
บทสรุป"ดายเออร์ Vs
โบว์เยอร์"
ยุติกันไปแล้วครับสำหรับนักเลงในคราบนักบอลของลี โบว์เยอร์กับคีรอน ดายเออร์ทันทีที่มี"ใบสั่ง"ให้จับมือชักภาพที่สนามซ้อมสโมสรอย่างหวานชื่นเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ดูแล้วไม่ว่าจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวหรือชักภาพถ่ายรูปหมู่ราศีของโบว์เยอร์ก็ดูหมองหม่นกว่ารุ่นน้องค่อนข้างชัดเจนเพราะสองหมัดที่ปล่อยออกไปกลายเป็นหลักฐานผูกมัดว่าเขาคือ"ผู้ผิด"อย่างแท้จริงทั้งๆที่ควรจะรับผิดชอบคนละครึ่ง 50-50 ก็ตาม!!
ขนาดเฟร็ดดี้ เชพเพิร์ดประธานสโมสรยังบอกเลยครับว่าหลังจากพูดคุยกับทางแกรม ซูเนสส์ในเบื้องต้นได้ตกลงที่จะฉีกสัญญาโบว์เยอร์แต่จนแล้วจนรอดบุญยังมีที่ทั้งคู่(รวมทั้งดายเออร์)ได้รับโอกาสครั้งสุดท้าย
งานนี้"ปิศาจแดง"ยิ้มเลยครับเพราะศึกเอฟเอ คัพรอบรองชนะเลิศในวันที่ 17 เมษายนนี้จะได้รับ"ผลบุญ"จากการ"ล่อ"กันเองของนักเตะนิวคาสเซิ่ล
ซึ่งแม้งานนี้ทั้งแฟนบอล,เพื่อนร่วมอาชีพ,เกจิอาจาร์ย ฯลฯจะช็อกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแต่"มนุษย์หัวหิน"สตีฟ สโตนของปอร์ทสมัธกลับรู้สึกเฉยๆในขณะที่แกรม เลอโซแบ็คจอมเก๋าของเซาแธมป์ตันซึ่งเคยชิงสร้างวีกรรมโซ้ยกับเดวิด แบ็ตตี้เพื่อนร่วมทีมในปี 1995 ก็ขอมาแจมให้สัมภาษณ์ถึงสิ่งน่าละอายตรงนี้อีกครั้ง
อะไรคือชนวนที่ทำให้ทั้งคู่ฟิวขาด?
- สตีฟ สโตน
"ผมได้ดูเกมนี้นะและสังเกตเห็นคีรอน ดายเออร์ไม่ได้แยแสมองลี โบว์เยอร์อยู่สองครั้งตอนที่ลากบอลกระชากไปเอง"
"ผมคิดว่ามันเป็นสไตล์การเล่นของคีรอนอยู่แล้วนะ ด้วยความเร็วและจังหวะที่เติมขึ้นไปทำให้บางทีเขาอาจมองไม่เห็น ผมไม่คิดว่ามันจะเป็นการเจตนาอะไรหรอกนะ"
"แต่ดูเหมือนพวกเขาจะวิ่งไล่เป็นคนบ้าตลอดทั้งเกมและมันก็มาถึงจุดเดือดเพราะทีมโดนนำขาด 3-0 แถมแฟนๆยังส่งเสียงกดดันอีกต่างหาก"
- แกรม เลอ โซ
"มีหลายจังหวะนะที่นำมาสู่เหตุการณ์อื้อฉาว มีการด่ากันมากมายของนักเตะในระหว่างเกมแต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้คงต้องมีอะไรมากกว่าเรื่องเล็กๆน้อยๆแล้วล่ะ"
"คุณกำลังพูดถึงนักเตะสองคนที่ต่อมอดรีนาลีนกำลังสูบฉีดเลือดพล่านจากรูปเกมที่กำลังเป็นอยู่"
"และมันเป็นเรื่องชัดเจนครับที่การฟาดกันครั้งนี้มาจากเรื่องส่วนตัวด้วย"
การทะเลาะกันในสนามซ้อมล่ะ?
- สตีฟ สโตน
"ผมเห็นเรื่องพวกนี้ในสนามซ้อมมานับร้อยๆครั้ง สัปดาห์แล้วสัปดาห์เล่า,ผมเคยเห็นนักเตะต่อยกันค่อนข้างเยอะเอาเรื่องเลยล่ะครับ"
"ฤดูกาลที่แล้วและในฤดูกาลนี้มันก็เคยเกิดขึ้นกับนักเตะสองคนของเรา"
"นักเตะทุกๆคนจากหลายๆสโมสรพูดได้อย่างเต็มปากว่ามีเรื่องฟาดปากให้เห็นอยู่แทบทั้งปี"
"ผมยังจำไม่ลืมเลยตอนที่จอห์น ฮาร์ทสันและเอยัล เบอร์โควิชมีเรื่องกัน(สมัยที่อยู่กับเวสต์แฮม)เมื่อสองซีซั่นก่อน"
"แต่โดยปกติแล้วเรื่องพวกนี้จะถูกทิ้งเอาไว้แค่ที่สนามเท่านั้นจากนั้นก็ลืมเรื่องบาดหมางและเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม"
"มันคลี่คลายอย่างรวดเร็วและจะว่าไปแล้วมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลยด้วยซ้ำ"
อะไรจะเกิดขึ้นกับทั้งสองในอนาคต?
- สตีฟ สโตน
"คุณคงไม่คาดว่าทางนิวคาสเซิ่ลจะออกมาบอกว่าพวกเขาจะเขี่ยทั้งสองออกจากสโมสรเพียงเพราะเรื่องนี้นะ"
"ผมว่าทั้งคู่มีค่ามากกว่าเงินทองมหาศาลเสียอีกและยังเป็นหัวใจในแดนกลางของนิวคาสเซิ่ลด้วย"
"ช่วงหลังๆมานี้นิวคาสเซิ่ลเล่นได้ดีเอาเรื่องเลยล่ะและส่วนหนึ่งของความสำเร็จตรงนี้มาจากทั้งดายเออร์และโบว์เยอร์"
"ผมว่าสโมสรคงจะเตือนพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายและขอให้โชว์ผลงานเหมือนที่เคยทำไว้ตลอด 10 หรือ 11 เกมที่ผ่านมาอ่ะนะ"
- แกรม เลอ โซ
"การต่อยกับเดวิด แบ็ตตี้เป็นเรื่องที่ขายขี้หน้าและน่าละอายใจที่สุดในสนามฟุตบอลเท่าที่เคยเกิดขึ้นกับผมเลยล่ะ"
"มันเป็นสิ่งน่าอายแต่คุณต้องหยุดไว้แค่นั้นและปล่อยให้สโมสรรับมือกับเรื่องตรงนี้"
"ผมว่าโดยเบื้องต้นแล้วนิวคาสเซิ่ลจัดการกับโบว์เยอร์และดายเออร์ได้ดีเลยล่ะแต่คำถามที่ว่าตอนนี้สโมสรจะสามารถทำให้ทั้งคู่ผ่านเรื่องนี้ไปและช่วยให้พวกเขากลับมาร่วมงานกันเพื่อผลประโยชน์ของสโมสรและทีมได้หรือเปล่านี่สิ?"
0000000000000000000
เสียงสะท้อนจากแฟนบอล(อีกครั้ง)
- มันเป็นความคิดที่ห่วยแตกสุดๆตั้งแต่สโมสรเซ็นสัญญากับโบว์เยอร์แล้วล่ะ มีแฟนหลายคนบ่นกับเยอะมากถึงเรื่องนี้เมื่อมองจากประวัติเมื่อครั้งในอดีตของเขา มีคนบอกว่าทุกๆคนควรได้รับโอกาสแก้ตัวแต่ในกรณีของโบว์เยอร์ เขาสมควรถูกขับออกจากสโมสรโดยเร็วที่สุด
- ทำไมแค่การต่อยต้องมีโทษถึงขั้นไล่ออกจากสโมสรด้วย? ถ้างั้นการใช้หัวโขกใส่ใครก็แย่ไม่แพ้กันด้วยงั้นสิ? และใครที่เสียบอย่างน่าเกลียดแบบจงใจเราก็ต้องขับไล่พวกเขาด้วยงั้นสิ? ยกตัวอย่างในกรณีที่รอย คีนเจตนาเสียงใส่อาลฟ์ อิงเก้ ฮาแลนด์ก็ไม่ได้แย่ไปกว่าการฟาดปากของสองนักเตะสาลิกางั้นเหรอ?
- สโมสรลงโทษโบว์เยอร์น่ะถูกต้องแล้วแต่การปกป้องดายเออร์ในแบบนั้นคือการส่งสารถึงนักเตะที่เหลือๆว่าเขารอดพ้นจากความประพฤติแย่ๆเช่นนี้อย่างลอยนวล, จริงๆแล้วกับวิธีการเล่นของดายเออร์ที่ไม่ยอมผ่านบอลให้โบว์เยอร์คือเรื่องเสียหายต่อสโมสรนิวคาสเซิ่ลและไม่ควรให้อภัยในส่วนนี้เลย
- แกรม ซูเนสส์พูดซ้ำซากเกี่ยวกับสปิริตของทีมและความยุติธรรมแล้วความยุติธรรมอยู่ตรงไหนในเมื่อปรับเงินนักเตะเพียงแค่คนเดียวแล้วมันยุติธรรมแค่ไหนที่ไล่ส่งเคล็ก เบลลามี่เหมือนหมูเหมือนหมาทั้งๆที่ความผิดก็เบากว่าตั้งเยอะ
0000000000000000000
ใครโดนอะไรบ้าง?
ลี โบว์เยอร์
- เอฟเอตั้งข้อหาประพฤติเกินกว่าเหตุและแบน 4 นัด
- สโมสรปรับเงิน 200,000 ปอนด์หรือ 14 ล้านบาท
- สโมสรติติงและเตือนถึงความประพฤติในอนาคต
- ตำรวจท้องถิ่นเข้ามาสอบสวนดำเนินคดี
- แฟนบอลหมดความศรัทธาและมีกระแสให้นิวคาสเซิ่ลฉีกสัญญา
คีรอน ดายเออร์
- เอฟเอแบนสามนัดและปฏิเสธการอุธรณ์
- สโมสรติติงและเตือนถึงความประพฤติในอนาคต
- ตำรวจท้องถิ่นเข้ามาสอบสวนดำเนินคดี
- แฟนบอลแบ่งเป็นสองพวกทั้งไม่พอใจและเห็นใจ