
พินาศเพราะเขาคนเดียว...
ถึงเวลานี้เบน ฟรีคิกเชื่อว่าฟลอเรนติโน่ เปเรซประธานสโมสรรวมทั้งผู้บริหารน่าจะต้องพิจารณาถึงนโยบายและแนวทางการทำทีมกันใหม่เพราะดูเหมือนว่าการใช้"เม็ดเงิน"เพื่อแก้ปัญหามันไม่ใช่ประเด็นหลักสำคัญแล้วล่ะครับ
ความพ่ายแพ้ต่อทีมท้ายตารางอย่างเกตาเฟ่ตอกย้ำให้เห็นอยู่อย่างนึงคืออหาอำนาจอย่าง"ราชันชุดขาว"ไม่ได้มี"ทีมเวิร์ค"เป็นพื้นฐานและมักมีปัญหายามเจอทีมวิ่งสู้ฟัดกัดไม่ปล่อย
อย่างที่ผมเคยบอกเอาไว้นานแล้วว่าการที่สโมสรหนึ่งๆมี"ซูเปอร์สตาร์"อยู่ล้นทีมในทุกๆตำแหน่งมันไม่ใช่ว่าจะเป็นเรื่องดีเสมอไป เหมือนอาหารหรือเครื่องปรุงที่มันต้องมีส่วนผสมอะไรแตกต่างกันไปเพื่อให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม
จังหวะเกมรุกก็มีตัวพักบอลเก็บบอลมากจนเกินไป บางทีแทนที่จะวิ่งเพื่อดึงแนวรับฝ่ายตรงข้ามหรือเปิดพื้นที่ว่างก็กลับกลายเป็นว่ายกมือขอบอลกันหลายคน สุดท้ายก็"เสียจังหวะ"แทนที่จะได้รุกสวยๆเลยกลายเป็นช่วยให้คู่แข่งตั้งหลักวางไลน์ในแนวรับได้ทัน
"แนวรับ"คือปัญหาที่แก้ไม่ตกมาช้านานแล้วสำหรับโคตรทีมของโลก การมาของโธมัส กราเวเซ่นที่ใครหลายคนเชื่อว่าเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้เรอัลมี"ความสมดุล"ทั้งรุกและรับก็ต้องตกประเด็นไปเพราะ"ปรัชญา"ของฟุตบอลการเจาะจงเพื่อค้นหาปัญหาในตำแหน่งตายตัวมันไม่"เวิร์ค"และไม่ใช่ทิศทางที่ถูกต้อง
ถ้าหากผมจะยกตัวอย่างถึงหลักการทำงานของราฟาเอล เบนิเตซที่เคยปรารถว่านักเตะใหม่ที่ซื้อเข้ามาทุกคนจะต้องได้รับการป้อนข้อมูลถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมาเสียก่อนเพื่อให้ซึมซับถึงที่มาที่ไปก่อนสวมเสื้อสีแดงเพลิง
แฟนบอลก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำหน้าที่คล้ายๆกับปีกของเครื่องบินและพายของเรือ เราแทบจะไม่เห็นสโมสรผู้ดีตะโกนโห่ไล่ขวัญใจของตัวเองในยามตกยาก หนำซ้ำยังร้องรำทำเพลงให้กำลังใจทั้งๆที่ทีมแพ้ด้วยซ้ำแต่"โล้นทองคำ"โรนัลโด้แค่ปืนฝืดคลำเป้าไม่เจอก็ถูกไล่ให้กลับอิตาลีซะนี่
ผมเชื่ออยู่อย่างหนึงคือต่อให้เรอัล มาดริดได้กองหลังของมิลานมายกกระบิ ได้ปีกเร็วๆอย่างโจอาควินหรือได้บัลลัคมายืนเป็นเพลย์เมคเกอร์ทีมก็ยังวุ่นวายหาจุดลงตัวไม่ได้อยู่ดีตราบใดที่ประธานสโมสรเป็นผู้ตัดสินใจแทนโค้ชเสียเอง
เปเรซซื้อนักเตะที่เขาคิดว่ากูชอบมาร่วมทีมโดยไม่จำเป็นต้องปรึกษาโค้ชก่อน เหมือนอย่างในรายของ"โป๊ยก่าย"โฆเซ่ อันโตนิโอ คามาโช่ที่ยืนหน้าเป็นหมูตอนที่ทราบข่าวว่าท่านประธานเซ็นสัญญาซื้อไมเคิ่ล โอเว่นมาจากลิเวอร์พูล
ลองถามแฟนมาดริดดูสิครับว่า"วิชั่น"ในการซื้อผู้เล่นช่วงหลังๆของเปเรซมันเลอะเทอะขนาดไหน วอลเตอร์ ซามูเอลเป็นบ่อน้ำมันมากกวาจะมาช่วยแนวรับของทีมแถมยังแพร่เชื้อร้ายไปให้อีบัน เอลเกร่าที่เป็นต้นเหตุทำให้ทีมเสียประตูเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
ยิ่งในรายของโจนาธาน วู้ดเกทด้วยแล้วไม่ทราบว่าเพราะความอยากได้จัดของน้าเปเรซจนไม่แยแสรายละเอียดสำคัญจนทำให้ทีมยังไม่สามารถใช้งานได้จนถึงณ.บัดนี้เลย
เบน ฟรีคิกว่าการที่ทีมอันดับหนึ่งของโลกซื้อนักเตะด้วยราคาแพงระยิบถึง 13.4 ล้านปอนด์แล้วตรวจไม่พบอาการเจ็บหนักที่ซ่อนอยู่แบบนี้น่าจะสังคายนาตัวเองได้แล้วครับ ข่าวเคยออกมาว่าทีมแพทย์ได้เตือนแล้วว่าวู้ดเกทอยู่ในสภาพที่ไม่สมบูรณ์แต่เปเรซเชื่อมั่นของแกเองว่ารักษาดีๆทำไมจะหายไม่ได้
นิวคาสเซิ่ลยิ้มร่าเลยครับได้เงินมาซื้อเบิงซงแถมเหลือไปหมุนทำอย่างอื่นอีกแต่เรอัล มาดริดกลับยังไม่ได้ใช้งานแม้แต่วินาทีเดียวซ้ำร้ายยังเซ็นเช็กจ่ายค่าเหนื่อยให้ในแต่ละสัปดาห์อีกต่างหาก
ฟลอเรนติโน่ เปเรซมัวแต่ไปเสียเวลาหาทางแก้ปัญหาง่ายๆไม่ว่าจะซื้อนักเตะระดับโลกที่ตัวเองชื่นชอบ,เปลี่ยนแปลงตำแหน่งโค้ชโดยไม่มองถึงเหตุผลหรือนโยบายสะเหร่อๆอย่างเปลี่ยนกุนซือทุกๆสองปีเพื่อหาความแปลกใหม่มาสู่ทีม(ดังที่บิเซนเต้ เดล บอสเก้คือโชคร้ายจนเรอัล มาดริดสะเทือนมาจนถึงทุกวันนี้)
แต่สิ่งหนึ่งซึ่งสำคัญที่สุดและแฟนๆอยากให้"เปเรซ"ควรทำเป็นอันดับแรกคือการชะโงกดูเงาหัวตัวเองบ้าง,ซักนิดก็ยังดี
ไม่เช่นนั้นแล้วนับต่อจากนี้ไปคงได้แค่เดินตามเลียก้นโฆอัน ลาปอร์ต้าและบาร์เซโลน่าไปจนถึงวันที่เขาลงจากตำแหน่งประธานสโมสรนู่นเลย...