
หัวเลี้ยวหัวต่อของหัวขิงและหงส์แดง
บทความผมในวันนี้อาจจะเป็นได้ทั้งประโยชน์เล็กน้อยและเสียเวลาเปล่าๆเนื่องจากอยากพูดถึงประเด็นของสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดกัปตันทีมคนเก่งจาก"หงส์แดง"กันอีกซักรอบ
ความจริงนสพ.เดอะเมลลได้ขอขมาริค แพร์รี่และสโมสรลิเวอร์พูลหลังเต้าข่าวว่า"หัวขิง"จะไปเรอัล มาดริดทันทีที่จบฤดูกาลนี้,ซึ่งทุกอย่างน่าจะจุดฟูลสต็อปหยุดอยู่แค่ตรงนี้ได้แล้วแต่...
แต่อะไรครับ...ในใจของเจอร์ราร์ดมอง"หงส์แดง"ในฤดูกาลนี้เป็นอย่างไร ถ้าเป็นในแง่โพซิทิฟว่าปีหน้านักเตะได้ซึมซับระบบของราฟาแบบเต็มๆน่าจะมีลุ้นแชมป์มากกว่านี้หรือมองว่าเจ้าของแชมป์ลีกสูงสุด 18 สมัยยังต้องใช้เวลาสร้างทีมอีกสองสามปี
"หัวขิง"ยอมเสียสละอยู่ในแอนฟิลด์ต่อไปอีกหนึ่งฤดูกาลเพื่อช่วยประคองทีมที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้จัดการทีม นั่นคือการตอบแทนความจงรักภักดีที่หลายคนต้องปรบมือให้
แต่การที่ต้องผ่านฤดูกาลแล้วฤดูกาลเล่าโดยทำได้แค่เพียงมองทีมอื่นแย่งแชมป์และลิเวอร์พูลหลุดวงโคจรตั้งแต่ยังไม่ข้ามปีไม่ใช่เรื่องสนุกเลยครับ
หากปริมาณน้ำเริ่มคับและล้นทะลักแก้วสิ่งเดียวที่แก้ปัญหาได้ก็คือต้องหาภาชนะที่ใหญ่กว่ามารองรับและหากลิเวอร์พูลไม่สามารถขยายใหญ่ตามปริมาณของน้ำก็เห็นที่ต้องปล่อยให้มันล้นออกไปอย่างเดียวแหละครับ
หากเดอะค็อปต้องสูญเสียกัปตันทีมคนเก่งไปก็คงไม่ใช่การเสียแบบไม่ได้อะไรกลับมาเหมือนในรายของแม็คมานามานหรือได้แต่เหมือนไม่ได้อย่างในกรณีไมเคิ่ล โอเว่น
เงินที่ลิเวอร์พูลจะได้จากเจอร์ราร์ดที่อย่างน้อยๆน่าจะ 30 ล้านปอนด์ซึ่งตรงนี้แหละครับที่จะสามารถแปรรูปเป็นทรัพยากรได้อีกเยอะเลย นักเตะที่ปั้นมากับมือซึ่งจะว่าไปแล้วเสียแค่เวลากับการลงทุนรวมแล้วแค่หยิบมือแต่ขายได้เงินก้อนมหึมาติดทำเนียบระดับโลกแบบนี้น่าจะเป็นกำลังใจให้ทีมงานและสต๊าฟโค้ชทำงานโดยให้ความสำคัญกับทีมเยาวชนกันต่อไป
มีอีกหลายตำแหน่งที่ราฟาอยากจะซื้อตัวระดับโลกมาอุดแต่ติดตรงที่ไม่มีงบนี่แหละครับ หากเราจะมองกันในแง่ดีๆก็ทำกันได้ครับ
อย่าเพิ่งไปถอดใจว่าพอไร้เจอร์ราร์ดแล้วทีมจะเละ แรงทะเยอทะยานจะสูญหาย...the show must go on ครับ ไม่ว่าจะวงการไหนกับทุกๆสิ่งวลีนี้ใช้ได้หมดครบถ้วนไม่มียกเว้น
ลิเวอร์พูลใช่ไม่เคยเล่นโดยไร้เจอร์ราร์ดซะเมื่อไหร่ ตอนกระดูกนิ้วเท้าหักที่โอลด์แทรฟฟอร์ดก็เป็นอลอนโซ่จับคู่กับฮามันน์ทำทีมชนะหลายต่อหลายนัด
สิ่งหนึ่งที่เราไม่สามารถปฏิเสธได้เลยคือน้อยคนนักจะปัดโอกาสไปเล่นในซานติเอโก้ เบอร์นาบิวหรือเบวอะไรก็แล้ว ได้สวมชุดสีขาวที่ถูกยกให้เป็นอันดับหนึ่งของโลกจะมีซักกี่ครั้งในชีวิตค้าแข้งครับ
แล้วการตามล่าของ"ราชันชุดขาว"ไม่ใช่แค่ครั้งเดียวด้วยครับ ถ้ามองด้วยตาเปล่าแล้วใช้มือนับก็ไม่ต่ำกว่าสองสามครั้งแล้ว
โอกาสเดียวที่เบน ฟรีคิกมองว่ามีความเป็นไปได้อยู่ที่"หัวขิง"จะยืนปักหลักไม่ย้ายไปไหนคือหนึ่งต้องคว้าแชมป์คาร์ลิ่ง คัพมาครอบครองก่อนเป็นอันดับแรกครับ
ได้ชูถ้วยแชมป์ในฐานะกัปตันทีมนอกจากจะสร้างความลำพองแล้วมันเปรียบเสมือนการอัดฉีดความมั่นใจเข้าเต็มปอดเพราะการเอาชนะ"ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ชิพ"ย่อมบอกอะไรได้อย่างนึงว่า"มันก็แพ้เราเว้ยเฮ้ย"
สอง...ต้องได้ตั๋วไปแชมเปี้ยนส์ลีกครับ นี่กลายเป็นปัจจัยที่หกสำหรับนักฟุตบอลระดับโลกไปแล้ว คล้ายๆกับผู้หญิงถ้าไม่ได้โบะหน้าไม่ได้ปัดแก้มก็จะไม่ยอมไปย่างกรายออกจากประตูบ้านเด็ดขาด นี่ก็เหมือนกันครับสโมสรไม่ได้ร่วมวงไพบูลย์แชมเปี้ยนส์ลีกก็เหมือนถูกตัดออกจากโลกภายนอกในทันที
สองข้อที่ว่าต้องเอามารวมกับขั้นตอนสุดท้ายนั่นคือ"สัญญาณ"บ่งบอกว่าลิเวอร์พูลได้ทอดบันไดไปสู่อนาคตไม่แพ้ทีมอื่น ถ้าสัปดาห์ต่อๆไปยังชนะสองนัดแพ้หนึ่งนัด เหย้าเสมอเยือนแพ้ก็เป็นธรรมชาติที่บอกให้เห็นว่าคุณยังไม่ดีพอ
เบน ฟรีคิกยังมองว่าโอการที่ลิเวอร์พูลจะรั้งเจอร์ราร์ดได้ยังอยู่ที่ประมาณ 40 เปอร์เซนต์ครับ อาจดูเหมือนน้อยแต่ถ้าณ.สถานการณ์ตรงนี้บอกได้เลยว่าผมให้มากไปด้วยซ้ำ!!
นอกจากเรื่องราวความสำเร็จในสนามแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่ผมยังมองว่ายังเป็นตัวถ่วงวิวัฒนาการของสโมสรคือเดวิด มัวร์และริค แพร์รี่ครับ
ทั้งสองคนร่วมหัวลงเรือเป็นแกนนำบริหารทีมมานานแต่ดูเหมือนจะล้มเหลวหากมองว่าลิเวอร์พูลคือสโมสรใหญ่ที่มีเกียรติประวัติอันยาวนาน
การตัดสินใจทำนอง"ชวนเชื่องช้า"ทำให้สโมสรอื่นจ้ำอ้าวๆไปไกลแบบติดเทอร์โบ ลิเวอร์พูลบอบช้ำพ่ายแพ้ทั้งในและนอกสนาม
สิ่งเหล่านี้เป็นโดมิโนที่"กัดกร่อน"สโมสรทีละจุดสองจุด ทีมล้มเหลว-ไร้ซึ่งความสำเร็จ-เกิดความเปลี่ยนแปลงบ่อยครั้ง-การสร้างทีมไร้ความต่อเนื่อง-การเงินไม่สะพัด-นักเตะเบื่อหน่าย-(กลับไปยังจุดแรก...ทีมล้มเหลว-ไร้ซึ่งความสำเร็จ...)
งานนี้ต่อให้เดอะค็อปเอาค้อนมาทุบสโมสรตามแฟชั่นที่กำลังฮิตในเมืองไทย ดูแล้วคงหาสิ่งมาแลกเปลี่ยนให้ไม่ได้หรอกครับ...
แต่เบน ฟรีคิกเชื่ออยู่สิ่งนึงครับไม่ว่าการเปลี่ยนแปลงอะไรจะเกิดขึ้นทั้งเจอร์ราร์ดย้ายทีมหรือลิเวอร์พูลมีประธานสโมสรคนใหม่
"หงส์แดง"จะไม่มีวันเหลียวหลังกลับไปอยู่ในเส้นทางทุกข์ทรมานอีกแล้ว หากไม่เป็นดังที่บอกไว้มาด่าผมได้เลยครับ...