ของคุณนั้น คุณทำอะไรอยู่ ผมก็ลองคลิ๊กเข้าไป มันก็ให้สมัครรายละเอียด และเลือกวันที่คุณพร้อมประชุมกะพวกเขา พอผมสมัครเสร็จเรียบร้อย ในวันต่อมา ก็มีคนโทรมาติดต่อว่า ให้ผมไปประชุมในวันที่นี้นะ สถานที่นี่นะ
พอถึงวันที่นัด ผมก็ไปอาคารนั้นนะ ก็มีคนประมาณ 50 - 60 คนได้ มาด้วยเหตุผลเดียวกับผมนี่แหละ ทีนี้ก็เข้าไปในห้องที่จัดให้ประชุม ทางนั้นก็เปิดvcd ให้ดูเป็นเรื่องเกี่ยวกับ สุขภาพของคนเรา เช่น ยุค1980เป็นยุค video
ยุค1990เป็นยุคคอมพิวเตอร์และอินเทอร์เนต ยุค2000เป็นยุคข่าวสาร และ ยุค2010จะเป็นยุค สุขภาพ[ประมาณนี้]โดยอ้างชื่อนักวิชาการจากต่างประเทศ - -" vcdอันนี้เท่าที่ดู พวกฝรั่งเป็นคนทำอ่ะครับ และดูโปรโมตมากด้วย โดยบอกว่า กลุ่ม เบบี้บูมเมอร์[คนที่เกิดยุคสงครามโลกครั้งที่2หรือไม่ก็หลังสงครามโลกครั้งที่2] อายุในตอนนี้ก็ 45+
ประชากรใน USA มีกลุ่มเบบี้บูมเมอร์ กว่า80% สิ่งของทุกอย่างกลุ่มเบบี้บูมเมอร์เป็นคนใช้ถึง 80% และได้เงินจากกลุ่มคนเหล่านี้เป็น พันล้านดอลล่า$ และก็บอกว่า ในตอนนี้กลุ่มเบบี้ ต้องการ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี ต้องการสุขภาพที่ดี อะไรประมาณนี้อ่ะ
พอดู vcdจบ มันก็จะมีพิธีกรออกมาพูดละ ผมสังเกตุที่เขาพูดนะ คือพูดแบบโน้มน้าวจิตใจ ชักชวนพวกเรา โดยใช้หลักจิตวิทยามากๆๆ ทีนี้มันก็บอกว่า มีข่าวดีและข่าวร้าย ข่าวดีคือพรุ่งนี้จะมีงานอบรม ข่าวร้ายคือพวกคุณบางคนอาจจะบ่นว่า ''โอ๊ย ผมมางานนี้ไม่ได้" และพิธีกรก็พูดอีกว่า เนี่ยถ้าผมลองพูดว่าใครไปงานอบรมทางเราแจกทองแบบนี้ รับรองต่อให้คนติดธุระอะไรก็มากันหมด
สำหรับผมนะ คำว่า "เงิน" เป็นคำที่หลอกคนมาได้นักต่อนักแล้ว หลังจากที่พิธีกรพูดจบ ก็จะแบ่งคนที่เข้ามาประชุม ให้ไปหาตัวละแทนแต่ละคน ทีนี้ก็ต้องมาพูดกับตัวแทน ทีนี้ก็จะพูดนั่นนี่ และสุดท้ายจะขายบัตรที่ไปอบรม how to make money โดยบริษัทนี้แหละเป็นคนจัดเอง ราคาบัตร 500บาท [ตอนนั้นผมคิดในใจเอาแล้วว่ะ เริ่มมีเรื่องเสียเงินแล้ว] ผมก็คิดอีกว่า ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ยอมลองไปดูงานอบรมของมันหน่อยสิ
พอมาถึงวันงานอบรม จัดที่โรงแรมนะ พอผมเข้าห้องที่จัดงานในโรงแรม ขอบอกว่า คนเยอะมากๆประมาณ 300+ได้เลย และตอนหลังผมก็รู้ว่า มาจาก ต่างจังหวัดก็มี ตอนอบรมเรื่อง how to make money ก็จะให้พิธีกร มาพูดต่างๆนาๆ ตอนนั้นผมยอมรับว่า ที่เขาพูดแต่ละอย่าง + ให้ดู vcd[มันเป็นเครื่องฉายลงบนหน้าจอใหญ่ๆอ่ะครับ ผมขอเรียกว่า vcd ละกันนะครับ] ในใจของผมเกือบจะไปเชื่อหลงงมงายแล้ว แต่อีกใจนึงของผมก็คิดคำว่า "ชีวิตนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบหรอก" และสุดท้ายมันก็เอา สินค้าของบริษัทมาให้ดู โดยพูดสรรพคุณของตัว ยาอาหารเสริมชนิดนี้ มี อย.จาก52ประเทศรับรอง[ไม่ค่อยแน่ใจว่ากี่ประเทศแต่อย่างน้อย ไม่ต่ำกว่า40ประเทศแน่ๆ]
พออบรมเสร็จ ก็จะให้พูดคุยกับตัวแทน ก็คือ ถ้าผมจะเป็นตัวแทน ขาย ยาอาหารเสริมแบบเค้า ก็เสียค่าสมัครชิกประมาณ 8,000บาท[โดยประมาณ] ที่เสีย 8,000 บาท เพราะ เป็นค่า ขวดยาอาหารเสริมที่เราเอามาขาย
*ถ้าอธิบายง่ายๆก็คือ เหมือนกับเราซื้อ ยามาจากมันนีแหละ แล้วเอมาขายต่ออีกทีนึง
แต่ผมคิดในใจเหมือนกันว่า ทำไมมันผิดกับโฆษณาที่เวปว่ะ ไหนบอกว่า ทำงานที่บ้านก็ได้เงินแล้ว นี่เราต้องมานั่งหาลูกค้าเองแบบนี้เหรอ อ่อ ลืมบอกไป มันก็แนะนำวิธีหาลูกค้าโดยไปโฆษณาในเวปต่างๆ ตามกระทู้อะไรพวกนี้ สำหรับผมแล้ว ผมไม่ชอบมากๆเลย เพราะบางกระทู้เขาเขียนเรื่องอื่นๆ แล้วเรามานั่งโฆษณาแบบนี้มันไม่ควรเป็นอย่างนิ่ง
สุดท้ายผมก็บอกว่า ขอไปถาม พ่อแม่ดูก่อน และ ทางนั้นบอกว่า พรุ่งนี้จะติดต่อมาอีกที เหอะๆๆๆ ในใจของผมตอนนั้น บอกว่า ไม่ขอยุ่งกะบริษัทนี้แล้วและก็ถามคนที่อบรมกะผมอีกคนนึง อายุเท่าๆกะผม ตอนที่กลับบ้านด้วยกัน ผมก็ถาม เค้าว่า "คิดว่าจะมีสักกี่คนประสพผลสำเร็จแบบพวกเขา แล้วคนที่ล้มเหลวล่ะจะมีกี่คน"
คนนั้นก็ตอบว่า "คนที่ประสพผลสำเร็จก็คงมีไม่กี่คนหรอกค่ะ ได้เงินแบบง่ายๆคงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ" และเค้าก็บอกว่า เรื่องของเรื่อง คือ พ่อของเธอ เป็นโรคมะเร็ง กินยาตัวอื่นๆจนไม่ไหวแล้ว จะหายาตัวอื่นมากินดู ไม่ได้คิดจะเป็น sale ขายของแบบนี้เลย
ต่อมาอีกวันนึง ตัวแทนคนนั้นโทรมาถามผมนะว่า จะทำงานกะเขามั๊ย ผมเลยตอบไปว่า พ่อแม่ผมไม่ยอมให้ทำ พ่อแม่ถามผมว่า อยากได้อะไรให้บอกพ่อแม่เลย เด๋วพ่อแม่ซื้อให้
แล้วทางตัวแทน พูดคำนึง ผมแบบโมโหมาก มันพูดว่า "ถ้าต่อไปไม่มีพ่อแม่ หนูจะหาเงินจากไหนมาซื้อละ" ผมนี่โมโหมากเลยเจอคำพูดแบบนี้เข้าไป และผมก็วางสายเลย
E-mail ฉบับนี้ ผมเขียนมาเพื่ออยากจะระบายให้คุณเบนฟรีคิกฟัง ใจจริงอยากจะเอาป่าวประกาศในเวปต่างๆ แต่ไม่เอาดีกว่าครับ กลัวมันจะเล่นงานทางกฏหมาย หาว่าผมไปเขียนใส่ร้าย บริษัทของเขา
From .... เป้ sunday10/04/2548 17:41pm.
ปล. ผมชอบมากเลยครับ เวลาคุณเบนฟรีคิก เขียนเรื่องเกี่ยวกับ สังคม เขียนได้ถูกใจมาก ผมอยากให้วัยรุ่นอีกหลายๆคนได้รับรู้เรื่องสังคมพวกนี้บ้างจัง ไม่ใช่วันๆเอาแต่ สนใจดารา สนใจวัตถุนิยม อย่างเดียว อยากให้สนใจ สังคม เหตุการณ์บ้านเมืองบ้าง มีคำนึงที่ผมกล้าพูดครับ "นักการเมืองที่ทำงานเพื่อชาติโดยไม่หวังผลตอบแทน ไม่มีสักคน" อย่างน้อยๆต้องมีผลประโยชน์ทั้งนั้น แล้วแต่ว่าใครจะโกงมากโกงน้อย ของคนไทยโกงแล้วไม่พัฒนา แต่ ประเทศอื่นๆถึงจะมีโกงเขาก็พัฒนาบ้านเมืองหมด เคยมีครั้งนึง ผมไปศึกษาความรู้ที่ ธนาคารของประเทศ[ธนาคารที่ผลิตธนบัตร-เงิน] เขาก็บอกว่า เมื่อก่อนนะ อเมริกา ใช้ ใบไม้แทนเงิน แต่ไทยใช้พวก ทองแดงเป็นเงิน[ไม่แน่ใจนะครับว่าใช่ทองแดงหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆดีกว่าที่ อเมริกา เอาใบไม้มาใช้แทนเงิน] แล้วเด๋วนี้ทำไม อเมริกา มันพัฒนามากกว่าเรา น้องๆก็คิดดูเอาแล้วกันว่าเป้นเพราะอะไร อเมริกาถึงพัฒนามากกว่าเรา พี่ยังรู้สึกเจ็บใจเลย
ตอบ - อย่างแรกที่ผมจะเรียนคุณเป้ก่อนเลยว่าอีเมลล์ของคุณหรือของแฟนคอลัมน์ทุกๆคนไม่เคยเป็นการรบกวนอะไรผมเลยนะครับ ผมดีใจด้วยซ้ำที่มีคนส่งมาทักทายถ้ารักกันจริงวันหลังอย่าคิดแบบนี้อีก...
เรื่องการหลอกลวงเพื่อเอาเปรียบทางผลประโยชน์มันมีมานานแล้วครับ มันจะพัฒนาไปเรื่อยๆ เมื่อก่อนจะมาโท่งๆเดี๋ยวนี้มีซิกแซ่กมีการใช้หลักจิวิทยาโน้มน้าว นำสองๆสิ่งมาเปรียบเทียบให้เกิดความแตกต่างรวมทั้งใช้ความดิ้นรนของสังคมยุคนี้เป็นตัวกระตุ้นให้พวกเราหน้ามืดลืมเหตุและผลกันไปหมด
วันนี้คุณเป้ทำหน้าที่เปรียบเสมือนเป็น"วิทยากร"แทนประชาชนคนไทยที่มาแฉถึงเบื้องลึกของวงการ"กาฝาก"พวกนี้ แล้วไม่ต้องกลัวเรื่องฟ้องร้องหรอกครับ ผมเช็กข้อความที่คุณส่งมาไม่มีการอ้างถึงชื่อบริษัทหรือบุคคลใดๆ
หลักการเบื้องต้นในการเลี่ยงที่จะถูกเอารัดเอาเปรียบมันมีไม่กี่อย่างหรอกครับแค่คุณไม่โลภและพิจารณาด้วยเหตุและผลยังไงซะก็ไม่มีทางที่ใครจะได้แอ้มคุณแน่ อย่างสิ่งที่จะเมคมันนี่ทำให้คุณรวยในพริบตาถ้ามันมีอยู่จริงคนพวกนี้เค้าจะมา"สะเหร่อ"บอกพวกเราทำไมจริงไหมครับ? ขี้คร้านมันจะปิดให้เงียบ"แหลก"อยู่คนเดียวด้วยซ้ำ
สองสามเดือนก่อนผมจำคลับคล้ายคลับคราว่าได้ดูรายการ"คดีเด็ด"มีคนอ้างว่าถูกล็อตเตอร์รี่รางวัลใหญ่(ถ้าจำไม่ผิดน่าจะหลักแสน)แล้วทีนี้ก็กล่อมเหยื่อบอกว่าวันนี้ติดธุระไม่มีเวลาไปขึ้นเงินและคงต้องเดินทางไปต่างจังหวัดเลยขอเงินแค่ครึ่งเดียวของรางวัลพร้อมกับมอบสลากล็อตเตอร์รี่ให้เหยื่อ
เหยื่อดีใจใหญ่ครับ เดินไปกดเงินจากเอทีเอ็มยื่นให้กับมือแต่พอจะไปขึ้นเงินเองปรากฏเป็นสลากปลอมครับ มารู้เอาก็เมื่อสาย...แหมเงินตั้งครึ่งนึงคนมันติดธุระพ่อจะตายแม่จะมีชู้ยังไงก็รอได้ครับ มันจะเสียเวลาอะไรมากมาย
ทุกวันนี้โลกเราไม่มีใครหรอกครับที่จะมอบสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้อีกคนแบบฟรีๆโดยไม่หวังผลตอบแทนยกเว้นคนเหล่านั้นมีพันธะผูกพันฉันทร์ครอบครัว,ญาติสนิทมิตรสหายหรือคนรัก
ผมไม่ใช่คนฉลาดหรอกครับและพร้อมถูกหลอกได้ทุกเมื่อหากสถานการณ์มันคับขันหรือบีบจนคิดอะไรไม่ทันแต่สิ่งหนึ่งที่ผมมั่นใจและยืนยันกับพวกหากินบนความทุกข์ของคนอื่นให้จำฝังกระโหลกเอาไว้เลยว่า"ผมไม่กระจอกครับ"